พระเจ้าธีบอ
| พระเจ้าธีบอ |
|
|---|---|
| พระบรมนามาภิไธย | เจ้าชายหม่องปู |
| พระปรมาภิไธย | ศรีบวรอทิตยลังควิชัยนันทรัตตดิลกอธิบดีบัณฑิตมหาธรรมราชาธิราช |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์อลองพญา |
| ครองราชย์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2421 - 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2428 |
| ระยะครองราชย์ | 7 ปี 59 วัน [1] |
| รัชกาลก่อนหน้า | พระเจ้ามินดง |
| รัชกาลถัดไป | สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (จักรวรรดิอินเดีย) |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| พระราชสมภพ | 1 มกราคม พ.ศ. 2402 |
| สวรรคต | 19 ธันวาคม พ.ศ. 2458 |
| พระราชบิดา | พระเจ้ามินดง |
| พระราชมารดา | เจ้าหญิงเมืองสีป่อ [2] |
| พระอัครมเหสีพระมเหสี | พระนางศุภยาลัตเจ้าหญิงสะลิน[3] พระนางศุภยาคยี[3] พระนางศุภยากเล[4] |
| พระราชโอรส/ธิดา | เจ้าชายไม่ปรากฏนาม เจ้าชายไม่ปรากฏนาม เจ้าหญิงไม่ปรากฏนาม เจ้าหญิงเมียะพยาจี เจ้าหญิงเมียะพยาลัต เจ้าหญิงเมียะพยา เจ้าหญิงเมียะพยากเล |
พระเจ้าธีบอ หรือ พระเจ้าสีป่อ (ภาษาพม่า: သီပော္မင္း; pronounced [θìbɔ́ mɪ́ɴ] สี่ป๊อมิ๊ง) เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญา และเป็นองค์สุดท้ายของพม่า ถูกบังคับให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปอยู่ที่เมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย หลังสิ้นสงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 3 และ สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2459 [5]
พระเจ้าสีป่อเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามินดง กับเจ้าหญิงจากเมืองสีป่อ ในดินแดนไทใหญ่ มีพระนามเดิมว่า เจ้าชายหม่องปู (မောင်ပု Maung Pu) เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2402 ที่กรุงมัณฑะเลย์ เมืองหลวงของราชอาณาจักรพม่าในเวลานั้น เมื่อเจริญพระชันษาขึ้น ได้ผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเพื่อศึกษาวิชาการต่างๆ เมื่อทรงลาผนวชแล้ว พระราชบิดาจึงทรงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองสีป่อ ซึ่งเป็นที่มาของพระนามเมื่อเสวยราชสมบัติในเวลาต่อมา
พระองค์ได้ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2421 ด้วยความช่วยเหลือจากพระนางอเลนันดอ พระมเหสีองค์หนึ่งของพระเจ้ามินดงผู้เป็นพระราชบิดา และเหล่าขุนนางชั้นสูงกลุ่มหนึ่ง พระองค์ได้ทรงเสกสมรสกับพระนางศุภยาลัต พระราชธิดาของพระเจ้ามินดงกับพระนางอเลนันดอ และพระขนิษฐาร่วมพระราชบิดาเดียวกัน ซึ่งพระนางศุภยาลัต เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อการตัดสินพระทัยในเหตุสำคัญต่างๆ ของพระเจ้าสีป่อเป็นอย่างมาก
เนื้อหา |
ขึ้นครองราชย์ [แก้]
เจ้าฟ้าสีป่อเป็นที่โปรดปรานของพระนางสินพยูมาชิน อัครมเหสีของพระเจ้ามินดง รวมทั้งสมาชิกเสนาบดีสภาอย่างกินหวุ่นมินจี มัคเวมินจี และเยนันจองมินจีก็สนับสนุนเจ้าฟ้าสีป่อเพื่อให้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญตามที่วางแผนไว้ [6] อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2421 ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่คาดไว้ พระองค์กับพระนางศุภยาลัต พระมเหสี ได้สั่งปลด มัคเวมินจี และเยนันจองมินจีในเดือนมกราคม พ.ศ. 2421 และยกเลิกแผนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ประหารเจ้านายฝ่ายหน้าฝ่ายในที่คุมขังไว้ตั้งแต่พระเจ้ามินดงประชวรระหว่างวันที่ 13 - 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2421 จนหมดสิ้น
อังกฤษได้ประท้วงการสังหารหมู่ครั้งนี้ โดย R. B. Shaw ผู้แทนอังกฤษประจำราชสำนักมัณฑะเลย์ ได้ยื่นประท้วงและเสนอจะนำนักโทษการเมืองไปไว้ในพม่าที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ แต่ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม อังกฤษได้ช่วยให้เจ้าฟ้านยองจันลี้ภัยไปอยู่ในพม่าตอนล่างตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2421[6]
สงครามกับอังกฤษและสิ้นสุดอำนาจ [แก้]
ในรัชกาลของพระองค์ได้ส่งคณะทูตไปยังฝรั่งเศสเมื่อ 30 เมษายน พ.ศ. 2426 และได้มีการเจรจาเกี่ยวกับการทำสัญญาทางการค้า ยินยอมให้ฝรั่งเศสเข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ซึ่งได้สร้างความหวาดระแวงให้อังกฤษ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2428 พม่าเรียกค่าปรับจากบริษัทบอมเบย์เบอร์มาเทรดดิงเป็นเงินจำนวน 2.3 ล้านรูปี อังกฤษจึงตัดสินใจยื่นคำขาดต่อพม่าในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2428 โดยให้พม่าลดค่าปรับ ให้ความสะดวกแกอังกฤษในการค้าขายกับจีนและให้อังกฤษควบคุมนโยบายต่างประเทศของพม่า พม่าปฏิเสธมาในวันที่ 9 พฤศจิกายน กองทัพอังกฤษจึงเคลื่อนทัพออกจากย่างกุ้งไปยังพม่าเหนือในวันที่ 14 พฤศจิกายนและยึดมัณฑะเลย์ได้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน พระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัตยอมแพ้ในวันนี้ ทั้งสองพระองค์เสด็จลงเรือไปยังย่างกุ้งและถูกเนรเทศไปอินเดีย[7]
หลังสิ้นอำนาจ [แก้]
พระเจ้าสีป่อไปประทับที่รัตนคีรี ประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ใกล้ทะเลอาหรับ ในช่วงห้าปีแรก ทรงได้รับเงินจากอังกฤษ เดือนละ 100,000 รูปี หลังจากนั้นเงินจำนวนนี้ลดลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ได้เพียงเดือนละ 25,000 รูปีเท่านั้น[8] พระองค์สวรรคตเมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2459 พระศพของพระองค์ถูกฝังไว้ใกล้ๆสุสานของชาวคริสต์[8] หลังจากพระองค์สวรรคต ลูกหลานของพระองค์ส่วนหนึ่งเดินทางกลับพม่า บางส่วนยังคงอยู่ในอินเดีย เมียะพยาจี (Myat Phayagyi) พระธิดาองค์โตของพระองค์ยังอยู่ในอินเดีย ส่วน เมียะพยา (Myat Phaya) พระธิดาองค์เล็กที่ประสูติที่รัตนคีรีเมื่อ พ.ศ. 2430 ได้เดินทางกลับมายังพม่าใน พ.ศ. 2462 พระนางสมรสกับอูเนียงใน พ.ศ. 2464 และสิ้นพระชนม์ในมะละแหม่งเมื่อ 3 มีนาคม พ.ศ. 2478 ลูกหลานของพระนางยังอยู่ในพม่า และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สืบทอดราชบัลลังก์ของพม่า[9] [10]
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 เทียน เส่ง ประธานาธิบดีพม่าได้เดินทางไปเยี่ยมหลุมฝังศพของพระเจ้าสีป่อ และพบกับลูกหลานของพระองค์ที่อาศัยอยู่ที่นั่น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประมุขรัฐบาลพม่าเดินทางไปเยือนสุสานของพระองค์[11]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Christopher Buyers. "The Konbaung Dynasty Genealogy: King Thibaw". royalark.net. สืบค้นเมื่อ 2009-10-04.
- ↑ พม่าเสียเมืองก็เพราะกษัตริย์อ่อนแอและมเหสีหฤโหด
- ↑ 3.0 3.1 เสียงกระซิบที่ฝ่ายใน...กับ...เสียงร่ำไห้ที่ท้ายวัง
- ↑ The Royal Family of Burma
- ↑ http://board.dserver.org/b/bestforlife/00000311.html
- ↑ 6.0 6.1 นินิเมยนต์. พม่ากับการต่อต้านจักรวรรดินิยมอังกฤษ ค.ศ. 1885 - 1895. แปลโดย ฉลอง สุนทรวาณิชย์. กทม. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์ฯ. 2543
- ↑ วิไลเลขา ถาวรธนสาร. สงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่สาม ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กทม.ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. หน้า 166 - 170
- ↑ 8.0 8.1 Christian, John LeRoy (1944). "Thebaw: Last King of Burma". The Journal of Asian Studies (Association for Asian Studies): 309–312. doi:10.2307/2049030.
- ↑ Kennedy, Phoebe, Burmese dictator lives like a king, laments the nation's last royal, published in The Independent, 12.03.2010
- ↑ Royal Ark: The Konbaung Dynasty (19)
- ↑ Thein Sein visits grave of Burma’s last king. Retrieved 2012-12-26.
| สมัยก่อนหน้า | พระเจ้าธีบอ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| พระเจ้ามินดง | พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรพม่า (1 ตุลาคม พ.ศ. 2421 - 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2428) |
สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (จักรวรรดิอินเดีย) |
||
| เจ้าชายคะนอง มิงสา (เจ้าชายแห่งคะนอง) |
ตำแหน่งผู้สืบราชสมบัติแห่งพม่า (เจ้าชายแห่งสีป่อ) (1 ตุลาคม พ.ศ. 2421 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2421) |
เจ้าหญิงเมียะพยาลัต (โดยสันนิษฐาน) |
|
|||||||||||