ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)

ตราสัญลักษณ์ประจำรายการ
ออกอากาศ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 - 15 กันยายน พ.ศ. 2536
สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 สี (2533-2536)
Workpoint TV (3 ตุลาคม พ.ศ. 2554)
ผู้ดำเนินรายการ ปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
ผลิตโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
ระดับ ไม่มีการจัดระดับ

ชิงร้อยชิงล้าน เป็นรายการเกมโชว์และเป็นรายการลำดับที่ 2 ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)ออกอากาศในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 - 15 กันยายน พ.ศ. 2536 ออกอากาศทุกวันพุธ ตั้งแต่เวลา 22.00 - 23.00 น. (2533-2534) 22.15 - 23.15 น. (2535-2536) ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

ประวัติ[แก้]

ชิงร้อยชิงล้านออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นรายการลำดับที่ 2 ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด และเป็นรายการแรกที่มี Jackpot เงินรางวัลสูงสุดในบรรดาเกมโชว์ทั้งหมด (ในสมัยนั้น) คือเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยเปิดโอกาสให้เพื่อนสนิท, พ่อ-ลูก, แม่-ลูก, พระเอก-นางเอก, พี่น้อง และ คู่รักดารา มาเล่นเกมเพื่อลุ้นเงินรางวัล 1,000,000 บาท

เกมในชิงร้อยชิงล้าน[แก้]

สำหรับเกมของชิงร้อยชิงล้านนั้นจะมีชื่อเกมการแข่งขันทั้ง 2 รอบคือ เกมชิงบ๊วย ชิงดำ ซึ่งในชิงร้อยชิงล้านนั้นจะถูกแบ่งยุคต่างๆและกฎกติกาในเกมนั้นจะถูกปรับเปลี่ยนในช่วงปี 2535

ชิงบ๊วย[แก้]

ในยุคแรกของชิงร้อยชิงล้าน (ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 ถึง 29 มกราคม 2535) นั้นมีผู้เข้าแข่งขันเป็นคู่ทั้งหมด 4 คู่ โดยพิธีกรนั้นจะมีลูกคะแนนทั้งหมด 10 ลูกโดยจะมีคะแนนเป็น 0-9 คะแนน ให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่เลือกลูกคะแนนออกมา ซึ่งจะให้ผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งเลือกลูกคะแนนคู่ละ 1 ลูก จากทั้งหมด 10 ลูก ให้ครบ 4 ลูก จากผู้เข้าแข่งขัน 4 คู่ แล้วให้ดูลูกคะแนนของแต่ละคู่ว่าของแต่ละคู่นั้นมีคะแนนมากหรือน้อย ซึ่งจะมีคะแนนตามช่องด้านล่าง โดยที่ผู้เข้าแข่งขัน 4 คู่ นั้นจะไม่สามารถดูคะแนนของทุกๆผู้เข้าแข่งขัน 4 คู่ได้ แต่พิธีกร,ผู้ชมทางบ้าน และผู้ชมในห้องส่ง สามารถดูคะแนนได้ว่าคู่ใดมีคะแนนมากหรือน้อย หลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่สามารถสลับเปลี่ยนลูกคะแนนได้ 1 ครั้งว่าจะเปลี่ยนลูกคะแนนกับคู่ใดในแต่ละคู่ ต่อมาพิธีกรจะมีลูกบอลสีส้ม 2 ลูก ซึ่งเรียกว่าลูกขยุ้มขยุม นั่นเอง ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คู่ ซึ่งแต่ละคู่นั้นจะต้องมีลูกบอลสีส้มถือไว้คู่ละ 2 ลูกเท่านั้น หลังจากนั้นจะมีคำถาม 2 คำถาม ซึ่งเราเรียกว่าเป็นคำถามอ้วน -ผอม นั่นเอง เกมนี้เริ่มตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 ถึง 29 มกราคม 2535 โดยพิธีกรจะให้ดูภาพ VTR เป็นการตั้งคำถาม โดยมีหมี ปลื้มและโน้ส อุดม เป็นตัวปริศนา หลังจากที่ภาพ VTR หยุดแล้วก็เป็นคำถามทันที โดยให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คู่ แย่งกันบีบลูกบอลสีส้ม ถ้าคู่ใดที่บีบลูกบอลสีส้มสัมพันธ์กันได้ คู่นั้นจะต้องตอบคำถามให้ถูก พร้อมกับดูภาพเฉลยจากภาพ VTR ถ้าเฉลยถูก คู่ที่ได้ตอบคำถามจะได้สิทธิ์เปลี่ยนลูกคะแนนกับคู่ใดก็ได้หนึ่งครั้ง ถ้าหากว่าตอบผิดจะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยน และถ้าคู่ใดมีลูกคะแนนน้อยที่สุด จะต้องตกรอบไป

ต่อมา ตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2536 ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ฉากใหม่ และเกมใหม่ ในช่วงชิงบ๊วยนั้น เปลี่ยนจากคำถามอ้วน-ผอม มาเป็นคำถามตัวปริศนา ซึ่งตัวปริศนานั้นก็คือหม่ำ จ๊กมก นั่นเอง ในเกมช่วงชิงบ๊วยนั้น จะเป็นคำถามจากตัวปริศนา ซึ่งพิธีกรจะให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่นั้นดูภาพปริศนาเป็นเงา และพิธีกรก็จะบอกคำใบ้ต่าง ๆ แล้วให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่นั้นสามารถลองถามคำใบ้ให้กับพิธีกร แล้วพิธีกรเองก็จะบอกว่าคำใบ้ที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่ถามนั้น ใช่ หรือ ไม่ใช่ จากนั้นให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่แย่งกันบีบลูกบอลสีส้ม ถ้าคู่ใดบีบลูกบอลสีส้มสัมพันธ์กันแล้วไฟติด คู่นั้นจะได้สิทธิ์ในการตอบคำถาม ถ้าคู่ใดตอบคำถามถูกจะให้เลือกลูกคะแนนอีก 1 ลูก และบวกกับคะแนนก่อน ถ้าใครได้คะแนนน้อยที่สุด หรือหยิบได้ลูกตกรอบ จะตกรอบทันที ผู้ที่หยิบได้ลูกที่มีรูปคุณปัญญาหรือคุณมยุรา จะมีค่าลูกละ 10 คะแนน แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าผู้เข้าแข่งขันเลือกลูกที่มีรูปของคุณมยุราและนำมารวมกับรูปคุณปัญญา จะถือว่าแพ้ 0 คะแนน ซึ่งนั่นก็คือตกรอบเช่นกัน แต่ลูกที่มีรูปของคุณมยุรา รูปคุณปัญญา และลูกตกรอบ จะมีค่าเงินรางวัลลูกละ 10,000 บาทอยู่ด้วย

และหลังจากนั้นแล้วพิธีกรก็จะเฉลยกับภาพปริศนา โดยให้หม่ำ จ๊กมก ออกมาเฉลยคำตอบให้ และพร้อมไปกับโชว์แสดงตลกในรายการ

ชิงดำ (ยุคแรก)[แก้]

ในยุคแรกนั้น (ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 ถึง 29 มกราคม 2535) เกมในช่วงนี้จะเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 3 คู่เท่านั้น แล้วแต่ละทีมก็จะมีแท่งคะแนนอยู่ทีมละ 4 แท่ง ผู้แข่งขันคู่ที่มีคะแนนมากที่สุดจากรอบชิงบ๊วย จะมีสิทธิ์เลือกว่าจะแข่งกับคู่ใดก่อน แล้วหลังจากนั้นพิธีกรจะมีข้อมูลหรือคำถามให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่ว่าในข้อมูลหรือคำถามนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหรือคำถามนั้น แล้วให้ใครคนใดคนหนึ่งในคู่นี้ผลัดกันตอบในเวลาเพียง 10 วินาที ถ้าตอบสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องหรือตอบซ้ำกันจะมีเสียงสัญญาณว่าผิด และถ้าพูดซ้อนกันว่าถือว่าแพ้ฟาล์ว ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเกิดคิดไม่ออกนึกไม่ออกว่าจะตอบอะไรให้พูดคำว่า "ชิงร้อยชิงล้าน" ซึ่งหมายถึงให้ผ่านหรือข้ามนั่นเอง (ตั้งแต่ 17 มกราคม 2533 ถึงพฤษภาคม 2536 นั้นกลายเป็นคำวลีฮิต "ถ้าหากคิดไม่ออก บอกชิงร้อยชิงล้าน") โดยคู่ที่เล่นเสร็จก่อนจะมีสิทธิ์เลือกว่า จะใช้แท่งคะแนนในคู่ของตนเองโจมตีอีกคู่หนึ่งกี่แท่งคะแนน และอีกคู่หนึ่งจะต้องทำคะแนนให้มากกว่าเพื่อเอาแท่งคะแนนที่โจมตีนั้น แต่ถ้าอีกคู่ทำคะแนนน้อยกว่า จะต้องเสียแท่งคะแนนให้กับคู่ที่เล่นก่อนหน้านั้นไปแล้ว แต่ถ้าเสมอกันจะไม่มีใครเสียแท่งคะแนน คู่ใดที่เสียแท่งคะแนนไปจนหมดเลยจะตกรอบทันที จนกระทั่งเหลือ 1 คู่ที่มีแท่งคะแนนมากที่สุด คู่นั้นจะผ่านเข้ารอบ Jackpot หรือ รอบชิงล้านนั่นเอง

ชิงดำ (ยุคที่สอง)[แก้]

ในยุคต่อมา (ตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 ถึง 15 กันยายน 2536) เกมในช่วงนี้จะเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 2 คู่ และปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ โดยมีคำถามทั้งสิ้น 2 ชุด ชุดละ 2 ข้อ (ชุดแรกเป็นสีเหลืองกับสีเขียว ชุดที่สองเป็นสีฟ้าและสีม่วง) ผู้เข้าแข่งขันมีสิทธิ์เลือกว่าจะเล่นคำถามสีอะไร หลังจากนั้นพิธีกรจะมีข้อมูลหรือคำถามให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคู่ แล้วให้ใครคนใดคนหนึ่งในคู่นี้ผลัดกันตอบ มีทั้งหมด 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน (ชุดที่ 2 จะเป็นข้อละ 2 คะแนน และมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน) และมีเวลา 45 วินาที ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเกิดคิดไม่ออกนึกไม่ออกว่าจะตอบอะไรให้พูดคำว่า "ชิงร้อยชิงล้าน" คำตอบที่ตอบออกมานั้นถ้าซ้ำกันจะไม่นับ ถ้าตอบผิดก็จะไม่ได้คะแนนด้วย คู่ใดได้คะแนนมากที่สุดจะเข้าไปชิงล้านในรอบสุดท้าย และถ้าคู่ใดที่สามารถทำคะแนนเต็มทั้ง 2 หมวด รวม 60 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาท

รอบตัดสิน[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2536 ถึง 15 กันยายน 2536 มีการปรับเปลี่ยนเกมใหม่ โดยในเกมนี้เป็นเกมรอบตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบสุดท้าย ซึ่งจะคล้ายกับเกมชิงล้าน โดยจะมีคำถามอยู่ 5 ข้อ (ช่วงแรกจะมี 3 ข้อ) โดยคนหนึ่งจะอยู่ในห้องที่กั้นเสียงทั้งหมด ส่วนอีกคนหนึ่งจะบอกคำเฉลย โดยคนหนึ่งจะต้องตอบคำถามว่าคน ๆ นั้นชอบอะไรบ้าง เป็นต้น โดยผู้ที่อยู่ในห้องต้องตอบคำตอบทั้ง 5 ข้อ ถ้าใครตอบคำถามได้มากที่สุดจะเข้าสู่รอบสุดท้ายต่อไป

ชิงล้าน[แก้]

รอบสุดท้าย (Jackpot) หรือรอบชิงล้าน ของรายการชิงร้อยชิงล้านนั้น จะเป็นคำถามทายใจซึ่งเป็นเกมที่ผู้ชมในยุคนั้นรู้จักเป็นอย่างดีโดยเกมนี้เฉพาะผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบเพียง 1 คู่เท่านั้น โดยที่จะต้องให้ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 1 คู่นั้นแยกตัวออกมา ซึ่งจะต้องให้ใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปอยู่ข้างใน ส่วนอีกคนหนึ่งจะต้องอยู่ข้างนอกในห้องส่ง และส่วนพิธีกรนั้นจะแยกตัวออกมาเหมือนกัน โดยทำหน้าที่ถามคำถาม ซึ่งพิธีกรใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปอยู่ข้างในกับผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ข้างในด้วย และส่วนพิธีกรอีกคนหนึ่งอยู่ข้างนอกในห้องส่งกับผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่งด้วย กติกานั้นจะเป็นคำถามทายใจผู้ที่เข้าแข่งขันอยู่ด้านนอก ซึ่งเกมคำถามทายใจในรอบ Jackpot นั้นจะมีคำถามทั้งหมด 4 ข้อ พร้อมตัวเลือก 4 ตัวเลือก ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งข้างนอกและข้างในตอบคำถามตรงกัน นั่นหมายความว่าถูกต้องนั่นเอง ถ้าตอบคำถามตรงกันถูกต้องครบทั้ง 4 ข้อ จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาท ซึ่งในช่วงแรกสนับสนุนเงินรางวัลโดย แชมพูสระผมยี่ห้อ ไดเมนชั่นทูอินวัน ต่อมาจึงมีผู้ร่วมสนับสนุนเป็นสินค้าอื่นๆ ด้วย แต่ถ้าตอบคำถามไม่ตรงกัน นั่นหมายความว่าผิดนั่นเอง จะได้เงินรางวัล 100 บาท และเกมจะจบลงทันที ต่อมาภายในปี 2535 เงินรางวัลจะเพิ่มอีก 1,000,000 บาทเป็น 2,000,000 บาท โดยแบ่งเงินรางวัลเป็น 1,000,000 บาทให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 คน และอีก 1,000,000 บาท สำหรับผู้โชคดีจากทางบ้านที่ส่งภาพถ่ายที่ล้างอัดโดยกระดาษสี โกดัก รอยัล เปเปอร์มายังรายการ

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้านนั้นมีในช่วงแรก (2533 - 2534) จะมีผู้เข้าแข่งขัน 2 คนต่อทีม โดยส่วนมากจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง รวมไปถึงคนดังในแวดวงอื่นๆ ด้วย แต่บางครั้งจะให้ผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้านมาเล่นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทหรือพี่น้องเป็นต้น โดยจะมี 4 ทีมในเกม แต่ในเกมชิงร้อยชิงล้าน (ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 - 15 กันยายน 2536) นั้นมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้เข้าแข่งขันโดยเหลือ 3 ทีม ทีมละ 2 คน (เช่นเดียวกันกับ ชิงร้อยชิงล้าน Super Game) โดยทางรายการจะเชิญดาราที่เป็นเพื่อนสนิท, คู่พระเอก-นางเอก, พ่อ-ลูก, แม่-ลูก ด้วยตามโอกาสของรายการ

ล้านแตก[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้านยุคแรกนั้นเป็นยุคที่ Jackpot แตกมากที่สุดถึง 8 ครั้งด้วยกัน ดังมีรายนามพร้อมคำเฉลยที่ตอบถูกตรงกันต่อไปนี้

ล้านที่ 1[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันคู่แม่-ลูก คือ คุณนรินทร ณ บางช้าง และคุณศศิธร ณ บางช้าง ออกอากาศเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2533 ถือเป็นผู้เข้าแข่งขันคู่แรกที่ทำล้านแตก หลังจากออกอากาศไปได้เพียง 3 เดือน

  1. ของขวัญที่คุณ นรินทร ณ บางช้าง ที่ให้คุณศศิธร ณ บางช้าง ชิ้นล่าสุด คืออะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: สร้อยข้อมือ
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ผ้าตัดเสื้อ, สร้อยคอ, ต่างหู
  2. นักร้องหญิงที่คุณ นรินทร ณ บางช้าง ชื่นชอบคือใคร
  3. คุณ นรินทร ณ บางช้าง มีความใฝ่ฝันอยากเป็นอะไรมากที่สุด
    • คำตอบที่ถูกต้อง: มนุษย์อวกาศ
    • ตัวเลือกอื่นๆ: นักประดาน้ำ, จิตตกร, นายพราน
  4. ถ้าคุณ นรินทร ณ บางช้าง จำเป็นต้องเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง อยากจะเป็นสัตว์อะไรมากที่สุด
    • คำตอบที่ถูกต้อง: เหยี่ยว
    • ตัวเลือกอื่นๆ: สิงโต, ม้า, งูองอาง

ล้านที่ 2[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันทางบ้าน คือ คุณภวายุทธ และคุณวราศิลป์ (คู่ซี้เพื่อน) ออกอากาศเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2533

ล้านที่ 3[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันคู่ย่าหลานในวงการบันเทิง คือ ป้าทอง สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต และ ม.ล. ธิติพันธ์ สุวรรณทัต ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2534

  1. ของหวานที่คุณย่าทองชอบ คือ อะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ไอศกรีมช็อคโกแลต
    • ตัวเลือกอื่นๆ: เต้าทึง, ทองหยอด, ขนมเค้ก
  2. เวลานั่งรถกับหลานชาย คุณย่าทองกลัวอะไรมากที่สุด
    • คำตอบที่ถูกต้อง: รถแก๊ส
    • ตัวเลือกอื่นๆ: รถมอเตอร์ไซค์, รถแท๊กซี่, รถบรรทุก
  3. บทบาทการแสดงที่คุณย่าทองชอบและอยากแสดงมากที่สุด
    • คำตอบที่ถูกต้อง: บทชีวิต
    • ตัวเลือกอื่นๆ: บทผี, บทตลก, บทบู๊
  4. คุณย่าทองจะเอาไข่ไก่ 1 ฟอง มาทำอะไรรับประทาน
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ไข่เจียว
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ไข่ตุ๋น, ไข่ต้ม, ไข่ดาว

ล้านที่ 4[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันคู่ซี้นักมายากล คือ คุณฟิลลิป ไพบูลย์พันธ์ และคุณลิซ่า ไปรพิศ ออกอากาศเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2534

  1. อาหารจานโปรดของคุณลิซ่า คืออะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ต้มจืดผักกาดดอง
    • ตัวเลือกอื่นๆ: น้ำพริกปลาทู, ข้าวผัดรถไฟ, ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ชอบทุกอย่าง
  2. สัตว์อะไรที่คุณลิซ่าเห็นแล้วไม่ชอบเลย
    • คำตอบที่ถูกต้อง: กิ้งกือ
    • ตัวเลือกอื่นๆ: หนู, หนอน, แมลงสาบ
  3. ถ้าสมมติว่า คุณลิซ่าอยากจะซื้อของอะไรให้คุณฟิลลิป
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ทอง
    • ตัวเลือกอื่นๆ: กระเป๋าสตางค์, ดอกบัว, ไพ่
  4. ถ้าล้านแตก คุณลิซ่าจะเอาเงินไปทำอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ซื้อรถ
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ซื้อทอง, ให้แม่, เปิดร้านอาหาร

ล้านที่ 5[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันทางบ้าน คือ คุณดาว และ คุณเดือน (คู่ฝาแฝด) ออกอากาศเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2534

  1. ถ้าคุณเดือนจะซื้อของให้ดาว คุณเดือนจะซื้ออะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ดอกไม้
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ต่างหู, นาฬิกา, เสื้อผ้า
  2. ถ้าให้คุณเดือนมีโอกาสทานอาหารกับคนดัง คุณเดือนจะทานกับใคร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: บรูซ วิลลิส
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ทอม ครุยส์, ริชาร์ด เกียร์, ไมเคิล เจ ฟ็อกซ์
  3. ถ้าสมมติว่า คุณเดือนกำลังนอนหลับอยู่แล้วเกิดไฟไหม้ จะคว้าอะไรก่อน
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ผ้าแพร
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ตุ๊กตา, เสื้อคลุม, กระเป๋าสตางค์
  4. ถ้าล้านแตก คุณเดือนจะเอาเงินไปทำอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ฝากแบงก์
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ให้พ่อแม่, ซื้อรถบีเอ็มดับบลิวสีน้ำเงิน, ไปเที่ยวฝรั่งเศส

ล้านที่ 6[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันคู่ซี้นักกีฬา คือ คุณเขาทราย แกแล็คซี่ และคุณต๋อง ศิษย์ฉ่อย ออกอากาศเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2535

  1. ถ้าพูดถึงคำว่า นกหวีด คุณต๋องจะคิดถึงอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: เสียง
    • ตัวเลือกอื่นๆ: กรรมการ, หมดเวลา, ตำรวจจราจร
  2. ถ้าพูดถึงคำว่า โอลิมปิก คุณต๋องจะคิดถึงอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: กีฬา
    • ตัวเลือกอื่นๆ: เหรียญทอง, บาเซโลนา, คบเพลิง
  3. ถ้าพูดถึงคำว่า คู่ปรับ คุณต๋องจะคิดถึงอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: สตีเฟน เฮนดรี
    • ตัวเลือกอื่นๆ: จอห์น แพรอท, จิมมี่ ไวท์, สตีฟ เดวิด
  4. ถ้าพูดถึงคำว่า ตำรวจ คุณต๋องจะคิดถึงอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ปืน
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ผู้ร้าย, โรงพัก, สีกากี

ล้านที่ 7[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันคู่ซี้นักร้องลูกทุ่ง คือ คุณเอกพจน์ วงศ์นาค และคุณศิรินทรา นิยากร ออกอากาศเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535

  1. ถ้าพูดถึงคำว่า แว่นตา คุณเอกพจน์จะคิดถึงอะไร
  2. ถ้าพูดถึงคำว่า เพลงลูกทุ่ง คุณเอกพจน์จะคิดถึงอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ลูกคอและเสียงเอื้อน
    • ตัวเลือกอื่นๆ: นักร้องและหางเครื่อง, พวงมาลัยและแฟนเพลง, พุ่มพวง ดวงจันทร์
  3. ถ้าพูดถึงคำว่า กระดาษ คุณเอกพจน์จะคิดถึงอะไร
  4. ถ้าพูดถึงคำว่า มะม่วง คุณเอกพจน์จะคิดถึงอะไร
    • คำตอบที่ถูกต้อง: ฝีชนิดหนึ่ง
    • ตัวเลือกอื่นๆ: ผลไม้รสเปรี้ยว, จิ้มน้ำปลาหวาน, ของโปรดของคุณศิรินทรา

ล้านที่ 8[แก้]

เป็นผู้เข้าแข่งขันคู่แม่-ลูก คือ คุณนุสบา ปุณณกันต์ (นุสบา วานิชอังกูร เดิม) และคุณลักษมี วานิชอังกูร ออกอากาศเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2536

รายการชิงร้อยชิงล้าน เคยเกือบจะมอบเงิน 1,000,000 บาท ก่อนที่ นรินทร ณ บางช้าง กับ คุณแม่ พิชิตเงินล้านแรกได้สำเร็จ คือครั้งที่ ทรนง ศรีเชื้อ กับ ดาริน กรสกุล เข้ารอบชิงล้าน ปรากฏว่าในข้อสุดท้ายตอบไม่ตรงกัน และครั้งที่ ฐาปกรณ์ ดิษยนันท์ กับ ณัฐฐา ลอยด์ คู่พิธีกรจากรายการ ท้าพิสูจน์ โดยทั้งคู่ตอบถูกทุกข้อ แต่ปรากฏว่าทางรายการไม่สามารถมอบเงินล้านได้ เนื่องจากทำผิดกติกา ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกัน[ต้องการอ้างอิง]

ฉาก[แก้]

อุโมงค์ของชิงร้อยชิงล้านยุคแรกจะมีความแตกต่างกัน

  • ในช่วงแรกภายในอุโมงค์จะมีเลข 1 และ 0 อยู่ในตัวเลขและประตูทางเข้าเป็นมุมสามเหลี่ยม
  • ต่อมาภายในอุโมงค์เปลี่ยนเป็นตัวเลข 100 และ 1000000 อยู่ด้วย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก) ถัดไป
- 2leftarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)
(17 มกราคม 2533 - 15 กันยายน 2536)
2rightarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน Top Secret