ระเบิดเถิดเทิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระเบิดเถิดเทิง
ระเบิดเถิดเทิง.gif
สัญลักษณ์รายการระเบิดเถิดเทิง
รูปแบบ ซิตคอม / เกมโชว์
วาไรตี้โชว์ (2539)
พิธีกร ดูในบทความ
ต้นกำเนิด ไทย
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ความยาวตอน 85 นาที
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี ททบ.5
ออกอากาศ 7 มกราคม พ.ศ. 2539 – ปัจจุบัน
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการอื่นที่เกี่ยวข้อง ระเบิดเถิดเทิง รุ่น 3, ระเบิดเถิดเทิง ลั่นทุ่ง, ระเบิดเที่ยงแถวตรง
เว็บไซต์ทางการ
http://www.workpoint.co.th/epic1.php?pid=436

ระเบิดเถิดเทิง เป็นรายการซิตคอมควบคู่กับเกมโชว์ ซึ่งผลิตโดยบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทางช่อง 5 ปัจจุบันออกอากาศเวลา 12:35-14:00 น. ทุกวันอาทิตย์ มี ภาณุพันธ์ ครุฑโต (พัน) เป็นพิธีกรหลักช่วงเกมโชว์ รายการระเบิดเถิดเทิงออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2539 และยังออกอากาศมาถึงปัจจุบัน

รูปแบบรายการ[แก้]

ในระยะแรก ระเบิดเถิดเทิงมีรูปแบบเป็นรายการวาไรตี้ มีการแสดงตลก และดนตรี ตลอดจนการแสดงความสามารถของดารารับเชิญ (เรียกว่า ระเบิดรับเชิญ) ในรายการ อีก 3 เดือนต่อมา ระเบิดเถิดเทิงได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นละครซิตคอม ควบคู่กับเกมโชว์ อันเป็นรูปแบบปัจจุบันของรายการ

สำหรับส่วนซิตคอมนั้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับชุมชนของคนในซอยเถิดเทิง ชุมชนแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่มี เท่ง (เท่ง เถิดเทิง) กับ โหน่ง (โหน่ง ชะชะช่า) เป็นนักเลงคุมซอย แต่ละตอนมักมีนักแสดงรับเชิญมาร่วมแสดงกับนักแสดงประจำ และมาร่วมเล่นเกมในช่วงท้าย ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ระเบิดเถิดเทิงออกอากาศถึงปัจจุบัน ช่วงซิตคอมระเบิดเถิดเทิงได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหา และตัวละครอยู่เรื่อย ๆ

การออกอากาศ[แก้]

สถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศ วัน เวลา ช่วงระหว่าง
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 อาทิตย์ 10.00 น. - 11.00 น. 7 มกราคม 2539 - 31 มีนาคม 2539
อาทิตย์ 16.00 น. - 17.00 น. 7 เมษายน 2539 - 28 ธันวาคม 2540
จันทร์ 22.00 น. - 23.00 น. 5 มกราคม 2541 - 30 มีนาคม 2541
เสาร์ 15.00 น. - 16.00 น. 4 เมษายน 2541 - 26 กันยายน 2541
อาทิตย์ 14.00 น. - 15.00 น. 4 ตุลาคม 2541 - 26 ธันวาคม 2547
อาทิตย์ 14.00 น. - 16.00 น. 2 มกราคม 2548 - 25 ธันวาคม 2548
อาทิตย์ 14.00 น. - 15.30 น. 1 มกราคม 2549 - 31 ธันวาคม 2549
อาทิตย์ 14.00 น. - 15.10 น. 7 มกราคม 2550 - 28 ธันวาคม 2551
อาทิตย์ 14.00 น. - 15.00 น. 4 มกราคม 2552 - 27 ธันวาคม 2552
อาทิตย์ 14.00 น. - 15.25 น. 3 มกราคม 2553 - 26 ธันวาคม 2553
อาทิตย์ 13.55 น. - 15.20 น. 2 มกราคม 2554 - 25 ธันวาคม 2554
อาทิตย์ 12.00 น. - 13.25 น. 1 มกราคม 2555 - 30 ธันวาคม 2555
อาทิตย์ 12.35 น. - 14.00 น. 6 มกราคม 2556 - ปัจจุบัน
ช่องHAYHA ทรูวิชั่นส์ (พ.ศ 2543) จันทร์-อังคาร-พุธ จันทร์-อังคาร 20.00 น. - 21.00 น. (Rerun 02.00 น. , 08.00 น. , 14.00 น.)
อังคาร-พุธ 23.00-24.00 น. (Rerun 5.00 น. , 11.00 น. , 17.00 น.)
20 เมษายน 2552 - 28 เมษายน 2553
ช่อง WorkpointTV (Classic) เสาร์ 11.00-12.00 น. (Rerun วันจันทร์ เวลา 10.30-11.30น.) 1 มกราคม 2555 - 31 มีนาคม 2557
ช่อง 6 (Classic) ศุกร์ 10.00-11.00 น. (Rerun เวลา 18.35 และ 2.00 น.) 11 เมษายน 2557 - ปัจจุบัน

ช่วงของรายการ (7 มกราคม 2539 - 31 มีนาคม 2539)[แก้]

สัญลักษณ์รายการระเบิดเถิดเทิง

ระเบิดเถิดเทิงระหว่างวันที่ 7 มกราคม 2539 ถึง 31 มีนาคม 2539 เป็นลักษณะของรายการวาไรตี้ ซึ่งมีช่วงต่าง ๆ ดังนี้

ฮาระเบิด[แก้]

เป็นการแสดงตลกของคณะตลก ซึ่งมีคณะตลกหลักเป็นคณะของหม่ำ จ๊กมก ที่นอกจากจะเล่นตลกในช่วงนี้แล้ว ยังมีหน้าที่เป็นพิธีกรประจำช่วงด้วย

ดังระเบิด[แก้]

เป็นการแสดงดนตรีของวงดนตรี หรือเป็นการแสดงจากดาราซึ่งเป็นระเบิดรับเชิญในสัปดาห์นั้น ช่วงแรกนี้ มีธงชัย ประสงค์สันติ และวงสามโทน เป็นพิธีกรประจำช่วง

ระเบิดรับเชิญ[แก้]

เป็นช่วงการสัมภาษณ์แขกรับเชิญที่ร่วมเล่นละครในแต่ละสัปดาห์ พร้อมกับตอบจดหมายจากทางบ้าน โดยจะปรากฏหลังจากละครได้เล่นจบตอนลง

สำหรับช่วงของรายการระเบิดเถิดเทิงหลังจากนี้ ดูได้ในบทความที่เกี่ยวข้อง

แขกรับเชิญที่มาในยุควาไรตี้โชว์

7 มกราคม 2539 ตลกคณะหม่ำ จ๊กมก - สามโทน - สิริยากร พุกกะเวส

14 มกราคม 2539 ตลกคณะเอ็ดดี้ ผีน่ารัก - โจอี้ บอย - เกริกพล มัสยวานิช

21 มกราคม 2539 ตลกคณะยาว อยุธยา - แบล็กเฮด - ฟ้ารุ่ง ชารีรักษ์

28 มกราคม 2539 ตลกคณะดู๋ ดอกกระโดน - นครินทร์ กิ่งศักดิ์ - น้ำฝน โกมลฐิติ

4 กุมภาพันธ์ 2539 ตลกคณะหม่อมเหยินหม่อมเอ็ม - ซิสเต็มโฟร์ - ชฎาพร รัตนากร

11 กุมภาพันธ์ 2539 ดี๋ ดอกมะดัน - คาราบาว - ไมเคิล พูพาร์ต

โลโก้รายการ[แก้]

ซิตคอม ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2539 - 27 กันยายน 2552[แก้]

เรื่องย่อ[แก้]

ตัวละคร[แก้]

ดูบทความที่ รายชื่อตัวละครในระเบิดเถิดเทิง

12 ปี ระเบิดเถิดเทิง[แก้]

ฉลองครบรอบ 12 ปี ของรายการระเบิดเถิดเทิงด้วยความพิเศษ คือ มี 12 นางเอกมาร่วมแสดงในแต่ละตอน เริ่ม 1 กุมภาพันธ์ 2552 และสิ้นสุดในวันที่ 12 เมษายน 2552 โดยในแต่ละตอนจะมี 1 นางเอก มาร่วมรายการ แต่มีตอน ท้องสองสองท้อง เพียงตอนเดียว ที่มีถึง 2 นางเอก[1] และตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ได้เพิ่มเป็น 12 หนุ่มสุดฮ็อต ตั้งแต่วันที่

เกมโชว์[แก้]

ผู้ดำเนินรายการ[แก้]

  • ผู้ดำเนินรายการร่วม
    • เท่ง เถิดเทิง (เริ่มเป็นครั้งแรก 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)
    • โหน่ง ชะชะช่า (เริ่มเป็นครั้งแรก 3 ตุลาคม พ.ศ. 2542 และรับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการหลักเป็นการชั่วคราวในช่วงวันที่ 4 พฤษภาคม - 25 พฤษภาคม 2557 เนื่องจากยังไม่มีคนมารับหน้าที่)
    • บริบูรณ์ จันทร์เรือง (เริ่มเป็นครั้งแรก 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553)

เกม[แก้]

วางระเบิด[แก้]

เกมนี้ถือกำเนิดเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 6 ตุลาคม 2539 จนถึง 13 กันยายน 2552 โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่หลายครั้ง

แบบแรก 6 ตุลาคม 2539 - 29 มิถุนายน 2540 จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 4 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 3 ท่าน ได้แก่ (ยุคแรก หม่ำ หนู กิ๊ก ยุคที่สองหม่ำ หนู ไทด์ ยุคที่สาม หม่ำ หนู เด๋อ) (ยกเว้นตั๊ก มยุรา เศวตศิลา (พิธีกรหลัก)) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 4 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 18 ลูก (ในช่วงแรกมยุราจะไม่มีลูกระเบิด) แต่ทว่าตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 - 29 มิถุนายน 2540 ทั้ง 4 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของตั๊ก มยุรา (พิธีกรหลัก) โดยที่ตั๊ก มยุราเริ่มมีลูกระเบิดเป็นของตัวเองแล้ว หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด)

แบบที่สอง 5 กรกฎาคม - 26 ตุลาคม 2540 รูปแบบเกมและการเลือกป้ายจะเหมือนแบบแรกทุกประการ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการเปิดป้ายยางยืดมาเป็นดึงแท่นระเบิด

แบบที่สาม 2 พฤศจิกายน 2540 - 26 กันยายน 2542 กลับมาใช้รูปแบบแรกอีกครั้งเพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือ จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 5 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 4 ท่าน ได้แก่ (ยุคแรก หม่ำ หนู เด๋อ เท่ง ยุคที่สองหม่ำ เท่ง เด๋อ แดนนี่) (ยกเว้นตั๊ก มยุรา (พิธีกรหลัก)) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 5 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของตั๊ก มยุรา(พิธีกรหลัก) (แต่ในช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2541 - 26 กันยายน 2542 ลูกระเบิดจะลดลงเหลือ 14 ลูก และอีก 1 ลูกเป็นของตั๊ก มยุรา(พิธีกรหลัก)) หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด)

แบบที่สี่ 3 ตุลาคม 2542 - 26 มกราคม 2546 รูปแบบเหมือนแบบที่สามแต่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยคือ จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 6 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 5 ท่าน ได้แก่ หม่ำ เท่ง โหน่ง เด๋อ แดนนี่ (ยกเว้นพิธีกรหลัก) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 6 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของพิธีกรหลัก หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด)

แบบที่ห้า 2 มกราคม 2548 - 13 กันยายน 2552 รูปแบบเหมือนแบบที่สี่ แต่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยคือ จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 8 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 7 ท่าน (ยกเว้นพิธีกรหลัก) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 8 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของพิธีกรหลัก หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด) (แต่ในช่วงวันที่ 7 มกราคม 2550 - 13 กันยายน 2552 จะต้องเลือกป้ายให้พิธีกรทั้งหมด 6 ท่าน และเลือกให้ตัวเอง จนเหลือ 1 แผ่นป้าย โดยแผ่นป้ายนั้นเป็นบอมหมู่คือผู้เล่นทุกคนเข้าโดมทั้งหมดยกเว้นพิธีกรหลัก)

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2539 - 13 กันยายน พ.ศ. 2552 เกมวางระเบิด จะอยู่ในรูปแบบของการเปิดแผ่นป้าย โดยในช่วงวันที่ 1 กันยายน 2539 - 26 ตุลาคม 2540 จะมีจำนวน 4 แผ่นป้าย (แต่ในช่วงนี้ อาจสลับกับการดึงแท่นระเบิดบ้าง) ช่วงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2540 - 16 กุมภาพันธ์ 2541 จะมีจำนวน 5 แผ่นป้าย ช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2541 - 31 ตุลาคม 2542 มี 5 แผ่นป้ายเหมือนเดิม แต่ลดลูกระเบิดเหลือ 14 ลูก (แต่พิธีกรจะมีลูกระเบิดของตัวเองอยู่แล้ว 1 ลูก รวมเป็น 15 ลูก) ช่วงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2542 - 26 มกราคม 2546 จะมี 6 แผ่นป้าย และกลับมาเพิ่มลูกระเบิดเป็น 17 ลูก (รวมของพิธีกรหลักอีก 1 ลูก เป็น 18 ลูก) และในวันที่ 2 มกราคม 2548 - 13 กันยายน 2552 จะมี 8 แผ่นป้าย และจะให้แขกรับเชิญเป็นคนเลือกว่าจะให้แผ่นป้ายนั้นๆกับผู้เล่นเกมคนไหนหรือว่าให้กับตัวเองโดยจะไล่ไปตั้งแต่แผ่นแรกถึงแผ่นสุดท้าย อย่างไรก็ตามในปี 2539-2541 จะมีการหลอกป้ายระเบิดเช่นผู้ที่เลือกป้ายแล้วได้ระเบิด 1-2 ลูกแต่พิธีกรผิดสังเกตว่าลูกระเบิดทั้งหมดยังไม่ครบจำนวนและพิธีกรตรวจดูและปรากฏว่าภายในแผ่นป้ายมีสติ๊กเกอร์ติดอยู่ซึ่งจะมีลูกระเบิดที่มีจำนวนมากเช่นผู้ที่เล่นเกมได้ 1 ลูกเมื่อพิธีกรเปิดสติ๊กเกอร์เจอลูกระเบิดทั้ง 11 ลูกหมายความว่าผู้ที่เล่นเกมได้จำนวนระเบิดถึง 12 ลูกนั่นเอง แต่ในบางครั้งจะใช้โลโก้สัญลักษณ์ของรายการครึ่งรูปเป็นลูกระเบิดหลอกด้วย

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 12 กรกฎาคม 2552 ในช่วง 12 ปีระเบิดเถิดเทิง พิธีกรในรายการ (แอน สิเรียม) จำเป็นจะต้องเลือกแผ่นป้ายด้วย (ในแผ่นป้ายทั้ง 8 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดอยู่ทั้งหมด 18 ลูก) และได้ตามจำนวนระเบิดในแผ่นป้ายนั้น (จากเดิมมี 1 ลูกแน่นอน) รวมถึงมีรูปภาพของคุณสิเรียมในแผ่นป้ายบอมหมู่ด้วย แต่อย่างไรก็ตามกฎกติกายังคงเดิมอยู่

ในช่วงปี 2546 ได้ใช้เกม แคปซูลระเบิด การเลือกแผ่นป้ายในรอบวางระเบิดนี้ จะมีแผ่นป้าย 6 แผ่นป้าย ด้านหลังจะมีระเบิด 1 ลูก 2 แผ่นป้าย และระเบิด 2-5 ลูกอย่างละ 1 แผ่นป้าย ทั้งนี้ แผ่นป้ายแต่ละป้ายจะมีค่าเป็นจำนวนแคปซูลที่จะระเบิดในรอบถัดไป (เช่นเปิดได้ 1 ลูก แคปซูลจะระเบิด 1 แคปซูล)

ถอดสลักระเบิด[แก้]

ในยุคแรก ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน - 29 กันยายน 2539 จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 18 แผ่นป้าย โดยมีป้ายดารารับเชิญ 9 ป้าย ป้ายพิธีกร(หม่ำ หนู กิ๊ก) อย่างละ 3 ป้ายทุกคนโดยไม่มีพิธีกรหลัก (ตั๊ก มยุรา)

รูปแบบแรก (7 เมษายน 2539 - 26 กันยายน 2542) ในเกมถอดสลักระเบิดจะมีแผ่นป้ายทั้ง 18 แผ่นป้าย (แต่ช่วงระหว่าง 23 กุมภาพันธ์ 2541 - 26 กันยายน 2542 มีแผ่นป้ายลดลงเหลือ 15 แผ่นป้าย) ซึ่งแต่ละป้ายเป็น รูปภาพของผู้เล่นเกมคนนั้นๆตามจำนวนลูกระเบิดที่แต่ละคนสะสมไว้ในเกมวางระเบิด (เช่น พิธีกร มีระเบิด 1 ลูก จะมี 1 แผ่นป้าย, แขกรับเชิญมีระเบิด 2 ลูก จะมี 2 แผ่นป้าย เป็นต้น) โดยแขกรับเชิญจะเลือกแผ่นป้ายมา 1 แผ่นป้าย ถ้าเปิดป้ายเจอรูปภาพใบหน้าของผู้ร่วมเล่นเกมคนใดคนหนึ่ง ผู้นั้นจะต้องเข้าไปในตู้ระเบิด ทั้งนี้ ถ้าหากเปิดได้แผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายบวก (แผ่นป้ายเครื่องหมายบวกจะมีอยู่ในแผ่นป้ายของผู้เล่นเกมทุกคน คนละ 1 แผ่นป้ายแน่นอน ยกเว้นพิธิกรหลัก และแผ่นป้ายบวกเริ่มมีครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2539) แขกรับเชิญจะต้องเลือกแผ่นป้ายอีก 1 ป้ายด้วยกัน ถ้าเป็นรูปผู้ร่วมเล่นเกมคนใด ก็ต้องเข้าตู้ระเบิดไปด้วยกัน แต่ถ้าหากยังเจอรูปของผู้ร่วมเล่นเกมที่มีเครื่องหมายบวกอีก ก็จะต้องเลือกแผ่นป้ายไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอรูปของผู้ร่วมเล่นเกมที่ไม่มีเครื่องหมายบวก และจะเข้าตามจำนวนคนที่ถูกเปิดแผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายบวกติดต่อกัน (ทั้งนี้ หากเปิดได้แผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายบวก แล้วแผ่นป้ายต่อมายังเป็นผู้เล่นเกมคนเดิม ผู้เล่นเกมคนนั้นจะเข้าตู้ระเบิดครั้งเดียว ไม่ว่าจะเปิดได้บวกรูปตัวเองกี่ครั้งก็ตาม) หลังจากเปิดแผ่นป้ายเรียบร้อยแล้ว แขกรับเชิญจะได้เลือกสลักระเบิดซึ่งจะมีทั้งหมด 5 สลักด้วยกัน โดยผู้ที่เข้าโดมระเบิดจะต้องดึงสลักนั้นออกมา ถ้าโดมระเบิดนั้นไม่ระเบิด (คือไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือ มีดอกไม้ ,กระดาษสีร่วงลงมา) เกมจะดำเนินต่อไปในลักษณะเดียวกันจนกว่าโดมระเบิดนั้นจะระเบิด (ซึ่งถ้าระเบิด ก็จะมีแป้งร่วงลงมาใส่ผู้ที่อยู่ในตู้นั้น) ทั้งนี้ หากแขกรับเชิญเปิดเจอป้ายรูปใบหน้าของตนเอง และต้องเข้าไปอยู่ในโดมระเบิด หากดึงสลักระเบิดแล้วไม่เกิดการระเบิดขึ้น ในช่วงวันที่ 7 เมษายน - 29 กันยายน 2539 ไม่มีการแจกรางวัลเนื่องจากยังไม่มีผู้สนับสนุนในช่วงนั้น และในภายหลัง 6 ตุลาคม 2539 มีผู้สนับสนุนเกิดขึ้น จึงแจกทองคำหนัก 1 บาท ในทุกครั้งที่เข้าตู้แล้วไม่โดนระเบิด และไม่ว่าจะไม่ได้เข้าโดมระเบิด หรือเข้าโดมแต่ไม่โดนระเบิด ก็จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากผู้สนับสนุนรายการมอบให้ด้วย

รูปแบบที่ 2 (3 ตุลาคม 2542 - 8 เมษายน 2544) จะมีกฎกติกาแบบเดิมอยู่แต่ว่ามีแผ่นป้ายบอมหมู่ ซึ่งป้ายบอมหมู่นั้นเป็นป้ายที่ผู้ที่เล่นเกมทั้งหมดรวมทั้งแขกรับเชิญแต่ยกเว้นพิธีกรหลัก (มยุรา) คนเดียวต้องเข้าไปในตู้ระเบิด หากไม่โดนระเบิด แขกรับเชิญก็ได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดียวกับเข้าคนเดียว แต่ถ้าเลือกสลักระเบิดแล้วโดนระเบิดแป้งก็จะไม่ได้รับรางวัลแต่อย่างใด และจะมีแผ่นป้ายรูปของแขกรับเชิญถือรูปภาพเงาสีดำ ซึ่งแขกรับเชิญจะสามารถเลือกพิธีกรเพื่อเข้าไปในตู้ระเบิดด้วยได้อีก 1 คนตามใจชอบ โดยไม่ต้องเลือกแผ่นป้าย นอกจากนั้น ผู้ร่วมเล่นเกมคนอื่นๆ ยกเว้นพิธีกรหลัก และดารารับเชิญ หากมีระเบิดสะสมเพียง 1 ลูก ผู้ร่วมเล่นเกมคนนั้นๆจะไม่มีแผ่นป้ายบวก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านที่มาจากการส่งไปรษณียบัตรที่ทายว่าใครจะโดนระเบิดได้ลุ้นเงินรางวัล 500,000 บาท ในกรณีที่ผู้เล่นที่ถูกทายว่าจะโดนระเบิดมีระเบิดเพียง 1 ลูก (ทั้งแผ่นป้ายบอมหมู่และเงาสีดำ มาแทนแผ่นป้ายบวกของดารารับเชิญ)

รูปแบบที่ 3 (15 เมษายน 2544 - 26 มกราคม 2546) ใช้กฎกติกาเหมือนเดิมและยกเลิกป้ายบอมหมู่กลับมาใช้ป้ายบวกอีกครั้งโดยใช้กติกาเดียวกันกับรูปแบบแรก

รูปแบบที่ 4 (2 มกราคม 2548 - 31 ธันวาคม 2549) จะมีกฎกติกาดังนี้เมื่อเจอป้ายบวกนั้นแขกรับเชิญจะให้เลือก 1 จาก 6 แผ่นป้ายด้วยกันซึ่งแผ่นป้ายนั้นจะมีรูปใบหน้าของนักแสดงในซอยเถิดเทิง (ยายชา, เฉี่อย, ถนอม ภายหลังเพิ่ม ทีน, สุรเชษฐ์ และเอกพันธ์ ก่อนที่ทั้ง ทีนและเอกพันธ์จะมาเป็นพิธีกรร่วม) ถ้าแขกรับเชิญเข้าตู้แล้วถอดสลักแล้วไม่ระเบิด ก็จะได้รับทองคำหนัก 1 บาท (ภายหลังปรับเปลี่ยนมาเป็นทองคำมูลค่า 10,000 บาท แทนเนื่องจากในช่วงที่ราคาทองคำมีมูลค่าสูงกว่า 10,000 บาท)

รูปแบบที่ 5 (7 มกราคม 2550 - 28 ธันวาคม 2551) ได้ถูกยกเลิกแผ่นป้ายบวกและกลับไปใช้ป้ายบอมหมู่อีกครั้งโดยถ้าแขกรับเชิญเข้าไปในตู้ระเบิด (ไม่ว่าจะเป็นป้ายเดี่ยวหรือบอมหมู่ก็ตาม) แล้วไม่โดนระเบิดจะได้รับทองคำมูลค่า 10,000 บาท

รูปแบบสุดท้าย (1 กุมภาพันธ์ 2552 - 20 กันยายน 2552) ยังคงใช้กติกาเดิมอยู่แต่สลักระเบิดจะถูกลดเป็น 3 สลัก (จากเดิม 5 สลัก)

สำหรับในช่วง 12 ปีระเบิดเถิดเทิง (1 กุมภาพันธ์ 2552 - 12 กรกฎาคม 2552) ทางรายการได้ให้ผู้ชมทางบ้านส่งไปรษณีย์บัตรให้ทายว่าใครจะโดนระเบิดแป้งในสัปดาห์นั้นที่ออกอากาศทั้งนี้ผู้ที่ได้จับรางวัลได้รับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องปรับอากาศ และถ้าผู้ที่ถูกจับรางวัลทายถูกจะได้รับรางวัลทองคำมูลค่า 10,000 บาท ไปด้วย โดยในเกมช่วง 12 ปีระเบิดเถิดเทิงจะให้พิธีกรเลือกแผ่นป้ายกันเองในลักษณะ เปิดต่อกัน (คนที่มีลูกระเบิดสะสมมากที่สุดจะได้เลือกก่อน จากนั้นคนที่ออกมาจากตู้จะเป็นคนเลือกคนถัดไป เช่นเดียวกันการเล่นเกมในช่วงปีใหม่)

ทั้งนี้ถ้าแขกรับเชิญไม่โดนระเบิดแป้ง จนมีผู้เล่นเกมคนอื่นหรือพิธีกรหลักโดนระเบิดแป้ง (ไม่ว่าแขกรับเชิญคนนั้นจะได้เข้าไปในตู้ระเบิดหรือไม่ก็ตาม) แขกรับเชิญก็จะได้รับรางวัลพิเศษจากทางรายการ (แบบแรกวันที่ 7 เมษายน 2539 - 14 เมษายน 2539 จะเป็นกล้องถ่ายวิดีโอ (ถ้าไม่โดนระเบิด) พร้อมกับบัตรที่พักรีสอร์ทหินสวยน้ำใส (โดนระเบิดหรือไม่ก็ตาม) แบบที่สอง 21 เมษายน 2539 จะเป็นเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง (ถ้าไม่โดนระเบิด) พร้อมกับบัตรที่พักหินสวยน้ำใสแจกร่วมด้วย (ถ้าไม่โดนระเบิด) (ช่วงวันที่ 21 เมษายน - 20 ตุลาคม 2539) และบัตรที่พัก โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง ภูอิง เมืองเชียงใหม่ แจกร่วมด้วย (ถ้าไม่โดนระเบิด) (ช่วงวันที่ 1 ธันวาคม - 29 ธันวาคม 2539 และ 19 มกราคม 2540 - 28 กันยายน 2540) แบบที่สาม 5 ตุลาคม 2540 - 28 ธันวาคม 2540 เป็นบัตรที่พักพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แบบที่สี่ 12 มกราคม 2541 - 30 พฤษภาคม 2541 เป็นเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่องพร้อมบัตรที่พัก แบบที่ห้า 6 มิถุนายน 2541 - 21 มีนาคม 2542 เป็นบัตรที่พัก(ไม่ว่าจะโดนระเบิดหรือไม่ก็ตาม)พร้อมกับเครื่องเสียง 1 ชุด (ถ้าไม่โดนระเบิด) แบบที่หก 28 มีนาคม 2542 - 25 มิถุนายน 2543 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากฟิลิปส์ แบบที่เจ็ด 2 กรกฎาคม 2543 - 26 มกราคม 2546 , 2 มกราคม 2548 - 31 ธันวาคม 2549 เป็นเครื่องซักผ้าอีฟและบางครั้งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชุดใหญ่จากอีฟ และแบบที่แปดแบบสุดท้าย 7 มกราคม 2550 - 13 กันยายน 2552 ได้เปลี่ยนเป็นเครื่องปรับอากาศอีมีเน้นท์) ด้วยกันแต่ถ้าแขกรับเชิญโดนระเบิดก็จะไม่ได้รางวัลพิเศษอย่างใด

แคปซูลระเบิด[แก้]

นับตั้งแต่เทปที่ออกอากาศวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 จนถึง 26 ธันวาคม 2547 ได้มีการยกเลิกเกมถอดสลักระเบิดชั่วคราวมาเป็น แคปซูลระเบิด โดยในรอบนี้จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 18 แผ่นป้าย ซึ่งจะมีรูปภาพใบหน้าของพิธีกร,ดารารับเชิญ รวมไปถึงนักแสดงในซอยเถิดเทิง โดยดารารับเชิญจะต้องเลือกแผ่นป้ายทั้งหมด 6 แผ่นป้ายเพื่อให้เลือกคนเข้าไปในแคปซูล จากทั้งหมด 6 ตู้ (โดยแผ่นป้ายแรกจะเข้าแคปซูลแรก แผ่นป้ายที่ 2 จะเข้าแคปซูลที่ 2 ไปเรื่อยๆจนครบ 6 แผ่นป้าย) หลังจากเลือกแผ่นป้ายเสร็จแล้ว พิธีกรหรือผู้เล่นเกมจะสับคัตเอาท์ที่อยู่กลางเวที และแคปซูลจะระเบิดตามที่ได้มีการวางระเบิดในช่วงก่อนหน้านี้

ถ้าดารารับเชิญเปิดเจอรูปภาพของตัวเอง ก็ต้องเข้าไปอยู่ในแคปซูล และถ้าหากแคปซูลไม่ระเบิดจะได้รับทองคำหนัก 1 บาท และจะได้รับของรางวัลเป็นเครื่องซักผ้าจากอีฟ แต่ถ้าหากโดนระเบิด จะไม่ได้รับรางวัลพิเศษใดๆเลย (หากดารารับเชิญไม่ได้เข้าไปอยู่ในแคปซูล จะได้รับเครื่องซักผ้าโดยอัตโนมัติ)

เกมนี้ใช้จนกระทั่งถึงเทปออกอากาศวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้รูปแบบเกมถอดสลักระเบิดเช่นเดิมในคราวถัดไป

ละครซิตคอมย่อยในรายการ[แก้]

ซิตคอมสั้นทั้งหมด[แก้]

รายการ ออกอากาศ รายละเอียด
สามตอเม้าท์แตก (2548) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละคร 3 คนคือ
ตุ่ม (แดนนี่ ศรีภิญโญ) เต่า (นิลุบล อมรวิทวัส) และ เตี้ย (วนิดา แสงสุข)
ที่พบปะเจอกันเป็นประจำที่สถานเสริมสวยแห่งหนึ่ง
วอลล์ เพื่อนกัน อะไรเอ่ย
คำถามคู่หูกับ Qoo อะไรเอ่ย
คำถามอะไรเอ่ยกับน้ำส้มสแปลช
(2545 - 2546)
(2546 - 2548)
(2548 - 2551) , (2552 - 2553)
เป็นช่วงต่อจากการวางระเบิด โดยเหตุการณ์จะอยู่ในร้านน้ำส้มสแปลช
(ในอดีตคือ Qoo และไอศกรีม วอลล์) ซึ่งมีอาร์ม (พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์) เชฟ และอิ้งค์เป็นคนในร้านนี้
มีลูกค้าเจ้าประจำก็คือ เท่ง กับ โหน่ง (แต่บางตอนจะมีเอก, ไข่, แม็ก มาอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย) โดยมักจะคำถามอะไรเอ่ยด้วยกันเสมอ ๆ
คอยหาทางตั้งคำถามเพื่อหวังจะดื่มน้ำส้มสแปลชฟรี และกวนประสาทพนักงาน แต่มักลงท้ายด้วยความล้มเหลวของเท่งและโหน่งเป็นประจำ
เพื่อนซี้ตีสอง (2548 - 23 พฤศจิกายน 2551) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละคร 3 คน คือ ถั่ว (ถั่วแระ เชิญยิ้ม)
คนเก็บของเก่า นก (วนิดา แสงสุข) นักร้องคาเฟ่ที่เพิ่งเลิกงาน กับ หว่าง (เต๋อ เชิญยิ้ม) ยาม
ที่พบปะเจอกันเป็นประจำที่ป้ายรถเมล์ตอนตี 2 โดยเนื้อเรื่องมักจะจบลงที่การหักมุม
ต่อมาเพิ่มและปรับตัวละครอีกคือ อ่าง (อ่าง เถิดเทิง) คนขายโรตีที่จะพักอยู่ในซอยเถิดเทิง, ปู (ปู พันหน้า) คนขายอาหารติ่มซำ, สุรเชษฐ์ เอก ไข่, ยามโทนี่ (ท๊อฟฟี่ ตลกหกฉาก) ยามที่ทำหน้าที่แทนหว่างชั่วคราว, จ่าพัน (ภาณุพันธ์ ครุฑโต) , และ เท่ง กับ โหน่ง โดยทำหน้าที่โชว์ลิเกกลางป้ายรถเมล์
แผงลอยคอยเก้อ (30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 - 27 กันยายน 2552) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละคร 4 คนคือบัวไร (รุ้งรดา เบญจมาธิกุล) ซึ่งค้าขายแผงลอย จ่าพัน (ภาณุพันธ์ ครุฑโต) ที่ตรวจตราที่แห่งนี้ มหา (เด๋อ ดอกสะเดา) และตุ๊กกี้จัง (ตุ๊กกี้ สามช่า) ไฮโซขี้โอ่ชอบขายของที่แพงและชอบโกงลูกค้าที่พบปะเจอกันที่ป้ายรถเมล์ตอนกลางวันโดยจบที่ความล้มเหลวของตุ๊กกี้จัง
ต่อมาได้ปรับเพิ่มตัวละครคือ ตู่ (นุ้ย เชิญยิ้ม) หมอดูประจำป้ายรถเมล์
ประชุมมุก (กุมภาพันธ์ 2553 - 2554) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของเท่งและโหน่ง ในห้องประชุมของบริษัท เพื่อประชุมเรื่องมุก,บทที่จะเล่นในละคร
ยิ้มออนไลน์ (7 เมษายน 2556 - 5 มกราคม 2557) เป็นช่วงต่อจากช่วงลุ้นระเบิด(ตั้งแต่ 7 เมษายน 2556 - ประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2556) แต่ช่วงใหม่เปลี่ยนไปอยู่เป็นช่วงก่อนจบละครซิตคอม 1 ช่วง (ตั้งแต่ ประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2556 - 5 มกราคม 2557) เป็นชิตคอมสั้นๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ของเท่ง,โหน่งและซีน (ปัณณ์ญาณัช จิรโรจน์ธนเกษม) ในร้านกาแฟ
ซีพี อีซี่ สแน็ค แจกยิ้ม (2 กุมภาพันธ์ 2557 - ปัจจุบัน) เป็นช่วงก่อนจบละครซิตคอม 1 ช่วง เป็นชิตคอมสั้นๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ของเท่ง,โหน่งและแอนนี่ (สรารัตน์ แซ่จิ๋ว) ในร้านอาหารซีพี

ระเบิดเถิดเทิง วันหยุด[แก้]

เป็นรายการพิเศษของระเบิดเถิดเทิง โดยจะเสนอเรื่องราวในตอนพิเศษที่เพิ่มเติมจากเรื่องราวปกติ หรือ เสนอภาพเหตุการณ์ที่น่าสนใจของตอนที่ออกอากาศไปแล้วนำมาเสนออีกครั้ง และตัดช่วงเกมออก

เถิดเทิงอวอร์ด[แก้]

เป็นช่วงที่ทางรายการเพิ่มเติมมา โดยเป็นการร่วมสนุกโดยให้ผู้ชมทางบ้านเขียนชื่อนักแสดงรับเชิญและชื่อตอนที่ชื่นชอบ ลงบนไปรษณียบัตรพร้อมสโลแกนของนมสดยี่ห้อหนองโพ โดยจะแบ่งการจับรางวัลเป็น 3 แบบ

  • แบบที่ 1 จับรางวัลทุกสัปดาห์จะเป็นการจับราวัลเพื่อรับผลิตภัณฑ์
  • แบบที่ 2 จับราวัลทุกสิ้นเดือน เพื่อรับรางวัลทองคำมูลค่า 1 บาท
  • แบบที่ 3 จับรางวัลทุก 6 เดือน โดยจะนำกล่องเปล่าที่เขียนรายชื่อนักแสดงและชื่อตอน มารวบรวมและแบ่งประเภทตามชื่อนักแสดงที่โหวต โดยดารารับเชิญที่มีคะแนนโหวตสูงสุดจะทำการจับรางวัล ซึ่งดาราที่ได้รับการโหวต และผู้โชคดีที่ร่วมโหวตจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท

อย่างไรก็ดี รางวัลเถิดเทิงอวอร์ด ได้เปลี่ยนการมอบรางวัล เป็นเงินรางวัล 10,000 บาท ให้กับผู้โชคดีในทุกสัปดาห์แทน และผู้โชคดีที่ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท อาจจะไม่ได้โหวตเรื่องที่ได้คะแนนสูงที่สุดเสมอไป

และในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2550 ได้เปลี่ยนชื่อช่วงเป็น "เถิดเทิงโดนใจ สไตล์กาแฟมอคโคน่า ทรีโอ" โดยให้ให้ผู้ชมทางบ้านเขียนชื่อนักแสดงรับเชิญและชื่อตอนที่ชื่นชอบ ลงบนไปรษณียบัตรพร้อมสโลแกนของกาแฟมอคโคน่า ทรีโอ โดยจะจับรางวัลทุกสัปดาห์ ผู้โชคดีจะได้รับทองคำมูลค่า 10,000 บาทพร้อมกิ๊ฟเซตจากผลิตภัณฑ์ เมื่อครบ 6 เดือนจะทำการประกาศผล และมอบรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทให้กับดาราที่ได้การโหวตสูงสุด และผู้โชคดีทางบ้าน

ไม่มีการจัดเถิดเทิงอวอร์ดตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2550

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

เท่ง เถิดเทิง ขณะขึ้นรับรางวัล
  • Asian Television Awards 2007 นักแสดงรายการตลกฝ่ายชายยอดเยี่ยม (Best Comedy Permance by an Actor) โดย เท่ง เถิดเทิง
  • Asian Television Awards 2008 รางวัล Highly Commended สาขา BEST COMEDY PROGRAMME
  • Asian Television Awards 2008 นักแสดงรายการตลกฝ่ายชายยอดเยี่ยม (Best Comedy Permance by an Actor) โดย โหน่ง ชะชะช่า
  • Asian Television Awards 2009 นักแสดงรายการตลกฝ่ายชายยอดเยี่ยม (Best Comedy Permance by an Actor) โดย โหน่ง ชะชะช่า

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า ระเบิดเถิดเทิง ถัดไป
ยังไม่มี 2leftarrow.png ระเบิดเถิดเทิง
(7 มกราคม 2539 - 27 กันยายน 2552)
2rightarrow.png ระเบิดเถิดเทิง รุ่น 3