ระเบิดเถิดเทิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระเบิดเถิดเทิง
ระเบิดเถิดเทิง.gif
สัญลักษณ์รายการระเบิดเถิดเทิง
ประเภท วาไรตี้โชว์ (2539)
ซิตคอม / เกมโชว์ (2539-ปัจจุบัน)
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย
ภาษาต้นฉบับ ไทย
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้ง สตูดิโอ เวิร์คพอยท์
ความยาวตอน 85 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ททบ.5 (2539-2557)
เวิร์คพอยท์ทีวี (2558-ปัจจุบัน)
การออกอากาศแรก 7 มกราคม พ.ศ. 2539
ลำดับเวลา
รายการที่เกี่ยวข้อง ระเบิดเถิดเทิง รุ่น 3
ระเบิดเถิดเทิง ลั่นทุ่ง
ระเบิดเที่ยงแถวตรง
ระเบิดเถิดเทิงสิงโตทอง
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

ระเบิดเถิดเทิง เป็นรายการซิตคอมควบคู่กับเกมโชว์ ซึ่งผลิตโดยบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทางช่อง 5 ทุกวันอาทิตย์ โดยในระยะแรกมีรูปแบบเป็นรายการวาไรตี้ อีก 3 เดือนต่อมาได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นละครซิตคอม ควบคู่กับเกมโชว์ อันเป็นรูปแบบปัจจุบันของรายการ รายการระเบิดเถิดเทิงออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2539 และยังออกอากาศมาถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นซิตคอมที่มีการออกอากาศยาวนานที่สุดในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไปได้ทำการย้ายไปออกอากาศทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์

รูปแบบรายการ[แก้]

ยุควาไรตี้โชว์[แก้]

ในระยะแรก ระเบิดเถิดเทิง มีรูปแบบเป็นรายการวาไรตี้ มีพิธีกรคือ มยุรา เศวตศิลา และ หนู คลองเตย (ภายหลังได้เพิ่ม หม่ำ จ๊กมก เป็นพิธีกรหลักด้วย) มีการแสดงตลก และดนตรี ตลอดจนการแสดงความสามารถของดารารับเชิญ (เรียกว่า ระเบิดรับเชิญ) ในรายการ ซึ่งออกอากาศระหว่างวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2539 ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2539 เป็นลักษณะของรายการวาไรตี้โชว์ ซึ่งมีช่วงต่าง ๆ ดังนี้

ฮาระเบิด

เป็นการแสดงตลกของคณะตลก ซึ่งมีคณะตลกหลักเป็นคณะของหม่ำ จ๊กมก ที่นอกจากจะเล่นตลกในช่วงนี้แล้ว ยังมีหน้าที่เป็นพิธีกรประจำช่วงด้วย

ดังระเบิด

เป็นการแสดงดนตรีของวงดนตรี หรือเป็นการแสดงจากดาราซึ่งเป็นระเบิดรับเชิญในสัปดาห์นั้น ช่วงแรกนี้ มีธงชัย ประสงค์สันติ และวงสามโทน เป็นพิธีกรประจำช่วง

ระเบิดรับเชิญ

เป็นช่วงการสัมภาษณ์แขกรับเชิญที่ร่วมเล่นละครในแต่ละสัปดาห์ พร้อมกับตอบจดหมายจากทางบ้าน โดยจะปรากฏหลังจากละครได้เล่นจบตอนลง

แขกรับเชิญ
วันที่ออกอากาศ ฮาระเบิด ดังระเบิด ระเบิดรับเชิญ
7 มกราคม 2539 ตลกคณะหม่ำ จ๊กมก สามโทน สิริยากร พุกกะเวส
14 มกราคม 2539 ตลกคณะเอ็ดดี้ ผีน่ารัก โจอี้ บอย เกริกพล มัสยวานิช
21 มกราคม 2539 ตลกคณะยาว อยุธยา แบล็กเฮด ฟ้ารุ่ง ชารีรักษ์
28 มกราคม 2539 ตลกคณะดู๋ ดอกกระโดน นครินทร์ กิ่งศักดิ์ น้ำฝน โกมลฐิติ
4 กุมภาพันธ์ 2539 ตลกคณะหม่อมเหยินหม่อมเอ็ม ซิสเต็มโฟร์ ชฎาพร รัตนากร
11 กุมภาพันธ์ 2539 ดี๋ ดอกมะดัน คาราบาว ไมเคิล พูพาร์ต

ยุคซิตคอมเกมโชว์[แก้]

อีก 3 เดือนต่อมา ระเบิดเถิดเทิง ได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นละครซิตคอมควบคู่กับเกมโชว์ อันเป็นรูปแบบปัจจุบันของรายการ แต่ละตอนมักมีนักแสดงรับเชิญมาร่วมแสดงกับนักแสดงประจำและมาร่วมเล่นเกมในช่วงท้าย โดยแขกรับเชิญคนแรกคือ อภิรดี ภวภูตานนท์ ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2539 - 27 กันยายน พ.ศ. 2552

และยังมีรายการ ระเบิดเถิดเทิง วันหยุด เป็นรายการพิเศษของระเบิดเถิดเทิง โดยจะเสนอเรื่องราวในตอนพิเศษที่เพิ่มเติมจากเรื่องราวปกติ หรือ เสนอภาพเหตุการณ์ที่น่าสนใจของตอนที่ออกอากาศไปแล้วนำมาเสนออีกครั้ง และตัดช่วงเกมออก

เรื่องย่อ[แก้]

สำหรับส่วนซิตคอมนั้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับชุมชนของคนในซอยเถิดเทิง ชุมชนแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่มี เท่ง (เท่ง เถิดเทิง) กับ โหน่ง (โหน่ง ชะชะช่า) เป็นนักเลงคุมซอย แต่ละตอนมักมีนักแสดงรับเชิญมาร่วมแสดงกับนักแสดงประจำ และมาร่วมเล่นเกมในช่วงท้าย ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ระเบิดเถิดเทิงออกอากาศถึงปัจจุบัน ช่วงซิตคอมระเบิดเถิดเทิงได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหา และตัวละครอยู่เรื่อย ๆ

ส่วนเรื่องราวในระเบิดเถิดเทิง รุ่น 3 (2552-2553) นี้เกิดขึ้นใน 5 ปีหลังจากตอนสุดท้ายในระเบิดเถิดเทิงจบลง เท่งได้ไปทำงานในซาอุดิอาระเบีย เพื่อหวังที่จะได้เงินมากขึ้น แต่ 5 ปีผ่านไปเท่งก็ได้กลับมาแต่ก็ยังจนเหมือนเดิม กลับมาคราวนี้หลายสิ่งเปลี่ยนไป ยังมีตัวละครเพิ่มขึ้นคือ บีน รุ่นพี่ของลูกเกลี้ยง, น้ำใส เพื่อนของลูกเกลี้ยง, เพ้นท์ เพื่อนสมัยมัธยมของน้ำใส

ส่วนเรื่องราวในระเบิดเถิดเทิง ลั่นทุ่ง (2553-2555) เท่งกับโหน่งได้ออกจากซอยเถิดเทิงไปอยู่ที่บ้านลั่นทุ่ง เพื่อหนีหนี้ที่ทำเช็ค 5 ล้านบาทหายไป เมื่อไปถึงหมู่บ้านลั่นทุ่งเท่งได้ล่วงรู้ว่ามีทองคำที่ซ่อนอยู่ในวัดจึงพยายามแฝงตัวเข้ามาเพื่อที่จะนำทองคำไปใช้หนี้ แต่กลับต้องกุมความลับของทองคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนเรื่องราวในระเบิดเที่ยงแถวตรง (2555-2558) เป็นเรื่องราวของหน่วยรบพิเศษกองพันที่ 555 ณ หมู่บ้านกระสุนดินดำ ที่มีทหารหลายนายมาร่วมฝึกจนเกิดเป็นเรื่องราวของมิตรภาพความสนุกสนานในค่าย นอกจากเรื่องราวในค่ายแล้วเหล่าทหารยังต้องแวะเวียนไปโรงพยาบาลเพื่อไปจีบคุณหมอสาวสวยและการเป็นพ่อแง่แม่งอนของพระนางในเรื่อง ซึ่งนำทีมโดยจ่าเท่งกับจ่าโหน่ง

โดยแต่ละตอนนั้นมีนักแสดงรับเชิญมาร่วมแสดงและเล่นเกมในช่วงท้ายเช่นกัน หรือไม่มีนักแสดงรับเชิญในบางตอน

ตัวละคร[แก้]

ดูบทความที่ รายชื่อตัวละครในระเบิดเถิดเทิง

12 ปี ระเบิดเถิดเทิง[แก้]

12 ปี ระเบิดเถิดเทิง

ฉลองครบรอบ 12 ปี ของรายการระเบิดเถิดเทิงด้วยความพิเศษ คือ มี 12 นางเอกมาร่วมแสดงในแต่ละตอน เริ่ม 1 กุมภาพันธ์ 2552 และสิ้นสุดในวันที่ 12 เมษายน 2552 โดยในแต่ละตอนจะมี 1 นางเอก มาร่วมรายการ แต่มีตอน ท้องสองสองท้อง เพียงตอนเดียว ที่มีถึง 2 นางเอก[1] และตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ได้เพิ่มเป็น 12 หนุ่มสุดฮ็อต สิ้นสุดถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2552

วันที่ ชื่อตอน นักแสดงรับเชิญ
1 กุมภาพันธ์ 2552 2 เพชฌฆาตดาวไถ (ไถดาว) มาช่า วัฒนพานิช
อดิเรก วัฏลีลา
8 กุมภาพันธ์ 2552 นายแบบแสบทะลุไส้ ซอนย่า คูลิ่ง
อรนภา กฤษฎี
15 กุมภาพันธ์ 2552 หนี้นี้ต้องชำระ นัท มีเรีย
ตูมตาม เชิญยิ้ม
22 กุมภาพันธ์ 2552 นางฟ้าชุดขาวกับชาวดิน น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์
ณัฐนี สิทธิสมาน
1 มีนาคม 2552 หวานมันส์ พันธุ์เถิดเทิง จินตหรา สุขพัฒน์
รอน บรรจงสร้าง
8 มีนาคม 2552 คู่ซี้ ดีเจซ่า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี
ประกาศิต โบสุวรรณ
ภูมิใจ ตั้งสง่า
15 มีนาคม 2552 ท้องสอง สองท้อง ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ
อภิญญา สกุลเจริญสุข
22 มีนาคม 2552 ต้มยำช็อคโกแล็ต ญานิน วิสมิตะนันทน์
29 มีนาคม 2552 ปล้น ปล๊น ปล้น บงกช คงมาลัย
5 เมษายน 2552 คฤหาสน์ คฤโหด อเล็กซานดร้า ธิดาวัลย์ บุญช่วย
เดือนเต็ม สาลิตุล
12 เมษายน 2552 หาดทราย สายลม สามเรา เวโรนิก้า โหงว
มอริส เค
19 เมษายน 2552 เจ๊หม่ำ คัมแบ๊ก หม่ำ จ๊กมก
สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์
หยอง ลูกหยี
ตูมตาม เชิญยิ้ม
ศิวดล จันทเสวี
26 เมษายน 2552 ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ชยธร เศรษฐจินดา
3 พฤษภาคม 2552 ดามหัวใจ ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม
10 พฤษภาคม 2552 ใส่ความ....ความใส่ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
17 พฤษภาคม 2552 แผนต้มตุ๋น เปรม บุษราคัมวงศ์
อาภาพร นครสวรรค์
24 พฤษภาคม 2552 หนังสั้นแต่เบื้องหลังยาว วิทวัส สิงห์ลำพอง
31 พฤษภาคม 2552 แผนล้มช้าง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์
7 มิถุนายน 2552 มันมาจากไหน รังสิต ศิรนานนท์
14 มิถุนายน 2552 นักสืบ นักซุ่ม เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์
21 มิถุนายน 2552 ฟลุ๊คจริงๆ เกริกพล มัสยวาณิช
28 มิถุนายน 2552 รูปเจ้าปัญหา ดาวิเด โดริโก้
5 กรกฎาคม 2552 ลิเก แก้บน ชินวุฒิ อินทรคูสิน
อินทิรา เกตุวรสุนทร
ยาว อยุธยา
12 กรกฎาคม 2552 กตติดผี ณัฎฐ์ ทิวไผ่งาม

โลโก้รายการ[แก้]

การออกอากาศ[แก้]

สถานีโทรทัศน์ วัน เวลา ช่วงระหว่าง
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 อาทิตย์ 10.00 น. - 11.00 น. 7 มกราคม 2539 - 31 มีนาคม 2539
16.00 น. - 17.00 น. 7 เมษายน 2539 - 28 ธันวาคม 2540
จันทร์ 22.00 น. - 23.00 น. 5 มกราคม 2541 - 30 มีนาคม 2541
เสาร์ 15.00 น. - 16.00 น. 4 เมษายน 2541 - 26 กันยายน 2541
อาทิตย์ 14.00 น. - 15.00 น. 4 ตุลาคม 2541 - 26 ธันวาคม 2547
14.00 น. - 16.00 น. 2 มกราคม 2548 - 25 ธันวาคม 2548
14.00 น. - 15.30 น. 1 มกราคม 2549 - 31 ธันวาคม 2549
14.00 น. - 15.10 น. 7 มกราคม 2550 - 28 ธันวาคม 2551
14.00 น. - 15.00 น. 4 มกราคม 2552 - 27 ธันวาคม 2552
14.00 น. - 15.25 น. 3 มกราคม 2553 - 26 ธันวาคม 2553
13.55 น. - 15.20 น. 2 มกราคม 2554 - 25 ธันวาคม 2554
12.00 น. - 13.25 น. 1 มกราคม 2555 - 30 ธันวาคม 2555
12.35 น. - 14.00 น. 6 มกราคม 2556 - 28 ธันวาคม 2557
เวิร์คพอยท์ทีวี 12.00 น. - 14.00 น. 4 มกราคม 2558 - ปัจจุบัน
HAYHA ทรูวิชั่นส์ (พ.ศ 2543) จันทร์-อังคาร-พุธ 20.00 น.-21.00 น. (จันทร์-อังคาร)
(Rerun 02.00 น., 08.00 น., 14.00 น.)
23.00-24.00 น. (อังคาร-พุธ)
(Rerun 5.00 น., 11.00 น., 17.00 น.)
20 เมษายน 2552 - 28 เมษายน 2553
เวิร์คพอยท์ทีวี (Classic) เสาร์ 11.00 - 12.00 น.
(Rerun วันจันทร์ เวลา 10.30-11.30น.)
1 มกราคม 2555 - 31 มีนาคม 2557
จันทร์-ศุกร์
(เฉพาะช่วงซิตคอม)
14.10 - 15.00 น. 5 มกราคม 2558 - ปัจจุบัน
ช่อง 6 (Classic) ศุกร์ 10.00 - 11.00 น.
(Rerun เวลา 18.35 น. และ 2.00 น.)
11 เมษายน - 16 พฤษภาคม 2557
พฤหัสบดี-ศุกร์
(เฉพาะช่วงซิตคอม)
9.00 - 9.30 น.
(Rerun เวลา 15.30 น. และ 5.00 น.)
2 - 3 ตุลาคม 2557
จันทร์-ศุกร์ 10.00 - 11.30 น.
(Rerun เวลา 18.35 น. และ 1.00 น.)
6 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2557

เกมโชว์[แก้]

ผู้ดำเนินรายการ[แก้]

  • ผู้ดำเนินรายการร่วม
    • เท่ง เถิดเทิง (เริ่มเป็นครั้งแรก 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)
    • โหน่ง ชะชะช่า (เริ่มเป็นครั้งแรก 3 ตุลาคม พ.ศ. 2542 และรับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการหลักเป็นการชั่วคราวในช่วงวันที่ 4 พฤษภาคม - 25 พฤษภาคม 2557 เนื่องจากยังไม่มีคนมารับหน้าที่)
    • บริบูรณ์ จันทร์เรือง (เริ่มเป็นครั้งแรก 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553)

เกม[แก้]

  • วางระเบิด (6 ตุลาคม 2539-13 กันยายน 2552/14 เมษายน 2556-ปัจจุบัน)
  • ถอดสลักระเบิด (7 เมษายน 2539-26 มกราคม 2546/กลับมาอีกครั้ง 2 มกราคม 2548-13 กันยายน 2552 และกลับมาอีกครั้ง 14 เมษายน 2556-25 มกราคม 2558)
  • แคปซูลระเบิด (2 กุมภาพันธ์ 2546 - 26 ธันวาคม 2547)
  • ฝ่าด่านสิงโตทอง (ระเบิดเถิดเทิงสิงโตทอง) (1 กุมภาพันธ์ 2558-ปัจจุบัน)

วางระเบิด[แก้]

เกมนี้ถือกำเนิดเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 6 ตุลาคม 2539 จนถึง 13 กันยายน 2552 โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่หลายครั้ง

แบบแรก 6 ตุลาคม 2539 - 29 มิถุนายน 2540 จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 4 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 3 ท่าน ได้แก่ (ยุคแรก หม่ำ หนู กิ๊ก ยุคที่สองหม่ำ หนู ไทด์ ยุคที่สาม หม่ำ หนู เด๋อ) (ยกเว้นมยุรา(พิธีกรหลัก)) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 4 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 18 ลูก (ในช่วงแรกมยุราจะไม่มีลูกระเบิด) แต่ทว่าตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 - 29 มิถุนายน 2540 ทั้ง 4 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของมยุรา (พิธีกรหลัก) โดยที่มยุราเริ่มมีลูกระเบิดเป็นของตัวเองแล้ว หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด)

แบบที่สอง 5 กรกฎาคม - 26 ตุลาคม 2540 รูปแบบเกมและการเลือกป้ายจะเหมือนแบบแรกทุกประการ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการเปิดป้ายยางยืดมาเป็นดึงแท่นระเบิด

แบบที่สาม 2 พฤศจิกายน 2540 - 26 กันยายน 2542 กลับมาใช้รูปแบบแรกอีกครั้งเพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือ จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 5 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 4 ท่าน ได้แก่ (ยุคแรก หม่ำ หนู เด๋อ เท่ง ยุคที่สองหม่ำ เท่ง เด๋อ แดนนี่ ยกเว้นมยุรา (พิธีกรหลัก)) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 5 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของมยุรา(พิธีกรหลัก) (แต่ในช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2541 - 26 กันยายน 2542 ลูกระเบิดจะลดลงเหลือ 14 ลูก และอีก 1 ลูกเป็นของมยุรา(พิธีกรหลัก)) หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด)

แบบที่สี่ 3 ตุลาคม 2542 - 26 มกราคม 2546 รูปแบบเหมือนแบบที่สามแต่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยคือ จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 6 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 5 ท่าน ได้แก่ หม่ำ เท่ง โหน่ง เด๋อ แดนนี่ (ยกเว้นพิธีกรหลัก) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 6 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของพิธีกรหลัก หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด)

แบบที่ห้า 2 มกราคม 2548 - 13 กันยายน 2552 รูปแบบเหมือนแบบที่สี่ แต่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยคือ จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 8 แผ่นป้าย โดยแขกรับเชิญจะต้องเลือกให้พิธีกรทั้งหมด 7 ท่าน (ยกเว้นพิธีกรหลัก) และเลือกให้ดารารับเชิญด้วย โดยในทั้ง 8 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดรวมกันทั้งหมด 17 ลูก โดยอีก 1 ลูกเป็นของพิธีกรหลัก หลักจากเลือกป้ายครบแล้วก็จะทำการเปิดป้ายทีละป้ายเพื่อดูว่าในแผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดจำนวนกี่ลูก (จำนวนลูกระเบิดเท่ากับจำนวนแผ่นป้ายในรอบถอดสลักระเบิด) (แต่ในช่วงวันที่ 7 มกราคม 2550 - 13 กันยายน 2552 จะต้องเลือกป้ายให้พิธีกรทั้งหมด 6 ท่าน และเลือกให้ตัวเอง จนเหลือ 1 แผ่นป้าย โดยแผ่นป้ายนั้นเป็นบอมหมู่คือผู้เล่นทุกคนเข้าโดมทั้งหมดยกเว้นพิธีกรหลัก)

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2539 - 13 กันยายน 2552 เกมวางระเบิดจะอยู่ในรูปแบบของการเปิดแผ่นป้าย โดยในช่วงวันที่ 1 กันยายน 2539 - 26 ตุลาคม 2540 จะมีจำนวน 4 แผ่นป้าย (แต่ในช่วงนี้ อาจสลับกับการดึงแท่นระเบิดบ้าง) ช่วงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2540 - 16 กุมภาพันธ์ 2541 จะมีจำนวน 5 แผ่นป้าย ช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2541 - 31 ตุลาคม 2542 มี 5 แผ่นป้ายเหมือนเดิม แต่ลดลูกระเบิดเหลือ 14 ลูก (แต่พิธีกรจะมีลูกระเบิดของตัวเองอยู่แล้ว 1 ลูก รวมเป็น 15 ลูก) ช่วงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2542 - 26 มกราคม 2546 จะมี 6 แผ่นป้าย และกลับมาเพิ่มลูกระเบิดเป็น 17 ลูก (รวมของพิธีกรหลักอีก 1 ลูก เป็น 18 ลูก) และในวันที่ 2 มกราคม 2548 - 13 กันยายน 2552 จะมี 8 แผ่นป้าย และจะให้แขกรับเชิญเป็นคนเลือกว่าจะให้แผ่นป้ายนั้นๆกับผู้เล่นเกมคนไหนหรือว่าให้กับตัวเองโดยจะไล่ไปตั้งแต่แผ่นแรกถึงแผ่นสุดท้าย อย่างไรก็ตามในปี 2539-2541 จะมีการหลอกป้ายระเบิดเช่นผู้ที่เลือกป้ายแล้วได้ระเบิด 1-2 ลูกแต่พิธีกรผิดสังเกตว่าลูกระเบิดทั้งหมดยังไม่ครบจำนวนและพิธีกรตรวจดูและปรากฏว่าภายในแผ่นป้ายมีสติ๊กเกอร์ติดอยู่ซึ่งจะมีลูกระเบิดที่มีจำนวนมากเช่นผู้ที่เล่นเกมได้ 1 ลูกเมื่อพิธีกรเปิดสติ๊กเกอร์เจอลูกระเบิดทั้ง 11 ลูกหมายความว่าผู้ที่เล่นเกมได้จำนวนระเบิดถึง 12 ลูกนั่นเอง แต่ในบางครั้งจะใช้โลโก้สัญลักษณ์ของรายการครึ่งรูปเป็นลูกระเบิดหลอกด้วย

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 12 กรกฎาคม 2552 ในช่วง 12 ปีระเบิดเถิดเทิง พิธีกรในรายการ (สิเรียม) จำเป็นจะต้องเลือกแผ่นป้ายด้วย (ในแผ่นป้ายทั้ง 8 แผ่นป้ายจะมีลูกระเบิดอยู่ทั้งหมด 18 ลูก) และได้ตามจำนวนระเบิดในแผ่นป้ายนั้น (จากเดิมมี 1 ลูกแน่นอน) รวมถึงมีรูปภาพของคุณสิเรียมในแผ่นป้ายบอมหมู่ด้วย แต่อย่างไรก็ตามกฎกติกายังคงเดิมอยู่

ในช่วงปี 2546 ได้ใช้เกม แคปซูลระเบิด การเลือกแผ่นป้ายในรอบวางระเบิดนี้ จะมีแผ่นป้าย 6 แผ่นป้าย ด้านหลังจะมีระเบิด 1 ลูก 2 แผ่นป้าย และระเบิด 2-5 ลูกอย่างละ 1 แผ่นป้าย ทั้งนี้ แผ่นป้ายแต่ละป้ายจะมีค่าเป็นจำนวนแคปซูลที่จะระเบิดในรอบถัดไป (เช่นเปิดได้ 1 ลูก แคปซูลจะระเบิด 1 แคปซูล)

ถอดสลักระเบิด[แก้]

ในยุคแรก ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน - 29 กันยายน 2539 จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 18 แผ่นป้าย โดยมีป้ายดารารับเชิญ 9 ป้าย ป้ายพิธีกร(หม่ำ หนู กิ๊ก) อย่างละ 3 ป้ายทุกคนโดยไม่มีพิธีกรหลัก (มยุรา)

รูปแบบแรก (7 เมษายน 2539 - 26 กันยายน 2542) ในเกมถอดสลักระเบิดจะมีแผ่นป้ายทั้ง 18 แผ่นป้าย (แต่ช่วงระหว่าง 23 กุมภาพันธ์ 2541 - 26 กันยายน 2542 มีแผ่นป้ายลดลงเหลือ 15 แผ่นป้าย) ซึ่งแต่ละป้ายเป็น รูปภาพของผู้เล่นเกมคนนั้นๆตามจำนวนลูกระเบิดที่แต่ละคนสะสมไว้ในเกมวางระเบิด (เช่น พิธีกร มีระเบิด 1 ลูก จะมี 1 แผ่นป้าย, แขกรับเชิญมีระเบิด 2 ลูก จะมี 2 แผ่นป้าย เป็นต้น) โดยแขกรับเชิญจะเลือกแผ่นป้ายมา 1 แผ่นป้าย ถ้าเปิดป้ายเจอรูปภาพใบหน้าของผู้ร่วมเล่นเกมคนใดคนหนึ่ง ผู้นั้นจะต้องเข้าไปในตู้ระเบิด ทั้งนี้ ถ้าหากเปิดได้แผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายบวก (แผ่นป้ายเครื่องหมายบวกจะมีอยู่ในแผ่นป้ายของผู้เล่นเกมทุกคน คนละ 1 แผ่นป้ายแน่นอน ยกเว้นพิธิกรหลัก และแผ่นป้ายบวกเริ่มมีครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2539) แขกรับเชิญจะต้องเลือกแผ่นป้ายอีก 1 แผ่นป้ายด้วยกัน ถ้าเป็นรูปของผู้ร่วมเล่นเกมคนใด คนนั้นก็จะต้องเข้าตู้ระเบิดไปด้วยกัน แต่ถ้าหากยังเจอรูปของผู้ร่วมเล่นเกมที่มีเครื่องหมายบวกอีก ก็จะต้องเลือกแผ่นป้ายไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอรูปของผู้ร่วมเล่นเกมที่ไม่มีเครื่องหมายบวก และจะเข้าตามจำนวนคนที่ถูกเปิดแผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายบวกติดต่อกัน (ทั้งนี้ หากเปิดได้แผ่นป้ายที่มีเครื่องหมายบวก แล้วแผ่นป้ายต่อมายังเป็นผู้เล่นเกมคนเดิม ผู้เล่นเกมคนนั้นจะเข้าตู้ระเบิดคนเดียว ไม่ว่าจะเปิดได้บวกรูปตัวเองกี่ครั้งก็ตาม) หลังจากเปิดแผ่นป้ายเรียบร้อยแล้ว แขกรับเชิญจะได้เลือกสลักระเบิดซึ่งจะมีทั้งหมด 5 สลักด้วยกัน โดยผู้ที่เข้าโดมระเบิดจะต้องดึงสลักนั้นออกมา ถ้าโดมระเบิดนั้นไม่ระเบิด (คือไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือ มีดอกไม้ ,กระดาษสีร่วงลงมา) เกมจะดำเนินต่อไปในลักษณะเดียวกันจนกว่าโดมระเบิดนั้นจะระเบิด (ซึ่งถ้าระเบิด ก็จะมีแป้งร่วงลงมาใส่ผู้ที่อยู่ในตู้นั้น) ทั้งนี้ หากแขกรับเชิญเปิดเจอป้ายรูปใบหน้าของตนเอง และต้องเข้าไปอยู่ในโดมระเบิด หากดึงสลักระเบิดแล้วไม่เกิดการระเบิดขึ้น ในช่วงวันที่ 7 เมษายน - 29 กันยายน 2539 ไม่มีการแจกรางวัลเนื่องจากยังไม่มีผู้สนับสนุนในช่วงนั้น และในภายหลัง 6 ตุลาคม 2539 มีผู้สนับสนุนเกิดขึ้น จึงแจกทองคำหนัก 1 บาท ในทุกครั้งที่เข้าตู้แล้วไม่โดนระเบิด และไม่ว่าจะไม่ได้เข้าโดมระเบิด หรือเข้าโดมแต่ไม่โดนระเบิด ก็จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากผู้สนับสนุนรายการมอบให้ด้วย

รูปแบบที่ 2 (3 ตุลาคม 2542 - 8 เมษายน 2544) จะมีกฎกติกาแบบเดิมอยู่แต่ว่ามีแผ่นป้ายบอมบ์หมู่ ซึ่งป้ายบอมบ์หมู่นั้นเป็นป้ายที่ผู้ที่เล่นเกมทั้งหมดรวมทั้งแขกรับเชิญ "ยกเว้นพิธีกรหลัก (ตั๊ก มยุรา) เพียงคนเดียวเท่านั้น" ต้องเข้าไปในตู้ระเบิด หากไม่โดนระเบิด แขกรับเชิญก็ได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดียวกับเข้าคนเดียว แต่ถ้าเลือกสลักระเบิดแล้วโดนระเบิดแป้งก็จะไม่ได้รับรางวัลแต่อย่างใด และจะมีแผ่นป้ายรูปของแขกรับเชิญถือรูปภาพเงาสีดำและมีเครื่องหมายคำถาม ซึ่งแขกรับเชิญจะสามารถเลือกพิธีกรเพื่อเข้าไปในตู้ระเบิดด้วยได้อีก 1 คนตามใจชอบ โดยไม่ต้องเลือกแผ่นป้าย นอกจากนั้น ผู้ร่วมเล่นเกมคนอื่นๆ ยกเว้นพิธีกรหลัก และดารารับเชิญ หากมีระเบิดสะสมเพียง 1 ลูก ผู้ร่วมเล่นเกมคนนั้นๆจะไม่มีแผ่นป้ายบวก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านที่มาจากการส่งไปรษณียบัตรที่ทายว่าใครจะโดนระเบิดได้ลุ้นเงินรางวัล 500,000 บาท ในกรณีที่ผู้เล่นที่ถูกทายว่าจะโดนระเบิดมีระเบิดเพียง 1 ลูก (ทั้งแผ่นป้ายบอมบ์หมู่และแผ่นป้ายแขกรับเชิญถือรูปภาพเงาสีดำและมีเครื่องหมายคำถาม จะมีเฉพาะดารารับเชิญเท่านั้น)

รูปแบบที่ 3 (15 เมษายน 2544 - 26 มกราคม 2546) ใช้กฎกติกาเหมือนเดิมและยกเลิกป้ายบอมบ์หมู่กลับมาใช้ป้ายบวกอีกครั้งโดยใช้กติกาเดียวกันกับรูปแบบแรก

รูปแบบที่ 4 (2 มกราคม 2548 - 31 ธันวาคม 2549) จะมีกฎกติกาดังนี้เมื่อเจอป้ายบวกนั้นแขกรับเชิญจะให้เลือก 1 จาก 6 แผ่นป้ายด้วยกันซึ่งแผ่นป้ายนั้นจะมีรูปใบหน้าของนักแสดงในซอยเถิดเทิง (ยายชา , กอบโชค , ถนอม ภายหลังเพิ่ม ทีน , สุรเชษฐ์ และเอกพันธ์ ก่อนที่ทั้ง ทีนและเอกพันธ์จะมาเป็นพิธีกรร่วม) ถ้าแขกรับเชิญเข้าตู้แล้วถอดสลักแล้วไม่ระเบิด ก็จะได้รับทองคำหนัก 1 บาท (ภายหลังปรับเปลี่ยนมาเป็นทองคำมูลค่า 10,000 บาท แทนเนื่องจากในช่วงที่ราคาทองคำมีมูลค่าสูงกว่า 10,000 บาท)

รูปแบบที่ 5 (7 มกราคม 2550 - 28 ธันวาคม 2551) ได้ถูกยกเลิกแผ่นป้ายบวกและกลับไปใช้ป้ายบอมบ์หมู่อีกครั้งโดยถ้าแขกรับเชิญเข้าไปในตู้ระเบิด (ไม่ว่าจะเป็นป้ายเดี่ยวหรือบอมบ์หมู่ก็ตาม) แล้วไม่โดนระเบิดจะได้รับทองคำมูลค่า 10,000 บาท

รูปแบบสุดท้าย (1 กุมภาพันธ์ 2552 - 20 กันยายน 2552) ยังคงใช้กติกาเดิมอยู่แต่สลักระเบิดจะถูกลดเป็น 3 สลัก (จากเดิม 5 สลัก)

สำหรับในช่วง 12 ปีระเบิดเถิดเทิง (1 กุมภาพันธ์ 2552 - 12 กรกฎาคม 2552) ทางรายการได้ให้ผู้ชมทางบ้านส่งไปรษณีย์บัตรให้ทายว่าใครจะโดนระเบิดแป้งในสัปดาห์นั้นที่ออกอากาศทั้งนี้ผู้ที่ได้จับรางวัลได้รับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องปรับอากาศ และถ้าผู้ที่ถูกจับรางวัลทายถูกจะได้รับรางวัลทองคำมูลค่า 10,000 บาท ไปด้วย โดยในเกมช่วง 12 ปีระเบิดเถิดเทิงจะให้พิธีกรเลือกแผ่นป้ายกันเองในลักษณะ เปิดต่อกัน (คนที่มีลูกระเบิดสะสมมากที่สุดจะได้เลือกก่อน จากนั้นคนที่ออกมาจากตู้จะเป็นคนเลือกคนถัดไป เช่นเดียวกันการเล่นเกมในช่วงปีใหม่)

ทั้งนี้ถ้าแขกรับเชิญไม่โดนระเบิดแป้ง จนมีผู้เล่นเกมคนอื่นหรือพิธีกรหลักโดนระเบิดแป้ง (ไม่ว่าแขกรับเชิญคนนั้นจะได้เข้าไปในตู้ระเบิดหรือไม่ก็ตาม) แขกรับเชิญก็จะได้รับรางวัลพิเศษจากทางรายการ (แบบแรกวันที่ 7 เมษายน 2539 - 14 เมษายน 2539 จะเป็นกล้องถ่ายวิดีโอ (ถ้าไม่โดนระเบิด) พร้อมกับบัตรที่พักรีสอร์ทหินสวยน้ำใส (โดนระเบิดหรือไม่ก็ตาม) แบบที่สอง 21 เมษายน 2539 จะเป็นเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง (ถ้าไม่โดนระเบิด) พร้อมกับบัตรที่พักหินสวยน้ำใสแจกร่วมด้วย (ถ้าไม่โดนระเบิด) (ช่วงวันที่ 21 เมษายน - 20 ตุลาคม 2539) และบัตรที่พัก โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง ภูอิง เมืองเชียงใหม่ แจกร่วมด้วย (ถ้าไม่โดนระเบิด) (ช่วงวันที่ 1 ธันวาคม - 29 ธันวาคม 2539 และ 19 มกราคม 2540 - 28 กันยายน 2540) แบบที่สาม 5 ตุลาคม 2540 - 28 ธันวาคม 2540 เป็นบัตรที่พักพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แบบที่สี่ 12 มกราคม 2541 - 30 พฤษภาคม 2541 เป็นเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่องพร้อมบัตรที่พัก แบบที่ห้า 6 มิถุนายน 2541 - 21 มีนาคม 2542 เป็นบัตรที่พัก(ไม่ว่าจะโดนระเบิดหรือไม่ก็ตาม)พร้อมกับเครื่องเสียง 1 ชุด (ถ้าไม่โดนระเบิด) แบบที่หก 28 มีนาคม 2542 - 25 มิถุนายน 2543 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากฟิลิปส์ แบบที่เจ็ด 2 กรกฎาคม 2543 - 26 มกราคม 2546 , 2 มกราคม 2548 - 31 ธันวาคม 2549 เป็นเครื่องซักผ้าอีฟและบางครั้งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชุดใหญ่จากอีฟ และแบบที่แปดแบบสุดท้าย 7 มกราคม 2550 - 13 กันยายน 2552 ได้เปลี่ยนเป็นเครื่องปรับอากาศอีมีเน้นท์) ด้วยกันแต่ถ้าแขกรับเชิญโดนระเบิดก็จะไม่ได้รางวัลพิเศษอย่างใด

แคปซูลระเบิด[แก้]

นับตั้งแต่เทปที่ออกอากาศวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 จนถึง 26 ธันวาคม 2547 ได้มีการยกเลิกเกมถอดสลักระเบิดชั่วคราวมาเป็น แคปซูลระเบิด โดยในรอบนี้จะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 18 แผ่นป้าย ซึ่งจะมีรูปภาพใบหน้าของพิธีกร,ดารารับเชิญ รวมไปถึงนักแสดงในซอยเถิดเทิง โดยดารารับเชิญจะต้องเลือกแผ่นป้ายทั้งหมด 6 แผ่นป้ายเพื่อให้เลือกคนเข้าไปในแคปซูล จากทั้งหมด 6 ตู้ (โดยแผ่นป้ายแรกจะเข้าแคปซูลแรก แผ่นป้ายที่ 2 จะเข้าแคปซูลที่ 2 ไปเรื่อยๆจนครบ 6 แผ่นป้าย) หลังจากเลือกแผ่นป้ายเสร็จแล้ว พิธีกรหรือผู้เล่นเกมจะสับคัตเอาท์ที่อยู่กลางเวที และแคปซูลจะระเบิดตามที่ได้มีการวางระเบิดในช่วงก่อนหน้านี้

ถ้าดารารับเชิญเปิดเจอรูปภาพของตัวเอง ก็ต้องเข้าไปอยู่ในแคปซูล และถ้าหากแคปซูลไม่ระเบิดจะได้รับทองคำหนัก 1 บาท และจะได้รับของรางวัลเป็นเครื่องซักผ้าจากอีฟ แต่ถ้าหากโดนระเบิด จะไม่ได้รับรางวัลพิเศษใดๆเลย (หากดารารับเชิญไม่ได้เข้าไปอยู่ในแคปซูล จะได้รับเครื่องซักผ้าโดยอัตโนมัติ)

เกมนี้ใช้จนกระทั่งถึงเทปออกอากาศวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้รูปแบบเกมถอดสลักระเบิดเช่นเดิมในคราวถัดไป

ละครซิตคอมสั้นในรายการ[แก้]

ซิตคอม ออกอากาศ รายละเอียด
สามตอเม้าท์แตก (2548) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละคร 3 คนคือ ตุ่ม (แดนนี่ ศรีภิญโญ) เต่า (นิลุบล อมรวิทวัส) และ เตี้ย (วนิดา แสงสุข) ที่พบปะเจอกันเป็นประจำที่สถานเสริมสวยแห่งหนึ่ง
วอลล์ เพื่อนกัน อะไรเอ่ย
คำถามคู่หูกับ Qoo อะไรเอ่ย
คำถามอะไรเอ่ยกับน้ำส้มสแปลช
(2545 - 2546)
(2546 - 2548)
(2548 - 2551) , (2552 - 2553)
เป็นช่วงต่อจากการวางระเบิด โดยเหตุการณ์จะอยู่ในร้านน้ำส้มสแปลช (ในอดีตคือ Qoo และไอศกรีม วอลล์) ซึ่งมีอาร์ม (พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์) เชฟ และอิ้งค์เป็นคนในร้านนี้ มีลูกค้าเจ้าประจำก็คือ เท่ง กับ โหน่ง (แต่บางตอนจะมีเอก, ไข่, แม็ก มาอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย) โดยมักจะคำถามอะไรเอ่ยด้วยกันเสมอ ๆ คอยหาทางตั้งคำถามเพื่อหวังจะดื่มน้ำส้มสแปลชฟรี และกวนประสาทพนักงาน แต่มักลงท้ายด้วยความล้มเหลวของเท่งและโหน่งเป็นประจำ
เพื่อนซี้ตีสอง (2548 - 23 พฤศจิกายน 2551) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละคร 3 คน คือ ถั่ว (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) คนเก็บของเก่า นก (วนิดา แสงสุข) นักร้องคาเฟ่ที่เพิ่งเลิกงาน กับ หว่าง (เต๋อ เชิญยิ้ม) ยาม ที่พบปะเจอกันเป็นประจำที่ป้ายรถเมล์ตอนตี 2 โดยเนื้อเรื่องมักจะจบลงที่การหักมุม ต่อมาเพิ่มและปรับตัวละครอีกคือ อ่าง (อ่าง เถิดเทิง) คนขายโรตีที่จะพักอยู่ในซอยเถิดเทิง, ปู (ปู พันหน้า) คนขายอาหารติ่มซำ, สุรเชษฐ์ เอก ไข่, ยามโทนี่ (ท๊อฟฟี่ ตลกหกฉาก) ยามที่ทำหน้าที่แทนหว่างชั่วคราว, จ่าพัน (ภาณุพันธ์ ครุฑโต) , และ เท่ง กับ โหน่ง โดยทำหน้าที่โชว์ลิเกกลางป้ายรถเมล์
แผงลอยคอยเก้อ (30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 - 27 กันยายน 2552) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละคร 4 คนคือบัวไร (รุ้งรดา เบญจมาธิกุล) ซึ่งค้าขายแผงลอย จ่าพัน (ภาณุพันธ์ ครุฑโต) ที่ตรวจตราที่แห่งนี้ มหา (เด๋อ ดอกสะเดา) และตุ๊กกี้จัง (ตุ๊กกี้ สามช่า) ไฮโซขี้โอ่ชอบขายของที่แพงและชอบโกงลูกค้าที่พบปะเจอกันที่ป้ายรถเมล์ตอนกลางวันโดยจบที่ความล้มเหลวของตุ๊กกี้จัง ต่อมาได้ปรับเพิ่มตัวละครคือ ตู่ (นุ้ย เชิญยิ้ม) หมอดูประจำป้ายรถเมล์
ประชุมมุก (กุมภาพันธ์ 2553 - 2554) เป็นช่วงที่ต่อจากละคร เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของเท่งและโหน่ง ในห้องประชุมของบริษัท เพื่อประชุมเรื่องมุก,บทที่จะเล่นในละคร
ยิ้มออนไลน์ (7 เมษายน 2556 - 5 มกราคม 2557) เป็นช่วงต่อจากช่วงลุ้นระเบิด (ตั้งแต่ 7 เมษายน 2556 - ประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2556) แต่ช่วงใหม่เปลี่ยนไปอยู่เป็นช่วงก่อนจบละครซิตคอม 1 ช่วง (ตั้งแต่ ประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2556 - 5 มกราคม 2557) เป็นชิตคอมสั้นๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ของเท่ง,โหน่งและซีน (ปัณณ์ญาณัช จิรโรจน์ธนเกษม) ในร้านกาแฟ
ซีพี อีซี่ สแน็ค แจกยิ้ม (2 กุมภาพันธ์ 2557 - ปัจจุบัน) เป็นช่วงก่อนจบละครซิตคอม 1 ช่วง เป็นชิตคอมสั้นๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ของเท่ง,โหน่งและแอนนี่ (สรารัตน์ แซ่จิ๋ว) ในร้านอาหารซีพี

เถิดเทิงอวอร์ด[แก้]

เป็นช่วงที่ทางรายการเพิ่มเติมมา โดยเป็นการร่วมสนุกโดยให้ผู้ชมทางบ้านเขียนชื่อนักแสดงรับเชิญและชื่อตอนที่ชื่นชอบ ลงบนไปรษณียบัตรพร้อมสโลแกนของนมสดยี่ห้อหนองโพ โดยจะแบ่งการจับรางวัลเป็น 3 แบบ

  • แบบที่ 1 จับรางวัลทุกสัปดาห์จะเป็นการจับราวัลเพื่อรับผลิตภัณฑ์
  • แบบที่ 2 จับราวัลทุกสิ้นเดือน เพื่อรับรางวัลทองคำมูลค่า 1 บาท
  • แบบที่ 3 จับรางวัลทุก 6 เดือน โดยจะนำกล่องเปล่าที่เขียนรายชื่อนักแสดงและชื่อตอน มารวบรวมและแบ่งประเภทตามชื่อนักแสดงที่โหวต โดยดารารับเชิญที่มีคะแนนโหวตสูงสุดจะทำการจับรางวัล ซึ่งดาราที่ได้รับการโหวต และผู้โชคดีที่ร่วมโหวตจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท

อย่างไรก็ดี รางวัลเถิดเทิงอวอร์ด ได้เปลี่ยนการมอบรางวัล เป็นเงินรางวัล 10,000 บาท ให้กับผู้โชคดีในทุกสัปดาห์แทน และผู้โชคดีที่ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท อาจจะไม่ได้โหวตเรื่องที่ได้คะแนนสูงที่สุดเสมอไป

และในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2550 ได้เปลี่ยนชื่อช่วงเป็น "เถิดเทิงโดนใจ สไตล์กาแฟมอคโคน่า ทรีโอ" โดยให้ให้ผู้ชมทางบ้านเขียนชื่อนักแสดงรับเชิญและชื่อตอนที่ชื่นชอบ ลงบนไปรษณียบัตรพร้อมสโลแกนของกาแฟมอคโคน่า ทรีโอ โดยจะจับรางวัลทุกสัปดาห์ ผู้โชคดีจะได้รับทองคำมูลค่า 10,000 บาทพร้อมกิ๊ฟเซตจากผลิตภัณฑ์ เมื่อครบ 6 เดือนจะทำการประกาศผล และมอบรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทให้กับดาราที่ได้การโหวตสูงสุด และผู้โชคดีทางบ้าน

ไม่มีการจัดเถิดเทิงอวอร์ดตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2550

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

เท่ง เถิดเทิง ขณะขึ้นรับรางวัล
  • Asian Television Awards 2007 นักแสดงรายการตลกฝ่ายชายยอดเยี่ยม (Best Comedy Permance by an Actor) โดย เท่ง เถิดเทิง
  • Asian Television Awards 2008 รางวัล Highly Commended สาขา BEST COMEDY PROGRAMME
  • Asian Television Awards 2008 นักแสดงรายการตลกฝ่ายชายยอดเยี่ยม (Best Comedy Permance by an Actor) โดย โหน่ง ชะชะช่า
  • Asian Television Awards 2009 นักแสดงรายการตลกฝ่ายชายยอดเยี่ยม (Best Comedy Permance by an Actor) โดย โหน่ง ชะชะช่า

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า ระเบิดเถิดเทิง ถัดไป
ยังไม่มี 2leftarrow.png ระเบิดเถิดเทิง
(7 มกราคม 2539 - 27 กันยายน 2552)
2rightarrow.png ระเบิดเถิดเทิง รุ่น 3