ชาบี อาลอนโซ
| ข้อมูลส่วนตัว | ||
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | ชาเบียร์ อาลอนโซ โอลาโน | |
| วันเกิด | 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1981 (30 ปี) | |
| สถานที่เกิด | โตโลซา ประเทศสเปน | |
| ส่วนสูง | 183 ซ.ม. | |
| ชื่อเล่น | องค์ชาย, คุณชาย | |
| ตำแหน่ง | กองกลาง กองกลางแนวรับ | |
| ข้อมูลสโมสร | ||
| สโมสรปัจจุบัน | เรอัลมาดริด | |
| หมายเลข | 14 | |
| สโมสรอาชีพ* | ||
| ปี | สโมสร | ลงเล่น (ประตู) |
| 1999-2004 2000-2001 2004-2009 2009-ปัจจุบัน |
เรอัลโซเซียดัด → เอเซเดเอย์บาร์ (ยืมตัว) ลิเวอร์พูล เรอัลมาดริด |
119 (9) 14 (0) 138 (15) 145 (6) |
| ทีมชาติ** | ||
| 2003–ปัจจุบัน | สเปน | 81 (9) |
|
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร |
||
ชาเบียร์ อาลอนโซ โอลาโน (บาสก์: Xabier Alonso Olano) หรือรู้จักในนาม ชาบี อาลอนโซ (Xabi Alonso) เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2524 เป็นผู้เล่นทีมชาติสเปนที่ลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด โดยตำแหน่งที่ถนัดคือ กองกลางตัวคุมเกม ซึ่งมักจะเล่นในลักษณะครองบอลลึก
อาลอนโซเริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลอาชีพกับทีมเรอัลโซเซียดัด โดยถูกยืมตัวไปเล่นระยะสั้น ๆ ให้กับเอเซเดเอย์บาร์ ก่อนจะกลับมาลงเล่นในลาลีกา ผู้จัดการทีมเรอัลโซเซียดัดในขณะนั้น จอห์น โทแช็ก ตั้งอาลอนโซเป็นกัปตันทีม และอาลอนโซก็ทำหน้าที่ได้ดีโดยพาเรอัลโซเซียดัดไปถึงตำแหน่งรองแชมป์ ลาลีกา ฤดูกาล 2002–03 หลังจากนั้นอาลอนโซได้ย้ายไปร่วมทีมกับลิเวอร์พูล ในเดือนสิงหาคม 2004 ด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์ โดยฤดูกาลแรกที่มาถึงก็ช่วยให้ลิเวอร์พูลได้รับตำแหน่งแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์เหนือเอซีมิลาน และในฤดูกาลต่อมาก็ได้แชมป์คอมมูนิตีชีลด์และเอฟเอคัพ
สำหรับในระดับชาตินั้น อาลอนโซได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมทีมในยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006 และ ยูโร 2008 โดยลงเล่นเกมทีมชาตินัดแรกในวันที่ 4 เมษายน 2003 ในชัยชนะ 4-0 ของทีมเหนือทีมชาติเอกวาดอร์ และแชมป์ยูโร 2008 ร่วมกับทีมชาติสเปน เป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่ได้รับ
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
[แก้] วัยเยาว์
อาลอนโซเกิดในครอบครัวฟุตบอลขนานแท้ พ่อของเขา เปรีโก อาลอนโซ เคยได้แชมป์ลาลีกา 2 สมัยติดต่อกันร่วมกับเรอัลโซเซียดัด และอีก 3 ครั้งกับบาร์เซโลนา ติดทีมชาติทั้งหมด 20 ครั้ง [1] อาลอนโซเกิดในโตโลซา เมืองเล็ก ๆ ในแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน อาลอนโซอาศัยอยู่ในเมืองบาร์เซโลนา 6 ปีหลังจากนั้นจึงย้ายไปเมืองซานเซบัสเตียน ที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของฟุตบอลขอลเขา ในช่วงวัยเด็กเขามักจะไปเล่นที่ปลายาเดลากอนชา (Shell Beach) [1] เสมอ และมีเพื่อนเล่นที่ชายหาดคือ มีเกล อาร์เตตา ทั้งสองมักจะดวลเทคนิคกันอยู่เสมอ ๆ[2] เขาหมกมุ่นอยู่กับฟุตบอลร่วมกับพ่อและมีเกล พี่ชาย ในศูนย์ฝึกเซเอซาบาเดย์ อาลอนโซได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อทำให้ชอบที่จะส่งบอลมากกว่ายิงประตู[3] ในช่วงแรกของอาชีพค้าแข้งเขาเลือกที่จะเล่นเป็นกองกลางตัวรับช่วยให้เขาได้เรียนรู้การถ่ายบอลอย่างมีประสิทธิภาพ และความสามารถนี้แหละที่ทำให้เขาเป็นที่ต้องการทั้งในระดับชาติและระดับสโมสร[1]
เมื่ออายุ 15 ปี อาลอนโซ เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมือง เคลส์ ในเคาน์ตีมีท ประเทศไอร์แลนด์[4] โดยเขาเล่นเกลิกฟุตบอล ทำให้พัฒนาความสนใจในกีฬานี้
อาลอนโซและอาร์เตตาในวัยเด็กฝันว่าจะได้เล่นร่วมกันที่เรอัลโซเซียดัดเมื่อโตขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเรียนต่างโรงเรียนกัน แต่ก็ยังเข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอลเยาวชนเดียวกันที่อันตีโกวโก และเล่นร่วมกันที่นั่นทุกสัปดาห์ ความสามารถของพวกเขาทั้งสองเป็นที่เตะตาแมวมองของทีมระดับยักษ์ใหญ่ ทำให้เส้นทางชีวิตหักเหจากเพื่อนสนิทสู่คู่แข่ง อาลอนโซเข้าร่วมทีมเรอัลโซเซียดัด ส่วนอาร์เตตาเข้าร่วมทีมบาร์เซโลนา[5] อาลอนโซไปอยู่กับเรอัลโซเซียดัด ที่พี่ชายของเขาก็อยู่ในทีมนี้ด้วย[1]
อาลอนโซผ่านการคัดเลือกระดับเยาวชนและทีมสำรองที่เรอัลโซเซียดัด และมีผลงานประทับใจให้สามารถเข้าสู่ทีมชุดใหญ่เมื่ออายุ 18 ปี[3] ในเกมโกปาเดลเรย์ พบกับโลโกรเญสในเดือนธันวาคม 1999[6] แต่หลังจากเกมนั้นก็ไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่อีกเลย แต่แล้วโอกาสก็มาถึงอีกครั้งในฤดูกาลถัดมา ต้นฤดูกาล 2000–01 คาเบียร์ เกลเมนเต ส่งอาลอนโซลงเล่นในเซกุนดาลีกากับเอเซเดเอย์บาร์เพื่อหาประสบการณ์ พ่อของเขาคิดว่าการได้เล่นร่วมกับทีมเล็ก ๆ จะช่วยให้เขาพัฒนาได้ดี[3] แต่โซเซียดัดก็เปลี่ยนผู้จัดการเมื่อทีมต้องจมอยู่ท้ายตารางตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงเดือนมกราคม 2001 โซเซียดัดตั้งจอห์น โทแช็กขึ้นเป็นผู้จัดการ ผู้จัดการทีมคนใหม่แต่งตั้งเขาในวัยเพียง 19 ปีเป็นกัปตันทีมซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งนี้จะเป็นของนักเตะรุ่นใหญ่ในทีม[1] ตอนท้ายฤดูกาลโซเซียดัดปีนกลับจากขุมนรกได้โดยจบที่อันดับ 14 ของฤดูกาล โทแช็กกล่าวชื่นชมอาลอนโซเป็นอย่างมาก โดยกล่าวว่า "ทุกอย่างในสโมสรไม่มีอะไรเป็นที่น่าประทับใจเลย เว้นแต่นักเตะจากทีมเยาวชนเท่านั้น"[1]
[แก้] เรอัลโซเซียดัด
ภายใต้การนำของจอห์น โทแช็ก ทีมของกัปตันอาลอนโซพลิกฟอร์มจากหน้ามือเป็นหลังมือ โทแช็กรู้ถึงความสามารถของอาลอนโซ จึงได้ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและคิดวิธีการฝึกในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับกัปตันหนุ่มของเขา โดยเฉพาะการจับและควบคุมบอล[7] ในปี 2001–02 โซเซียดัดจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 13 โดยอาลอนโซลงเล่นไปทั้งหมด 30 เกมและยิงประตูแรกในลีกของเขาได้ในฤดูกาลนี้เอง และยิงรวมไปทั้งสิ้น 3 ประตู โซเซียดัดเปลี่ยนผู้จัดการอีกครั้งเป็นเรนัลด์ เดอนูอิกซ์แต่ก็ยังไว้วางใจอาลอนโซเช่นเดิม[8]
ฤดูกาล 2002–03 เป็นปีที่ทำผลงานได้ดีที่สุดนับตั้งสโมสรได้แชมป์ลาลีกาครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1981-1982 โดยจบฤดูกาลด้วยอันดับรองแชมป์ตามหลังเรอัล มาดริดแค่ 2 คะแนน และก็เป็นคะแนนสูงสุดที่สโมสรเคยได้ และผ่านเข้าไปเล่นในแชมเปี้ยนลีกเป็นครั้งแรก อาลอนโซได้รับคำชมเป็นอย่างมากในบทบาทของกองกลางตัวรับรวมไปถึงได้รับรางวัลผู้เล่นสเปนยอดเยี่ยมจากนิตยสารกีฬา ดอนบาลอน และในฤดูกาลนั้นอาลอนโซยิงช่วยทีมไปถึง 12 ประตู (รวมทุกถ้วย)[9] และจากผลงานของเขาทำให้ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสเปนในสมัยของอีญากี ซาเอซ เกมแรกในนามทีมชาติในเป็นชัยชนะในเกมกระชับมิตรเหนือทีมชาติเอกวาดอร์ ในเดือนเมษายน 2003 และอีญากีได้กล่าวชื่นชมเป็นอย่างมากว่า "เขามีลูกส่งระยะไกลที่แม่นยำสูงมาก และมีทัศนวิสัยที่กว้างไกลจริง ๆ"[1]
ฤดูกาล 2003–04 ฤดูกาลแห่งความสับสน อาลอนโซได้โอกาสแสดงฝีมือครั้งแรกบนเวทีระดับทวีป ลงเล่นในเกมยูโรทุกนัด โซเซียดัดผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ต้องพ่ายให้กับโอลิมปิก ลียง ส่วนในลีกก็จบลงด้วยอันดับ 15 การแสดงออกที่ยอดเยี่ยมของอาลอนโซขัดกับผลงานของทีมเป็นอย่างมาก นี่เองเป็นเหตุให้อาลอนโซต้องย้ายออกจากโซเซียดัด[9] แม้มาดริดจะแสดงความสนใจแต่อาลอนโซก็ยังต้องอยู่กับทีมต่อไป[1] มาดริดไม่อาจยอมจ่ายค่าตัว 13 ล้านปอนด์[9] ในช่วงสิ้นฤดูกาลนี้ อาลอนโซเองก็มีภารกิจต้องรับใช้ชาติในยูโร 2004[10] เขาลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมที่สเปนมีชัยเหนือรัสเซีย 1-0 และลงเล่นเต็มเกมพบกับโปรตุเกส และก็ต้องสิ้นสุดแค่นั้นเมื่อสเปนไม่อาจผ่านเข้ารอบต่อไปหลังจากทำคะแนนตามหลังกรีซและโปรตุเกส ถึงแม้จะได้ลงสนามเพียงเล็กน้อยแต่ก็เป็นที่เตะตาของแจน โมลบี ในการส่งบอลที่แม่นยำ[1]
เมื่อตลาดนักเตะเปิดโซเซียดัดก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ มีเกล อาร์เตตา เพื่อนวัยเด็กที่ฝันว่าจะได้เตะบอลร่วมกัน[11] อาร์เตตาตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เล่นบอลร่วมกับอาลอนโซอีกครั้ง แต่ความฝันนั้นก็คงอยู่ไม่นาน[2] เมื่อลิเวอร์พูลได้ยื่นข้อเสนอให้แก่โซเซียดัด และโซเซียดัดก็ไม่ได้นำอาลอนโซร่วมทีมในเกมช่วงก่อนฤดูกาลด้วย[11] และแล้ววันที่ 20 สิงหาคม 2004 โซเซียดัดก็ได้ประกาศรับข้อเสนอของลิเวอร์พูลที่ 10.5 ล้านปอนด์[6][12] อาลอนโซไม่ได้เสียใจเลยกับการไม่ได้ย้ายไปมาดริดเมืองที่เป็นคู่อริของแคว้นบาสก์ ซึ่งไม่มีวันกลายเป็นจริง ในทางกลับกันเขามุ่งมั่นเต็มที่กับสโมสรใหม่ภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนีเตซอดีตผู้จัดการทีมบาเลนเซีย[1]
[แก้] ลิเวอร์พูล
[แก้] 2004-05 ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์
อาลอนโซย้ายมาลิเวอร์พูลพร้อม ๆ กับลุยส์ การ์ซีอา ซานซ์จากบาร์เซโลนาเป็นการเปิดยุคใหม่ของลิเวอร์พูล ผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล ราฟาเอล เบนีเตซ พยายามปฏิวัติสโมสรโดยรวมไปถึงการยกเครื่องผู้เล่นใหม่หมดเพื่อให้เข้ากับรูปแบบและแทคติกของเขา[13] กองกลางจอมเทคนิคชาวสเปนรายนี้ เป็นผู้เล่นคนแรกที่เบนีเตซซื้อเข้ามาและเขาก็ได้ใช้จุดเด่นของเขาให้เป็นประโยชน์กับทีม และสร้างความแตกต่างให้กับทีม[12][14] อาลอนโซเริ่มเกมพรีเมียร์ลีกของเขาในเกมพบกับโบลตันวันเดอเรอส์ที่รีบอกสเตเดียม เมื่อ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2004 [6] ถึงแม้ลิเวอร์พูลจะแพ้ไป 1-0 แต่อาลอนโซก็ได้รับคำชื่นชมในการจ่ายบอลเป็นอย่างมากจากกลุ่มผู้สื่อข่าว[15] ในเกมพรีเมียร์ลีกพบกับฟูแลม อาลอนโซยิ่งแสดงความสามารถออกมา โดยลิเวอร์พูลตามหลังอยู่ 2-0 เบนีเตซตัดสินใจส่งอาลอนโซจากม้านั่งสำรองลงสนามในครึ่งหลัง การลงสนามของเขาทำให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะ 4-2[16] ในเกมนั้นอาลอนโซยิงฟรีคิกเป็นประตูขึ้นนำให้กับลิเวอร์พูล และก็เป็นประตูแรกของเขาในสีเสื้อลิเวอร์พูลด้วย[17]
อาลอนโซยังทำประตูสำคัญอย่างต่อเนื่องให้กับลิเวอร์พูล ทำประตูแรกในแอนฟิลด์กับเกมชนะ 2-1 เหนืออาร์เซนอล[18] เขามีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ดีในอังกฤษ "ผมคิดว่าตั้งตัวได้เร็วเหรอ ไม่หรอก คุณก็รู้ว่าการไปอยู่ต่างประเทศต่างวัฒนธรรมเป็นเรื่องยากแค่ไหนแต่คุณก็ต้องยอมรับมัน" "มันน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่สามารถทำประตูได้ที่แอนฟีลด์ ผมเองก็ลองอยู่หลายครั้งแล้วผมก็รู้สึกเยี่ยมมากเมื่อทำได้ ยิ่งในเกมใหญ่อย่างนี้ด้วยแล้ว" [19] ในเกมกับอาร์เซนอล สตีเฟน เจอร์ราร์ดหายเจ็บกลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง การจับคู่กันของทั้งสองคนเป็นไปอย่างดีต่อเนื่องไปอีกหลายเกมจนกระทั่งอาลอนโซข้อเท้าหักในเกมพ่าย 0-1 ให้กับเชลซี ในวันปีใหม่ 2005 และต้องหยุดพักไปนานถึง 3 เดือน[20][21]
เขากลับมาลงเล่นอีกครั้งในเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่ 2 พบกับยูเวนตุส แม้อาลอนโซจะมีความสมบูรณ์ของร่างกายไม่เต็มร้อยแต่ก็ต้องลงเล่นเต็มเกมเนื่องจากการบาดเจ็บของเจอราร์ด และลิเวอร์พูลก็ยันเสมอได้ 0-0 ที่อิตาลี ส่งให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยประตูรวม 2-1 [22] เควิน แมกคาร์รา คอลัมนิสต์แห่งหนังสือพิมพ์อังกฤษ เดอะการ์เดี้ยน ยกให้ความสามารถของอาลอนโซเป็นสิ่งชี้นำความสำเร็จโดยกล่าวว่า "ผลการแข่งขันอันแสนวิเศษที่สตาดีโอเดลเลอัลปี เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเทคนิคอันยอดเยี่ยมสามารถลบข้อแตกต่างของร่างกายได้"[23] ในรอบรองชนะเลิศพบกับเชลซี นัดแรกอาลอนโซได้รับใบเหลืองจากการแสดงอารมณ์ฮึดฮัดเล็กน้อยในเกม 0-0 ที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์ ทำให้ถูกห้ามลงแข่งในเกมนัดที่ 2[24] อาลอนโซกังวลกับเรื่องนี้และพยายามอุธรณ์ต่อผู้ตัดสินแต่ไม่ได้ผล[25][26] เป็นกัปตันเจอราร์ดที่กลับมาจากบาดเจ็บในนัดที่สองและนำทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยประตูชัย 1-0 จากลุยส์ การ์เซีย โดยจะเข้าไปพบกับเอซี มิลาน[27]
พรีเมียร์ลีกปิดฉากลงแล้ว ลิเวอร์พูลได้อันดับ 5 แต่ฤดูกาลแรกของอาลอนโซยังไม่ปิดฉากลง ถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปแชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศยังรอเขาอยู่ ลิเวอร์พูลตามหลังเอซีมิลานอยู่ 3-0 เมื่อจบครึ่งแรก แต่แล้วก็กลายเป็นมหากาพย์ชั้นเยี่ยม[28] เมื่อลิเวอร์พูลไล่ตามหลังมาเป็น 3-2 และได้ลูกจุดโทษ เป็นอาลอนโซที่ต้องดวลกับดีดา ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลของเอซีมิลาน ดีดาเซฟได้ในจังหวะแรกแต่อาลอนโซเข้าซ้ำได้ทัน ส่งให้ลิเวอร์พูลกลับมาตีเสมอเอซีมิลานเป็น 3-3[29] และสุดท้ายเป็นลิเวอร์พูลที่ได้แชมป์จากการยิงจุดโทษ (3-2) หลังช่วงต่อเวลา[30] อาลอนโซได้รับคำสรรเสริญเป็นอย่างมากว่าเป็นจุดสำคัญของในการกลับมาของลิเวอร์พูล และเบนีเตซเองก็ได้เพิ่มบทบาทของอาลอนโซต่อทีมมากขึ้น[31][32][33] อาลอนโซตื่นเต้นยินดีกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างมากโดยกล่าวว่า "นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของผม"[34] นี่เป็นปีแรกในอังกฤษที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของอาลอนโซวัย 23 ปี และแสดงให้เห็นอนาคตอันสดใส
[แก้] 2005-06: ถ้วยเอฟเอคัพ
ปี 2005–06 อาลอนโซลงเล่นในทีมชุดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บหนักเหมือนฤดูกาลแรก ช่วงปิดฤดูกาล การมาถึงของกองหน้าปีเตอร์ เคราช์ กับส่วนสูงของเขาส่งให้ลิเวอร์พูลปรับเปลี่ยนรูปแบบของทีมเป็นการโยนบอลยาว เคราช์ปฏิเสธว่ามิได้เกิดเพราะการเข้ามาของเขาแต่เป็นเพราะความสามารถในการจ่ายบอลของอาลอนโซและเจอร์ราร์ดที่เป็นผู้กำหนดสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูล[35] อาลอนโซต้องต่อสู้มากยิ่งขึ้นเพื่อแย่งตำแหน่งกับโมฮัมเหม็ด ซิสโซโก แต่เมื่อเจอร์ราร์ดได้รับบาดเจ็บและความที่เบนีเตซชอบแผนการเล่นในแบบมากกว่า ทำให้อาลอนโซได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ อาลอนโซลงเล่นในทุกเกมของลิเวอร์พูลในแชมเปี้ยนลีกส์ แต่ทีมก็ต้องพ่ายตกรอบอย่างรวดเร็วต่อเบนฟีกา ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
7 มกราคม 2006 ในเอฟเอคัพ รอบสามพบลูตันทาวน์ อาลอนโซช่วยให้ทีมพลิกกลับมาชนะ 5-3 หลังจากทีมต้องตกเป็นรอง 3-1 เมื่อเริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน[36] อาลอนโซทำ 2 ประตู และเป็นลูกยิงระยะไกลทั้ง 2 ประตู ลูกแรกเป็นลูกยิงจากระยะ 35 หลา ส่วนอีกลูกเป็นเป็นลูกปิดกล่องจากระยะมากกว่า 65 หลาหลังเส้นกลางสนามด้วยซ้ำ[37][6] และผลที่ตามมาจากประตูของอาลอนโซส่งให้แฟนผู้โชคดีของลิเวอร์พูลคนนึงชนะพนักนถึง 25,000 ปอนด์ จากเงินต้น 200 ปอนด์ โดยลงพนันว่าอาลอนโซจะทำประตูได้จากแดนของตัวเอง[38] อาลอนโซได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในนัดมีชัย 3-1 เหนือพอร์ตสมัท ซึ่งอาจทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ[39] แต่อย่างไรก็ตามเขากลับมาทันลงสนามพบกับเวสต์แฮมได้ แต่อาลอนโซก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงกลางครึ่งหลังเนื่องจากอาการบาดเจ็บ และเป็นสตีเวน เจอร์ราร์ดที่ทำประตูที่ 3 ให้ลิเวอร์พูลตามตีเสมอเวสต์แฮมอย่างเหลือเชื่อในช่วงทดเจ็บ ก่อนจะปิดท้ายด้วยชัยชนะในการดวลจุดโทษเหนือเวสต์แฮม ส่งให้อาลอนโซได้รับเหรียญรางวัลเอฟเอคัพเหรียญแรก[40]
อาลอนโซถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปนอีกครั้งเพื่อสู้ศึกฟุตบอลโลก 2006 และก็เป็นเขาที่ยิงประตูแรกให้กับทีมในทัวร์นาเมนต์ เป็นประตูแรกของเขาในเสื้อทีมชาติเหนือยูเครน (14 มิย. 2006) [41] แต่แม้สเปนจะผ่านเข้ารอบโดยเป็นชนะรวดในกลุ่ม H แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาวพ่ายตกรอบต่อฝรั่งเศสไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย (3-1) [42]
[แก้] 2006-07 และ 2007-08
เป็นอาลอนโซอีกครั้งที่ทำประตูในชัยชนะ 2-0 เหนือนิวคาสเซิล ด้วยสุดยอดลูกยิงประตูจากกลางสนามอีกครั้ง (70 หลา) [43] แอนดี้ ฮันเตอร์ จากดิอินดีเพนเดนต์ ให้คำจำกัดความว่าเป็น "หนึ่งในลูกยิงสุดมหัศจรรย์ในประวัติศาสตร์ 117 ปีของลิเวอร์พูล" [44] อาลอนโซบอกว่าเขาฝึกซ้อมยิงประตูระยะไกลเป็นประจำอยู่แล้วไม่ใช่ลูกฟลุก[45] เมื่อมีคนถามว่าลูกไหนดีกว่ากัน เขาบอกว่า "ผมคิดว่าลูกยิงกับนิวคาสเซิลดีกว่า เพราะลูกที่ยิงกลับลูตันนั้นกระดอนพื้น 2-3 ครั้งก่อนเข้าประตู แต่ลูกนี้ลอยเข้าประตูไปเลย และประตูกับลูตัน ผมใช้เท้าซ้ายยิง มันต่างกัน แต่ผมก็รู้สึกยินดีที่สามารถทำประตูได้" [46] นี่เป็นประตูแรกของเขานับแต่เกมพบกับลูตัน กลายเป็นการยิงประตูจากแดนตัวเอง 2 ลูกติดต่อกัน[43]
8 มิถุนยน 2007 อาลอนโซต่อสัญญากับลิเวอร์พูลอีก 5 ปีเป็นการสิ้นสุดข่าวลือการย้ายทีม เขาทำผลงานได้ดีหลังจากต่อสัญญา และกล่าวว่า "ผมรู้ว่ามีหลายสโมสรสนใจผม แต่ผมรักที่จะอยู่นี่ ผมอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้ว และมีความรู้สึกพิเศษกับแฟน ๆ ของทีม ผมรู้ว่าสโมสรนี้มีความหมายต่อคนหลายคน และเป็นสโมสรพิเศษที่ผมไม่อยากจากไป"[47] การขาดหายไปของเจอร์ราร์ดในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล 2007-08 ทำให้อาลอนโซต้องมีส่วนในเกมรุกมากขึ้นและเขายิง 2 ประตูในชัยนะ 6-0 เหนือทีมน้องใหม่ดาร์บีเคาน์ตี[48][49] แต่ทว่าการเปิดตัวอย่างสวยงามก็จบลงอย่างรวดเร็วด้วยอาการบาดเจ็บจากเกมกับพอร์ตสมัธ[50] อาการบาดเจ็บที่กระดูกฝ่าเท้าส่งผลให้เขาต้องพักไปถึง 6 สัปดาห์ และเมื่อเร่งการกลับมามากเกินไปทำให้บาดเจ็บซ้ำในเกมแรกที่กลับมา อาลอนโซกล่าวถึงเกมนั้นในภายหลังว่า "ผมรู้สึกเหนื่อยมาก เพราะเป็นเกมแรกที่ได้ลงเล่นและยังเป็นเกมที่เร็วมาก แต่ไม่มีผู้เล่นคนไหนหรอกที่อยากถูกเปลี่ยนตัวออก โดยเฉพาะในเกมที่เรากำลังได้เปรียบ"[51]
อาลอนโซกลับมาจากอาการบาดเจ็บอีกครั้งในช่วงปลายปี 2007 แต่ยังต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งในทีมอีกร่วมเดือนกับคาเบียร์ มาเชราโน และลูกัส เลย์วา[52][53] ตำแหน่งในทีมของเขาได้รับการการันตีเมื่อใช้กองกลาง 5 คน และแม้ว่าเบนีเตซจะยอมรับว่าอาลอนโซเป็นผู้เล่นระดับสุดยอดก็ตาม แต่เบนีเตซเลือกที่จะใช้เขาเป็นตัวเปลี่ยนเกมและทลายเกมรับของคู่แข่งขันมากกว่า[54][55] อาลอนโซลงเล่นในเกมที่ 100 ให้กับลิเวอร์พูลในวันที่ 12 มค. 2008 พบกับมิดเดิลสโบร[56]
[แก้] แชมป์ยูโร 2008 และ ฤดูกาล 2008-09
แม้จะไร้ถ้วยรางวัลกับลิเวอร์พูลในปี 2007-08 แต่ยังมีถ้วยรางวัลระดับชาติรอเขาอยู่นั่นคือ ยูโร 2008 อาลอนโซต้องตกเป็นตัวสำรอง แต่ในเกมที่พบกับกรีซเขาก็ได้รับตำแหน่งกัปตันทีมชาติสเปน โดยเกมนั้นเป็นเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มและสเปนตัดสินใจพักผู้เล่นหลักหลายราย และนอกจากนี้ยังได้รับคัดเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ด้วย[57] แต่แม้จะแสดงผลงานได้ดีเพียงใดก็ไม่อาจยึดตำแหน่งตัวจริงไว้ได้ [58] อาลอนโซลงเล่นทั้งหมด 4 เกมจาก 6 เกมของทีมชาติสเปน [59] เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ชัยชนะของสเปนเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว และสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สเปนไม่พ่ยแพ้เลยคือ ทีมเวิร์คอันยอดเยี่ยมของผู้เล่น และยังกล่าวอีกด้วยว่า "ตอนนี้คือช่วงเวลาแห่งความฝันที่สุดยอด มันเหลือเชื่อมาก ๆ"[60] ความสำเร็จระดับชาติของอาลอนโซเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อเขายิงได้ 2 ประตูในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติเดนมาร์ก (3-0, สค. 2008) [61]
ก่อนเริ่มฤดูกาล 2008-2009 อาลอนโซได้รับอาจต้องย้ายออกจากสโมสร เมื่อสโมสรกำลังจะแทนที่เขาด้วยกองกลางทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ แบร์รี่[62] แม้การย้ายจะไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งเริ่มฤดูกาล แต่ข่าวลือก็ยังไม่จบและอาลอนโซรู้สึกไม่สบายใจนัก พร้อมกับที่ตำแหน่งในทีมเริ่มสั่นคลอน[63][64] แต่อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ ของทีมช่วยให้เขามีกำลังใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะอยู่บนสนามหรือบนม้านั่งสำรอง อาลอนโซรับรู้เรื่องนี้ดี และกล่าวว่า "แฟนของเราแสดงความรู้สึกของพวกเขาได้อย่างไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบแล้ว ตอนที่ผมไปกินข้าวหรือกาแฟ จะมีซักคนเสมอที่เดินเข้ามาและบอกผมว่า "เราอยากให้คุณอยู่ที่นี่นะ" ผมรู้สึกยินดีที่สุดท้ายแล้วจบลงโดยไม่มีการย้ายทีมเกิดขึ้น และผมเองก็ไม่เคยขอย้ายทีมเลย"[65]
ถึงจะมีข่าวเรื่องการย้ายตัวในช่วงหน้าร้อน แต่อาลอนโซก็ยังแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและได้รับคำชื่นชมทั้งจากเพื่อนร่วมทีมและผู้สื่อข่าวในเรื่องกำลังใจอันแข็งแกร่ง และส่งให้สโมสรเปิดฤดูกาลได้ดีที่สุดในรอบหลายปี[65][66] ความสำคัญของอาลอนโซต่อทีมถูกชี้ให้เห็นอีกครั้ง ในประตูโทนเหนือเชลซี เป็นการหยุดสถิติไร้พ่าย 4 ปี (86 นัด) ในสแตมฟอร์ดบริดจ์ของเชลซี[67] จากการเปิดเผยผลวิเคราะห์ทางสถิติของออปตา เมื่อวันที่ 11 ธค. 2008 ระบุว่า อาลอนโซเป็นนักเตะคนแรกที่ผ่านบอลสำเร็จเกิน 1,000 ครั้ง ในฤดูกาล 2008-2009 [68]
[แก้] ชีวิตส่วนตัว
อาลอนโซเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่เป็นมิตรกับทุกคนในทีม[69] เขาพบรักกับนาโกเร อารันบูรู และมีลูกชายด้วยกัน 1 คนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2008 ชื่อว่า คอนต์ชู อาลอนโซ อารันบูรู[70][71] และลูกสาว 1 คน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2010 ชื่ออาเน อาลอนโซ[72][73] อาลอนโซอยู่ข้างเธอในวันที่คลอด โดยไม่ได้ลงสนามในเกมกับอินเตอร์มิลาน อาลอนโซกล่าวในภายหลังว่า "มันน่าเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ลงเล่นกับอินเตอร์ แต่ผมต้องอยู่กับครอบครัว"[74] แต่นี่ก่อให้เกิดความไม่ลงรอยกันระหว่างเบนีเตซกับอาลอนโซเพราะทำให้เขาไม่สามารถใช้งานอาลอนโซได้ในเกมสำคัญแบบนี้[75][76][77]
อาลอนโซกับเพื่อนในวัยเด็ก มีเกล อาร์เตตา ได้กลับมาเป็นเพื่อนบ้านกันอีกครั้งเหมือนสมัยที่อยู่ในซานเซบาสเตียน[78] หลังจากที่อาลอนโซกล่อมอาร์เตตาให้ย้ายมาร่วมทีมกับเอฟเวอร์ตัน[79] อาลอนโซยังได้ช่วยอดีตเพื่อนร่วมทีมเรอัลโซเซียดัด ควน อูการ์เต ย้ายไปร่วมทีมกับเร็กซ์แฮม เมื่อปี 2004 ด้วย[80]
มีเกล อาลอนโซพี่ชายของเขาย้ายมาร่วมทีมกับโบลตันในแบบยืมตัวในฤดูกาล 2007-2008 โดยมีเงื่อนไขที่อาจซื้อขาดได้[81][82] แต่สุดท้ายก็ไม่มีการย้ายถาวร มีเกลกลับสู่เรอัลโซเซียดัดเช่นเดิม[83] อาลอนโซกระตุ้นให้มีเกลย้ายมาเล่นในอังกฤษอีกครั้งและลงเอยกับสวอนซี[84]
[แก้] สถิติ
[แก้] ระดับสโมสร
| ระดับสโมสร | เกมลีก | ฟุตบอลถ้วย | ลีกคัพ | ระดับทวีป | รวม | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ฤดูกาล | สโมสร | ลีก | ลงเล่น | ประตู | ลงเล่น | ประตู | ลงเล่น | ประตู | ลงเล่น | ประตู | ลงเล่น | ประตู |
| สเปน | ลีก | โกปาเดลเรย์ | ลาลีกา | ยุโรป | รวม | |||||||
| ลาลีกา 1999-2000 | เรอัลโซเซียดัด | ลาลีกา | 5 | 0 | 1 | 0 | - | 0 | 0 | 6 | 0 | |
| เซกุนดาลีกา 2000–01 | เอย์บาร์ | เซกุนดาลีกา | 14 | 0 | 0 | 0 | - | 0 | 0 | 14 | 0 | |
| 2000–01 | เรอัลโซเซียดัด | ลาลีกา | 17 | 0 | 0 | 0 | - | 0 | 0 | 17 | 0 | |
| 2001–02 | 30 | 3 | 0 | 0 | - | 0 | 0 | 30 | 3 | |||
| 2002–03 | 32 | 3 | 1 | 0 | - | 0 | 0 | 33 | 3 | |||
| 2003–04 | 35 | 3 | 0 | 0 | - | 8 | 1 | 43 | 4 | |||
| อังกฤษ | ลีก | เอฟเอคัพ | ลีกคัพ | ยุโรป | รวม | |||||||
| 2004–05 | ลิเวอร์พูล | พรีเมียร์ลีก | 24 | 2 | 0 | 0 | 0 | 0 | 8 | 1 | 32 | 3 |
| 2005–06 | 35 | 3 | 5 | 2 | 0 | 0 | 11 | 0 | 51 | 5 | ||
| 2006–07 | 32 | 4 | 1 | 0 | 2 | 0 | 15 | 0 | 50 | 4 | ||
| 2007–08 | 19 | 2 | 3 | 0 | 1 | 0 | 4 | 0 | 27 | 2 | ||
| 2008–09 | 21 | 3 | 1 | 0 | 1 | 0 | 4 | 0 | 28 | 3 | ||
| รวม | สเปน | 133 | 9 | 2 | 0 | - | 8 | 1 | 147 | 10 | ||
| อังกฤษ | 131 | 14 | 10 | 2 | 4 | 0 | 42 | 1 | 187 | 16 | ||
| สรุปรวม | 264 | 23 | 12 | 2 | 4 | 0 | 50 | 2 | 335 | 26 | ||
- ข้อมูลล่าสุด 19 มกรา 2009
[แก้] ระดับชาติ
| ทีมชาติ | ฤดูกาล | ลงเล่น | ประตู |
|---|---|---|---|
| สเปน | |||
| 2002-03 | ? | 0 | |
| 2003-04 | ? | 0 | |
| 2004-05 | 5 | 0 | |
| 2005-06 | 10 | 1 | |
| 2006-07 | 8 | 0 | |
| 2007-08 | 10 | 0 | |
| 2008-09 | 5 | 2 | |
| Total | 38 | 3 | |
Last updated 13 November 2008[59]
| # | วันที่ | สถานที่ | คู่แข่ง | ประตู | ผล | รายการ
|
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2006-06-14 | เซนทรัลชตาดีโยน, ไลพ์ซิก, เยอรมนี | 1–0 | 4–0 | 2006 FIFA World Cup | |
| 2 | 2008-08-20 | ปาร์เกนสเตเดียม, เดนมาร์ก | 1–0 | 3–0 | Friendly | |
| 3 | 2008-08-20 | ปาร์เกนสเตเดียม, เดนมาร์ก | 3–0 | 3–0 | Friendly | |
| 4 | 1 April 2009 | Ali Sami Yen Stadium, Turkey | 1–1 | 2–1 | 2010 World Cup Qualifier | |
| 5 | 28 June 2009 | Royal Bafokeng Stadium, South Africa | 3–2 | 3–2 | 2009 FIFA Confederations Cup | |
| 6 | 14 November 2009 | Vicente Calderon Stadium, Spain | 1–0 | 2–1 | Friendly | |
| 7 | 14 November 2009 | Vicente Calderon Stadium, Spain | 2–1 | 2–1 | Friendly | |
| 8 | 29 May 2010 | Tivoli Nuevo Stadium, Austria | 2–1 | 3–2 | Friendly | |
| 9 | 8 June 2010 | Estadio Nueva Condomina, Spain | 3–0 | 6–0 | Friendly |
[แก้] เกียรติประวัติ
[แก้] ลิเวอร์พูล
[แก้] ระดับชาติ
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 1.9 Ballague, Guillem (2005-05-22). "Clever Xabi sets the pass mark". The Observer. http://www.guardian.co.uk/football/2005/may/22/sport.comment. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-11.
- ^ 2.0 2.1 Fifield, Dominic (2006-03-25). "Arteta seeks revenge in battle of Basques". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2006/mar/25/newsstory.sport15. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-11.
- ^ 3.0 3.1 3.2 Balague, Guillem (2008-05-18). "Dads and Lads: Periko and Xabi Alonso". Liverpool FC. http://www.liverpoolfc.tv/news/drilldown/N159927080518-0840.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ "Royal help for Alonso", eleven-a-side.com, Lynn Group, 25 May 2005. สืบค้นวันที่ 17 May 2009
- ^ Hunter, Andy (2005-11-19). "Mikel Arteta: 'It's a long way from San Sebastian...'". The Independent. http://www.independent.co.uk/sport/football/premier-league/mikel-arteta-its-a-long-way-from-san-sebastian-515944.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-11.
- ^ 6.0 6.1 6.2 6.3 "Xabi Alonso Profile". Liverpool. Archived from the original on August 4, 2008. http://web.archive.org/web/20080804215916/http://www.liverpoolfc.tv/team/squad/alonso/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-11.
- ^ Abbandonato, Paul (2008-07-03). "It's the Real deal for Toshack". Wales Online (Western Mail). http://www.walesonline.co.uk/footballnation/football-in-wales/2008/07/03/it-s-the-real-deal-for-toshack-91466-21218919/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-12.
- ^ Lowe, Sid (2002-11-04). "Sociedad enjoy ride of their lives". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2002/nov/04/europeanfootball.sport. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-11.
- ^ 9.0 9.1 9.2 Sinnott, John (2004-08-21). "Alonso the pass master". BBC Sport. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/teams/l/liverpool/3552474.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-12.
- ^ อ้างอิงผิดพลาด: Invalid
<ref>tag; no text was provided for refs namedFDB - ^ 11.0 11.1 "Real Sociedad drop Alonso", BBC Sport, 2004-08-11. สืบค้นวันที่ 2008-08-12
- ^ 12.0 12.1 "Alonso makes Anfield move", BBC Sport, 2004-08-20. สืบค้นวันที่ 2008-08-12
- ^ Ortego, Enrique (2008-11-03). "La 'Rafalution' entra en la historia del Liverpool (The 'Rafalution' becomes part of Liverpool history)". Diario AS. http://www.as.com/futbol/articulo/futbol-rafalution-entra-historia-liverpool/dasftb/20081103dasdaiftb_31/Tes. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-18.
- ^ "Liverpool grab Garcia". BBC Sport. 2004-08-20. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/teams/l/liverpool/3582406.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ "Bolton 1-0 Liverpool". BBC Sport. 2004-08-29. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/eng_prem/3586112.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ Cox, Gerry (2004-10-17). "Alonso inspires a change of fortune". The Observer. http://www.guardian.co.uk/football/2004/oct/17/match.sport11. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ "Fulham 2-4 Liverpool". BBC Sport. 2004-10-16. http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/eng_prem/3724106.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ "Liverpool 2-1 Arsenal". BBC Sport. 2004-11-28. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/eng_prem/4028103.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ Xabi Alonso. Alonso happy to be at Anfield (Windows Media Player/Real Video) [Video]. BBC Sport. สืบข้อมูลเมื่อ 2008-08-15. Event occurs at 0.05mins/2.00mins. "I think I'm settling quickly no? You know you come to a different country with a different culture but you have to accept all this"/"It was exciting to score at Anfield. I was looking for it and I felt great when I did, in a big game as well"
- ^ "Liverpool 0-1 Chelsea". BBC Sport. 2005-01-01. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/eng_prem/4114653.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ "Alonso sidelined for three months". BBC Sport. 2005-01-05. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/teams/l/liverpool/4139747.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ "Juventus 0-0 Liverpool". BBC Sport. 2005-04-13. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/europe/4431795.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ McCarra, Kevin (2005-04-14). "Liverpool set up Chelsea clash". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2005/apr/14/match.sport1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ McCarra, Kevin (2005-04-28). "Red resistance tips the balance". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2005/apr/28/match.sport1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ Shaw, Phil (2005-05-25). "Alonso adds touch of the sublime". The Independent. http://findarticles.com/p/articles/mi_qn4158/is_20050525/ai_n14641403. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "Alonso tells of Reds heartbreak". BBC Sport. 2005-04-28. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/teams/l/liverpool/4493135.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ Winter, Henry (2005-05-04). "Glorious Liverpool a big noise again". The Daily Telegraph. http://www.telegraph.co.uk/sport/football/2359108/Glorious-Liverpool-a-big-noise-again.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ Keogh, Frank (2005-05-25). "Why it was the greatest cup final". BBC Sport. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/4582357.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ McCarra, Kevin (2005-05-26). "Grit, spirit and the ultimate glory". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2005/may/26/match.acmilan. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "AC Milan 3-3 Liverpool (aet)". BBC Sport. 2005-05-25. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/europe/4573159.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ Fifield, Dominic (2005-05-26). "Gerrard inspires Liverpool by sheer willpower". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2005/may/26/newsstory.championsleague. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "Benítez's brave change of tack leaves Milan in reverse gear". The Guardian. 2005-05-26. http://www.guardian.co.uk/football/2005/may/26/championsleague2. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "Benítez demands trophy defence for Reds". The Guardian. 2005-05-26. http://www.guardian.co.uk/football/2005/may/26/newsstory.championsleague200405. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "Benítez stunned by epic comeback". BBC Sport. 2006-05-26. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/europe/4582585.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ "Crouch defends Liverpool tactics". BBC Sport. 2005-09-19. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/teams/l/liverpool/4261110.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ Bradbury, Jamie (2006-01-07). "Reds edge classic". The FA. http://www.thefa.com/TheFACup/TheFACup/NewsAndFeatures/Postings/2006/01/FACup3rdRd_LutonLiverpool.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-12.
- ^ McCarra, Kevin (2006-01-09). "Echoes of another epic as Liverpool forced to treat Luton like Milan". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2006/jan/09/match.lutontown. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-12.
- ^ "Fan makes £25,000 on dream goal". BBC Sport. 2006-01-10. http://news.bbc.co.uk/1/hi/england/berkshire/4598198.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ Anthony, Peter (2006-05-08). "Football: Classic Fowler turn undoes Portsmouth". The Independent. http://findarticles.com/p/articles/mi_qn4158/is_20060508/ai_n16352464. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ "Liverpool 3-3 West Ham (aet)". BBC Sport. 2006-05-13. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/fa_cup/4756045.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ Bulman, Erica (2006-06-14). "David Villa scores twice as Spain reigns over Ukraine 4-0". USA Today. http://www.usatoday.com/sports/soccer/worldcup/2006-06-14-spain-ukraine_x.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ "Spain 1-3 France". BBC Sport. 2007-07-26. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/world_cup_2006/4991524.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ 43.0 43.1 Hughes, Ian (2006-09-20). "Liverpool 2-0 Newcastle". BBC Sport. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/eng_prem/5351794.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ Hunter, Andy (2006-09-21). "Liverpool 2 Newcastle United 0: Alonso hits 70-yard wonder goal to thrill Reds". The Independent. http://www.independent.co.uk/sport/football/premier-league/liverpool-2-newcastle-united-0-alonso-hits-70yard-wonder-goal-to-thrill-reds-416922.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-11.
- ^ Winrow, Ian (2006-09-22). "Alonso denies his long shots are a gamble". The Daily Telegraph. http://www.telegraph.co.uk/sport/football/2346331/Alonso-denies-his-long-shots-are-a-gamble.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "Newcastle goal my best". The Daily Star. 2006-09-22. http://www.thedailystar.net/2006/09/22/d60922041537.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-16.
- ^ "Alonso signs five-year Reds deal". The Daily Mail. http://www.dailymail.co.uk/sport/article-460702/Alonso-signs-year-Reds-deal.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-15.
- ^ Jackson, Jamie (2007-09-02). "Benítez has Liverpool dreaming of a new tilt at the title". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2007/sep/02/match.derbycounty. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-15.
- ^ "Xabi Alonso is aware he won't be playing". The Independent. 2007-09-04. http://findarticles.com/p/articles/mi_qn4158/is_/ai_n19514579. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-15.
- ^ "Bad breaks put Xabi Alonso and Daniel Agger out for six weeks". Liverpool Daily Post. 2007-09-20. http://www.liverpooldailypost.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2007/09/20/bad-breaks-put-xabi-alonso-and-daniel-agger-out-for-six-weeks-64375-19818267/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-15.
- ^ "Xabi Alonso speaks of his Liverpool injury hell". Liverpool Daily Post. 2007-12-19. http://www.liverpooldailypost.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2007/12/19/xabi-alonso-speaks-of-his-liverpool-injury-hell-64375-20268762/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-15.
- ^ Barrett, Tony (2007-12-18). "Steven Gerrard out of cup clash as Xabi Alonso returns". Liverpool Echo. http://www.liverpoolecho.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2007/12/18/steven-gerrard-out-of-cup-clash-as-xabi-alonso-returns-100252-20264834/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-13.
- ^ Winter, Henry (2008-03-12). "Torres ensures Liverpool place in Fab Four". The Daily Telegraph. http://www.telegraph.co.uk/sport/columnists/henrywinter/2294248/Torres-ensures-Liverpool-place-in-Fab-Four.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-13.
- ^ McNulty, Phil (2008-08-14). "Liverpool may fall short in title tilt". BBC Sport. http://www.bbc.co.uk/blogs/philmcnulty/2008/08/liverpool_could_fall_short_aga.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-13.
- ^ "Rafa Benítez: "Xabi Alonso es un jugador de clase superior" (Xabi Alonso is a top class player)" (ในภาษาSpanish). Marca. 2007-10-27. http://www.marca.com/edicion/marca/futbol/internacional/es/desarrollo/1051158.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-13.
- ^ Hassall, Paul (2008-01-12). "Xabi's sweeper dream". Liverpool F.C.. http://www.liverpoolfc.tv/news/archivedirs/news/2008/jan/14/N158402080114-1217.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-15.
- ^ Baskett, Simon (2008-06-18). "Second string Spain too good for Greece". Reuters. http://www.reuters.com/article/sportsNews/idUSL1867995520080618?sp=true. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-15.
- ^ Taylor, Daniel (2008-06-19). "Second-string Alonso displays class of Spanish squad". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2008/jun/19/euro2008.euro2008groupd1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-15.
- ^ 59.0 59.1 "Xabi Alonso Player Profile Euro 2008". Sky Sports. http://www.skysports.com/football/euro2008/player-profiles/0,23132,12024_90026,00.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-13.
- ^ Balague, Guillem (2008-06-30). "Exclusive Interview: Xabi Alonso". Guillem Balague. http://www.guillembalague.com/interview_desp.php?id=14&titulo=Exclusive%20Interview:%20Xabi%20Alonso. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ McLaughlin, Kim (2008-08-20). "UPDATE 1-Soccer-Alonso double helps Spain ease past Denmark". Reuters. http://uk.reuters.com/article/worldFootballNews/idUKLK00223720080820?rpc=401&=undefined&sp=true. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-22.
- ^ "Liverpool FC still want Gareth Barry". Liverpool Daily Post. 2008-07-29. http://www.liverpooldailypost.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2008/07/29/liverpool-fc-still-want-gareth-barry-64375-21426760/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-06.
- ^ Barrett, Chris (2008-07-16). "Juventus end pursuit of Alonso". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2008/jul/16/liverpool.premierleague. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-06.
- ^ "Alonso admits summer sorrow". Sky Sports. 2008-10-04. http://www.skysports.com/story/0,19528,11661_4243844,00.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-06.
- ^ 65.0 65.1 Taylor, Daniel (2009-10-04). "The adopted son they couldn't drive away". The Guardian. http://www.guardian.co.uk/football/2008/oct/04/premierleague.liverpool. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-06.
- ^ "Gerrard Tribute to Xabi Alonso". Liverpool FC. 2008-09-15. http://www.liverpoolfc.tv/mediawatch/drilldown/MW13485080915-1328.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-06.
- ^ "Alonso Fires Reds Clear at the Top". Liverpool F.C.. 2008-10-26. http://www.liverpoolfc.tv/match/season/2008-2009/oct//681/finalwhistle.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Rice, Jimmy (2008-12-11). "Xabi's 1,000 passes". Liverpool F.C.. http://www.liverpoolfc.tv/news/drilldown/N162481081211-1113.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-15.
- ^ Rice, Jimmy (2008-12-03). "Reina hails 'One of world's best'". Liverpool F.C.. http://www.liverpoolfc.tv/news/drilldown/N162358081203-0834.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-15.
- ^ Recalde, Mikel (2008-07-03). "Valoro mis títulos, pero me falta una liga (I value my honours, but I still lack a league title)" (ในภาษาSpanish). Noticias de Gipuzkoa (Gipuzkoa News). http://www.noticiasdegipuzkoa.com/ediciones/2008/07/03/deportes/futbol/d03fut50.1160116.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ Beesley, Chris (2008-03-31). "Chance of Real Madrid move for Xabi Alonso". Liverpool Daily Post. http://www.liverpooldailypost.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2008/05/31/chance-of-real-madrid-move-for-xabi-alonso-64375-21002225/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Recalde, Mikel (2008-07-03). "Valoro mis títulos, pero me falta una liga (I value my honours, but I still lack a league title)" (ในภาษาSpanish). Noticias de Gipuzkoa (Gipuzkoa News). http://www.noticiasdegipuzkoa.com/ediciones/2008/07/03/deportes/futbol/d03fut50.1160116.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ Beesley, Chris (2008-03-31). "Chance of Real Madrid move for Xabi Alonso". Liverpool Daily Post. http://www.liverpooldailypost.co.uk/liverpool-fc/liverpool-fc-news/2008/05/31/chance-of-real-madrid-move-for-xabi-alonso-64375-21002225/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ "Xabi Alonso: "Fue un poco frustrante no jugar, pero tenía que estar con mi familia" (It was a little frustrating to miss the match, but i had to be with my family)" (ในภาษาSpanish). El Mundo. 2008-03-13. http://www.elmundo.es/elmundodeporte/2008/03/13/futbol/1205432606.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Wallace, Sam (2008-03-11). "Alonso left at home after Benítez tires of baby talk". The Independent. http://www.independent.co.uk/sport/football/european/alonso-left-at-home-after-benitez-tires-of-baby-talk-794019.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Thomas, Phil (2008-03-11). "That's yer tot, Alonso". The Sun. http://www.thesun.co.uk/sol/homepage/sport/football/article900748.ece. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Martín, Luis (2008-03-12). "La paternidad de Xabi Alonso provoca un lío en Anfield (Xabi Alonso's fatherhood whips up a storm at Anfield)" (ในภาษาSpanish). El Pais. http://www.elpais.com/articulo/deportes/paternidad/Xabi/Alonso/provoca/lio/Anfield/elpepidep/20080312elpepidep_1/Tes. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Ducker, James (2006-03-25). "Arteta puts friendship on hold as Everton eye Europe". The Times. http://www.timesonline.co.uk/tol/sport/football/premier_league/everton/article695785.ece. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-14.
- ^ Prentice, David (2008-09-26). "Mikel Arteta and Xabi Alonso's special bond put on hold in Everton-Liverpool derby". Liverpool Echo. http://www.liverpoolecho.co.uk/everton-fc/everton-fc-news/2008/09/26/mikel-arteta-and-xabi-alonso-s-special-bond-put-on-hold-in-everton-liverpool-derby-100252-21906863/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Rice, Jimmy (2007-01-18). "Xabi Alonso: The Big Interview". Liverpool FC. http://www.liverpoolfc.tv/news/features/this_season/FN11090070118-1117.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-08-15.
- ^ "Bolton clinch Alonso". Manchester Evening News. 2007-07-16. http://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/bolton_wanderers/s/1011/1011420_bolton_clinch_alonso.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ "Alonso joins Bolton from Sociedad". BBC Sport. 2007-07-10. http://news.bbc.co.uk/sport1/hi/football/teams/b/bolton_wanderers/6290040.stm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Lorenzo, J. L. (2008-09-03). "El club presentará mañana el ERE con Alonso y Stevanovic (The club will release Alonso and Stefanovic tomorrow under ERE legislation)" (ในภาษาSpanish). Mundo Deportivo. http://www.elmundodeportivo.es/web/gen/20080903/noticia_53530989163.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-04.
- ^ Wathan, Chris (2008-12-14). "Alonso: My brother Xabi told me to link up with Swans". Wales on Sunday. http://www.walesonline.co.uk/footballnation/swansea-city-fc/2008/12/14/alonso-my-brother-xabi-told-me-to-link-up-with-swans-91466-22470921/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-12-15.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- Profile at liverpoolfc.tv
- Xabi Alonso FIFA competition record
- Xabi Alonso career stats at Soccerbase
- Profile at BBC Sport
- Podcast from The Times: Mikel and Xabi Alonso interview
- ทวิตเตอร์ของ ชาบี อาลอนโซ (@XabiAlonso)
|
|||||||
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2524
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- นักฟุตบอลชาวสเปน
- นักฟุตบอลทีมชาติสเปน
- ผู้เล่นสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด
- ผู้เล่นในฟุตบอลโลก 2006
- ผู้เล่นในฟุตบอลโลก 2010
- ผู้เล่นในชุดชนะเลิศฟุตบอลโลก
- ผู้เล่นในพรีเมียร์ลีก
- ผู้เล่นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
- ผู้เล่นในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008
- ผู้เล่นในลาลีกา
- บุคคลจากแคว้นบาสก์