หวง เย่อหัว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Felix Wong)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หวง เย่อหัว
Wong Yat Wah Felix.JPG
หวงเย่อหัว กับ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล
เกิด 4 กันยายน พ.ศ. 2504 (58 ปี)
ฮ่องกง
คู่สมรส เหลียง เจียหัว (พ.ศ. 2531-ปัจจุบัน)
คู่ครอง กง ฉือเอิน (พ.ศ. 2528–2529)
บุตร หวงจื่อฉิง (Adrian Wong)
ชื่ออื่น เฟลิกซ์ ว่อง (Felix Wong)
อาชีพ นักแสดง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2523-ปัจจุบัน
ผลงานเด่น -บทหลี่ถัง ใน เหยี่ยวถลาลม (พ.ศ. 2524)
-บทซีจุ๊ ใน แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (พ.ศ. 2525)
-บทก๊วยเจ๋ง ใน มังกรหยก ภาค1 ฉบับปีพ.ศ. 2526
-บทหลี่มี่ ใน ศึกลำน้ำเลือด (พ ศ.2530)
-บทติงโหย่วเจี้ยน ใน คู่แค้นสายโลหิต (พ.ศ. 2532)
-บทหลี่ต้าโหย่ว ใน เจ้าพ่อสนามม้า (พ.ศ. 2536)
-บทเฉียวฟง ใน แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (พ.ศ. 2540)
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

หวง เย่อหัว (จีนตัวย่อ: 黄日华; จีนตัวเต็ม: 黃日華; พินอิน: Huáng Rìhuá หฺวัง รื่อหฺวา; กวางตุ้ง: Wong4 Jat6-waa4 ว่อง หยัดว่า; เกิด 4 กันยายน พ.ศ. 2504) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เฟลิกซ์ ว่อง (Felix Wong) เป็นนักแสดงชายยอดนิยมชาวฮ่องกงที่อดีตเคยมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากทั่วเอเชียในช่วงต้นยุคทศวรรษที่ 80-ปลายยุคทศวรรษที่ 90 และมีผลงานละครชุดที่ได้รับความนิยมทั่วเอเชียมากมาย เช่น มังกรหยก ภาค1 ฉบับปีพ.ศ. 2526, เทพบุตรสลัม, เหยี่ยวถลาลม, คู่แค้นสายโลหิต และ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ฯลฯ ซึ่งผลงานละครของเขาเหล่านี้ล้วนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแง่ของเรตติ้ง และทำให้เขากลายเป็นพระเอกจอแก้วเบอร์หนึ่งของทางช่องสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ต่อจากโจวเหวินฟะ[1][2][3][4][5]

หวง เย่อหัว แรกเริ่มใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติแต่หลังจบชั้นมัธยมปลายแล้วเขาได้ตัดสินใจไปสมัครคัดเลือกเป็นนักแสดงกับทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบีในรุ่นที่ 9 เมื่อปีพ.ศ. 2523 (1980) ในขณะที่ยังเรียนการแสดงกับทางช่องอยู่ก็ได้มีโอกาสแสดงเป็นตัวประกอบในละครดัง ๆ หลายเรื่อง หลังจากเรียนจบในปีถัดมาก็ได้เริ่มอาชีพนักแสดงอย่างเต็มตัวและได้รับการผลักดันส่งเสริมจากทางช่องให้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวรุ่งชายมาแรง 5 พยัคฆ์ทีวีบี ประกอบไปด้วย หวง เย่อหัว, เหมียวเฉียวเหว่ย, ทัง เจิ้นเยี่ย, หลิวเต๋อหัว และ เหลียงเฉาเหว่ย ซึ่งทั้งห้าคนต่างก็มีผลงานละครที่โด่งดังตามแนวทางของแต่ละคน และหวงเย่อหัว ถือได้ว่าเป็นนักแสดงชายที่ประสบความสำเร็จทางด้านเรตติ้งกับงานละครมากกว่าคนอื่นในกลุ่มห้าพยัคฆ์

บทบาทการแสดงของเขาที่ดัง ๆ ในผลงานละครที่มีเรตติ้งสูง ๆ มีหลายเรื่องได้แก่ หลี่ถัง ใน เหยี่ยวถลาลม (พ.ศ. 2524), ซีจุ๊ ในละครเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า (ฉบับปีพ.ศ. 2525), ก๊วยเจ๋ง ในละคร มังกรหยก ภาค1 ฉบับปีพ.ศ. 2526, หลี่มี่ ตัวร้ายใน ศึกลำน้ำเลือด (พ.ศ. 2530), ติงโหย่วเจี้ยน ในละครสากลยอดนิยมตลอดกาลเรื่อง คู่แค้นสายโลหิต (พ.ศ. 2532), หลี่ต้าโหย่ว ใน เจ้าพ่อสนามม้า (พ.ศ. 2536) และ เฉียวฟงในละครเรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (ฉบับปีพ.ศ. 2540) โดยเฉพาะบทบาท ก๊วยเจ๋ง ที่เขาแสดง ได้รับคำชื่นชมจากคนดูละครในยุคสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นบทบาทที่คนดูประทับใจและประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา

หลังจากปีพ.ศ. 2540 ความนิยมในตัว หวงเย่อหัว ลดลงไปพร้อม ๆ กับหมดยุคทองของละครซีรีส์ฮ่องกง ผลงานละครในยุคหลัง ๆ ของเขาไม่ประสบความสำเร็จเหมือนในอดีต แต่ผลงานที่พอจะเป็นที่รู้จักในระยะหลังของ หวง เย่อหัว กลับเป็นบทบาทในภาพยนตร์ได้แก่ นางสาวกำไก่ (Golden Chicken 2002) ในปี พ.ศ. 2545, คนอยากหญ่าย โตยกกำลัง 10 (Wait 'til You're Older 2005) ในปีพ.ศ. 2548 และภาพยนตร์จากโปรเจกต์ของ "หลิวเต๋อหัว" ที่เขาสามารถดึงเอา 4นักแสดงในกลุ่มห้าพยัคฆ์ทีวีบีกลับมาร่วมแสดงกันได้อีกครั้ง ในเรื่อง เกิดมาโหดตามพินัยกรรม 2 (Brothers 2007) ในปีพ.ศ. 2550 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้ามาถ่ายทำหลายฉากในประเทศไทย นอกจากงานแสดงแล้วเขายังเป็นสมาชิกของทีมฟุตบอลรวมดาราฮ่องกงพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2529 (1986) และในอดีตช่วงละครฮ่องกงโด่งดังในไทยเคยเข้ามาฟาดแข้งกระชับมิตร กับทีมฟุตบอลดาราออลสตาร์ในงานครบรอบวันเกิดของช่อง 3 หลายครั้งอีกด้วย

ชีวิตส่วนตัว หวงเย่อหัวสมรสแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2531 กับเหลียง เจียหัว ซึ่งก็เป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์ทีวีบีเช่นกันและมีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคน คือ หวงจื่อฉิง (Adrian Wong) ซึ่งปัจจุบันเธอได้เป็นนักแสดงคนหนึ่งในวงการบันเทิงฮ่องกงตามรอยพ่อและแม่เช่นกัน

ประวัติ[แก้]

ชีวิตแรกเริ่มและก้าวแรกในวงการบันเทิง[แก้]

พ่อและแม่ของหวงเย่อหัวดั้งเดิมเป็นชาวจีน ที่อาศัยอยู่ที่เมืองฮุ่ยโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ต่อมาได้อพยพมาตั้งรกรากที่ประเทศฮ่องกง และได้กำเนิดบุตรชายชื่อว่า หวงเย่อหัว เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2504

หวงเย่อหัว เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง มีบิดาชื่อว่า "หวงกุ้ย" โดยมีเขาเป็นบุตรคนที่สามซึ่งเป็นบุตรคนเล็กของครอบครัว และมีพี่สาวอีกสองคน ในวัยเด็กเขาได้รับอิทธิพลจากคุณพ่อของเขาที่ชอบดูฟุตบอลมาก ส่งผลให้ในช่วงวัยรุ่น หวงเย่อหัวชอบและสนใจในกีฬาฟุตบอล เป็นอย่างมากถึงขนาดใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพและติดทีมชาติ โดยที่เขามีทีมฟุตบอลที่เป็นทีมโปรด คือ "ทีมหนันหัว" ต่อมาในราวปลายปีพ.ศ. 2522 หลังจากที่เขาเพิ่งเรียนจบในระดับชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียน เซนต์โบนาเวนเทอร์คอลเลจ แอนด์ ไฮสคูล (St. Bonaventure College & High School) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่อยู่ในเครือคริสตจักรคาทอลิกแห่งหนึ่งในฮ่องกงแล้ว จากเดิมที่เคยวาดฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ แต่แล้วเขาได้ตัดสินใจไปสมัครคัดเลือกเป็นนักเรียนการแสดงของทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ในรุ่นที่ 9 ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นทั้งหน้าตาและส่วนสูงทำให้เขาสามารถผ่านการคัดเลือกและเข้าอบรมเป็นนักแสดงกับทางค่าย ซึ่งในรุ่นนั้นมี เหมียวเฉียวเหว่ย เป็นนักเรียนการแสดงร่วมรุ่นที่ต่อมาทั้งคู่สนิทกันมากจนกลายเป็นเพื่อนซี้มาถึงปัจจุบัน[6][7][8][9][10]

หวงเย่อหัว ต้องใช้เวลาเรียนการแสดงกับทางช่องเป็นระยะเวลา 1 ปีและในช่วงที่เขากำลังเรียนการแสดงอยู่นั้นทางช่องก็ลองให้เขาประเดิมรับบทตัวประกอบในละครแนวสยองขวัญ เรื่อง ตำนานพิศวง ปี4 นับได้ว่าเป็นละครเรื่องแรกในชีวิตการแสดงของเขาและในปีเดียวกันเขาก็ได้แสดงเป็นตัวประกอบในละครดัง ๆ อีกหลายเรื่อง ได้แก่ ละครกึ่งสากลสุดฮิตเรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ภาค1 และภาค3, คมเฉือนคม ภาค 1 เป็นต้น ในปีถัดมาพ.ศ. 2524 (1980) หวงเย่อหัวได้เรียนจบการอบรมและเริ่มอาชีพนักแสดงอย่างเต็มตัวทันที จากเดิมที่ทางช่องให้เขารับบทเป็นแค่ตัวประกอบก็ได้ขยับมาเป็นตัวละครสมทบในละครเรื่อง ไอ้หนุ่มเฮงระเบิด จากผลงานการแสดงในรื่องนี้ทำให้เขาถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งมาแรงคนหนึ่ง และในปีเดียวกันเขาได้ถูกคัดเลือกจากฝ่ายผลิตละครโทรทัศน์ของค่ายทีวีบี ให้รับบทนำเป็นพระเอกครั้งแรกกับบท หลี่ถัง ในละครเรื่อง เหยี่ยวถลาลม คู่กับ ดาราสาวรุ่นพี่ชื่อดังในขณะนั้นอย่าง เจิ้งอวี้หลิง ซึ่งถือได้ว่าเขาใช้เวลาในการไต่เต้าจากตัวประกอบจนมาได้รับบทเป็นพระเอกในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยในเรื่องเขาได้เล่นกับเพื่อนนักแสดงชายร่วมรุ่นสุดซี้ อย่าง เหมียวเฉียวเหว่ยอีกด้วย หลังจากละครเรื่องนี้ได้ออนแอร์ออกอากาศ ทั้งหวงเย่อหัวและเหมียวเฉียวเหว่ย ต่างก็แจ้งเกิดทันที และละครเรื่อง เหยี่ยวถลาลม ก็ได้รับความนิยมทั้งในฮ่องกงและประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย ส่วนผลงานละครเด่นเรื่องอื่น ๆ ในปีเดียวกัน ได้แก่ วีรบุรุษเส้าหลิน, สองเทพบุตรโลกันตร์ และละครแนวสากลเรื่อง รักข้ามรุ่น

หลังจากที่เขาได้แจ้งเกิดเต็มตัว กับบทหลี่ถัง ในละครเรื่อง เหยี่ยวถลาลม ทำให้ในปีถัดมา พ.ศ. 2525 ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบีผลักดันส่งเสริมเขาอย่างเต็มที่ โดยมอบงานละครให้เขาแสดงมากมายหลายเรื่องด้วยกัน แต่ที่เรตติ้งสูง ๆ เช่นละครเรื่อง 13 องค์รักษ์ล่าพระกาฬ, เทพบุตรสลัม และผลงานกำลังภายในสุดฮิตแห่งปีเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า ในบทซีจุ๊ ต่างนำพาซึ่งความนิยมในตัวเขาเพิ่มเข้าไปอีก และในช่วงนี้เองที่ทางฝ่ายการผลิตของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ได้คัดเลือกเขาให้รับบทนำเป็นก๊วยเจ๋ง คู่กับดาราสาวดาวรุ่งมาแรง องเหม่ยหลิง ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามารับบทนำเป็น อึ้งย้ง กับผลงานละครกำลังภายในฟอร์มใหญ่ที่กำลังจะสร้างเรื่อง มังกรหยก เมื่อมีการประกาศรายชื่อนักแสดงที่จะเข้ามาสวมบทบาทต่าง ๆ ให้ผู้คนได้รับทราบ ซึ่งสร้างความฮือฮาในตอนนั้น เป็นอย่างมาก

โด่งดังเป็นพลุแตกในละครมังกรหยกและมีปัญหาขัดแย้งกับบริษัททีวีบี[แก้]

ปีพ.ศ. 2526 ผลงานละครกำลังภายในฟอร์มใหญ่เรื่อง มังกรหยก ได้ออนแอร์ลงสู่หน้าจอทีวี โดยมีเรตติ้งคนดูสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 99% [11][12] ทำให้ทั้ง หวงเย่อหัว และดาราสาวน้องใหม่อย่าง องเหม่ยหลิง ดังเปรี้ยงปร้างสุดกู่ทันที โดยเฉพาะกับ หวงเย่อหัว นั้นหลายสื่อต่างชื่นชมเขาว่า เขาเกิดมาเพื่อรับบท ก๊วยเจ๋ง จริง ๆ ซึ่ง หวงเย่อหัว ตีความบทตัวละคร "ก๊วยเจ๋ง" ว่าเป็นคนซื่อสัตย์ และมีความมุ่งมั่น อดทน ในขณะเดียวกันเขาก็สามารถเล่นเป็น ก๊วยเจ๋ง ที่น่ารักและน่านับถือในตัวคน ๆ เดียวกันได้อย่างดีเยี่ยม และหวงเย่อหัว ก็ประสบความสำเร็จมากกับการสวมบทบาทนี้จนเป็นแม่แบบของตัวละครนี้ให้กับรุ่นต่อ ๆ มา จากความโด่งดังในบทนี้ทำให้ หวงเย่อหัว ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกละครยอดนิยมเบอร์แรกของทางค่ายทีวีบี ต่อจาก โจวเหวินฟะ พอใกล้สิ้นปีทาง สถานีโทรทัศน์ทีวีบี ได้ก่อตั้งกลุ่ม 5 พยัคฆ์ทีวีบี ขึ้นมาโดยมี 5 นักแสดงชายดาวรุ่งมาแรง 5 คนของทางค่าย ซึ่งประกอบด้วย เหมียวเฉียวเหว่ย, หลิวเต๋อหัว, ทัง เจิ้นเยี่ย, เหลียงเฉาเหว่ย และเขา

ในปีถัดมาพ.ศ. 2527 ในขณะที่เขาได้รับความนิยมอย่างสูงอยู่นั้น พอถึงกลางปีเขาได้หมดสัญญากับทางค่ายทีวีบี และทางทีวีบีก็ต้องการให้เขาต่อสัญญาระยะยาว 5 ปี แต่เกิดปัญหาขึ้นเมื่อเขาได้ปฏิเสธและต่อสัญญาไปแค่ 3 ปี จึงเป็นสาเหตุทำให้ทางค่ายไม่พอใจในตัวเขาเป็นอย่างมากและลดบทบาทของเขาลงและหันไปผลักดันส่งเสริมนักแสดงชายดาวรุ่งมาแรงอย่าง เหลียงเฉาเหว่ย แทนเพราะ เหลียงเฉาเหว่ยยอมเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปีกับทางบริษัททีวีบี จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ละครของหวงเย่อหัว ในหลายต่อหลายเรื่อง เรตติ้งความนิยมลดลง เช่น เปาปุ้นจิ้น, ยุทธจักรชิงจ้าวบัลลังค์ ตามด้วยผลงานที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในปีพ.ศ. 2528 ได้แก่ จอมยุทธเจ้าสำราญ, เพ็กฮ่วยเกี่ยม แค้นกระบี่โค่นบัลลังค์ และผลงานละครที่รวม 5 พยัคฆ์ทีวีบีมาเล่นร่วมกันเนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ 18 ปีของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี คือเรื่องขุนศึกตระกูลหยาง ปีถัดมาพ.ศ. 2529 ผลงานเด่น ๆ ได้แก่ ศึกอภินิหารเหมาซาน, จอมโจรอาหนิว และ ซิติงซาน พิชิตตะวันตก

ผลงานในปีพ.ศ. 2530 เริ่มด้วยละครแนวสากลยุคใหม่เรื่อง เฮงแน่...ชีวิตนี้ และการรับบทตัวร้ายเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเขากับบทบาทหลี่มี่ ในละครฟอร์มใหญ่ประจำปีเรื่อง ศึกลำน้ำเลือด ซึ่งการพลิกบทบาทมาเป็นตัวร้ายในละครเรื่องนี้ทำให้เขาได้รับคำชมจากคนดูละครเป็นอย่างมากในตอนนั้น แต่หวงเย่อหัวเองกลับรู้สึกว่า เขาไม่ต้องการรับบทร้ายแบบนี้อีกถือได้ว่าเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในการเล่นเป็นตัวร้ายของเขา ผลงานเด่นอีกเรื่อง คือ เจิงกิสข่าน

ผลงานในปีพ.ศ. 2531 ได้แก่ ละครฟอร์มใหญ่ยักษ์แห่งปีเรื่อง ศึกน้องเยซูสะท้านแผ่นดิน และ คัมภีร์มรณะ ในช่วงปลายปีทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ได้คัดเลือกนักแสดงชายที่จะมารับบท ติงโหย่วเจี้ยน ในละครสากลฟอร์มใหญ่แห่งปีเรื่อง คู่แค้นสายโลหิต แต่จากปัญหาเรื่องการต่อสัญญากับทางค่ายที่เรื้อรังมานาน ทำให้ตอนแรกทางช่องไม่ได้สนใจจะเลือกเขาให้มารับบทนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าทางฝ่ายการผลิตละครกลับมองว่า หวงเย่อหัว เหมาะสมกับบทบาทในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงทำการติดต่อให้เขาเข้ามารับบทนี้[13]

ละครยอดนิยมเรื่อง คู่แค้นสายโลหิต[แก้]

เมื่อละครสากลฟอร์มใหญ่แห่งปี เรื่อง คู่แค้นสายโลหิต ออนแอร์ออกอากาศและติดอันดับละครที่มีเรตติ้งสูงสุดแห่งปี ส่งผลให้ชื่อเสียงของ หวงเย่อหัวกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้ง และยังเป็นละครที่สร้างชื่อเสียงให้กับดาราที่ได้ร่วมเล่นอีกหลายคน เช่น โจว ไห่เม่ย, หลิวเจียหลิง, เส้าเหม่ยฉี, ซัง เทียนเอ๋อ โดยเฉพาะดาราชาย เวินเจ้าหลุน ที่โด่งดังเป็นพลุแตกกับบทตัวร้าย ที่เขาตีบทแตกจากละครเรื่องนี้

ในช่วงที่เขากลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้ง แต่ทว่าเขาก็เกิดมีปัญหาขัดแย้งกับทางบริษัททีวีบีอีก แต่คราวนี้เขาตัดสินใจออกจากค่ายทีวีบี หันไปเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงให้กับบริษัทคู่แข่ง อย่าง สถานีโทรทัศน์เอทีวีแทน ผลงานละครที่เล่นให้กับค่ายทีวีบีก่อนจะย้ายสังกัดไป ได้แก่ เลห์โหด, สงครามหัวใจ และกระบี่มารตั๊กโกว ฉิวโป๊

ย้ายสังกัดไปสถานีโทรทัศน์เอทีวีและเป็นนักแสดงอิสระ[แก้]

กลางปีพ.ศ. 2533 หลังจากหมดสัญญาการเป็นนักแสดงกับทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบี หวงเย่อหัวตัดสินใจเดินออกจากสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ที่ ๆ ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา และหันไปอยู่กับค่ายคู่แข่งอย่างสถานีโทรทัศน์เอทีวี แทนโดยประเดิมบทบาทในละครเรื่อง เลือดรักเลือดแค้น (Heaven's Retribution) และตามด้วยละครเรื่อง เหยียบขึ้นมาใหญ่ , เหนือคนเหนือโปลิศ (The Good, The Ghost, And The Cop), ดับแค้นโคตรอำมหิต (All Out of Love) ซึ่งผลงานละครเหล่านี้กับทางค่ายเอทีวี ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็หมดสัญญากับเอทีวีและผันตัวเองไปเป็นนักแสดงอิสระ และไปรับงานแสดงละครไต้หวันเรื่อง เคยรักฉันบ้างไหม (The Imperial Wanderer) โดยเล่นประกบกับอดีตคู่ขวัญจากละครคู่แค้นสายโลหิต อย่าง โจวไห่เม่ย หลังจากปิดกล้องละครที่ไต้หวันแล้ว เขาก็กลับมารับงานแสดงละครที่ฮ่องกงอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขารับงานแสดงกับทั้งของค่ายทีวีบีและค่ายเอทีวี ได้แก่ละครเรื่อง เจ้าพ่อสนามม้า (Racing Peak) ของค่ายทีวีบี และละครเรื่อง เฉือนคมจิ้งจอกเงิน (The Silver Tycoon)ของค่ายเอทีวี ซึ่งทั้งสองเรื่องต่างก็ประสบความสำเร็จทางด้านเรตติ้งเช่นกัน นับได้ว่าเขาเป็นนักแสดงชายเพียงไม่กี่คนในวงการละครที่มีผลงานละครฮิตกับทั้งสองค่าย

กลับไปเซ็นสัญญากับทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบีอีกครั้ง[แก้]

ในขณะที่เขายังคงรู้สึกสบายใจกับการเป็นนักแสดงอิสระ อยู่นั้น ทางสถานีทีวีบีได้ยื่นข้อเสนอเม็ดงามเพื่อที่จะดึงเขาให้กลับเข้ามาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางค่ายอีกครั้ง และก็สำเร็จเมื่อเขาได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับบริษัททีวีบีตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายต่างพอใจ และแน่นอนค่ายทีวีบีก็ประเคนผลงานละครให้เขาแสดงนำมากมาย ได้แก่ละครเรื่อง เลือดนอกอก (Love Cycle), เพชรฆาตสาวอำมหิต (Burden of Proof), เปาบุ้นจิ้น ฉบับทีวีบี (Justice Pao) มี 2 ภาค โดยตี้หลุง รับบทเป็น ท่านเปาปุ้นจิ้น และหวงเย่อหัว รับบท จั่นเจา, แผนล้างมาเฟีย (The Criminal Investigator), แผนล้างมาเฟีย ภาค 2 (The Criminal Investigator II), สะไภ้เจ้าพ่อ (She Was Married to the Mob) แต่ผลงานละครเหล่านี้ได้รับความนิยมในระดับกลาง ๆ เท่านั้น

บทบาทเฉียวฟงและหมดยุค[แก้]

ในปีพ.ศ. 2540 บทบาทเฉียวฟง ในละครกำลังภายในรีเมคเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า ทำให้ชื่อของ หวงเย่อหัว เป็นที่พูดถึงเกรียวกราวอีกครั้ง หลายสื่อชื่นชมว่าเขาแสดงบทเฉียวฟงออกมาได้ดีมาก และนับได้ว่าเป็นละครเรื่องสุดท้ายของเขาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทั่วเอเชีย ก่อนที่จะหมดยุคทองของละครชุดฮ่องกง

หลังจากที่ฮ่องกงได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากอังกฤษกลับคืนสู่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 (1997) วงการบันเทิงฮ่องกงก็ค่อย ๆ เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำในตลาดเอเชียมาตั้งแต่นั้น โดยถูกส่วนแบ่งการตลาดเอเชียกับละครซีรีส์จากประเทศอื่น ๆ เช่น ไต้หวัน, จีน และเกาหลี โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลี ในตอนนั้นสามารถไปตีตลาดนอกประเทศเกาหลีได้สำเร็จและไปดังในหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเชีย และเกิดกระแสฟีเวอร์ซีรีส์เกาหลีขึ้นมาแทนละครชุดฮ่องกงโดยเฉพาะในประเทศไทย เป็นผลทำให้ละครดังในฮ่องกงหลายเรื่องไม่ได้ไปแพร่หลายตามตลาดเอเชีย และถึงแม้จะมีละครดังในฮ่องกงบางเรื่องได้นำออกสู่ตลาดเอเชีย แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมหรือประสบความสำเร็จเหมือนดั่งในอดีตอีกเลย

ผลงานในยุคหลัง ๆ ของเขาที่พอจะเป็นที่รู้จักเช่น เลือดรัก เลือดทรนง (Secret of the Heart), จิ้งจอกภูเขาหิมะ (The Flying Fox of Snowy Mountain), โจโฉ ผู้ไม่ยอมให้ใคร ทรยศ (Incurable Traits), ตำนานยาจกซู (The Legend of Master Soh), สิงห์เตะเหนือเสือมัดใต้ (Kung Fu Master from Guangdong), ศึกชิงขุมทรัพย์สะท้านภพ (Treasure Raiders), ยอดทนายหัวใจเพชร (Law 2002) เป็นต้น

ปัจจุบัน[แก้]

ถึงแม้จะเข้าสู่ยุคตกต่ำของละครชุดฮ่องกงในตลาดต่างประเทศก็ตาม แต่สำหรับในประเทศฮ่องกงเองแล้วความนิยมในละครของบ้านเกิดของตัวเองก็ยังคงเหมือนเดิม

เมื่อปีพ.ศ. 2553 (2010) หลังจากละครสากลฟอร์มใหญ่เรื่อง คู่เดือดตำรวจเหล็ก (Gun Metal Grey) ได้ออนแอร์ลงสู่จอ แต่เรตติ้งของผู้ชมละครในฮ่องกง กลับไม่ประสบความสำเร็จเลย ต่อมาหวงเย่อหัวไม่พอใจที่ทางค่ายทีวีบีไม่ยอมโปรโมตผลงานละครเรื่องนี้ที่เขานำแสดง และได้วิจารณ์ออกมาทางสื่อรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เขามักจะมีปัญหากระทบกระทั่งกับทางช่อง เช่นเรื่องค่าตัวที่น้อยมากเมื่อเทียบกับที่อื่น และการถ่ายทำละครที่หามรุ่งหามค่ำจนทำให้นักแสดงแทบไม่มีเวลาพักผ่อน และเรื่องที่ทางสถานีมักจะเลือกที่รักมักที่ชังโดยให้สิทธิพิเศษกับดาราลูกรักของทางค่ายบางคน และเลือกที่จะโปรโมตละครชุดบางเรื่องอย่างไม่เป็นธรรม[14][15]

ต่อมาหลังจากข้อความที่เขาได้วิจารณ์เผยแพร่ออกไป เป็นสาเหตุให้ หวงเย่อหัว ถูกทางช่องสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ขึ้นบัญชีดำโดยการแบนถาวรจนเขาไม่สามารถกลับเข้าไปรับงานแสดงกับทางช่องได้อีกเลย

หลังจากที่ห่างหายจากวงการละครไปนาน เพราะโดนทางค่ายทีวีบีแบนไม่ป้อนงานละครให้จนกระทั่งหมดสัญญา ต่อมาเขาก็ไม่ได้เป็นนักแสดงในค่ายใดค่ายหนึ่งโดยตรง แต่แล้วในปีพ.ศ. 2557 (2014) เขาได้ถูกเชิญให้ร่วมแสดงละครให้กับสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่ ที่ชื่อว่า สถานีโทรทัศน์เอชเคทีวี (HKTV) โดยมีผลงานละครกับทางค่ายใหม่นี้ ได้แก่เรื่อง สายรุ้งแห่งชีวิต (Beyond the Rainbow 2015) และ ยอดคนสมองกล (Paranormal Mind 2015) ล่าสุดเขาได้มีผลงานภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นเรื่อง คนคมล่า ระเบิดเมือง (Shock Wave 2017)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย[แก้]

เป็นที่ทราบกันดีว่า บทบาท หลี่ถัง ในละครกึ่งสากลสุดฮิตเรื่อง เหยี่ยวถลาลม คือบทบาทที่แจ้งเกิดให้กับเขาได้อย่างเต็มตัวในฐานะพระเอก ก่อนจะมาโด่งดังเป็นพลุแตกกับผลงานถัดมา ในการสวมบทบาท ก๊วยเจ๋ง ในละครกำลังภายในยอดนิยมตลอดกาลเรื่อง มังกรหยก ฉบับปีพ.ศ. 2526 และนับได้ว่าบทบาท ก๊วยเจ๋ง เป็นการแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตการเป็นนักแสดงของ หวงเย่อหัว แต่เมื่อมีการถามว่าบทบาทเรื่องไหนที่เขาแสดงแล้วชอบมากที่สุดเป็นการส่วนตัว คำตอบกลับเป็น บทบาท เฉียวฟง ในละครกำลังภายในรีเมค เรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ฉบับปีพ.ศ. 2540 และบทบาทหลี่ต้าโหย่ว ในละครสากลสุดฮิตเรื่อง เจ้าพ่อสนามม้า ซึ่งเป็นผลงานละครในปีพ.ศ. 2536 [16]

ผลงานด้านการแสดง[แก้]

ละครโทรทัศน์[แก้]

ปีพ.ศ. เรื่อง หมายเหตุ
2523 (1980) ตำนานพิศวง ปี4(Mystery Beyond) (Season 4) ตัวประกอบ
เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (The Bund)
The Broken Thread
ห้วงรักห้วงกรรม (Family)
เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ภาค 3 The Bund III
คมเฉือนคม ภาค 1(The Shell Game)
2524 (1981) ไอ้หนุ่มเฮงระเบิด(The Misadventure of Zoo)
เหยี่ยวถลาลม (The Lonely Hunter)
มรสุมสายรุ่ง (Come Rain, Come Shine)
สองเทพบุตรโลกันตร์ (Master Fat Shan-chan)
รักข้ามรุ่น(Summer of 1981)
วีรบุรุษเส้าหลิน(The Young Heroes of Shaolin)
2525 (1982) 8 เทพอสูรมังกรฟ้า(Demi-Gods and Semi-Devils)
รถไฟเหาะหารัก (The Roller Coaster)
13 องค์รักษ์ล่าพระกาฬ (The Wild Bunch)
เทพบุตรสลัม(Soldier of Fortune)
2526 (1983) มังกรหยก(The Legend of the Condor Heroes ) 3 parts
เกมส์รัก...เกมส์ชีวิต (In the Game Boat)
2527 (1984) ยุทธจักรชิงจ้าวบัลลังค์ The Foundation
เปาปุ้นจิ้น (Pao Ching-tin: Law Enforcer)
รักหนึ่งกิโลเมตร (Can Anybody Help)
หน่วยล่าล้างทรชน(Young Detective)
สวนทางรัก (It Takes All Kinds)
2528 (1985) จอมยุทธเจ้าสำราญ (The Young Wanderer)
เพ็กฮ่วยเกี่ยม แค้นกระบี่โค่นบัลลังค์(Sword Stained with Royal Blood)
คนรุ่นใหม่ (The Tough Fight)
ขุนศึกตระกูลหยาง(The Yang's Saga)
2529 (1986) ศึกอภินิหารเหมาซาน(The Brothers Under the Skin)
ซิติงซาน ขุนศึกตะวันออก(General Father, General Son)
จอมโจรอาหนิว(The Ordeal Before the Revolution)
2530 (1987) เฮงแน่...ชีวิตนี้ (The Upstart, the Self-Made Man)
ศึกลำน้ำเลือด(The Grand Canal)
เจงกีสข่านผู้พิชิต (Genghis Khan)
2531 (1988) ศึกน้องพระเยซูสะท้านแผ่นดิน (Twilight of a Nation)
คัมภีร์มรณะ (Kay Moon Gwai Guk)
It's No Heaven ภาพยนตร์โทรทัศน์ (television film)
Bik Cheung Wai Leung
2532 (1989) คู่แค้นสายโลหิตLooking Back in Anger
เลห์โหด (Greed)
สงครามหัวใจ (Battle of the Heart)
2533 (1990) กระบี่มารตั๊กโกว ฉิวโป๊ (Kim-mo Tuk-ku Kau-pai)
เลือดรักเลือดแค้น (Heaven's Retribution) ATV
Dap Jun Kong Wu Lo ภาพยนตร์โทรทัศน์ (television film)
2534 (1991) เหนือคนเหนือโปลิศ (The Good, The Ghost, And The Cop) ATV
ดับแค้นโคตรอำมหิต(All Out of Love)
2535 (1992) เคยรักฉันบ้างไหม (The Imperial Wanderer) ละครไต้หวัน ร่วมแสดงกับ โจวไห่เม่ย
2536 (1993) เจ้าพ่อสนามม้า(Racing Peak)
เฉือนคมจิ้งจอกเงิน (The Silver Tycoon) ATV ร่วมแสดงกับ เจิ้ง หัวเชี่ยน
2537 (1994) เลือดนอกอก (Love Cycle)
เพชรฆาตสาวอำมหิต (Burden of Proof) ภาพยนตร์โทรทัศน์ (television film)
Ching Nam Tsam
2538 (1995) เปาบุ้นจิ้น (Justice Pao) 2 parts ตี้หลุง เป็น ท่านเปาปุ้นจิ้น
แผนล้างมาเฟีย(The Criminal Investigator)
Man on The Verge of A Nervous Breakdown television film
television film
2539 (1996) แผนล้างมาเฟีย ภาค 2 (The Criminal Investigator II)
สะไภ้เจ้าพ่อ (She Was Married to the Mob) television film
television film
2540 (1997) 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (Demi-Gods and Semi-Devils) Nominated — TVB Anniversary Award for Best Actor
2541 (1998) เลือดรัก เลือดทรนง (Secret of the Heart)
2542 (1999) จิ้งจอกภูเขาหิมะ (The Flying Fox of Snowy Mountain)
2543 (2000) พรุ่งนี้ไม่เคยเหมือนเดิม (Time Off)
โจโฉ ผู้ไม่ยอมให้ใคร ทรยศ (Incurable Traits) โจโฉ
ตำนานยาจกซู (The Legend of Master Soh)
Point of No Return Jiang Qihua
2544 (2001) สิงห์เตะเหนือเสือมัดใต้ (Kung Fu Master from Guangdong)
The Pearl King Wei Antian
2545 (2002) ศึกชิงขุมทรัพย์สะท้านภพ (Treasure Raiders)
ยอดทนายหัวใจเพชร (Law 2002)
2546 (2003) Asian Heroes
2547 (2004) Mystic Detective Files
The Dragon Heroes
2552 (2009) องค์กรล่าล้างทรชน (Interpol 2009)
2553 (2010) คู่เดือดตำรวจเหล็ก Gun Metal Grey Nominated — TVB Anniversary Award for Best Actor (Top 5)
2558 (2015) Beyond the Rainbow ค่าย HKTV
Paranormal Mind

ภาพยนตร์[แก้]

ปีพ.ศ. เรื่อง รับบท หมายเหตุ
2425 (1982) 8 เทพอสูรมังกรฟ้า(Demi-Gods and Semi-Devils) Hui-juk
2526 (1983) ลูกบ้าดีเดือด (Mad, Mad 83) รับเชิญ กับ องเหม่ยหลิง
2527 (1984) ยุทธจักร จิ้งจอกฟ้า (New Tales of the Flying Fox) Wu Fei
2529 (1986) ใครว่ะ...อย่าซ่า (Who's the Crook) Wong Wah
2531 (1988) สวรรค์นี้...ไม่มีคำตอบ (It's No Heaven)
2532 (1989) กัดฟันเดินหน้าแล้วท้าชน (Fury of a Tiger) Mak See
ยุทธการถล่มค่ายอินทรีเหล็ก (Leng Nui Ying Hung) รับเชิญ
In the Line of Fire รับเชิญ
2534 (1991) เพื่อเพื่อน...สับมันเลย (The Tigers) Ben
2535 (1992) ขันทีคนสุดท้าย ภาค 2 (Twilight of the Forbidden City) Wu Ching-chung
2537 (1994) ไอ้หนุ่มหมัดเมา ภาค 2 (Drunken Master II) Fishmonger Tsan
2544 (2001) We're No Heroes รับเชิญ
(2545) 2002 นางสาวกำไก่ (Golden Chicken) Richard
2546 (2003) City of SARS Hospital superintendent
นางสาวกำไก่ ภาค 2 (Golden Chicken 2) Richard
2547 (2004) In Laws, Out Laws
2548 (2005) คนอยากหญ่าย โตยกกำลัง 10 (Wait 'til You're Older) Chan Man
2550 (2007) เกิดมาโหดตามพินัยกรรม 2 (Brothers) Ghostie
2551 (2008) Pretty to Think So Man in suit
2552 (2009) แค้นเขามีไว้ให้ชำระ (Vengeance 2009) Python
Turning Point Senior Inspector Poon Man-kei
2554 (2011) ฉันรัก...ฮ่องกง (I Love Hong Kong) Fish Ball Wah รับเชิญ
เกมกล คนเงื่อนเงิน (Life Without Principle) Fiery Sam รับเชิญ
2556 (2013) 7 เพชฌฆาตทะเลทราย (7 Assassins) Tit Wan
2560 (2017) คนคมล่า ระเบิดเมือง (Shock Wave) Officer Chow

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประวัติของอดีตพระเอกเบอร์หนึ่งแห่งทีวีบี "หวงเย่อหัว"". โดย baidu. สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2562.
  2. "อดีตพระเอกยอดนิยม "หวงเย่อหัว"". โดย btime. มกราคม 26, 2561. สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2562.
  3. ""ห้าพยัคฆ์ทีวีบี"". โดย 163. สิงหาคม 18, 2561. สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2562.
  4. "ประวัติ"หวงเย่อหัว"". โดย fandom. สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2562.
  5. "ความรักของ "หวงเย่อหัว"". โดย twgreatdaily. กุมภาพันธ์ 6, 2560. สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2562.
  6. "ยอดพระเอกแห่ง TVB". October 14, 2012. สืบค้นเมื่อ January 18, 2019.
  7. "เรื่องราวบางมุมของ หวงเย่อหัว". October 10, 2012. สืบค้นเมื่อ January 18, 2019.
  8. 56ปีของหวงเย่อหัว
  9. "บันทึกรักของ หวงเย่อหัว". January 22, 2014. สืบค้นเมื่อ January 18, 2019.
  10. "ปัญหาครอบครัวของ หวงเย่อหัว". February 25, 2014. สืบค้นเมื่อ January 18, 2019.
  11. ""มังกรหยก 1983 เรตติ้งสูงสุด"". โดย Baidu. ตุลาคม 13, 2560. สืบค้นเมื่อ มกราคม 20, 2562.
  12. ""เรตติ้งสูงสุด" ของเวอร์ชันมังกรหยก". โดย Read01. กุมภาพันธ์ 27, 2559. สืบค้นเมื่อ มกราคม 20, 2562.
  13. ""หวงเย่อหัว เกือบไม่ได้เล่นละครคู่แค้นสายโลหิต"". โดย hket. ธันวาคม 12, 2562. สืบค้นเมื่อ มกราคม 22, 2562.
  14. "ขึ้นบัญชีดำ "หวงเย่อหัว"". โดย mgronline. สิงหาคม 5, 2556. สืบค้นเมื่อ มกราคม 23, 2562.
  15. "สถานีโทรทัศน์ทีวีบีขึ้นบัญชีดำนักแสดงชื่อดังหลายคน". โดย. สิงหาคม 5, 2556. สืบค้นเมื่อ มกราคม 23, 2562.
  16. "บทสัมภาษณ์และประวัติของ "หวงเย่อหัว"". โดย wangchao. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 14, 2562.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]