7 พระกาฬ
| 7 พระกาฬ | |
|---|---|
| กำกับ | ชาลี อินทรวิจิตร |
| บทประพันธ์ | แสงเพชร เสนีย์บดินทร์ |
| บทภาพยนตร์ | เริง อภิรมย์ |
| อำนวยการสร้าง | สมพงษ์ วงศ์รักไทย ศรินทิพย์ ศิริวรรณ |
| นักแสดงนำ | มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์ ประจวบ ฤกษ์ยามดี รุจน์ รณภพ แมน ธีระพล อดุลย์ ดุลยรัตน์ อดินันท์ สิงห์หิรัญ อนุชา รัตนมาลย์ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ กิ่งดาว ดารณี ปรียา รุ่งเรือง ฤทธี นฤบาล ทัต เอกทัต อภิญญา วีระขจร สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ขวัญตา บัวเปลี่ยนสี ศิรินทิพย์ ศิริวรรณ ชานีห์ ยอดชัย เทียว ธารา แป้น ปลื้มสระไชย ทศ วงศ์งาม สมพงษ์ วงศ์รักไทย ชาย มีคุณสุต เชาว์ มีคุณสุต |
| ถ่ายภาพ | ไพรัช สังวริบุตร |
| บริษัทผู้สร้าง | อินทรวิจิตรภาพยนตร์ |
| ผู้จัดจำหน่าย | เอกรัตน์ |
| วันฉาย |
|
| ประเทศ | ไทย |
| ภาษา | ไทย |
7 พระกาฬ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโลดโผน รหัสคดี ผจญภัย ขนาด 16 มม. พากย์สด ปี พ.ศ. 2510 กำกับโดย ชาลี อินทรวิจิตร นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, รุจน์ รณภพ, แมน ธีระพล, อดุลย์ ดุลยรัตน์, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, อนุชา รัตนมาลย์ เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510[1]
ในปี พ.ศ. 2526 ได้มีการนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง สร้างโดย พี.เอส.โปรดักชั่น กำกับโดย ประวิทย์ ลีลาไว นำแสดงโดย ทูน หิรัญทรัพย์, หม่อมหลวงสุรีย์วัล สุริยง, สมบัติ เมทะนี, ธิติมา สังขพิทักษ์, โกวิท วัฒนกุล, ลักษณ์ อภิชาติ ออกฉายวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2526 โดยปรับเปลี่ยนเนื้อหาและตัวละครบางส่วน พร้อมกันนี้ อดุลย์ ดุลยรัตน์ นักแสดงจากฉบับปี พ.ศ. 2510 ก็ได้กลับมาร่วมแสดงด้วยในบทนายอนันต์ หนึ่งในตัวร้ายหลักของเรื่อง
ในปี พ.ศ. 2547 ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น ได้นำเรื่อง 7 พระกาฬ มาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กำกับโดย สยม สังวริบุตร, ปทุม สิทธุอุส่าห์, วิชัย นิ่มสกุล บทโทรทัศน์โดย เรียว ช่อชอุ่ม นำแสดงโดย พัชราภา ไชยเชื้อ, ดนุพร ปุณณกันต์, วินัย ไกรบุตร, อัมรินทร์ สิมะโรจน์, ชินมิษ บุนนาค, นวพล ภูวดล, วัชรเกียรติ บุญภักดี, เอกราช สุวรรณภูมิ, ลิขิต เอกมงคล, สรพงษ์ ชาตรี, มัณฑนา หิมะทองคำ, พรรัมภา สุขได้พึ่ง, กัลยา เลิศเกษมทรัพย์, จุฑารัตน์ อัตถากร โดยในฉบับละครได้อิงจากฉบับภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2526 และมีการเพิ่มตัวละครพร้อมกับปรับบทให้ทันสมัยมากขึ้นโดยในฉบับละครครั้งนี้ได้ สมภพ เบญจาธิกุล นักแสดงผู้รับบท คม คันศร ในฉบับภาพยนตร์เมื่อ พ.ศ. 2526 มาร่วมแสดงในบท กำนันเหิม เมืองทอง พ่อของ หาญ เมืองทอง และ พิภพ ภู่ภิญโญ ผู้รับบท มืด ธรณี ในฉบับภาพยนตร์เมื่อ พ.ศ. 2526 มาร่วมแสดงเป็นนักแสดงรับเชิญในบท เฮียเก๊า ขาใหญ่ในคุก
เรื่องย่อ
[แก้]ฉบับปี พ.ศ. 2510
[แก้]รถบรรทุกนักโทษคดีร้ายแรง 7 คน ที่ถูกเรียกว่า 7 พระกาฬ เกิดพลิกคว่ำนักโทษทั้ง 7 หนีออกมาได้และแยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง คนทั้ง 7 ประกอบด้วย
- หาญ เมืองทอง ผู้ที่เป็นคนจริงมีน้ำใจ
- ดามพ์ ดัสกร ผู้ที่มีบุคลิกสุขุมและใจเย็น
- คม คันศร นักเลงพนันที่โกงได้สารพัดแบบ
- ทองใบ บางเบิด พระเอกลิเก
- มืด ธรณี ผู้มีร่างกายบึกบึนแต่น้ำใจงาม
- บุญมี แม่นฉมวก มือปืนผู้โหดเหี้ยม
- สิงห์ ไกรสร ผู้ที่เยือกเย็น
หาญหนีไปที่วังเหนือบ้านเดิมของเขา แต่หาญได้ถูกกำนันเหิม ผู้เป็นพ่อไล่ออกมาเพราะไม่พอใจที่ลูกชายเป็นโจร แต่หาญก็ได้แพง คนรักและคำหอม น้องสาวของเขาคอยปลอบใจ แต่การมาถึงของหาญทำให้พ่อเลี้ยงแสน ศัตรูเก่าของหาญตั้งใจจะฆ่าเขาให้ได้ โดยพ่อเลี้ยงแสนได้บุญมีมาเป็นสมุนคู่ใจ และต่อมาก็มีมืดมาเป็นพวกอีกคน
คมหลบหนีมาพบกับสร้อย ลูกสาวพ่อเลี้ยงแสนที่ใช้เสน่ห์ยั่วยวนจนคมมาเป็นพวกเดียวกับพ่อเลี้ยงแสน ส่วนดามพ์ไปทำงานอยู่กับเสี่ยมังกร โดยที่พ่อเลี้ยงแสนและเสี่ยมังกรเป็นพวกเดียวกัน เสี่ยมังกรอยากได้หาญและทองใบที่ตอนนี้มาอยู่กับพ่อเลี้ยงแสนมาเป็นพวกแต่พ่อเลี้ยงแสนไม่ยินยอมขณะที่ใกล้จะเกิดการปะทะของคนสามกลุ่มที่มีหาญกับทองใบพวกหนึ่ง พ่อเลี้ยงแสน บุญมี และมืดเป็นพวกที่สอง ส่วนพวกที่สามคือเสี่ยมังกรและดามพ์ พอดีกับที่สิงห์ปรากฏตัวขึ้นและสั่งให้ทุกคนเลิกต่อสู้มาทำงานให้กับองค์การที่พ่อเลี้ยงแสนและเสี่ยมังกรนั้นสังกัดอยู่ จากนั้น 7 พระกาฬ ก็รวมตัวกันอีกครั้ง และไปรับคำสั่งจากเสือใบที่เป็นหัวหน้าใหญ่ขององค์การ
งานแรกของ 7 พระกาฬ คือการขนอาวุธเถื่อนแต่งานต้องล้มเหลวเพราะตำรวจที่มีสารวัตรชาญชัย เก่งการยิง นำกำลังไปรอจับ เพราะสารวัตรชาญชัยได้ข้อมูลมาจากดามพ์ก่อนหน้านี้ เสือใบโกรธมากและเชื่อว่ามีหนอนบ่อนไส้จึงไปจับตัวสารวัตรชาญชัยเพื่อให้บอกตัวสายคนนั้น แต่สารวัตรชาญชัยไม่ยอมบอก แถมซ้ำมืดยังแอบช่วยให้สารวัตรชาญชัยหนีไปได้อีกด้วย
เสือใบจึงใช้วิธีทดสอบด้วยกลลวงและพบว่าไส้ศึกในองค์การที่มาจาก 7 พระกาฬนั้นมีอยู่ 4 คนคือ ดามพ์, คม, มืด และทองใบ จึงมีคำสั่งให้ประหาร แต่ไส้ศึกแท้จริงแล้วอีกคนคือหาญที่ลวงให้เสือใบคิดว่าเป็นทองใบ จากนั้น หาญ, ดามพ์, คม และมืดที่มาจากสี่เหล่าทัพร่วมกันทำลายองค์กรร้าย ได้ร่วมกับสารวัตรชาญชัยที่ยกกำลังมาปราบองค์การรวมทั้งบุญมีและสิงห์จนราบคาบ
นักแสดงนำ
[แก้]จุดแตกต่างในแต่ละฉบับ
[แก้]ตัวละคร
[แก้]- ในฉบับปี พ.ศ. 2510 มีหาญ เมืองทองและแพง เป็นพระเอกนางเอกโดยมีดามพ์ ดัสกร เป็นพระรอง
- แต่ในฉบับปี พ.ศ. 2526 ได้มีการเพิ่มตัวละครเอกขึ้นมาใหม่เฉพาะฉบับนี้คือไพร พังพอนพร้อมกับลดบทบาทของหาญ เมืองทองให้ลงมาเป็นพระรอง พร้อมกับเพิ่มบทบาทของสร้อยซึ่งเป็นนางร้ายในฉบับแรกให้ขึ้นมาเป็นนางเอกพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นสร้อยทองเพื่อให้มาเป็นนางเอกคู่กับไพร พังพอน
- ส่วนในฉบับปี พ.ศ. 2547 ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวละครอีกครั้งหนึ่งโดยได้มีการเพิ่มบทให้ดามพ์ ดัสกรขึ้นมาเป็นพระเอกและเปลี่ยนชื่อเป็นดล นภากาศ พร้อมกับเพิ่มตัวละครใหม่คือบัวตองให้มาเป็นนางเอกคู่กับดล นภากาศ โดยตัดบทไพร พังพอน ออกไปและให้หาญ เมืองทอง เป็นพระรองเหมือนในฉบับปี พ.ศ. 2526 พร้อมกับได้เพิ่มตัวละครแพงซึ่งเป็นนางเอกในฉบับปี พ.ศ. 2510 กลับเข้ามาแต่ปรับลดบทบาทให้เป็นตัวละครสมทบ เช่นเดียวกับสร้อยทองที่ถูกปรับลดบทบาทลงไปเป็นตัวละครสมทบเปลี่ยนชื่อกลับไปใช้สร้อยเหมือนในฉบับแรก
เหล่าร้าย
[แก้]- ในฉบับปี พ.ศ. 2510 องค์กรของฝ่ายเหล่าร้ายเป็นองค์กรที่ไม่ทราบชื่อ
- ขณะที่ในฉบับปี พ.ศ. 2526 ได้มีการปรับเปลี่ยนเหล่าร้ายให้ร่วมยุคร่วมสมัยโดยปรับให้มาเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ที่แฝงตัวเป็นพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแต่มีนโยบายทำลายล้างประเทศไทย
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ↑ "7 พระกาฬ (2510)". thaicontentdb.