ไฟนอลแฟนตาซี IV

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภาพของ เซซิล ตัวเอกเมื่อตอนที่ยังเป็น อัศวินดำ

ไฟนอลแฟนตาซี IV เป็นเกมเล่นตามบทละคร สำหรับเครื่องซูเปอร์แฟมิคอม ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัทสแควร์ (และ สแควร์เอนิกซ์ ในรุ่นต่อมา) ในปี พ.ศ. 2534 โดยถือเป็นภาคที่ประสบความสำเร็จอีกภาคหนึ่ง ภายหลังได้มีการนำมารีเมก ลงในเครื่อง เพลย์สเตชัน วันเดอร์สวอน คัลเลอร์ และ เกมบอยแอดวานซ์ และ นินเทนโด ดีเอส ตามลำดับ เรื่องราวในเกมจะเป็นเรื่องของเซซิล ผู้มีอาชีพเป็นอัศวินดำ แต่ต้องรวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อหยุดยั้งกอลเบซ่าในการแย่งชิงคริสตัลจากโลกเบื้องบนและโลกใต้พิภพ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา เกมไฟนอลแฟนตาซี IV บนเครื่องซูเปอร์แฟมิคอม ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "ไฟนอลแฟนตาซี II" เพราะทีมงานในสหรัฐอเมริกาใช้เวลาในการแปลภาค 1 นานจนเกินไป พอภาค 4 วางขาย จะแปลภาค 2-3 ก็ไม่ทัน จึงตัดสินใจเอาภาค 4 มาเป็นภาค II แทน

รูปแบบการเล่น[แก้]

รูปแบบการเล่นในไฟนอลแฟนตาซี IV ยังคงยึดถือรูปแบบเดิมที่ภาคก่อนหน้าได้ทำไว้ โดยตัวเกมยังคงระกอบด้วยแผนที่โลก, เมือง, ดันเจี้ยนและฉากต่อสู้

ฉากต่อสู้[แก้]

ภาค 4 ถือเป็นภาคแรกในเกมชุดนี้ที่เอาระบบ ATB (Active Time Battle) มาใช้งาน โดยระบบนี้ตัวละครทุกตัว (รวมทั้งศัตรู) จะมีเกจเวลาเป็นของตัวเอง เมื่อเกจเวลาเต็มตัวละครจะสามารถกระทำการต่างๆได้ทั้งฝ่ายตัวเอกและศัตรู นอกจากนั้นภาค 4 ถือเป็นภาคเดียวที่สามารถมีสมาชิกเข้าร่วมต่อสู้ได้มากถึง 5 คน และเป็นภาคที่มีการสับเปลี่ยนสมาชิกในการต่อสู้ค่อนข้างบ่อย

นอกจากนั้นแล้วภาค 4 ได้มีการนำระบบอะบิลิตี้เฉพาะของแต่ละตัวละครมาใช้ โดยมีทั้งแบบเสีย MP และไม่เสีย MP

ตัวละครหลัก[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

  • เซซิล ฮาร์วีย์ (セシル・ハーヴィ ; Cecil Harvey)
อายุ 20 ปี สูง 178 ซม. หนัก 58 กก. ถนัดมือขวา
ตัวละครเอกของเรื่อง อาชีพเริ่มแรกของเขาคืออัศวินดำ (Dark Knight) แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์ที่เขาได้ตัดสินใจและพิสูจน์ตัวเอง อาชีพของเขาจะเปลี่ยนเป็นพาลาดิน (Paladin) เซซิลเป็นอัศวินสังกัดประเทศที่ชื่อว่าบารอน เขาถูกขับไล่ออกจากประเทศ และถูกวางหมากให้ทำลายเมืองเพราะการที่เขาเคลือบแคลงใจในตัวพระราชา ซึ่งจริง ๆ เซซิลเคารพและกตัญญูต่อพระราชามากเพราะพระองค์เป็นคนที่ชุบเลี้ยงเขาซึ่งกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก
อะบิลิตี้ของเซซิลตอนเป็นอัศวินดำคือ Dark ซึ่งจะปล่อยคลื่นความมืดออกมาโจมตีศัตรูทุกตัว แต่ในภายหลังที่เปลี่ยนเป็นพาลาดิน เซซิลจะมีอะบิลิตี้ Cover ซึ่งช่วงคุ้มกันพรรคพวกที่บาดเจ็บหนักและเวทย์ขาว ซึ่งใช้ได้ไม่กี่เวทย์เท่านั้น ซึ่งต่อมาในเวอร์ชันนินเทนโด ดีเอส ได้มีการเพิ่มเวทย์ขาวให้มากขึ้น
  • ไคน์ ไฮวินด์ (カイン・ハイウィンド ; Cain Highwind) (Kain Highwind ในภาคภาษาอังกฤษ)
อายุ 21 ปี สูง 183 ซม. หนัก 61 กก. ถนัดมือซ้าย
เป็นเพื่อนของเซซิล เพราะถูกชุบเลี้ยงมาด้วยกัน และสังกัดประเทศบารอนเช่นกัน อาชีพของไคน์คือ อัศวินมังกร (Dragoon) เขาเดินทางไปยังหมู่บ้านมิสท์พร้อมกับเซซิลและหายตัวไป จากนั้นเขาก็ถูกกอลเบซ่าบงการจิตใจเพื่อใช้ให้ขโมยคริสตัล ที่จริงแล้วไคน์แอบหลงรักโรซ่า แต่เขาก็รู้ดีว่าโรซ่ามีใจให้แก่เซซิล เขาจึงเกิดความริษยาเซซิลอยู่ในใจลึกๆ และทำให้ถูกกอลเบซ่าบงการจิตใจได้ในที่สุด
อะบิลิตี้ของไคน์คือกระโดด (จัมพ์) ซึ่งระหว่างกระโดดเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกโจมตีใดๆ และใช้เวลาประมาณ 2 รอบเพื่อรอให้เขาโดดลงมาโจมตีศัตรู
  • โรซ่า ฟาร์เรล (ローザ・ファレル ; Rosa Farrell)
อายุ 19 ปี สูง 162 ซม. หนัก 47 กก. ถนัดมือขวา
โรซ่าเป็นเพื่อนสนิทของเซซิล แต่อยู่ในฐานะคนรักของเซซิล เธอเป็นคนที่เป็นห่วงเซซิลเมื่อตอนที่เซซิลกลับมาจากภารกิจชิงคริสตัล อาชีพของโรซ่าคือจอมเวทย์ขาว แต่มีความสามารถในการใช้ธนูด้วย
อะบิลิตี้ของโรซ่าคือ Pray ซึ่งช่วยในการฟื้นพลังชีวิตในเกม และ Aim ซึ่งเปลี่ยนลูกศรให้เป็นธาตุที่ศัตรูแพ้ทางได้
  • รีเดีย (リディア ; Rydia)
อายุ 7 ปี สูง 107 ซม. หนัก 18 กก. ถนัดมือขวา
เด็กสาวจากหมู่บ้านมิสท์ อาชีพของเธอคือนักเรียกอสูร ในตอนแรกเธอเรียกอสูรได้เพียงตัวเดียวคือโชโคโบะ (โปจิก้าในเวอร์ชันนินเทนโด ดีเอส) หลังจากที่รีเดียตกจากเรือและหายตัวไป เธอได้ไปยังดินแดงแห่งอสูร ซึ่งที่นั่นกาลเวลาไหลเวียนไม่เท่ากัน ทำให้เธอเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่และหลงลืมเวทย์ขาวจนหมดสิ้น เธอกลับมาหาพวกเซซิลอีกครั้งในตอนที่เซซิลเสียท่าให้กอลเบซ่าที่ปราสาทของคนแคระ ซึ่งเมื่อเธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็สามารถเรียกอสูรเพิ่มได้อีก 3 ตัว คือ ไททัน, รามูห์ และอีฟรีท
แรกเริ่มอะบิลิตี้ของริเดียจะมีเวทย์ขาว เวทย์ดำ และเวทย์อสูร ต่อมาเมื่อเธอโตขึ้น เวทย์ขาวจะหายไป เวทย์ดำจะเพิ่มมากขึ้น และเรียกอสูรได้มากขึ้น
  • เทลล่าห์ (テラ ; Tellah)
อายุ 60 ปี สูง 177 ซม. หนัก 48 กก. ถนัดมือขวา
เทลล่าห์เป็นอดีตนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ เขาออกตามหาลูกสาวที่หายตัวไปกับนักกวีพเนจร และเพราะความแก่ ทำให้เทลล่าห์หลงลืมเวทมนตร์ทั้งหมด อาชีพของเทลล่าห์คือนักปราชญ์ ต่อมาเขาได้ความทรงจำคือทำให้เขาสามารถใช้ทั้งเวทย์ดำและเวทย์ขาวได้อย่างชำนาญ โดยเฉพาะเวทมนตร์ในตำนาน "เมเทโอ" ซึ่งเทลล่าห์ใด้ใช้เวทย์นี้ตอนที่เขาเข้าไปสู้กับกอลเบซ่าและต้องแลกด้วยชีวิต
อะบิลิตี้ของของเทลล่าห์จะเป็นการเรียกเวทมนตร์ที่เขาหลงลืมไป (สุ่มเรียก) แต่เมื่อจำเวทมนตร์ได้ทั้งหมดอะบิลิตี้นี้จะหายไป
  • กิลเบิร์ต คริส ฟอน มิวร์ (ギルバート・クリス・フォン・ミューア ; Gilbart Chris Von Muir) (Edward Chris Von Muir ในภาคภาษาอังกฤษ)
อายุ 24 ปี สูง 174 ซม. หนัก 51 กก. ถนัดมือขวา
กิลเบิร์ตเป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรแดมเชี่ยน ที่ถูกกอลเบซ่าทำลายไป เขารักกับแอนนาลูกสาวของเทลล่าห์ และแอนนาก็สละชีวิตให้กิลเบิร์ต อาชีพของกิลเบิร์ตคือนักกวี
อะบิลิตี้ของกิลเบิร์ตจะมีการร้องเพลง และการใช้น้ำยาฟื้นพลังให้กับทุกคนในทีม
  • หยาง ฟาง ไลเดน (ヤン・ファン・ライデン ; Yang Fang Leiden)
อายุ 35 ปี สูง 182 ซม. หนัก 76 กก. ถนัดทั้ง 2 มือ
หยางเป็นคนของอาณาจักรฟาบูล อาชีพของเขาคือนักบวช ที่มีความสามารถในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เขาสละชีวิตเพื่อทำลายปืนใหญ่ในหอคอยบาเบล
อะบิลิตี้ของหยางมี Focus เมื่อใช้แล้วจะโจมตีแรงเป็นสองเท่า และ Kick ซึ่งจะเตะศัตรูทุกตัว
  • โปรอม และ ปารอม (ポロム และ パロム ; Porom และ Palom)
โปรอม (หญิง) อายุ 5 ปี สูง 93 ซม. หนัก 19 กก. ถนัดมือขวา
ปารอม (ชาย) อายุ 5 ปี สูง 94 ซม. หนัก 22 กก. ถนัดมือซ้าย
โปรอมและปารอมเป็นจอมเวทย์แฝดจากอาณาจักรมิสซีเดีย อาชีพของทั้งสองคือจอมเวทย์ขาวและดำ ทั้งสองสามารถประสานพลังกันเพื่อร่ายเวทย์โคเม็ทได้ ในช่วงกลางของเกม ทั้งสองยอมกลายเป็นหินเพื่อหยุดไม่ให้กำแพงบีบเข้ามาหาพวกเซซิล
อะบิลิตี้ของโปรอมกับปารอมนั้นคือการร่ายเวทย์โคเม็ทแบบประสาน แต่ในภาคเกมบอยแอดวานซ์มีไอเท็มเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ และทำการร่ายเวทย์เมโทเอมาแทน
  • ซิด พอลเลนดีน่า (シド・ポレンディーナ ; Cid Pollendina)
อายุ 54 ปี สูง 159 ซม. หนัก 67 กก. ถนัดมือขวา
หัวหน้าวิศวกรแห่งอาณาจักรบารอน รักและเอ็นดูเซซิลเหมือนกับลูกชายแท้ๆ
อะบิลิตี้ของซิดคือกาตรวจดู HP ของศัตรู
  • เอ็ดเวิร์ด "เอดจ์" เจอรัลดีน (エドワード "エッジ" ジェラルダイン ; Edward "Edge" Geraldine)
อายุ 26 ปี สูง 175 ซม. หนัก 51 กก. ถนัดทั้ง 2 มือ
เอดจ์เป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรเอบลัน (เอบราน่า) ซึ่งถูกกอลเบซ่าโจมตี จึงต้องหลบมาอยู่ในถ้ำ อาชีพของเอดจ์คือนินจา ที่สามารถถืออาวุธได้สองมือ และขว้างสิ่งของโจมตีฝ่ายตรงข้าม เขาแอบชอบรีเดีย
อะบิลิตี้ของเอดจ์คือคาถานินจา นอกจากนั้นเขายังสามารถถืออาวุธได้สองมืออีกด้วย
  • ฟูซูย่า (フースーヤ ; Fusuya) (FuSoYa ในภาคภาษาอังกฤษ)
เป็นชาวดวงจันทร์เป็นผู้ผนึกเซมุสไว้ เขาช่วยพวกเซซิลตอนที่มาที่ดวงจันทร์
อะบิลิตี้ของฟูซูย่าคือ Regen ซึ่งทำให้ทุกคนในทีมฟื้นพลังอย่างช้าๆ ระหว่างต่อสู้

ผู้ร้าย[แก้]

  • กอลเบซ่า (ゴルベーザ ; Golbeza) (Golbez ในภาคภาษาอังกฤษ)
เป็นทหารใหม่ของอาณาจักรบารอน เขาเป็นคนนำทัพในการแย่งชิงคริสตัลทั่วโลก แต่จริงๆเขาถูกเซมุสควบคุมจิตใจไว้ เขาเป็นพี่ชายของเซซิล
  • คลูย่า (クルーヤ ; Kloo-Ya) (Kluya ในภาคภาษาอังกฤษ)
เป็นชาวดวงจันทร์ และเป็นน้องชายของฟูซูย่า แม้จะไม่ได้ปรากฏตัวในเกมแต่ก็มีการกล่าวถึง เขาได้แต่งงานกับหญิงชาวมนุษย์ และได้ให้กำเนิดเซซิลกับกอลเบซ่า
  • เซมุส (เซโรมุส) (ゼムス (ゼロムス) ; Zemus (Zeromus))
ศัตรูตัวจริงของเกม เขาเป็นชาวดวงจันทร์ที่ต้องการจะรุกรานโลก แต่ถูกคลูย่าและฟูซูย่าผนึกไว้ แต่ระหว่างอยู่ในผนึกเขาได้ใช้อำนาจของเขาควบคุมจิตใจกอลเบซ่าและไคน์ เพื่อใช้แย่งชิงคริสตัลและปลดผนึกเขาออกมา

การผลิตซ้ำ[แก้]

เพลย์สเตชัน
ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1997 โดยส่วนที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปมีเพียง CG ในฉากเปิดเกม, สามารถกดปุ่ม X เพื่อเร่งความเร็วเวลาที่เดินในเมืองหรือดันเจี้ยน และสามารถเซฟเกมด้วยระบบ "เมโม" ได้ (เซฟลงในตัวเครื่อง ไม่ใช่เมโมรี่การ์ด) เท่านั้น สำหรับส่วนอื่นๆ นอกจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นระบบเกม หรือกราฟิก ยังคงเหมือนกับในภาคซูเปอร์แฟมิคอมทุกประการ
วันเดอร์สวอน คัลเลอร์
ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 2002 โดยได้ทำการปรับปรุงกราฟิกและสีสันใหม่ ให้สวยงามมากขึ้นกว่าภาคซูเปอร์แฟมิคอม และเพลย์สเตชัน
เกมบอยแอดวานซ์
ไฟนอลแฟนตาซี IV ได้ถูกผลิตซ้ำอีกครั้งลงบนเครื่องเกมบอย แอดวานซ์ ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2005 โดยได้ทำการปรับปรุงกราฟิกให้สมบูรณ์กว่าภาควันเดอร์สวอน คัลเลอร์ นอกจากนั้นยังเพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยใหม่ๆ เช่น
  • สามารถสลับตัวละครในทีมได้ในศึกสุดท้าย
  • ดันเจี้ยนลับ 2 แห่ง คือ
    • ถ้ำแห่งการทดสอบ (Cave of Trials) ตัวละครที่ไม่ได้ร่วมศึกสุดท้ายตามต้นฉบับ (พารอม-โพรอม ซิด กิลเบิร์ต หยาง และเทร่า) สามารถไปเก็บอาวุธสุดยอดของแต่ละคนได้
    • โบราณสถานจันทรา (Lunar Ruins) ผู้เล่นสามารถเดินทางผ่านดันเจี้ยนสุ่มชั้นและเก็บอาวุธพิเศษของแต่ละคนที่จะเสริมพลังความสามารถให้กับอะบิลิตี้ของพวกเขาได้
นินเทนโด ดีเอส
ปัจจุบันมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าแล้วว่าไฟนอลแฟนตาซี IV จะนำกลับมาสร้างใหม่บนนินเทนโด ดีเอส โดยใช้ทีมงานและกราฟิกเอนจินเกมตัวเดียวกับ ไฟนอลแฟนตาซี III บนดีเอส [1] โดยมีการเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆ ได้แก่
  • โปจิก้า มนต์อสูรตัวแรกของรีเดีย ที่สามารถพัฒนาความสามารถได้โดยการเล่นมินิเกมซึ่งจะแตกต่างกันตามสมาชิกในศึกสุดท้ายตามต้นฉบับ (เซซิล ไคน์ รีเดีย โรซ่า และเอดจ์) รวมถึงสามารถปรับแต่งหน้าตาได้อีกด้วย
  • ระบบการสืบทอดคุณสมบัติ ที่ตัวละครจะได้ความสามารถเฉพาะตัวในรูปเดแคนท์ไอเท็ม โดยการเข้าร่วมเหตุการณ์ย่อยในเกม ซึ่งไอเท็มดังกล่าวจะติดตั้งให้ตัวละครอื่นได้ แต่เมื่อติดตั้งแล้วจะไม่สามรถเปลี่ยนให้ตัวละครอื่นได้อีก
  • มีการนำเพลง Theme of Love ซึ่งเป็นเพลงประจำภาค มาเรียบเรียงใหม่ โดยใช้ชื่อว่า แสงแห่งจันทรา (月の明り-Tsuki no Akari) และให้ อิดะ เมกุมิ เป็นผู้ขับร้อง
  • บอสลับ 2 ตัว ได้แก่ เกริวออน และโปรโตบาบิล
  • เพิ่มไอเท็มชุดหัวหอม (ดาบ เกราะ โล่ หมวก และถุงมือ)
  • เพิ่มฉากปลีกย่อย เช่น ฉากที่เซซิเลียให้กำเนิดกอลเบซาและเซซิล และฉากพิธีราชาภิเษกของเซซิลในช่วงท้ายของเกม

ไฟนอลแฟนตาซี IV THE AFTER สึกิ โนะ คิคัง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2551 ทางสแควร์เอนิกซ์ จะเปิดให้บริการเกมภาคต่อของไฟนอลแฟนตาซี IV โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ไฟนอลแฟนตาซี IV THE AFTER สึกิ โนะ คิคัง" (ファイナルファンタジーIV THE AFTER 月の帰還 ; Final Fantasy IV THE AFTER Return of the Moon) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ระบบ i-Mode (NTT Docomo) ในเดือนกุมภาพันธ์ และ Ez web (au) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ[2] เนื้อเรื่องของเกมจะเกิดขึ้นหลังจากภาคแรก 17 ปี โดยมี ธีโอดอร์ ลูกชายของเซซิลกับโรซ่า เป็นตัวเอก ส่วนตัวเกมยังคงเป็นแนว RPG ซึ่งจะนำระบบและภาพของไฟนอลแฟนตาซี IV ภาค SFC มาปรับปรุงใหม่

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]