ไฟนอลแฟนตาซี XIV: เฮเวนส์เวิร์ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Final Fantasy XIV: Heavensward
ผู้พัฒนาSquare Enix Business Division 5
ผู้จัดจำหน่ายSquare Enix
กำกับNaoki Yoshida
อำนวยการผลิตNaoki Yoshida
ออกแบบ
  • Naoki Yoshida
  • Nobuaki Komoto
โปรแกรมเมอร์Hideyuki Kasuga
ศิลปินHiroshi Minagawa
เขียนบทKazutoyo Maehiro
แต่งเพลงMasayoshi Soken
ชุดFinal Fantasy
เครื่องเล่น
วางจำหน่าย23 มิถุนายน 2015; 6 ปีก่อน (2015-06-23)
แนวMMORPG
รูปแบบMultiplayer

ไฟนอลแฟนตาซี XIV: เฮเวนส์เวิร์ด เป็นส่วนเสริมตัวแรกของเกมไฟนอลแฟนตาซี XIV: อะเรียล์มรีบอร์น ซึ่งเป็นเกมออนไลน์แบบเล่นตามบทบาท (MMORPG) ที่ได้รับการพัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบริษัทสแควร์อีนิกซ์ บนแพลตฟอร์มวินโดวส์, แมคโอเอส, เพลย์สเตชั่น 3, และเพลย์สเตชั่น 4 วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นเวลาเกือบสองปีหลังอะเรียล์มรีบอร์นวางจำหน่าย โดยนาโอกิ โยชิดะ กลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างให้กับเกมชุดนี้อีกครั้ง และมีโนบุโอะ อุเมมัตสึ กลับมาประพันธ์ดนตรีประกอบอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกับทีมงานไฟนอลแฟนตาซีตั้งแต่ความล้มเหลวของไฟนอลแฟนตาซี XIV ฉบับแรก โดยประพันธ์ดนตรีประกอบร่วมกันกับมาซาโยชิ โซเคน ส่วนเสริมนี้วางจำหน่ายทั้งฉบับแยกเป็นส่วนเสริม สำหรับผู้เล่นที่มีเกมต้นฉบับเดิมอยู่แล้ว และฉบับสมบูรณ์ที่มีเกมต้นฉบับรวมอยู่ด้วย โดยเกมทั้งสองแบบออกวางขายพร้อมกัน

เนื้อเรื่องของเฮเวนส์เวิร์ดเน้นไปที่สงครามลำนำมังกร (The Dragonsong War) ที่ดำเนินมานับพันปี ระหว่าง Holy See แห่งเมือง Ishgard และเหล่ามังกรแห่ง Dravania หลังเหตุการณ์ในอะเรียล์มรีบอร์นผู้เล่นได้เดินทางมาหลบภัยที่ Ishgard และเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะยุติสงครามนี้ ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยความลับเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของสงคราม นอกจากพื้นที่ใหม่ๆ แล้ว ผู้เล่นจะยังได้รับการปรับเลเวลสูงสุด (จากเดิมสูงสุดที่ 50 เพิ่มเป็น 60) อาชีพตัวละครใหม่ (3 อาชีพ) มีเผ่าพันธุ์ให้เลือกเพิ่มเติม และสามารถเดินทางด้วยการบินได้

เฮเวนส์เวิร์ดได้รับการตอบรับในทางบวกอย่างล้นหลาม และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล "ส่วนขยายแห่งปี" ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 สแควร์อีนิกซ์รายงานว่าขายเกมนี้ไปได้แล้ว 5 ล้านรายชื่อลงทะเบียน แต่ต้องระงับการขายเวอร์ชั่นสำหรับแมคโอเอสไว้ชั่วคราวเนื่องจากมีรายงานว่ามีปัญหาทางเทคนิก และให้ข้อเสนอคืนเงินแก่ผู้ที่ซื้อเกมเวอร์ชั่นนี้ ก่อนที่จะกลับมาขายเวอร์ชั่นปรับปรุงอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 และเช่นเดียวกันกับอะเรียล์มรีบอร์น เกมนี้มีกำหนดว่าจะเผยแพร่ส่วนขยายเนื้อเรื่องหลักทุกๆ 3 เดือน แต่ส่วนขยายตัวแรกถูกเลื่อนกำหนดเผยแพร่ออกไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016 เพื่อให้ทีมผู้พัฒนาได้พักผ่อน

เนื้อเรื่อง[แก้]

ฉาก[แก้]

เฮเวนส์เวิร์ดดำเนินเรื่องในโลกในจินตนาการแห่งดาวเคราะห์ไฮเดลิน ซึ่งมีทวีปใหญ่ 3 ทวีป มีภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมหลากหลาย บนดาวเคราะห์แห่งนี้มีดินแดนแห่งหนึ่งชื่อว่าเอออร์เซีย เรื่องราวในภาคเสริมนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเทวนครอิชการ์ดบนเทือกเขาหิมะแห่งโคเอร์ธาสและดินแดนรอบๆ สามนครที่เหลือได้แก่กริดาเนีย ลิมซ่าโลมินซ่า และอุลดาห์ ซึ่งบัดนี้จับมือกันเป็นพันธมิตรแห่งเอออร์เซียอย่างแท้จริง ก็มีบทบาทในเรื่องด้วยเช่นกัน รวมไปถึงศัตรูอย่างจักรวรรดิการ์เลียน นอกจากนี้แล้วยังมีชาวแอสเซียน เผ่าพันธุ์อมตะ คอยบงการเหตุการณ์ต่างๆ อยู่เบื้องหลัง ผู้เล่นสามารถสำรวจดินแดนต่างๆ ได้ด้วยการเดินเท้าและบินบนพาหนะต่างๆ และพบกับดินแดนดราวาเนีย (Dravania) บ้านเกิดของเหล่ามังกร และเกาะลอยฟ้าในทะเลเมฆเหนือเทือกเขาอะบาลาเทียสไปน์ ในดราวาเนียยังมีซากปรักหักพังของนครชาร์ลายาน ซึ่งถูกทิ้งร่างหลังจักรวรรดิการ์เลียนรุกราน เกิดเป็นเมืองใหม่นามว่าอิดิลไชร์ (Idyllshire) นครรัฐอิสระที่ปกครองโดยชาวกอบลิน ด้วยระบอบประชาธิปไตยอันเห็นทุกคนเท่าเทียม

ความขัดแย้งหลักของเรื่องราวนี้คือสงครามลำนำมังกรอันยืดเยื้อ เป็นการสู้รบไม่จบสิ้นระหว่างชาวอิชการ์ดและฝูงมังกรแห่งนิดฮอกก์ เหล่าผู้ปกครองในเทวรัฐอิชการ์เดียนเชื่อว่าสงครามอันกินเวลามานับพันปีนี้เริ่มขึ้นนับตั้งแต่วันที่ชาวเอเลเซนเข้ามาอยู่อาศัยในเอออร์เซีย กษัตริย์ธอร์แดนประกาศว่าตนทำทุกสิ่งตามคำบัญชีของเทพฮาโลน นั่นคือสร้างเมืองขึ้นบนเทือกเขาอะบาลาเทียสไปน์ การกระทำนี้สร้างความโกรธกริ้วให้กับมังกรยักษ์นิดฮอกก์ มันเข้าต่อสู้กับธอร์แดนและสิบสองอัศวินจนธอร์แดนเองและอัศวินอีกหลายคนต้องจบชีวิต อัลดราธบุตรแห่งธอร์แดนได้จับหอกของผู้เป็นบิดาควักเอาดวงตาของนิดฮอกก์ออกมาได้ข้างหนึ่งจนต้องหลบหนีไป ดวงตาลูกนั้นกลายเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งชาวอิชการ์เดียนและผูกพันเป็นหนึ่งกับตำนานแห่งนักรบดรากูนสีครามซึ่งกลายเป็นนามใช้เรียกนักรบดรากูนที่ได้รับพลังจากดวงตาลูกนี้ นับแต่นั้นเป็นต้นมานิดฮอกก์ยังพยายามต่อสู้เข้ายึดครองดินแดนอิชการ์ดและประชาชนทั้งหลาย ตำนานจุดเริ่มของสงครามดังที่กล่าวมานี้ถูกกล่าวขานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในศาสนจักรแห่งอิชการ์ด ซึ่งปัจจุบันนำโดยอาร์คบิชอปธอร์แดนที่เจ็ด

ความยาวนานของสงครามทำให้ทั้งรัฐบาลและประชาชนชาวอิชการ์ดปฏิเสธการคบค้าสมาคมกับนานาประเทศ ทั้งถอนตัวออกจากพันธมิตรแห่งเอออร์เซียในครั้งก่อน และยังปฏิเสธการเข้าร่วมพันธมิตรที่เกิดขึ้นใหม่อีกด้วย ผลข้างเคียงจากการโดดเดี่ยวตัวเองเช่นนี้ทำให้เกิดมุมมองที่เลวร้ายต่อ "พวกนอกรีต" หรือก็คือใครก็ตามที่คบค้าสมาคมหรือถูกกล่าวหาว่าคบค้าสมาคมกับพวกมังกร ในช่วงก่อนจะเกิดเหตุการณ์ในเกมภาคเสริมนี้ จ้าวมังกรนิดฮอกก์ที่สงบเงียบมาเป็นระยะเวลาหนึ่งได้ส่งเสียงคำรามใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เป็นการเรียกระดมไพร่พลฝูงมังกรเพื่อเตรียมเข้าโจมตีอิชการ์ดอีกครั้ง ในขณะนั้นเอง ตัวละครของผู้เล่นคือนักผจญภัยที่ขณะนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นนักรบแห่งแสงจากวีรกรรมการต่อสู้กับการรุกรานของจักรวรรดิการ์เลียน ได้เข้ามาอยู่ในความดูแลของเซอร์อายเมอริก ลอร์ดคอมมานเดอร์แห่งเทมเพิลไนท์ ด้วยต้องการความช่วยเหลือในการป้องกันอิชการ์ดจากการโจมตีนี้ หลังจากที่ผู้เล่นตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากระหว่างการก่อกบฎยึดอำนาจในอุลดาห์จนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารกษัตริย์ จนต้องลี้ภัยจากเอออร์เซียมาพร้อมกับอัลฟิโน่และตาตารุ ทั้งสามเป็นสมาชิกเท่าที่หลงเหลือของเหล่าผู้สืบทอดแห่งอรุณรุ่งที่เจ็ด เสียงคำรามของนิดฮอกก์จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในทั้งสองฟากของสงคราม อายเมอริกและเคานท์เอ็ดมอนต์แห่งบ้านฟอร์ทอมป์ได้เปิดประตูแห่งอิชการ์ดรับคนนอกเข้ามาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ด้วยเป้าหมายเพื่อรับความช่วยเหลือในการสงคราม ขณะเดียวกัน เลดี้ไอซ์ฮาร์ทก็ได้ซ่องสุมกำลังคนนอกรีต และเอสติเนียน ผู้ถือตำแหน่งนักรบดรากูนสีครามคนปัจจุบัน ก็ได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายไปนาน เพื่อตามหานิดฮอกก์ ศัตรูคู่อาฆาต

เนื้อเรื่อง[แก้]

เฮเวนส์เวิร์ดเริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนที่นักรบแห่งแสง (ตัวละครของผู้เล่น) เดินทางมาถึงตัวเมืองอิชการ์ดพร้อมทั้งอัลฟิโน่และทาทารุ พวกเขาถูกเชิญไปยังคฤหาสน์ของเคานท์ฟอร์ทอมป์ ซึ่งมีแนวคิดเชิงก้าวหน้าอย่างมากเกี่ยวกับบทบาทของคนนอกในพลิกชะตาสงครามลำนำมังกร ผู้เล่นได้มีโอกาสช่วยเหลือบุตรชายทั้งสองของเคานท์เอดมอนต์ในดินแดนนอกเมือง ระหว่างการทำภารกิจเหล่านี้ผู้เล่นได้มีโอกาสพบกับเลดี้ไอซ์ฮาร์ท