ข้ามไปเนื้อหา

เมลาโทนิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมลาโทนิน
ข้อมูลทางคลินิก
การอ่านออกเสียง/ˌmɛləˈtnɪn/
AHFS/Drugs.comข้อมูลยาสำหรับผู้บริโภค
ช่องทางการรับยารับประทาน, สอดใต้ลิ้น, ทาผิวหนัง
รหัส ATC
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
  • AU: S4 (ต้องใช้ใบสั่งยา)
  • UK: POM (Prescription only)
  • US: OTC
ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
ชีวประสิทธิผล30–50%
การเปลี่ยนแปลงยาHepatic via CYP1A2 mediated 6-hydroxylation
ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ35–50 minutes
การขับออกRenal
ตัวบ่งชี้
  • N-[2-(5-Methoxy-1H-indol-3-yl)ethyl]acetamide
เลขทะเบียน CAS
PubChem CID
IUPHAR/BPS
DrugBank
ChemSpider
UNII
KEGG
ChEBI
ChEMBL
ECHA InfoCard100.000.725
ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
สูตรC13H16N2O2
มวลต่อโมล232.283 g·mol−1
แบบจำลอง 3D (JSmol)
  • COC1=CC2=C(NC=C2CCNC(C)=O)C=C1
  • InChI=1S/C13H16N2O2/c1-9(16)14-6-5-10-8-15-13-4-3-11(17-2)7-12(10)13/h3-4,7-8,15H,5-6H2,1-2H3,(H,14,16) checkY
  • Key:DRLFMBDRBRZALE-UHFFFAOYSA-N checkY
  (verify)
สารานุกรมเภสัชกรรม

เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากสารเซโรโทนิน (Serotonin) ที่เซลล์ไพเนียล ( pinealocytes) ซึ่งอยู่ในต่อมไพเนียล (pineal gland) เป็นส่วนหนึ่งของสมองส่วนกลาง และช่วยการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนระบบนาฬิกาของร่างกาย (circadian rhythm)

ลักษณะทางกายภาพ

[แก้]

ข้อมูลทั่วไป

[แก้]

เมลาโทนิน เป็นฮอร์โมนที่เกิดจากการสังเคราะห์มาจากกรดอะมิโน ทริปโตเฟน (Tryptophan) โดยมีการสร้างขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ จอตาและต่อมไพเนียล โดยมีความมืดเป็นตัวกระตุ้นและหยุดหลั่งเมื่อเจอแสงสว่าง ปริมาณของเมลาโทนินจะเพิ่มสูงขึ้นในตอนกลางคืนเริ่มตั้งแต่ประมาณ 22 นาฬิกา ปริมาณสูงสุดประมาณ 3 นาฬิกา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย ประโยชน์ของเมลาโทนินนั้นเชื่อกันว่าช่วยบรรเทาอาการเพลียหลังการโดยสารเครื่องบิน (Jet-Lag) และการทำงานเป็นกะซึ่งยังมีข้อโต้แย้งเรื่องคุณสมบัตินี้กันอยู่ เมลาโทนินถือว่าเป็นสารที่ช่วยปรับสภาพร่างกายในรอบวันเพราะคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับความสว่างและความมืด (circadian rhythm) เมลาโทนินเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับลึก ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ความผิดปกติเรื้อรังของการนอน อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตก่อนเวลาอันควร ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของเมลาโทนินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ไม่สามารถรักษาโรคได้ ที่สำคัญยังมีผลต่อการควบคุมกระบวนการทางชีวภาพและการเกิดอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงการใช้เมลาโทนิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลด (หรือเพิ่มขึ้น) ของปริมาณของเมลาโทนินในเลือดทำให้เกิดปัญหาการนอนหลับหรือความผิดปกติของวงจรการหลับและการตื่นในรอบวัน

การสังเคราะห์ทางชีวภาพ

[แก้]

เมลาโทนิน ได้จากขั้นตอนที่สองของการสังเคราะห์เซโรโทนิน ที่เกิดจากกรดอะมิโน ทริฟโตเฟน อันดับแรกเซโรโทนินจะจับกับ โคเอนไซม์ เอ (Coenzym A ) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้กับ เซโรโทนิน เอ็น – อะเซทิลทรานเฟอเรส [(Serotonin N-acetyltransferase (AANAT)] ผลิตภัณฑ์ที่ได้คือ อะเซทิลเซโรโทนิน เอ็น – เอส อะดีโนซิลเมธไทโอนีน (Acetylserotonin N-S-adenosylmethionine) ที่มีหมู่เมทธิล ขั้นตอนที่ หนึ่ง เป็นขั้นตอนที่กำหนดความเร็วปฏิกิริยาของเอนไซม์มีแสงสว่างเป็นตัวควบคุม

กระบวนการเมตาบอลิซึมของเมลาโทนิน

[แก้]

เมลาโทนิน 90% จะสลายตัวผ่านเข้าสู่ตับและเปลี่ยนสภาพให้อยู่ในรูปสารชีวภาพของ โมโนอ็อกซีจีเนส ไซโตโซม พี 450 (monooxygenases cytochrome P450) ไปเป็น 6-โอเอช – เมลาโทนิน (6-OH-melatonin) และจะอยู่ในรูปของอนุพันธ์ซัลเฟต (derivative sulfate) (60-70%) หรือ อนุพันธ์กลูคูโรไนด์ (derivative glucuronide) (20-30%) ซึ่งถูกขับออกทางปัสสาวะ

อาการซึมเศร้าในฤดูหนาว

[แก้]

ในฤดูหนาวนั้นช่วงเวลากลางวันจะสั้น ทำให้ระหว่างวันร่างกายมีระดับปริมาณของเมลาโทนินในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย มีปัญหาเรื่องการนอนและอาการซึมเศร้าในฤดูหนาว ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวจึงควรจะไปเดินเล่นให้ได้รับแสงแดดหรืออาจจะไปรับการรักษาด้วยแสงบำบัด

ปัญหาการนอนและความจำ

[แก้]

ระดับเมลาโทนินที่ต่ำเกินไปอาจจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการนอน เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตเมลาโทนินน้อยลง ส่งผลให้เวลานอนของผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยแล้วลดน้อยลงและประสบกับปัญหานอนไม่หลับบ่อยครั้ง รวมทั้งการทำงานที่ต้องเปลี่ยนกะ และอาการ Jet-lag ก็จะทำให้ปริมาณเมลาโมนินต่ำเกินไป เนื่องมาจากการนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำงานของหน่วยความจำ เหตุผลหนึ่งอาจเป็นอิทธิพลของเมลาโทนินที่อยู่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hypocampus) โดยพื้นที่ของสมองส่วนนี้สำคัญสำหรับการเรียนรู้และความจำ เมลาโทนินเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเซลล์ประสาทชนิดนี้ ซึ่งจะเป็นเซลล์ประสาทที่สามารถเกิดกลไก ไซแนปติก พลาสติซิตี้ (synaptic plasticity) ที่ช่วยในการปรับเปลี่ยนระบบนาฬิกาของร่างกาย (circadian rhythm)

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

[แก้]

สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

[แก้]

ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นทะเบียนเมลาโทนินเป็นอาหารเสริมจึงหาซื้อได้ทั่วไป ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 1995 ยอดขายของเมลาโทนินนั้นสูงกว่าแอสไพริน ในสหรัฐอเมริกานั้นมีการโฆษณาว่ามีสรรพคุณในการรักษาของเมลาโทนินด้านต่างๆดังนี้:

•การป้องกันอาการไมเกรน
•กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม
•จับกับอนุมูลอิสระและมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลให้สามารถ
•ชะลอริ้วรอยแห่งวัย
•ต่อสู้หรือป้องกันโรคมะเร็ง
•ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน โรคหัวใจ

เมลาโทนินในประเทศแคนาดา ก็ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเช่นกัน

ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป

[แก้]

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้อนุมัติให้ใช้เมลาโทนินเป็นยาได้ (ชื่อทางการค้าคือ Circadin) ข้อบ่งใช้ คือ รักษาอาการนอนไม่หลับเบื้องต้น (การหลับที่ไม่มีประสิทธิภาพ) เป็นระยะเวลาสั้นๆในผู้ป่วยอายุ 55 ปีขึ้นไป ยา Circadin มีส่วนประกอบของเมลาโทนิน 2 มิลลิกรัม โดยเป็นยาประเภทออกฤทธิ์ช้าปริมาณที่แนะนำคือ 2 มิลลิกรัม รับประทานสองชั่วโมงก่อนเข้านอนและหลังอาหารมื้อสุดท้ายของวัน ควรรับการรักษาเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ในประเทศเยอรมนี กำหนดให้เมลาโทนินเป็นยาที่ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของการใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ โดยไม่ว่าจะมีปริมาณเท่าไหร่ก็ยังต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ รวมทั้งไม่อนุญาตให้มีการตีตราว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริม สำหรับการใช้เมลาโทนินในอาหารเสริม ตามรายการในรายงานที่จัดทำร่วมกันของคณะกรรมาธิการยุโรป ในมาตรา 13 ของกฎระเบียบ EC หมายเลข 1924/2006 (สิทธิว่าด้วยเรื่องการกล่าวอ้างด้านสุขภาพ) (EG) Nr. 1924/2006 (Health Claims) อนุญาตให้กล่าวในแง่สุขภาพว่า "เมลาโทนิน ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียหลังจากการโดยสารด้วยเครื่องบิน (Jetlag) "และ" เมลาโทนินช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น " ปริมาณของการใช้ยาที่เหมาะสมของข้อมูลผู้ใช้ยา รวมทั้งคำอธิบายในการใช้ยาได้กำหนดไว้ด้วย ซึ่งข้อความก่อนกล่าวก่อนหน้านี้เป็นการประเมินทางวิทยาศาสตร์ โดยสำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ได้พูดถึงและเผยแพร่ในปี ค.ศ. 2010 และ 2011 เมลาโทนินได้บรรจุเข้าไปในรายชื่อที่อนุญาตให้สามารถใช้ในแง่สุขภาพได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอนุญาตให้ใช้เมลาโทนินในส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้ ว่าด้วยเรื่อง"การกล่าวอ้างทางสุขภาพ" มีเฉพาะสำหรับอาหารเสริมเท่านั้น อาหารเสริมดังกล่าวที่เรียกกันว่า "อาหารเสริมสมดุล" จะสามารถหาซื้อได้ในบางประเทศในสหภาพยุโรป (เช่นออสเตรีย) โดยผู้ผลิตรายต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนผสมของเมลาโทนิน อย่างมากไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อแคปซูล สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยของอาหารแห่งชาติ (BVL) ประเทศเยอรมนี ได้ฟ้องร้องผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเมลาโทนิน เป็น "อาหารเสริมสมดุล" ในปี ค.ศ. 2010 อาหารเสริมสมดุลเป็นสินค้าประเภทอาหารเสริม ข้อฟ้องร้องของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยของอาหารแห่งชาติ (BVL) ประเทศเยอรมนี อนุญาตให้รับประทานเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ฉลากสินค้าประเภทนี้จะถูกส่งต่อไปยังสำนักงานของรัฐบาลกลางการควบคุมอาหารอย่างเป็นทางการของรัฐ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบ และเป็นการคัดสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพออกจากตลาด ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตแล้ว โดยมีความเข้มข้นของเมลาโทนิน 2 มิลลิกรัมต่อการบริโภคหนึ่งวัน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จากความเข้มข้นของเมลาโทนิน 1 หรือ 2มิลลิกรัมต่อวัน (เช่น โภชนาการ) อาหารบริโภคที่สามารถวางขายในตลาด ต้องถูกตรวจสอบ ในกรณีที่เป็นแบบบุคคลและความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ มีสารหลายอย่างที่ทั้งในผลิตภัณฑ์ยาและของบริโภค ทุกผลิตภัณฑ์ที่มีสารเหล่านี้จึงต้องมีการตรวจสอบและการจัดหมวดหมู่

สารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง

[แก้]

สารอะโกเมลาทีน (agomelatine) มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับเมลาโทนิน ซึ่งข้อแตกต่างของสารสองชนิดนี้คือ สารอะโกเมลาทีน ออกฤทธิ์กระตุ้น ตัวรับเมลาโทนิน ชนิด MT1 และMT2 (Melatonin receptors typ MT1/MT2) รวมทั้งยังมีคุณสมบัติออก ตัวรับเซโรทานิน 5 HT2C (serotonin recepter 5-HT2c ) อะโกเมลาโทนินใช้เป็นยารักษาของภาวะซึมเศร้า

สารเมลาโทนินในอาหาร

[แก้]

กระบวนการผลิตเมลาโทนินผลิตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดก็ผลิตเมลาโทนินในเวลากลางคืนได้เช่นกัน โดยเฉพาะวัวจะผลิตด้วยกลไกเดียวกันกับมนุษย์ โดยส่งผ่านจากกระแสเลือดเข้าไปในน้ำนม ทั้งนี้ปริมาณฮอร์โมนขึ้นอยู่กับเวลากลางวันและกลางคืนและอาหารที่วัวได้รับ โครงสร้างของเมลาโทนินในวัวนมมีจำนวนต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ระบบแสงที่ออกแบบพิเศษในการเลี้ยงวัวนม เพื่อให้สอดคล้องกับแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน /กลางคืน เช่นเดียวกับการให้หญ้าและสมุนไพรแก่วัว ก็ช่วยให้ระดับเมลาโทนินในตอนกลางคืนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อนำน้ำนมมาแยกพบว่ามีเมลาโทนินถึง 0.04 ไมโครกรัมต่อลิตร ประโยชน์ของนมที่ทำให้นอนหลับ ที่เรียกว่า "นมก่อนนอน" ยังไม่ได้พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์[11][12]

การตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์

[แก้]

มีงานศึกษาวิจัยหลายขึ้นที่ค้นคว้าเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเมลาโทนินเกี่ยวกับอาการ Jetlag ข้อมูลที่ได้ค่อนข้างแตกต่างกัน จากการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) [การวิเคราะห์อภิมานเป็นการวิจัยงานวิจัย (Research of Research)] ที่เปิดเผยข้อมูลโดย องค์กรความร่วมมือคอเครน (Cocrane) ประเทศอังกฤษ[13] โดยแสดงผลของการใช้เมลาโทนินที่ปริมาณ 0,5 ถึง 5 มิลลิกรัมในสภาวะ Jetlag พบว่าให้ผลในการบรรเทาอาการ ได้อย่างไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากใช้ที่ปริมาณ 5 มิลลิกรัมจะทำให้เวลาในการเคลิ้มหลับสั้นลง และยิ่งเห็นผลชัดมากขึ้น เมื่อข้ามโซนเวลาและในเที่ยวบินจากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก ในการศึกษานี้ได้ตรวจสอบพารามิเตอร์ของการนอนเช่นเดียวกับอาการอื่น ๆ เช่น อาการง่วงนอนตอนกลางวัน และ การมีสุขภาพดีแข็งแรง การวิเคราะห์อภิมานอื่นๆ พบว่า เมลาโทนินไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างชัดเจนสำหรับอาการ Jetlag รวมทั้งไม่ได้ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในกรณีที่เกิดอาการนอนไม่หลับ สำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกะ นอกจากนี้เวลานอนหลับโดยรวมก็ไม่ได้นานอย่างมีนัยสำคัญ ในการศึกษาวิจัยทั้งหมด ขาดการศึกษาเกี่ยวข้องกับอายุ / การประเมินผล เหตุนี้ประสิทธิภาพของสารนี้ อาจจะเห็นผลมากกับคนอายุ 55 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ในงานวิจัย ยังพบว่ามีปฏิสัมพันธ์กับการต่อต้านการเกิดลิ่มเลือดและยาลดอาการลมชัก การรับประทานเมลาโทนินระยะสั้น (<3 เดือน) การวิเคราะห์แบบอภิมานนี้ยังถูกวิพากวิจารณ์ในเรื่องของการเลือกศึกษาเฉพาะเรื่องด้วย (เช่น การใช้ยาระยะสั้น ปริมาณที่ใช้และการกำหนดจุดสิ้นสุดของการทดลอง)

การออกฤทธิ์ทางชีวภาพ

[แก้]

ในมนุษย์ เมลาโทนินถูกสันนิษฐานว่าทำหน้าที่เป็น ตัวกระตุ้นเต็มรูปแบบ ของตัวรับเมลาโทนิน สองประเภท ได้แก่ ตัวรับเมลาโทนิน ประเภท 1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจับระดับพิโคโมลาร์ และ ตัวรับเมลาโทนิน ประเภท 2 ซึ่งมีความสัมพันธ์ในการจับระดับนาโนโมลาร์ ตัวรับทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของ ตระกูลตัวรับที่เชื่อมโยงกับโปรตีน G (GPCRs) โดยเฉพาะ GPCRs หน่วยย่อย G i/o อัลฟา [1]

ในการทดลอง in vitro เมลาโทนินทำหน้าที่เป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงหรือสารกำจัดอนุมูลอิสระภายในไมโทคอนเดรีย โดยมีบทบาทสองด้านในการต่อสู้กับสภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชันของเซลล์ [1] ประการแรก มันจะเปลี่ยนอนุมูลอิสระเป็นกลาง และประการที่สอง คือกาส่งเสริมการแสดงออกของยีน ของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็น เช่น ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส(superoxide dismutase) กลูตาไธโอนเปอร์ออกซิเดส(glutathione peroxidase) กลูตาไธโอนรีดักเทส(glutathione reductase) และ คาตาเลส(catalase) [1] การเพิ่มขึ้นของการแสดงออกของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระนี้เกิดขึ้นผ่าน ทางเส้นทางการส่งสัญญาณ ที่ถูกกระตุ้นโดยการจับของเมลาโทนินกับตัวรับของมัน [1] ด้วยกลไกเหล่านี้ คาดว่าเมลาโทนินจะปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชันในรูปแบบที่นอกเหนือไปจากการควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น [2] [3] [4]


หน้าที่ทางชีวภาพ

[แก้]
แสงที่มองเห็นได้เข้าสู่ดวงตาและเส้นทางการส่งสัญญาณบวกและลบที่ต่อเนื่องไปยังโครงสร้างประสาทในสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาจตามมา: เมื่อดวงตาได้รับแสงแดด การผลิตเมลาโทนินของต่อมไพเนียลจะถูกยับยั้ง ส่งผลให้มีการหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ตื่นตัว ในทางกลับกัน ในกรณีที่ไม่มีแสง ต่อมไพเนียลจะสังเคราะห์เมลาโทนินอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกง่วงนอนและช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น

นาฬิกาชีวภาพ

[แก้]

ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมลาโทนินมีความสำคัญต่อการควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น หรือจังหวะชีวภาพ [5] ระดับเมลาโทนินที่สม่ำเสมอในทารกมนุษย์เกิดขึ้นประมาณเดือนที่สามหลังคลอด โดยมีความเข้มข้นสูงสุด ระหว่างเที่ยงคืนถึง 8:00 น. [6] มีการบันทึกไว้ว่าการผลิตเมลาโทนินลดลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น [7] นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลาการหลั่งเมลาโทนินในช่วงวัยรุ่น ส่งผลให้เวลานอนและเวลาตื่นล่าช้าลง เพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง ในช่วงนี้ [8]

คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของเมลาโทนินได้รับการยอมรับครั้งแรกในปี 1993 [9] การศึกษา ในหลอดทดลอง เผยให้เห็นว่าเมลาโทนินสามารถทำให้สารออกซิเจนที่ว่องไวต่างๆ เป็นกลางโดยตรง รวมถึง ไฮดรอกซิล (OH•) ซูเปอร์ออกไซด์ (O2−•) และ สารไนโตรเจนที่ว่องไว เช่น ไนตริกออกไซด์ (NO•) [10] [11] ในพืช เมลาโทนินทำงานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของสารต้านอนุมูลอิสระแต่ละชนิด [11] พบว่าสารประกอบนี้มีประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลเปอร์ออกซิลเป็นสองเท่าของ วิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมันที่มีศักยภาพ [12] การส่งเสริมการแสดงออกของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส กลูตาไธโอนเปอร์ออกซิเดส กลูตาไธโอนรีดักเทส และคาตาเลส เกิดขึ้นผ่านทางเส้นทางการส่งสัญญาณที่กระตุ้นโดยตัวรับเมลาโทนิน [1]

ความเข้มข้นของเมลาโทนินใน เมทริกซ์ของไมโทคอนเดรียสูงกว่าที่พบในพลาสมาในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ [2] [4] ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทของมันไม่เพียงแต่ในการกำจัดอนุมูลอิสระโดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับการทำงานของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระและการรักษาความสมบูรณ์ของไมโทคอนเดรียอีกด้วย บทบาทที่หลากหลายนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญทางสรีรวิทยาของเมลาโทนินในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระของไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการจำนวนมาก [2] [4] [3]

นอกจากนี้ ปฏิกิริยาของเมลาโทนินกับออกซิเจนและไนโตรเจนชนิดที่ว่องไวส่งผลให้เกิดสารเมตาบอไลต์ที่สามารถลดอนุมูลอิสระได้ [1] [3] สารเมตาบอไลต์เหล่านี้ ได้แก่ Cyclic 3-hydroxymelatonin, N1-acetyl-N2-formyl-5-methoxykynuramine (AFMK) และ N1-Acetyl-5-methoxykynuramine(AMK) ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของเมลาโทนินผ่าน ปฏิกิริยารีดอกซ์ เพิ่มเติมกับอนุมูลอิสระ [1] [3]

ระบบภูมิคุ้มกัน

[แก้]

เป็นที่ทราบกันดีว่าเมลาโทนินมีผลกับระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะของปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ยังคงไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนเพียงพอ [13] [14] [15] [16] ฤทธิ์ต้านการอักเสบดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุด [15] [16] ประสิทธิภาพของเมลาโทนินในการรักษาโรคได้รับการศึกษาในวงจำกัด โดยข้อมูลส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยเบื้องต้นขนาดเล็ก มีการตั้งสมมติฐานว่าผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันนั้นเกิดจากการทำงานของเมลาโทนินบนตัวรับที่มีความสัมพันธ์สูง (MT1 และ MT2) ซึ่งมีอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกัน การวิจัยพรีคลินิกชี้ให้เห็นว่าเมลาโทนินอาจเพิ่มการผลิตไซโตไคน์ และส่งเสริมการขยายตัวของเซลล์ T [17] [18] ซึ่งอาจช่วยบรรเทาภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เกิดขึ้นได้ [19]

การควบคุมน้ำหนัก

[แก้]

ศักยภาพของเมลาโทนินในการควบคุมการเพิ่มน้ำหนักนั้นคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับผลยับยั้งของเมลาโทนินต่อ เลปติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้สถานะพลังงานของร่างกายในระยะยาว [20] [21]

  1. 1 2 3 4 5 6 7 Jockers R, Delagrange P, Dubocovich ML, Markus RP, Renault N, Tosini G, Cecon E, Zlotos DP (กันยายน 2016). "Update on melatonin receptors: IUPHAR Review 20". British Journal of Pharmacology. 173 (18): 2702–25. doi:10.1111/bph.13536. PMC 4995287. PMID 27314810. Hence, one melatonin molecule and its associated metabolites could scavenge a large number of reactive species, and thus, the overall antioxidant capacity of melatonin is believed to be greater than that of other well-known antioxidants, such as vitamin C and vitamin E, under in vitro or in vivo conditions{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "IUPHAR – melatonin receptors review" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  2. 1 2 3 Reiter RJ, Rosales-Corral S, Tan DX, Jou MJ, Galano A, Xu B (พฤศจิกายน 2017). "Melatonin as a mitochondria-targeted antioxidant: one of evolution's best ideas". Cellular and Molecular Life Sciences. 74 (21): 3863–3881. doi:10.1007/s00018-017-2609-7. PMC 11107735. PMID 28864909. S2CID 23820389. melatonin is specifically targeted to the mitochondria where it seems to function as an apex antioxidant ... The measurement of the subcellular distribution of melatonin has shown that the concentration of this indole in the mitochondria greatly exceeds that in the blood.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 3 4 Mayo JC, Sainz RM, González-Menéndez P, Hevia D, Cernuda-Cernuda R (พฤศจิกายน 2017). "Melatonin transport into mitochondria". Cellular and Molecular Life Sciences. 74 (21): 3927–3940. doi:10.1007/s00018-017-2616-8. PMC 11107582. PMID 28828619. S2CID 10920415.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Melatonin transporters – 2017 review" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  4. 1 2 3 Manchester LC, Coto-Montes A, Boga JA, Andersen LP, Zhou Z, Galano A, Vriend J, Tan DX, Reiter RJ (พฤศจิกายน 2015). "Melatonin: an ancient molecule that makes oxygen metabolically tolerable". Journal of Pineal Research. 59 (4): 403–19. doi:10.1111/jpi.12267. PMID 26272235. S2CID 24373303. While originally thought to be produced exclusively in and secreted from the vertebrate pineal gland, it is now known that the indole is present in many, perhaps all, vertebrate organs{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Emet M, Ozcan H, Ozel L, Yayla M, Halici Z, Hacimuftuoglu A (มิถุนายน 2016). "A Review of Melatonin, Its Receptors and Drugs". The Eurasian Journal of Medicine. 48 (2): 135–41. doi:10.5152/eurasianjmed.2015.0267. PMC 4970552. PMID 27551178.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. Ardura J, Gutierrez R, Andres J, Agapito T (2003). "Emergence and evolution of the circadian rhythm of melatonin in children". Hormone Research. 59 (2): 66–72. doi:10.1159/000068571. PMID 12589109. S2CID 41937922.
  7. Sack RL, Lewy AJ, Erb DL, Vollmer WM, Singer CM (1986). "Human melatonin production decreases with age". Journal of Pineal Research. 3 (4): 379–88. doi:10.1111/j.1600-079X.1986.tb00760.x. PMID 3783419. S2CID 33664568.
  8. Hagenauer MH, Perryman JI, Lee TM, Carskadon MA (มิถุนายน 2009). "Adolescent changes in the homeostatic and circadian regulation of sleep". Developmental Neuroscience. 31 (4): 276–84. doi:10.1159/000216538. PMC 2820578. PMID 19546564.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Tan DX, Chen LD, Poeggeler B, L Manchester C, Reiter RJ (1993). "Melatonin: a potent, endogenous hydroxyl radical scavenger". Endocr. J. 1: 57–60.
  10. Poeggeler B, Saarela S, Reiter RJ, Tan DX, Chen LD, Manchester LC, Barlow-Walden LR (พฤศจิกายน 1994). "Melatonin—a highly potent endogenous radical scavenger and electron donor: new aspects of the oxidation chemistry of this indole accessed in vitro". Annals of the New York Academy of Sciences. 738 (1): 419–20. Bibcode:1994NYASA.738..419P. doi:10.1111/j.1749-6632.1994.tb21831.x. PMID 7832450. S2CID 36383425.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. 1 2 Arnao MB, Hernández-Ruiz J (พฤษภาคม 2006). "The physiological function of melatonin in plants". Plant Signaling & Behavior. 1 (3): 89–95. Bibcode:2006PlSiB...1...89A. doi:10.4161/psb.1.3.2640. PMC 2635004. PMID 19521488.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. Pieri C, Marra M, Moroni F, Recchioni R, Marcheselli F (1994). "Melatonin: a peroxyl radical scavenger more effective than vitamin E". Life Sciences. 55 (15): PL271-6. doi:10.1016/0024-3205(94)00666-0. PMID 7934611.
  13. Carrillo-Vico A, Guerrero JM, Lardone PJ, Reiter RJ (กรกฎาคม 2005). "A review of the multiple actions of melatonin on the immune system". Endocrine. 27 (2): 189–200. doi:10.1385/ENDO:27:2:189. PMID 16217132. S2CID 21133107.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. Arushanian EB, Beĭer EV (2002). "[Immunotropic properties of pineal melatonin]". Eksperimental'naia i Klinicheskaia Farmakologiia (ภาษารัสเซีย). 65 (5): 73–80. PMID 12596522.
  15. 1 2 Carrillo-Vico A, Lardone PJ, Alvarez-Sánchez N, Rodríguez-Rodríguez A, Guerrero JM (เมษายน 2013). "Melatonin: buffering the immune system". Int J Mol Sci. 14 (4): 8638–83. Bibcode:2013IJMSc..14.8638C. doi:10.3390/ijms14048638. PMC 3645767. PMID 23609496.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. 1 2 Cho JH, Bhutani S, Kim CH, Irwin MR (มีนาคม 2021). "Anti-inflammatory effects of melatonin: A systematic review and meta-analysis of clinical trials". Brain Behav Immun. 93: 245–253. doi:10.1016/j.bbi.2021.01.034. PMC 7979486. PMID 33581247.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. Carrillo-Vico A, Reiter RJ, Lardone PJ, Herrera JL, Fernández-Montesinos R, Guerrero JM, Pozo D (พฤษภาคม 2006). "The modulatory role of melatonin on immune responsiveness". Current Opinion in Investigational Drugs. 7 (5): 423–31. PMID 16729718.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. Zarezadeh M, Khorshidi M, Emami M, Janmohammadi P, Kord-Varkaneh H, Mousavi SM, Mohammed SH, Saedisomeolia A, Alizadeh S (สิงหาคม 2020). "Melatonin supplementation and pro-inflammatory mediators: a systematic review and meta-analysis of clinical trials". Eur J Nutr. 59 (5): 1803–1813. doi:10.1007/s00394-019-02123-0. PMID 31679041.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. Maestroni GJ (มีนาคม 2001). "The immunotherapeutic potential of melatonin". Expert Opinion on Investigational Drugs. 10 (3): 467–76. doi:10.1517/13543784.10.3.467. PMID 11227046. S2CID 6822594.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. Suriagandhi V, Nachiappan V (มกราคม 2022). "Protective Effects of Melatonin against Obesity-Induced by Leptin Resistance". Behavioural Brain Research. 417 113598. doi:10.1016/j.bbr.2021.113598. PMID 34563600. S2CID 237603177.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. Kelesidis T, Kelesidis I, Chou S, Mantzoros CS (มกราคม 2010). "Narrative review: the role of leptin in human physiology: emerging clinical applications". Annals of Internal Medicine. 152 (2): 93–100. doi:10.7326/0003-4819-152-2-201001190-00008. PMC 2829242. PMID 20083828.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)