เดอะวอล์กกิงเดด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอะวอล์กกิงเดด
The Walking Dead title card.jpg
ไตเติลละคร เดอะวอล์กกิงเดดฤดูกาลที่หนึ่ง
ประเภท สยองขวัญ[1]
เค้าโครงจาก เดอะวอล์กกิงเดด โดย
โรเบิร์ต เคิร์กแมน
โทนี มัวร์
ชาร์ลี แอดลาร์ด
พัฒนาโดย แฟรงก์ ดาราบอนต์
แสดงนำ
ผู้ประพันธ์
ดนตรีท้องเรื่อง
แบร์ แม็กเครียรี
ดนตรีเปิด "เดอะวอล์กกิงเดดธีม"
ผู้ประพันธ์ แบร์ แม็กเครียรีBear McCreary
ประเทศแหล่งกำเนิด สหรัฐอเมริกา
ภาษาต้นฉบับ อังกฤษ
จำนวนฤดูกาล 6
จำนวนตอน 83 (รายชือตอน)
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง
ฝ่ายบริหาร
สถานที่ถ่ายทำ จอร์เจีย
ผู้กำกับภาพ
ความยาวตอน 42–67 นาที
บริษัทผู้ผลิต เอเอ็มซีสตูดิโอส์
Circle of Confusion
Darkwood Productions
Valhalla Motion Pictures
ผู้จำหน่าย เอเอ็มซี
ฟอกซ์อินเตอร์เนชันแนล
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง เอเอ็มซี
แบบภาพ 720p (16:9 HDTV)
แบบเสียง Dolby Digital 5.1 (DVD)
Dolby TrueHD 5.1 (Blu-ray) Dolby TrueHD 7.1 (Blu-ray)
การออกอากาศแรก 31 ตุลาคม ค.ศ. 2010 (2010-10-31) – ปัจจุบัน
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

เดอะวอล์กกิงเดด (อังกฤษ: The Walking Dead) เป็นละครชุดแนวดรามาสยองขวัญหลังพยากรณ์ (post-apocalyptic horror drama) สร้างโดยแฟรงก์ ดาราบอนต์ มีเนื้อเรื่องยึดตามหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกันของโรเบิร์ต เคิร์กแมน, โทนี มัวร์ และชาร์ลี แอดลาร์ด ละครแสดงนำโดยแอนดรูว์ ลินคอล์น รับบทเป็นนายอำเภอชื่อ ริก ไกรมส์[3] ที่ตื่นขึ้นมาจากอาการโคมาแล้วพบกับโลกหลังพยากรณ์ที่เต็มไปด้วยซอมบีกินเนื้อ เขาออกเดินทางเพื่อตามหาครอบครัวและพบกับผู้รอดชีวิตตามทางมากมาย

เดอะวอล์กกิงเดด ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2010 ทางเคเบิลทีวีช่องเอเอ็มซีในสหรัฐอเมริกา[4] และออกอากาศครั้งแรกทั่วโลกในสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกันทางช่องฟอกซ์อินเตอร์เนชันแนล[5] ผลพวกจากกระแสตอบรับ เอเอ็มซีได้เพิ่มฤดูกาลที่สองให้กับละครจำนวน 13 ตอน ออกอากาศครั้งแรกวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 2011[6][7] เพียงอีกสองตอนก่อนที่จะเข้าฤดูกาลที่สอง เอเอ็มซีก็ประกาศว่าฤดูกาลที่สามมีจำนวน 16 ตอน ออกอากาศในวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2012[8] ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 เอเอ็มซีเพิ่มฤดูกาลที่สี่อีกจำนวน 16 ตอน ออกอากาศวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2013[9] และในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2013 เอเอ็มซีได้เพิ่มฤดูกาลที่ห้าจำนวน 16 ตอนให้กับละครอีกครั้ง[10]

ละครชุดนี้ได้รับการตอบรับที่ดี[11][12] และเข้าชิงรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา[13] และรางวัลลูกโลกทองคำสาขาละครโทรทัศน์แนวดรามา[14] ละครยังได้รับคะแนนที่ดีจากการประเมินของนีลเซน (Nielsen ratings) เหนือกว่าละครทางเคเบิลทีวีหลายเรื่อง มียอดผู้ชมถึง 16.1 ล้านคนในช่วงแรกที่ออกอากาศในฤดูกาลที่สี่ ทำให้กลายเป็นละครชุดทางเคเบิลทีวีที่มีคนชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์เคเบิลทีวี[15]

ภาพรวมของละคร[แก้]

อ้างอิงจากหนังสือการ์ตูนชุดชื่อเดียวกัน เดอะวอล์กกิงเดดบอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มเล็กอาศัยอยู่หลังจากเกิดเหตุซอมบีระบาด (zombie apocalypse)[16] ฤดูกาลแรกส่วนใหญ่มีเนื้อเรื่องเกิดที่มหานครแอตแลนต้า และฤดูกาลที่สองถึงสี่จะเกิดขึ้นรอบ ๆ ชนบนทางเหนือของรัฐจอร์เจีย ขณะที่ผู้รอดชีวิตต้องหาที่อยู่ที่ปลอดภัยจากฝูง "วอล์กเกอร์" หรือ "ไบเตอร์" (เป็นชื่อที่ใช้เรียกซอมบีในเรื่อง) ซึ่งคอยกัดกินทุกสิ่งมีชีวิตที่มันจับได้ และรอยกัดของมันทำให้มนุษย์ติดเชื้อได้ เนื้อเรื่องให้ความสำคัญที่สภาวะลำบากที่คนในกลุ่มต้องเผชิญ พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อให้ยังเป็นมนุษย์อยู่ได้แบบวันต่อวันเพื่อเอาชีวิตรอดจากโลกที่อันตราย ที่หมายรวมถึงฝูงซอมบี การรับมือกับอุบัติเหตุ และผู้รอดชีวิตที่ล่าเหยื่อพวกเดียวกันเอง

กลุ่มดังกล่าวนำโดยริก ไกรม์ส ผู้เคยเป็นนายอำเภอก่อนซอมบีระบาด[3] ตลอดเวลา พวกเขาจะพบกับเรื่องราวสยองขวัญจากเหล่าซอมบีเดินได้ การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันของสมาชิกในกลุ่ม และการมุ่งร้ายจากมนุษย์ที่ดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดของตนหลังเช่นกันจากสังคมถูกทำลาย

ฤดูกาลที่ 1 (2010)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะวอล์กกิงเดด (ฤดูกาล 1)

ละครเริ่มจากนายอำเภอ[3] ริก ไกรม์ส ได้รับบาดเจ็บหลังจากยิงกับผู้ร้าย เขาตื่นขึ้นมาจากอาการโคมาหลายสัปดาห์ต่อมาในโรงพยาบาลที่ไม่มีคนและได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะออกจากโรงพยาบาล ริกพบกับโลกหลังพยากรณ์ที่เต็มไปด้วยซอมบี (หรือเรียกกันในละครว่า "วอล์กเกอร์") ริกพบว่าภรรยาและลูกชายของเขาหายไป และพบกับผู้รอดชีวิตสองคนคือ มอร์แกน โจนส์ และลูกชาย ดเวน ซึ่งคอยอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟัง หลังจากเชื่อข่าวลือที่ครอบครัวโจนส์เล่าให้ฟัง ริกเตรียมอาวุธและออกเดินทางไปยังแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ที่ที่มีศูนย์ควบคุมและป้องกันเชื้อโรค (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ที่กล่าวกันว่ามีพื้นที่ปลอดภัยและได้รับการป้องกันอยู่ในเมือง เมื่อมาถึงแอตแลนตาไม่นาน เขาก็พบว่าเมืองนั้นเต็มไปด้วยเหล่าวอล์กเกอร์มากมาย

ห่างจากเมืองไม่กี่ไมล์ ลอรี ภรรยาของริก และคาร์ล ลูกชายชื่อ กำลังหลบซ่อนฝูงวอล์กเกอร์อยู่กับเชน วอลช์ คู่หูและเพื่อนรักของริก เชนตกหลุมรักลอรี พวกเขาได้ตั้งกลุ่มร่วมกับผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่ง มีสมาชิกหลายคนในกลุ่มเข้าไปหาเสบียงในเมืองแอตแลนตา และเกล็นได้ช่วยชีวิตริกซึ่งถูกล้อมรอบด้วยวอล์กเกอร์ไว้ สมาชิกในกลุ่มประสบปัญหาเมื่อเมิร์ล พี่ชายของแดริล และริกได้ใส่กุญแจมือเขาไว้บนหลังคาของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังรวมตัวกับสมาชิกในแคมป์ ริกได้ออกคำสั่งร่วมกับเชน ไม่นานเขาก็กลับไปในเมืองเพื่อช่วยเมิร์ลและเอาปืนที่ริกทิ้งไว้กลับมา แต่กลับพบเพียงมือของเมิร์ลที่เลื่อยตัดออก ในที่สุดฝูงวอล์กเกอร์ก็จู่โจมแคมป์และฆ่าคนจำนวนมาก ผู้ที่รอดชีวิตต่างหลบหนีเพื่อขอความช่วยเหลือจากที่ CDC มีครอบครัวหนึ่งขอแยกทางเพื่อดูแลญาติ ๆ ของตน และจิม ที่ถูกวอล์กเกอร์กัด ถูกทิ้งอยู่ข้างถนนตามที่เขาขอร้อง

ที่ CDC ทุกคนยกเว้นดร.เอ็ดวิน เจนเนอร์ ตัดสินใจหนีหรือฆ่าตัวตาย ดร.เจนเนอร์อธิบายว่างานวิจัยของเขาเกี่ยวกับการติดเชื้อยังหาวิธีรักษาไม่ได้ และเขาไม่ได้ติดต่อกับคนอื่นมานาน การขาดแคลนเชื้อเพลิงของเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าฉุกเฉินชักนำให้เกิดข้อตกลงด้านความปลอดภัยของตึก ซึ่งจะกระตุ้นระเบิดที่ออกแบบมาเพื่อทำลายอาคารและป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย เจนเนอร์และแจ็กกี หนึ่งในสมาชิกในกลุ่มของริก ตัดสินใจอยู่และจบชีวิตลงที่นั่น ดร.เจนเนอร์กระซิบบอกริกบางอย่าง และทุกคนในกลุ่มหนีออกมาได้ขณะที่ CDC ระเบิดเป็นจุล

ฤดูกาลที่ 2 (2011–12)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะวอล์กกิงเดด (ฤดูกาล 2)

ฤดูกาลที่สองเริ่มต้นหลังจากริกและกลุ่มผู้รอดชีวิตที่หลบหนีจาก CDC ได้ พวกเขาตัดสินใจว่าปลายทางต่อไปคือฟอร์ตเบนนิง ขณะเดินทาง พวกเขาพบกับรถยนต์จอดทิ้งไว้ขวางทางจำนวนมากบนทางหลวงสาย 85 คนในกลุ่มควานหาเสบียงในรถยนต์ทุกคัน และทึกทักว่าทุกอย่างเป็นไปได้ดีจนกระทั่งฝูงวอล์กเกอร์มาถึง และทำให้พวกเขาต้องหนีไปหลบใต้รถยนต์ วอล์กเกอร์ตัวหนึ่งไล่ตามโซเฟีย ลูกสาวของแครอล ออกมาจากที่หลบซ่อนและวอล์กเกอร์อีกตัวหนึ่งตามเธอไปในป่า ริกตามเธอจนพบแต่ก็คลาดกับเธออีกหลังจากกำลังกำจัดวอล์กเกอร์ ระหว่างตามหาโซเฟีย นายพรานคนหนึ่งชื่อโอทิสยิงคาร์ลโดยไม่ได้ตั้งใจ โอทิสนำทางริกและเชนไปยังฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีเฮอร์เชล กรีน สัตวแพทย์ และเพื่อช่วยชีวิตคาร์ลไว้ จากนั้นโอทิสช่วยเชนหายามารักษาคาร์ลที่โรงเรียนในบริเวณนั้น หลังจากได้ยามา เชนได้รับบาดเจ็บที่ขา และทรยศโอทิสเพื่อให้เขาหนีออกมาได้ ต่อมา ผู้รอดชีวิตที่เหลือก็มาถึงที่ฟาร์มขณะที่คาร์ลกำลังฟื้นไข้ พยายามจะขออาศัยกับครอบครัวของเฮอร์เชล แต่เกิดความตึงเครียดขึ้นเนื่องจากความลับที่เป็นภัยและเรื่องผู้นำที่ต่างคนมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน ต่อมาลอรีเผยว่าตนตั้งครรภ์ (เธอไม่แน่ใจว่าริกหรือเชนเป็นพ่อของเด็ก) และเกล็นสานสัมพันธ์รักกับแม็กกี ลูกสาวคนโตของเฮอร์เชล เกล็นพบว่าในโรงนานั้นเลี้ยงวอล์กเกอร์ไว้ โดยที่เหล่าวอล์กเกอร์นั้นคือคนในครอบครัวของเฮอร์เชลและเพื่อนบ้าน หลังจากเชนโกรธและปล่อยวอล์กเกอร์ออกมาฆ่าจนหมดสิ้น โซเฟียปรากฏตัวในคราบวอล์กเกอร์ และริกจำเป็นยิงเธอโดยไม่เต็มใจ

เฮอร์เชลรู้สึกโศกเศร้าต่อครอบครัว ริกและเกล็นพบเขาดื่มอยู่ที่โรงเหล้าแห่งหนึ่ง และพบกับผู้รอดชีวิตอีกสองคน (เดฟ และ โทนี) สถานการณ์ขุ่นเคืองอย่างรวดเร็ว ริกฆ่าชายทั้งสองในศึกดวลปืน หลังจากนั้นพรรคพวกของคนตายมาพบและเปิดศึกกับริก เฮอร์เชล และเกล็นที่บาร์ เสียงดังเรียกฝูงวอล์กเกอร์เข้าโจมตี มีคนหนึ่งชื่อแรนดอล ได้รับบาดเจ็บและถูกเพื่อนทิ้งไว้ ริกและคนอื่น ๆ พาเขากลับไปที่ฟาร์ม และตระหนักว่าแรนดอลจะเปิดเผยที่อยู่ของฟาร์มให้กลุ่มเก่าได้รู้ ขณะที่ริกและคนอื่น ๆ คิดไตร่ตรองว่าจะทำอย่างไรกับแรนดอล วอล์กเกอร์ตัวหนึ่งทำร้ายเดลปางตาย ทำให้แดริลต้องฆ่าเขา ต่อมาทุกคนเริ่มตามหาแรนดอลหลังจากเชนแอบปล่อยตัวออกมาและฆ่าเขาในป่า แดริลและเกล็นพบแรนดอลกลายเป็นวอล์กเกอร์ และฆ่าเขาอีกครั้ง แดริลสรุปว่าแรนดอลเสียชีวิตเนื่องจากคอหัก (ไม่ได้โดนวอล์กเกอร์กัดหรือข่วน) และต่อมาก็กลายร่าง

ขณะเดียวกันนั้น เชนและริกปะทะกัน เชนได้วางแผนค้นหาลวงเพื่อจะได้ฆ่าริก ริกถือไพ่เหนือกว่าและแทงเชนเข้าที่ลำตัวถึงแก่ชีวิต คาร์ลมาถึงทันเวลาเห็นเชนกลายร่างเป็นวอล์กเกอร์และยิงเขาล้มลง เสียงยิงปืนเรียกวอล์กเกอร์ฝูงใหญ่ ที่กลืนกินพื้นที่อย่างรวดเร็ว ในขณะต่อสู้และหลบหนี จิมมีและแพทริเชียถูกวอล์กเกอร์กิน และแอนเดรียถูกทิ้งไว้ แอนเดรียหนีเอาตัวรอดได้และพบกับผู้หญิงใส่เสื้อคลุมศีรษะแบกดาบคาตานะ และล่ามวอล์กเกอร์ไร้แขนและไร้ขากรรไกรมาด้วย กลุ่มผู้รอดชีวิตที่เหลือกลับมารวมกลุ่มกันได้แต่ต้องตั้งแคมป์กันเนื่องจากน้ำมันรถเหลือน้อย หลังจากได้ยินชะตากรรมของแรนดอล ในที่สุดริกก็เผยกับทุกคนถึงสิ่งที่เจนเนอร์กระซิบเขาที่ CDC ว่า "คนรอดชีวิตทุกคนติดเชื้อกันไวรัสที่ทำให้เป็นวอล์กเกอร์แล้ว" ริกยังบอกกับทุกคนว่าเขาถูกบังคับให้ฆ่าเชน ในคืนนั้น ทุกคนเริ่มไม่มั่นใจในความเป็นผู้นำของริก แต่ริกก็ยื่นคำขาดว่าจะเป็นผู้นำต่อไป และถือว่าคำสั่งของตนเป็นที่สิ้นสุด ในฉากสุดท้ายแสดงให้เห็นเรือนจำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาลาง ๆ

ฤดูกาลที่ 3 (2012–13)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะวอล์กกิงเดด (ฤดูกาล 3)

ฤดูกาลที่สามเริ่มขึ้นหลายเดือนหลังจากกลุ่มริกหนีออกจากฟาร์มได้ และลอรีใกล้ถึงวันคลอดแล้ว กลุ่มริกพบกับเรือนจำร้างและเปลี่ยนให้เป็นบ้านหลังใหม่ ขณะกำลังยึดเรือนจำ วอล์กเกอร์ตัวหนึ่งกัดข้อเท้าของเฮอร์เชล ทำให้ริกต้องตัดขาของเขาเพื่อป้องกันเชื้อลุกลาม ต่อมาพวกเขาได้พบกับนักโทษผู้รอดชีวิตที่ถูกขังไว้ในโรงอาหาร ขณะริก แดริล และที-ด็อก ช่วยกันแยกห้องขังให้นักโทษอาศัย มีนักโทษหลายคนถูกฆ่าตาย กลุ่มริกช่วยนักโทษที่รอดชีวิตสองคนคือ แอกเซล และออสการ์ ทำความสะอาดห้องขัง แต่ในที่สุดก็เข้าร่วมกลุ่มริก วอล์กเกอร์ระลอกหนึ่งทำให้ทุกคนต้องแยกทางกันอีกครั้ง ที-ด็อกถูกกัดขณะกำลังพยายามต่อสู้และพลีชีพเพื่อช่วยแครอล ขณะลอรีปวดท้องคลอด เธอขอให้แม็กกีช่วยทำคลอดเพื่อช่วยทารกไว้ การคลอดคร่าชีวิตลอรี และคาร์ลจำเป็นต้องยิงเธอเพื่อไม่ให้กลายร่าง หลังจากไว้อาลัยเป็นเวลาหลายวัน คาร์ลและริกตั้งชื่อให้ทารกว่า จูดิธ

ขณะเดียวกัน มิโชนและแอนเดรียถูกพาตัวไปที่เมืองวู้ดแบรี เมืองสวรรค์ที่มีการคุ้มกันแน่นหนา เขาพบกับผู้ว่า (The Governor) ผู้นำของเมืองและพบว่าเมิร์ล ดิกซัน พี่ชายของแดริล ลี้ภัยอยู่ที่นั่นเช่นกัน มิโชนสงสัยในตัวผู้ว่าและสถานที่ในทันที และตัดสินใจหนีออกจากที่นั่น แต่แอนเดรียไม่ยอมไปด้วย เมิร์ลได้รับคำสั่งให้ตามฆ่ามิโชนแต่ทำได้แค่ทำให้เธอบาดเจ็บ จากนั้นเขาจับตัวแม็กกีและเกล็นขณะที่พวกเขากำลังหาอาหาร มิโชนที่รู้เห็นการลักพาตัวนี้ มาถึงเรือนจำและนำทางริก แดริล และออสการ์สู่ภารกิจช่วยชีวิต ทีมช่วยทั้งคู่ไว้ได้ แต่ออสการ์ถูกฆ่าและแดริลถูกจับตัว มิโชนอยู่ที่นั่นต่อเป็นเวลาสั้น ๆ และพยายามฆ่าผู้ว่า แต่ทำได้แค่ฆ่าเพนนี ลูกสาวของผู้ว่าที่กลายร่างแล้ว (ผู้ว่าขังเธอไว้ในห้องลับในอพาร์ตเมนต์) และแทงที่ตาเขาด้วยเศษกระจกขณะกำลังสู้กันชุลมุน หลังจากนั้น ผู้ว่าเรียกรวมพลและกล่าวหาเมิร์ลว่าทรยศ แดริลมาเข้าร่วมต่อหน้าฝูงชนที่โกรธเกรี้ยว และสั่งให้เขาสู้กันเอง ริกและแม็กกีกลับมาช่วยพวกเขาได้ แต่หลังจากรวมตัวกันได้อีกครั้งนอกเมือง แดริลตัดสินใจแยกออกมากับเมิร์ล เนื่องจากริกไม่ยอมให้เมิร์ลเข้ากลุ่มด้วย

ที่เรือนจำ คาร์ลพบกับกลุ่มผู้รอดชีวิตอีกกลุ่มหนึ่ง นำโดยไทรีส และน้องสาว ซาช่า และให้ที่พักแก่พวกเขา ริกกลับมาแต่ขณะที่เขากำลังทำความรู้จักกับผู้มาใหม่ เขาเห็นลอรีในภาพหลอน ทำให้เขาโกรธเกรี้ยวอีกครั้งและสั่งให้กลุ่มไทรีสออกไป ในที่สุดพวกเขาก็พบที่หลบภัยในวู้ดแบรี ผู้ว่าและกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งยกพลโจมตีเรือนจำในวันถัดมา ฆ่าแอกเซลและทำลายรั้วด้านนอกก่อนที่จะถอยกลับ เมิร์ลและแดริลที่ตัดสินใจกลับมาที่กลุ่มของริกอีกครั้ง กลับมาและช่วยเขาสู้กับวอล์กเกอร์ ริก คาร์ล และมิโชน กลับมาที่บ้านเกิดของครอบครัวไกรมส์เพื่อรวบรวมอาวุธ ที่นั่นเอง ริกเจอกับมอร์แกนอีกครั้งและพบว่าดเวนถูกแม่ที่กลายร่างฆ่า มอร์แกนเลือกที่จะไม่ขอร่วมกับกลุ่มของริก

แอนเดรียนัดให้ริกกับผู้ว่าที่สัญญาว่าจะจบความบาดหมางกันแลกกับส่งตัวมิโชนไปให้ แม้กระนั้น เขาได้วางแผนลอบฆ่าคนในเรือนจำไว้อย่างลับ ๆ แล้ว แอนเดรียรู้ความจริงและพยายามหนีจากเรือนจำ แต่ผู้ว่าจับตัวเธอไว้ได้ ริกบอกเมิร์ลเรื่องข้อตกลงและเห็นพ้องกันว่าจะทำ "งานสกปรก" โดยลักพาตัวมิโชนและส่งตัวเธอ ระหว่างทางไปจุดนัดพบ เมิร์ลและมิโชนคุยกัน เมิร์ลเปลี่ยนใจและปล่อยตัวเธอ เขาทำลายแผนซุ่มโจมตีของผู้ว่าและถูกฆ่าเสียเอง ต่อมา แดริลพบว่าเมิร์ลกลายร่างแล้วและถูกบีบให้ต้องฆ่าเขา

ผู้ว่าสั่งให้มิลตันฆ่าแอนเดรีย แต่เมื่อเขาไม่ยอมทำตาม ผู้ว่าแทงมิลตันอย่างโหดเหี้ยมและขังเขาไว้ในห้องกับแอนเดรีย เพื่อว่าเขาจะได้ฆ่าเธอหลังจากเขากลายร่างแล้ว จากนั้นผู้ว่านำกำลังบุกเรือนจำ แต่กลุ่มของริกจัดฉากแผนซุ่มโจมตีและกำจัดศัตรูได้ เมื่อทหารจากวู้ดแบรีที่รู้สึกกลัวแนะว่าให้เลิกยุ่งกับเรือนจำ ผู้ว่าฆ่าพวกเขาราบคาบ ระหว่างทางไปวู้ดแบรีเพื่อฆ่าผู้ว่า ริก แดริล และมิโชนพบกับคาเร็น ผู้รอดชีวิตคนเดียวจากการสังหารหมู่ ไม่นับลูกน้องของผู้ว่าอีกสองคน คาเร็นโน้มน้าวให้ไทรีสและซาช่ายอมให้พวกเขาเข้าไปได้เมื่อมาถึง จากนั้นพวกเขาพบแอนเดรียยังมีชีวิตอยู่แต่กำลังทรมานจากแผลกัดที่วอล์กเกอร์มิลตันทำไว้ แอนเดรียฆ่าตัวตายโดยใช้ปืนลูกโม่ของริกโดยมีมิโชนอยู่ข้าง ๆ ฤดูกาลนี้จบลงที่กลุ่มของริกเดินทางกลับเรือนจำพร้อมกับผู้รอดชีวิตจากวู้ดแบรี ขณะที่ไม่มีใครทราบว่าผู้ว่าอยู่ที่ไหน

ฤดูกาลที่ 4 (2013–14)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะวอล์กกิงเดด (ฤดูกาล 4)

ฤดูกาลที่สี่เริ่มขึ้นหลายเดือนหลังจากปิดฤดูกาลสาม ชีวิตของตัวละครดูมีความสุขสันติหลังจากมีผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นอาศัยอยู่ในเรือนจำ ริกเคยตัดสินใจว่าจะประกาศตนให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่ได้เกิดสภาท้องถิ่นขึ้นแทน สังคมสงบสุขเริ่มมีปัญหาเมื่อไวรัสไข้หวัดใหญ่อันตรายระบาดและคร่าผู้รอดชีวิตหลายคน ในที่สุดกลุ่มตามหาเสบียงก็กลับมาพร้อมกับยารักษาโรค

ขณะเดียวกัน ในฉากย้อนอดีตเผยว่า ผู้ว่าถูกลูกน้องทิ้งเนื่องจากภารกิจในเรือนจำล้มเหลว จากนั้นฉากแสดงเมืองวู้ดแบรีที่ถูกไฟไหม้ด้วยฝีมือของผู้ว่า ก่อนจะกลับมาที่ปัจจุบัน ผู้ว่าดูยุ่งเหยิงและเตร็ดเตร่ไร้จุดหมาย ในที่สุดเขาก็พบกับครอบครัวแชมเบลอร์ ลิลลี ทาร่า เดวิดซึ่งป่วยระยะสุดท้าย และเมแกน ลูกสาวของลิลลี เขาใช้ชื่อปลอมและทำดีต่อครอบครัวดังกล่าวเพื่อหนีอดีต หลังจากเดวิดเสียชีวิต พวกเขาออกจากบ้านแชมเบลอร์และไม่นานก็พบกับลูกน้องเก่าของผู้ว่าชื่อมาร์ติเนซ ผู้ว่าฆ่าเขาด้วยบันดาลโทสะ และทำให้ดูเป็นอุบัติเหตุ เขาครอบครองอำนาจกลุ่มที่มาร์ติเนซเคยเป็นผู้นำ และรวมตัวเพื่อแก้แค้น

ผู้ว่าพบกับมิโชนและเฮอร์เชลนอกเรือนจำ และจับไปเป็นตัวประกัน เขามาถึงประตูรั้วพร้อมกับกองทัพใหม่และขู่ว่าจะฆ่าตัวประกัน ริกซึ่งไม่ยอมแพ้ เสนอว่าให้พวกเขาอยู่ด้วยกันที่เรือนจำแทนที่จะสู้กัน ด้วยเกรงว่าคนในกลุ่มบางคนอาจหลงเชื่อ ผู้ว่าตัดคอเฮอร์เชลด้วยดาบคาตานะของมิโชน ทำให้ริกโกรธจึงยิงปืนใส่ทำให้เกิดปะทะกัน และกองทัพของผู้ว่าพ่ายแพ้ในที่สุด แต่ผู้รอดชีวิตฝ่ายรับอยู่กระจายกันไปเมื่อฝูงวอล์กเกอร์กลับมาบุกเรือนจำอีกครั้ง

หลังจากการต่อสู้ ผู้รอดชีวิตแยกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และเดินทางแยกกัน แต่ละกลุ่มพบกับอุปสรรคต่าง ๆ มากมายขณะหาทางไปยัง "เทอร์มินัส" สถานที่ที่มีป้ายระบุเป็น "ที่หลบภัยทำหรับทุกคน" ตั้งเรียงรายตามทางรถไฟ แครอลและไทรีสเข้าพัวพันกับสถานการณ์ลำบากเกี่ยวกับลิซซี เด็กที่จิตป่วยที่ฆ่ามิกา น้องสาวของเธอเอง สุดท้ายแครอลฆ่าเธออย่างลังเลเพื่อปกป้องจูดิธ ขณะที่เบธเดินทางไปกับแดริลและหลบภัยอยู่กับเขาในบ้านเก็บศพ เบธถูกลักพาตัวไประหว่างวอล์กเกอร์จู่โจม เกล็นและทาร่าได้เพื่อนใหม่สามคนคือ จ่าอับราฮัม ฟอร์ด โรซิตา เอสพิโนซา และดร.ยูจีน พอร์เตอร์ ซึ่งกำลังจะเดินทางไปวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อหาสิ่งที่รัฐบาลเหลือไว้ให้ ดร.พอร์เตอร์เผยว่าเขารู้สาเหตุของวอล์กเกอร์ระบาด แต่บอกไม่ได้เพราะเป็นความลับ ระหว่างทางไปเทอร์มินัส กลุ่มของเกล็นและกลุ่มของแม็กกีกลับมารวมตัวกัน และเป็นกลุ่มแรกที่มาถึงเทอร์มินัส และได้พบกับผู้หญิงชื่อแมรี เธอมาต้อนรับและหาอาหารให้

ทันใดนั้น แดริลพบกับกลุ่มข้าศึกนำโดยคนชื่อโจ เขาให้แดริลร่วมกลุ่มภายใต้เงื่อนไขว่าเขาอยู่ด้วยกันด้วยกฎที่หากไม่ทำตามจะถูกทำร้ายหรือฆ่าตายได้ ในที่สุดพวกเขาเจอกับริก มิโชน และคาร์ล และจับเป็นตัวประกัน หาทางแก้แค้นกับริกเรื่องที่ทำให้หนึ่งในกลุ่มนั้นถูกรัดคอตาย แดริลมาช่วยไว้ได้ พวกโจรป่าถูกกำจัดในที่สุด เมื่อกลุ่มได้รวมตัวกับแดริล ก็เดินทางไปเทอร์มินัส พวกเขาเจอกับชาวบ้าน ริกและคนในกลุ่มมั่นใจว่าที่นั่นปลอดภัย แต่เกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อริกสังเกตเห็นนาฬิกาข้อมือของเฮอร์เชล ชุดเกราะของเกล็น และผ้าคลุมของแม็กกีที่ชาวบ้านนำไปใช้ เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามมีคนมากกว่า ริกและคนอื่นถูกบีบให้ยอมแพ้ แกเร็ธ ผู้นำเทอร์มินัส สั่งพวกเขาให้เข้าไปในโบกี้รถไฟร้าง และพบกับกลุ่มของเกล็นและแม็กกีถูกจับขังไว้เช่นกัน ฤดูกาลนี้จบลงที่ริกพูดว่า "พวกนั้นจะรู้สึกว่าโง่ไปนิดเมื่อมันรู้ว่า...พวกมันมาเล่นผิดคน"

ฤดูกาลที่ 5 (2014–15)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะวอล์กกิงเดด (ฤดูกาล 5)

กลุ่มสามารถหนีจากเทอร์มินัสได้สำเร็จหลังแครอลมาถึงโดยเธอล่อให้ฝูงวอล์กเกอร์มาถึงโดยไม่มีใครเห็น และก่อระเบิดเพลิงเบี่ยงเบนความสนใจ หลังกลับมารวมตัวกับไทรีสและจูดิธ กลุ่มบังเอิญไปพบและช่วยชีวิตบาทหลวงแกเบรียล สโตกส์ จากฝูงวอล์กเกอร์ได้ แกเบรียลไม่เคยใช้อาวุธและไม่มีประสบการณ์ในการป้องกันตนเองมาก่อน จากนั้นมีการเปิดเผยว่าเขาไม่ยอมให้ใครเข้าไปในโบสถ์ในระหว่างเชื้อโรคระบาด เป็นเหตุให้คนพวกนั้นถูกวอล์กเกอร์ฆ่า เขานำทางกลุ่มกลับไปที่โบสถ์ซึ่งยูจีนเผยความรู้เกี่ยวกับอาวุธชีวภาพระดับลับสุดยอดที่สามารถทุก ๆ สิ่งมีชีวิตบนโลกได้ ยูจีนกล่าวว่าเขาเชื่อว่าเขาสามารถดัดแปลงให้กำจัดวอล์กเกอร์แทนได้ บ็อบถูกแกเร็ธ ซึ่ออยู่ในกลุ่มมนุษย์กินคนจับตัวไป และกินขาของบ็อบ บ็อบเผยว่าเขาเพิ่งถูกวอล์กเกอร์กัดก่อนหน้านั้น ทำให้พวกเขาคืนตัวบ็อบให้กับกลุ่มริก แดริลและแครอลหายตัวไป หลังจากก่อนหน้านี้ พวกเขาตามล่ารถยนต์คันหนึ่งที่แดริลเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเบ็ธ

กลุ่มมนุษย์กินคนจากเทอร์มินัสบางคนเดินทางมาถึงโบสถ์แต่ถูกริกและคนอื่น ๆ ฆ่าหลังจากนั้นไม่นาน บ็อบเสียชีวิตในเช้าวันต่อมา โดยมีซาช่าอยู่ข้าง ๆ ไทรีสทุบศีรษะของบ็อบเพื่อไม่ให้เขากลายร่าง ทาร่า เกล็น และแม็กกีแยกทางกับอับราฮัม โรซิตา และยูจีน ในรถประจำทางคันหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะที่ที่เหลือยังอยู่ที่โบสถ์ เมื่อรถประจำทางประสบอุบัติเหตุ กลุ่มตัดสินใจเดินไปทางเหนือต่อ ขณะที่ตั้งแคมป์ในห้องสมุดแห่งหนึ่ง ยูจีนเผยกับทาร่าว่าเขาตั้งใจทำลายรถประจำทาง เกรงว่าเขาจะถูกทิ้งถ้ากลุ่มเดินทางถึงที่หมายแล้ว และจากนั้นก็พบว่าเขาโกหกและหลอกลวง เช้าวันต่อมา กลุ่มเดินทางต่อไปในรถดับเพลิงแต่ก็ต้องหยุดลงหลังสังเกตเห็นฝูงวอล์กเกอร์ ระหว่างถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป ยูจีนยอมรับกับคนที่เหลือในกลุ่มว่าเขาโกหกเกี่ยวกับความรู้เรื่องยารักษาและสร้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับภารกิจเพื่อหลอกคนอื่น ๆ ให้ช่วยเขามีชีวิตอยู่รอดได้ อับราฮัมทำร้ายเขาจนหมดสติ และคนอื่น ๆ คอยห้ามไม่ให้เขาฆ่ายูจีน

เบ็ธตื่นขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในดาวน์ทาวน์ของแอตแลนตา ได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดอว์น เลอร์เนอร์ และ ดร.สตีเวน เอ็ดเวิดส์ จากนั้นเบ็ธพบกับโนอาห์ คนงานในโรงพยาบาล และทั้งสองคนพยายามหนี เบ็ธถูกจับตัวกลับมาขณะที่โนอาห์หนีออกไปได้เงียบ ๆ ระหว่างนั้น แดริลและแครอลเดินทางถึงแอตแลนตาขณะตามหาเบ็ธ พวกเขาสรุปว่าเธอถูกกักตัวที่โรงพยาบาลเกรดีเมมโมเรียล เมื่อตั้งแคมป์ใกล้ ๆ โรงพยาบาล เขาพบกับโนอาห์ ซึ่งยืนยันว่าเบ็ธอยู่ที่โรงพยาบาล จากนั้นตำรวจหลายคนจากโรงพยาบาลรู้ตัว เขาจับตัวแครอลหลังขับรถชนเธอ แดริลและโนอาห์มุ่งหน้ากลับไปที่โบสถ์เพื่อขอความช่วยเหลือ ริก ไทรีส และซาชา เดินทางไปแอตแลนตากับแดริลและโนอาห์ เพื่อช่วยแครอลและเบ็ธ ขณะที่มิโชน คาร์ล แกเบรียล และจูดิธ ยังอยู่ที่โบสถ์ แกเบรียลหนีเข้าไปในป่าและพาฝูงวอล์กเกอร์เข้ามาโดยไม่ตั้งใจ ฝูงวอล์กเกอร์ถูกขังในโบสถ์ขณะที่กลุ่มอับราฮัมกลับมา เมื่อมิโชนแจ้งพวกเขาเกี่ยวกับภารกิจช่วยชีวิต กลุ่มจึงเดินทางออกจากแอตแลนตา

ระหว่างนั้น กลุ่มริกจับตัวตำรวจจากโรงพยาบาลสามคนเพื่อทำข้อแลกเปลี่ยน ตำรวจคนหนึ่งหลบหนีแต่ถูกริกไล่ตามและฆ่า ที่โรงพยาบาล การแลกเปลี่ยนสำเร็จด้วยดี แต่ดอว์นต้องการตัวโนอาห์คืน โนอาห์ยินยอมเพื่อไม่ให้เกิดการดวลปืน หลังจากไม่พอใจกับคำขอ เบ็ธเผชิญหน้ากับดอว์นและแทงเธอที่ไหล่ ทำให้ดอว์นยิงเบ็ธกลับที่ศีรษะ ซึ่งเธอรู้สึกผิดทันทีที่ทำเช่นนั้น แดริลฆ่าดอว์นในทันที และอุ้มร่างของเบ็ธออกไปนอกโรงพยาบาล และรวมตัวกับกลุ่มของอับราฮัม แม็กกีหัวใจแตกสลายเมื่อเห็นศพเบ็ธ

ตลอดครึ่งแรกของซีซัน เห็นได้ว่ามอร์แกนกำลังตามรอยริกอยู่ เขาพบคำเตือนของริกเกี่ยวกับเทอร์มินัส ก่อนจะตามรอยไปที่โบสถ์ที่แกเร็ธทิ้งไว้ และกลุ่มมนุษย์กินคนกำลังตามล่ากลุ่มริก ที่โบสถ์ มอร์แกนแปลกใจเมื่อพบโน้ตของอับราฮัมเขียนถึงเพื่อนของเขา "ริก ไกรมส์"

สิบเจ็ดวันหลังจากเบ็ธเสียชีวิต ริก เกล็น มิโชน และไทรีสเดินทางไปริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย กับโนอาห์เพื่อรวมตัวกับครอบครัวของเขา เพื่อให้เกียรติเบ็ธ เมื่อเขามาถึง เขาพบว่าละแวกเพื่อนบ้านของโนอาห์ถูกวอล์กเกอร์กลืนกินหมดแล้ว ไทรีสค้นในบ้านโนอาห์ และถูกพี่ชายของโนอาห์ที่เป็นวอล์กเกอร์กัดเข้าที่แขน เขาประสบกับภาพหลอนแปลก ๆ เห็นเป็นตัวละครที่เสียชีวิตไปแล้วหลายคน และเขาก็เสียชีวิต กลุ่มที่เหลือกลับมารวมตัวกัน ฝังร่างไทรีสและบอกลาเขา หลังจากกลุ่มเชื่อมิโชน พวกเขาเดินทางต่อไปยังวอชิงตัน แม้ว่าเสบียงจะเหลือน้อย ขณะที่อยู่ในโรงนาแห่งหนึ่ง แม็กกีและซาชาพบกับแอรอน คนที่อ้างว่าเป็น "เพื่อน" นำข่าวดีมาบอกและต้องการพูดกับผู้นำกลุ่ม แอรอนบอกกับกลุ่มว่าเขามาจากเขตปลอดภัยอเล็กซานเดรีย และนำรูปให้เขาดู เพื่อพยายามทำให้เขาเชื่อ อย่างไรก็ตาม ริกยังคงไม่เชื่อใจ มิโชนชวนริกให้ไป ดังนั้นคนในกลุ่มจึงมุ่งหน้าไปที่เขตปลอดภัย ในระหว่างนั้น แอรอนรวมตัวกับคนรักหนุ่ม เอริก เช้าวันถัดมา กลุ่มเดินทางไปอเล็กซานเดรียและมาถึงประตู รู้สึกผ่อนคลาย

หลังจากเข้าประตู ดีนน่า มอนโร ผู้นำเขตปลอดภัยสัมภาษณ์สมาชิกทีละคน และขอให้ฝากอาวุธไว้ กลุ่มได้อาศัยอยู่ในบ้านสองหลัง ดีนน่าแต่งตั้งให้ริกและมิโชนเป็นตำรวจดูแลเขตปลอดภัย และต่อมา แดริลเป็นตัวแทนทำหน้าที่เป็นผู้สรรหาสมาชิกใหม่ ขณะที่อยู่ในบ้าน ริกหลงเสน่ห์เจสซี แอนเดอร์สัน แม่ที่แต่งงานแล้ว ขณะเดียวกัน ริกมอบหมายแครอลให้แอบไปนำปืนกลับมา แครอลได้ปืนคืนมาหลายกระบอก และจะมอบให้ริกและแดริล แต่แดริลปฏิเสธ กล่าวว่าเขตปลอดภัยไม่มีอันตรายต่อพวกเขา ริกรับปืนไว้อย่างลังเล

ขณะตามหาเสบียง เอเดน ลูกชายของดีนน่าถูกฆ่า และนิโคลัส สมาชิกขี้ขลาดของเขตปลอดภัยเป็นเหตุให้โนอาห์เสียชีวิต ต่อมานิโคลัสโทษเกล็นเรื่องทั้งสองคนเสียชีวิต แม็กกีแอบได้ยินแกเบรียลบอกกับดีนน่าว่าริกและกลุ่มของเขาเป็นปีศาจและเชื่อใจไม่ได้ แครอลเริ่มสงสัยว่าเจสซีและลูกชายถูกพีต สามีของเจสซี ทุบตี ทำให้พีตและริกต่อสู้กัน ริกเกือบฆ่าพีตและข่มขู่ผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยปืนก่อนที่มิโชนจะทุบเขาจนหมดสติเพื่อไม่ให้เรื่องเลวร้าย จากนั้น ดีนน่าประกาศว่าจะมีการประชุมในเย็นวันนั้นเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับริกและกลุ่มของเขา ขณะที่พีตต้องอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ขณะออกตามหาเสบียงไกลหลายไมล์ แดริลและแอรอนเปิดรถบรรทุกอาหาร แต่กลับพบกับดักวอล์กเกอร์ที่กลุ่มเดอะวูฟส์ (The Wolves) วางไว้ ทำให้ทั้งสองคนต้องหลบภัยในรถที่อยู่ข้าง ๆ ที่ต่อมาถูกฝูงวอล์กเกอร์รุมตอม มอร์แกนช่วยทั้งคู่ไว้และหลังจากแสดงแผนที่จากโบสถ์ที่มีชื่อของริกให้แดริลดู เขาจึงเดินทางกลับไปอเล็กซานเดรียด้วยกัน

ระหว่างนั้น นิโคลัสพยายามฆ่าเกล็นนอกกำแพงแต่ล้มเหลว และเกล็นไว้ชีวิตเขา แกเบรียลปล่อยให้ประตูเขตปลอดภัยเปิดไว้ ทำให้วอล์กเกอร์หลายตัวกรูกันเข้ามา ริกสังเกตเห็นและไล่ฆ่าพวกมันก่อนจะถึงที่ประชุมพร้อมกับวอล์กเกอร์หนึ่งตัวที่พาดบนไหล่เขา ริกบอกกับคนในที่ประชุมว่าพวกเขาต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดในโลกหายนะนี้ ขณะที่พีตที่เกรี้ยวโกรธและมึนเมาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดาบคาตานะของมิโชน เร็จ สามีของดีนน่าพยายามปลอบประโลมเขา แต่กลับกลายเป็น พีตฟันคอเขาถึงแก่ชีวิต อับราฮัมเอาดาบออกจากตัวเขาทันทีและตอกตัวเขาลงบนพื้น ดีนน่าที่กำลังร้องไห้บอกริกให้ "ทำเลย" และเขาเชื่อฟังคำสั่งนั้นโดยยิงพีตที่ศีรษะโดยไม่ลังเล มอร์แกน แดริล และแอรอนมาถึงพอดี เห็นเหตุการณ์ประหารชีวิต มอร์แกนและริกมองหน้ากันและกันด้วยสีหน้าตกใจของทั้งสองคน

ขณะเดียวกัน สมาชิกวูลฟ์ ที่เคยโจมตีมอร์แกนในป่ามาถึงโกดังอาหารและเปิดดนตรีเสียงดังและแสงวาบล่อวอล์กเกอร์กลับมาที่รถบรรทุก เพื่อวางกับดักใหม่อีกครั้ง ขณะดูภาพอเล็กซานเดีย วูลฟ์คนหนึ่งสังเกตเห็นภาพถ่ายของริกและคาร์ล

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Seibert, Perry. "The Walking Dead [TV Series]". Allmovie. Rovi Corporation. สืบค้นเมื่อ March 4, 2014. 
  2. Stelter, Brian (November 14, 2010). "At AMC, Two Character Dramas, Just One Hit". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ December 28, 2013. 
  3. 3.0 3.1 3.2 "rick grimes". AMCtv.com. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. "a small-town sheriff's deputy" 
  4. "The Walking Dead Premieres Halloween; Comic-Con Trailer Now Online". AMCtv.com. August 24, 2010. สืบค้นเมื่อ August 24, 2010. 
  5. "FOX International Channels (FIC) and AMC Announce a Global Launch for the Highly Anticipated TV Drama Series, The Walking Dead". Fox International Channels. August 24, 2010. สืบค้นเมื่อ July 25, 2011. 
  6. "AMC Resurrects "The Walking Dead" for a Second Season" (Press release). AMC. November 8, 2010. สืบค้นเมื่อ November 8, 2010. 
  7. Webb Mitovich, Matt (July 22, 2011). "The Walking Dead Reveals Season 2 Premiere Date, Creepy-Good New Trailer". TVLine. สืบค้นเมื่อ July 22, 2011. 
  8. "'The Walking Dead' Renewed For A Third Season By AMC" (Press release). TV by the Numbers. October 25, 2011. สืบค้นเมื่อ October 25, 2011. 
  9. Harnick, Chris (December 21, 2012). "'The Walking Dead' Season 4: AMC, Glen Mazzara Part Ways For New Season". The Huffington Post. สืบค้นเมื่อ December 21, 2012. 
  10. Ausiello, Michael (October 29, 2013). "The Walking Dead Renewed for Season 5, Scott Gimple to Return as Showrunner". TVLine. สืบค้นเมื่อ October 29, 2013. 
  11. "The Walking Dead: Season 1". Metacritic. สืบค้นเมื่อ December 9, 2010. 
  12. "The Walking Dead: Season 2". Metacritic. สืบค้นเมื่อ October 14, 2011. 
  13. "AMC Garners Six WGA Award Nominations for Acclaimed Original Dramas "Mad Men," "Breaking Bad" and "The Walking Dead"" (Press release). AMC. December 8, 2010. สืบค้นเมื่อ December 9, 2010. 
  14. Reiher, Andrea (December 14, 2010). "2011 Golden Globes nominations: 'Glee,' '30 Rock' lead TV nominations". Zap2it. สืบค้นเมื่อ December 14, 2010. 
  15. Bibel, Sara (October 14, 2013). "'The Walking Dead' Season 4 Premiere is Highest Rated Episode Ever With 16.1 Million Viewers & 10.4 Million Adults 18-49". TV by the Numbers. สืบค้นเมื่อ October 14, 2013. 
  16. Miska, Brad (July 5, 2010). "Breaking Bad Director Michelle MacLaren Talks The Walking Dead". Dread Central. สืบค้นเมื่อ July 15, 2010. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]