เจิน จื่อตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจิน จื่อตัน‎
Donnie Yen
甄子丹
Donnie Yen MCM 2017.jpg
เจิน จื่อตัน‎ หรือ ดอนนี่ เยน
เกิด 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1963 (55 ปี)
มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
คู่สมรส Cissy Wang Ci Ci (2003 - ปัจจุบัน)
อาชีพ นักแสดง , ผู้กำกับ , ผู้อำนวยการสร้าง , ผู้ประสานงานฉากต่อสู้ , นักธุรกิจ
[donnieyen.com/ เว็บทางการ]

เจิ้น จื่อตัน หรือ ดอนนี่ เยน (จีน: 甄子丹 ; อังกฤษ: Donnie Yen) เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1963 ที่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เป็นนักแสดง , ผู้ออกแบบฉากต่อสู้ (ได้รับรางวัลออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม (Best Action Choreography) ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด (Hong Kong Film Awards) 4 ครั้ง , ม้าทองคำ ไต้หวัน (Golden Horse Awards) 4 ครั้ง) , กำกับคิวบู้ , โปรดิวเซอร์ , ผู้กำกับ , ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ของเกาะฮ่องกง ผู้นำศิลปะการต่อสู้แบบ Mixed Martial Arts (MMA) สู่โลกภาพยนตร์จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

ในวัยเด็ก เจิ้น จื่อตัน ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้จากแม่ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาไท่เก๊ก ที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ได้เรียนและฝึกฝนวิชาเทควันโดชั้นสูง จากนั้นก็กลับมาเรียนวิชาวูซู ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน กับอาจาย์อู๋ปิน สำนักเดียวกันกับ หลี่ เหลียนเจี๋ย (เจ็ท ลี) ทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนมาด้วยกัน ต่อมาได้ไปร่วมงานกับผู้กำกับ หยวน หวูปิง เป็นหนึ่งในทีมงานของ หยวน หวูปิง เริ่มมีชื่อเสียงในการออกแบบการต่อสู้ ควบคุมคิวบู้ กำกับคิวบู้ และนักแสดงในเวลาต่อมา เยน เป็นนักแสดงที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาศิลปะการต่อสู้หลายแขนง เช่น Tai Chi , Boxing , Kickboxing , Jeet Kune Do , Hapkido , Taekwondo, Karate , Wrestling , Brazilian Jiu-Jitsu , Judo , Wing Chun , Wushu เป็นต้น

เยน ได้รับรางวัลออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม (Best Action Choreography) และรางวัลเกี่ยวกับการต่อสู้ต่างๆ เช่น ฉากต่อสู้นอดเยี่ยม (Best Fight) นักแสดงแอ๊คชั่นหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม(Best Action in a Foreign Language Film) จากหลายเวที เช่น ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด (Hong Kong Film Awards) 4 ครั้ง , ม้าทองคำ ไต้หวัน (Golden Horse Awards) 4 ครั้ง , Golden Bauhinia Awards ฯลฯ รวมกันถึง 17 ครั้ง

ภาพยนตร์[แก้]

เยน ก้าวสู่โลกภาพยนตร์ครั้งแรก ด้วยการเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ในภาพยนตร์เรื่อง Miracle Fighters 2 (1982) บทนำแสดงครั้งแรก คือ ภาพยนตร์เรื่อง Drunken Tai Chi (1984) ของ หยวน หวูปิง ภาพยนตร์ที่ทำให้เยนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คือ Once Upon a Time in China II (1992) หรือ หวง เฟยหง ภาค 2 ตอน ถล่มมารยุทธจักร โดยเยนรับบทเป็นตัวร้ายต้องต่อสู้กับ หลี่ เหลียนเจี๋ย (รับบท หวง เฟยหง) ทำให้คนทั่วโลกจดจำฝีมือการต่อสู้ของเขาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากประทะกันของทั้งคู่ ได้รับยกย่องเป็นฉากต่อสู้ที่ดีที่สุดติด 1 ใน 10 ของหนังศิลปะการต่อสู้ ประเภทกังฟู

ภาพยนตร์ที่ทำให้เยน เป็นดาราแอ๊คชั่นที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ Iron Monkey (1993) หรือ มังกรเหล็กตัน เยนรับบทนำแสดง (ในบทหวง ฉีอิง บิดาของ หวง เฟยหง) สร้างออกฉายในปี 1993 ที่ฮ่องกงไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก แต่โด่งดังมากมายทั่วเอเชีย ได้ไปฉายในสหรัฐอเมริกาในปี 2001 ประสบความสำเร็จบนตาราง box office เป็นอย่างมาก ต่อมามีภาพยนตร์เรื่อง SPL (Sha Po Lang) (2005) หรือ ทีมล่าเฉียดนรก และ Flash Point (2007) หรือ ลุยบ้าเลือด ทั้งสองเรื่องนี้ นักวิจารณ์ภาพยนตร์ยกย่องให้เป็น หนังแอ๊คชั่นดีที่สุด 1 ใน 10 ของโลก ประจำปี 2005 และ 2007 ในปี 2008 ได้รับบทอาจารย์ยิปมัน ในภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้เรื่อง Ip Man (2008) หรือ ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิบตา ทำให้เยนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก

ในประเทศไทย เยนมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Crystal Hunt (1991) หรือ ซือเจ๊ตัดเหลี่ยมเพชร ที่จังหวัดขอนแก่น อีกด้วย

ละครโทรทัศน์[แก้]

เยนไม่เพียงแต่เป็นดาราในจอใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเคยนำแสดงละครจอแก้วที่ฮ่องกงมากมายต่อหลายเรื่อง แต่เรื่องที่คนจดจำเขาได้มากที่สุด คืองานที่สร้างจากหนังเก่าของ บรู๊ซ ลี เรื่อง Fist of Fury (TV) (1995) โดยออกอากาศทางช่อง ATV มีความยาวถึง 20 ตอน โดยเนื้อหาในหนังชุดเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวความขัดแย้งของชาวจีนกับชาวญี่ปุ่น โดยเยนรับบทเป็น เฉินเจิ้น พระเอกของเรื่องที่ต้องต่อสู้กับคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคนฆ่าอาจารย์ฮั่ว หยวนเจี๋ย โดยต่อสู้ด้วยวิชากังฟู เพื่อล้างแค้นให้กับอาจารย์ของเขา ซึ่งคำวิจารณ์ในหนังชุดนี้มีทั้งบวกและลบ โดยในหนังชุดนี้นอกจากเยนจะรับบทนำแล้ว เขายังเป็นผู้ออกแบบคิวบู๊ในหนังชุดนี้ อีกด้วย

ผู้กำกับภาพยนตร์[แก้]

เยนมีผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกคือ Legend of the Wolf (1997) โดยเยนรับหน้าที่ทั้งแสดงนำ, เขียนบท, อำนวยการสร้าง, กำกับฉากต่อสู้ และกำกับภาพยนตร์ โดยเรื่องนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นหนังแอ๊คชั่นทุนต่ำ ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเกาะฮ่องกง ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติมากมาย โดยมีดาราสาวอย่าง หลี่ ยั่วถง ร่วมแสดง

จากนั้นอีกปีถัดมา เยนก็กำกับภาพยนตร์อีกเรื่องคือ Ballistic Kiss (1998) โดยเขารับหน้าที่ แสดงนำ , อำนวยการสร้าง , กำกับคิวบู๊ และ กำกับภาพยนตร์ เรื่องราวของมือปืนผู้หนึ่ง ที่ไปหลงรักตำรวจสาว หนังเรื่องนี้ได้ฉายในเทศกาลหนังต่างๆทั่วโลก เยนยังได้รางวัล "ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่" ในเทศกาลภาพยนตร์ของฮ่องกง (ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด) อีกด้วย ต่อมากำกับภาพยนตร์ เรื่อง Shanghai Affairs (1998) โดยรับหน้าที่กำกับ, กำกับฉากต่อสู้ และนำแสดง เป็นผลงานรีเมคหนังเก่าของ บรูซ ลี เรื่อง The Big Boss (1971)

จากนั้นเยนก็มารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่อง Protégé de la Rose Noire (2004) นำแสดงโดย สองสาวเกิร์ลกรู๊ป วง Twins และ เจิ้ง อี้เจี้ยน

ผู้กำกับฉากต่อสู้[แก้]

เยนมีผลงานในต่างประเทศครั้งแรก ในหนังโทรทัศน์ (Pilot) ของประเทศเยอรมัน เรื่อง Codename : The Puma (1999 - 2000) หรือ Der Puma - Kämpfer mit Herz ภายหลังได้ทำมาในแบบซีรีส์ในช่วงปี 2000 เยนยังรับหน้าที่กำกับบางตอนให้กับซีรีส์ชุดนี้

เยนมีผลงานในฮอลลีวูดเรื่องแรก คือ Highlander : Endgame (2000) เรื่องอื่นๆ เช่น Shurayuki-Hime (หรือ The Princess Blade ) (2001) , Blade II (2002) โดยเยน เป็นผู้ประสานงานฉากต่อสู้ - กำกับคิวบู้ และรับบทแสดงเล็กๆ ในหนังอีกด้วย

ปี 2003 เยนรับบทตัวร้ายในหนังภาคต่อของ เฉินหลง และ โอเว่น วิลสัน เรื่อง Shanghai Knights (2003) และเป็นผู้ออกแบบฉากต่อสู้ในหนังแวมไพร์ของเฉินหลง (อำนวยการสร้าง) อย่าง The Twins Effect (2003) ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง (ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยมในเรื่องนี้อีกด้วย นอกจากนี้ เยนยังได้ออกแบบฉากต่อสู้ในไตเติลของเกม Oni-musha III บนเครื่อง เพลย์สเตชัน 2

ปี 2006 เยนเป็นผู้ประสานงานฉากต่อสู้ - กำกับคิวบู้ ในหนังฮอลลีวู้ดเรื่องราวของสายลับเด็ก เรื่อง Stormbreaker (2006) สร้างจากนวนิยายของ แอนโธนี่ โฮโนวิตส์

ปัจจุบัน[แก้]

ปี 2005 เยนนำแสดงในภาพยนตร์กำลังภายในเรื่อง Seven Swords (2005) ผลงานกำกับของ ฉีเคอะ ซึ่งประสบความล้มเหลวทั้งรายได้และคำวิจารณ์จากทั่วโลก แต่ในปีเดียวกันนี้ เยนก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับภาพยนตร์แอ็คชั่น - อาชญากรรม เรื่อง SPL (Sha Po Lang) (2005) เรื่องราวสงครามระหว่างตำรวจกับเจ้าพ่อมาเฟียผู้หนึ่ง นำแสดงร่วมกับ หงจินเป่า , เยิ่น ต๊ะหัว และ อู๋จิง โดยสามารถเปิดตัวขึ้นอันดับในฮ่องกงถึง 3 สัปดาห์ซ้อน และเยนยังได้รางวัลตุ๊กตาทอง (ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยมอีกด้วย จากนั้นเยนก็ร่วมงานกับ วิลสัน ยิป ในหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์อีก 2 เรื่อง ใน Dragon Tiger Gate (2006) โดยสร้างจากหนังสือการ์ตูนจีนของฮ่องกง ร่วมแสดงกับ เซียะ ถิงฟง และ หยู เหวินเล่อ , หนังแอ๊คชั่น - อาชญากรรม เรื่อง Flash Point (2007) ร่วมแสดงกับ กู่ เทียนเล่อ , หลี่ เหลียงเหว่ย , คอลลิน โชว และ ฟ่าน ปิงปิง เยนได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง (ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม อีกด้วย ล่าสุดได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง (ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Kung Fu Jungle (2013) ( หรืออีกชื่อ Kung Fu Killer)

ปี 2008 เยนกลายเป็นดาราแอ็คชั่นที่เนื้อหอมมากที่สุดในทศวรรษนี้ ด้วยผลงานทำเงินทั้ง 3 เรื่องในปีเดียว อย่างเรื่อง An Empress and the Warriors (2008) , หนังกำลังภายในแฟนตาซี - สยองขวัญ เรื่อง Painted Skin (2008) งานรีเมคของผู้กำกับ คิงฮู ในชื่อเดียวกัน โดยทำเงินในจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 230 ล้านหยวน และภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ เรื่อง Ip Man หนังแอ็คชั่น - กังฟู โดยอิงจากชีวิตจริงของ ยิปมัน ครูมวยหย่งชุนชื่อดังในตำนาน ซึ่งทำเงินในฮ่องกง ทั่วเอเชีย และจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมหาศาล[1] ปัจจุบัน เยนมีผลงานทั้งในจีนฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และฮอลลีวู้ด มีบริษัทผลิตภาพยนตร์เป็นของตัวเอง ในนาม อะ ดอนนี่ เยน ฟิล์ม ( A Donnie Yen Film ) กลายเป็นดาราแอ๊คชั่นที่โด่งดังไปทั่วโลก และดังที่สุดในทศวรรษนี้

ผลงานที่ผ่านมา[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

  • Miracle Fighters 2 (1982)
  • Drunken Tai Chi (1984)
  • The Mismatched Couple (1985)
  • Tiger Cage (1988) : แสบเผาขน
  • In the Line of Duty 4 (1989) : เชือด เชือด เชือด
  • Tiger Cage 2 (1990) : พยัคฆ์หักเขี้ยวพยัคฆ์
  • Crystal Hunt (1991) : ซือเจ๊ตัดเหลี่ยมเพชร
  • The Holy Virgin Vs the Evil Dead (1991)
  • Once Upon a Time in China II (1992) : หวงเฟยหง 2 ถล่มมารยุทธจักร
  • Cheetah on Fire (1992)
  • Dragon Inn (1992) : เดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์
  • Iron Monkey (1993) : มังกรเหล็กตัน
  • Butterfly and Sword (1993) : กระบี่ผีเสื้อบารมีสะท้านภพ
  • Heroes Among Heroes (1993) : ประกาศิตยาจกซู (หรืออีกชื่อ หวงเฟยหง จอมยุทธสะท้านภพ)
  • Circus Kids : เหวี่ยงใหญ่ให้ติดดิน (1994)
  • Wing Chun (1994) : หย่งชุน หมัดสั้นสะท้านบู๊ลิ้ม / พยัคฆ์สาวหมัดหย่งชุน
  • Saint of Gamblers : คนตัดเซียน 3 (1994)
  • Iron Monkey 2 (1996)
  • Satan Returns (1996) : เฉียดนรก 6 อาถรรพ์
  • The Black Rose (1997)
  • Legend of the Wolf (1997)
  • Ballistic Kiss (1998)
  • Shanghai Affairs (1998) : หมัดพิฆาตมังกรโหด
  • City of Darkness (1998)
  • Black City (1999)
  • Highlander: Endgame (2000) : 2 นักรบล่าข้ามศตวรรษ (รับเชิญ - คิวบู๊)
  • Blade ll (2002) : นักล่าพันธุ์อมตะ (รับเชิญ - คิวบู๊)
  • Hero (2002) : ฮีโร่
  • Shanghai Knights (2003) : คู่ใหญ่ฟัดทลายโลก
  • Love on the Rocks (2004) : รักซื่อๆ ของนายเซ่อซ่า (รับเชิญ)
  • The Twins Effect II (2004) : คู่ใหญ่พายุฟัด 2
  • Seven Swords (2005) : 7 กระบี่เทวดา
  • SPL (2005) : ทีมล่าเฉียดนรก (ร่วมกำกับคิวบู๊)
  • Dragon Tiger Gate (2006) : ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ (ร่วมอำนวยการสร้าง - คิวบู๊)
  • Flash Point (2007) : ลุยบ้าเลือด (ร่วมโปรดิวเซอร์ - คิวบู๊)
  • An Empress and the Warriors (2008) : จอมใจบัลลังก์เลือด
  • Painted Skin (2008) : พลิกตำนาน โปเยโปโลเย
  • Ip Man (2008) : ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิบตา
  • Bodyguards and Assassins (2009) : 5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น
  • Ip Man 2 (2010) : ยิปมัน 2 อาจารย์บรู๊ซ ลี
  • 14 Blades (2010) : 8 ดาบทรมาน 6 ดาบสังหาร
  • Legend of the Fist: The Return of Chen Zhen (2010) : เฉินเจิน หน้ากากฮีโร่
  • The Lost Bladesman (2011) : สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู
  • All's Well, Ends Well 2011 (2011) : ยิปมัน แอ๊บแมน
  • Wuxia (2011) : นักฆ่าเทวดาแขนเดียว
  • The Monkey King (2012) :ไซอิ๋ว 3D ตอน กำเนิดราชาวานร
  • Special Identity (2014)[2]
  • Kung Fu Jungle (2014) : คนเดือดหมัดดิบ
  • Ip Man 3 (2015) : ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิปตา
  • โรกวัน: ตำนานสตาร์วอร์ส (2016)
  • XXx: Return of Xander Cage (2017) : ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ 3 ทลายแผนยึดโลก

ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์[แก้]

  • The Last Conflict (1987)
  • Mo Min Kap Sin Fung (1988)
  • Flying Tiger SWAT Team (1989)
  • A New Life (1991)
  • Crime File (1991)
  • The Kung Fu Master (1994)
  • Fist of Fury (1995)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]