ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ
ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ.jpg
โปสเตอร์ภาพยนตร์
กำกับวิลสัน ยิป
อำนวยการสร้างชือ หนานเซิง
เรย์มอนด์ หว่อง
หยูตง
สวี่ เผิงเล่อ
บทภาพยนตร์เอ็ดมอนด์ หว่อง
เนื้อเรื่องหวงยี่หลาง
นักแสดงนำดอนนี่ เยน
เซียะ ถิงฟง
หยู เหวินเล่อ
ดนตรีประกอบเคนจิ คาวาอิ
กำกับภาพเกา จ้าวหลิน
ตัดต่อจาง เจียฮุย
ผู้จัดจำหน่ายแมนดารินฟิล์มดิสทริบัวชันคัมพานีลิมิเต็ด
เอ็มพิคเจอร์ส
(ไทย)[1]
วันฉาย28 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 (ฮ่องกง)
28 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 (ไทย)[1]
10 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 (เกาหลีใต้)
ความยาว96 นาที
ประเทศฮ่องกง
ภาษากวางตุ้ง
รายได้12,108,465 ดอลลาร์ฮ่องกง
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ (อักษรจีน: 龍虎門; อังกฤษ: Dragon Tiger Gate) เป็นภาพยนตร์ ค.ศ. 2006 แนวแอ็คชั่นศิลปะการต่อสู้ กำกับการแสดงโดย วิลสัน ยิป และออกแบบท่าต่อสู้โดย ดอนนี่ เยน ผู้ซึ่งร่วมแสดงในภาพยนตร์ ภาพยนตร์ชุดนี้อิงจากการ์ตูนฮ่องกง สำนักพยัคฆ์มังกร ซึ่งใช้ชื่อในฉบับภาษาจีนเช่นเดียวกับชื่อภาพยนตร์ การเปิดตัวภาพยนตร์ชุดนี้ในทุกเขตพื้นที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้รับการจัดการโดยบริษัทไวน์สไตน์[2]

กระสอบทรายที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในภาพยนตร์ วัดความสูงได้ประมาณ 8 ฟุต (2.4 เมตร), กว้าง 5 ฟุต (1.5 เมตร) และมีน้ำหนักที่ประมาณ 400 ปอนด์ ซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยกินเนสส์เวิลด์เรคอร์ด[3]

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้เพื่อผดุงความยุติธรรม หวังเสี่ยวหู่ และ หวังเสี่ยวหลง ที่ได้พลัดพรากจากกันเมื่อเยาว์วัย ก่อนที่จะโคจรมาพบกันที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง โดยหวังเสี่ยวหลงเป็นฝ่ายทำงานให้พรรคพรรคโรซา ซึ่งมีหม่าคุนเป็นหัวหน้าแก๊ง ทั้งคู่ได้ประมือกันครั้งหนึ่งก่อนที่จะแยกย้ายไป แล้วก็มาพบกันอีกครั้ง ณ ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ในครั้งนี้ทั้งคู่ได้พบกับ สือเฮยหลง ผู้ชำนาญยุทธเพลงกระบองสองท่อน แล้วหวังเสี่ยวหู่กับสือเฮยหลง ก็ได้เดินทางมาเพื่อขอฝึกวิชากับสำนักพยัคฆ์มังกร ในเวลาต่อมา สำนักพยัคฆ์มังกรแห่งนี้ก็ถูกเทพเพลิงเมฆาถล่มจนพินาศ

นักแสดงนำ[แก้]

ภาคต่อ[แก้]

ในการให้สัมภาษณ์ของลูกทีมผลิตที่ฮ่องกง ได้มีการกล่าวถึงนักแสดงรวมถึงทีมงานต่างมีความมุ่งมั่นจะสร้างภาคต่อเพื่อขยายเนื้อเรื่องนับจากฤดูร้อน ค.ศ. 2007 อย่างไรก็ตาม ข้อผูกมัดด้านการคัดเลือกนักแสดงชุดเดิมนั้นมีรายชื่อติดอยู่ในโครงการอื่น จึงยังไม่มีสัญญาณในการผลิตหรือวันประกาศการเสร็จสิ้น ขณะที่ ค.ศ. 2010 ก็มิได้มีการประกาศถึงภาคต่อ และอย่างเป็นนัยใด ๆ โดยภาคต่อนี้ได้รับการละเลยไปอย่างเงียบ ๆ[4]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]