โร้ค วัน: ตำนานสตาร์ วอร์ส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โร้ค วัน: ตำนานสตาร์ วอร์ส
Rogue One: A Star Wars Story
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับ แกเร็ท เอ็ดวาร์ด
อำนวยการสร้าง
เขียนบท แกรี่ วิตต้า
คริส เวทซ์
เขียนเรื่อง จอห์น โนล
เค้าโครงจาก สตาร์ วอร์ส โดย
จอร์จ ลูคัส
นำแสดง
ดนตรีประกอบ ไมเคิล จิอาคคิโน
ต้นฉบับเพลงธีมสตาร์ วอร์สโดย
จอห์น วิลเลี่ยม
กำกับภาพ เกร็ก เฟรเซอร์
ค่าย ลูคัสฟิล์ม
จำหน่าย/เผยแพร่ วอลต์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์
โมชั่น พิคเจอร์ส
ฉาย 16 ธันวาคม 2016 (2016-12-16)
สหรัฐอเมริกา
ความยาว 133 นาที[1]
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ
  • 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวม)[2]
  • 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สุทธิ)[3][4]
รายได้ 1,056 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]

โร้ค วัน: ตำนานสตาร์ วอร์ส (อังกฤษ: Rogue One: A Star Wars Story) เป็นภาพยนตร์อเมริกาแนวมหากาพย์เทพนิยายอวกาศซึ่งกำกับโดย Gareth Edwards เขียนบทโดย Gary Whitta ร่วมกับ Tony Gilroy จากเนื้อเรื่องโดย John Knoll และ Gary Whitta ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดยลูคัสฟิล์มและจัดจำหน่ายโดยวอลท์ดิสนีย์สตูดิโอโมชั่นพิคเจอร์ส นำแสดงโดย Felicity Jones, Diego Luna, Ben Mendelsohn, Donnie Yen, Mads Mikkelsen, Alan Tudyk, Jiang Wen, Riz Ahmed และ Forest Whitaker เป็นเรื่องราวของ Jyn Erso บุตรสาวของผู้ออกแบบดาวมรณะ อาวุธมหาประลัยของจักรวรรดิกาแลกติก และภารกิจเพื่อขโมยแผนผังดาวมรณะ นำไปสู่การต่อสู้ของฝ่ายกบฏ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชุดภาพยนตร์ตอนเดี่ยวของสตาร์ วอร์ส ดำเนินเรื่องในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ในความหวังใหม่ การถ่ายทำหลักเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ที่สตูดิโอ Elstree ใกล้ลอนดอน และสิ้นสุดลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ในทางบวกอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ชื่นชมการแสดง ฉากแอ็กชั่น ดนตรีประกอบ และโทนของเรื่องที่มืดหม่น แต่ก็ยังมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้างโดยเฉพาะในด้านการสร้างตัวละครที่ผู้แสดงเสียชีวิตไปแล้วขึ้นมาใหม่โดยใช้เทคนิกภาพพิเศษทางคอมพิวเตอร์ ทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสองของพ.ศ. 2559 และเป็นอันดับสองของภาพยนตร์สตาร์ วอร์สทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และเทคนิกภาพพิเศษยอดเยี่ยม[5]

เนื้อเรื่อง[แก้]

นักวิจัยของจักรวรรดินามเกเลน เออร์โซ และครอบครัว กำลังซ่อนตัวอยู่บนดาวเคราะห์ลาห์มู ผู้กำกับกองพัฒนาอาวุธแห่งจักรวรรดิออร์สัน เครนนิก เดินทางมาถึง และกดดันให้เขาร่วมดำเนินการพัฒนาดาวมรณะ ซึ่งเป็นสถานีอวกาศติดอาวุธทรงพลังที่มีความสามารถในการทำลายดาวเคราะห์ได้ทั้งดวง ให้สำเร็จ เกเลนไม่มีทางเลือกนอกจากยอมเข้าร่วม ไลร่าผู้เป็นภรรยาถูกฆ่า ในขณะที่จินบุตรสาวหลบหนีไปได้ และได้รับการช่วยเหลือจากซอว์ เกอร์เรรา สมาชิกฝ่ายกบฏ

15 ปีต่อมา นักบินยานขนส่ง โบดี้ รูค ทรยศต่อจักรวรรดิ และลักลอบนำข้อความโฮโลแกรมที่บันทึกโดยเกเลน ไปส่งให้เกอร์เรราบนดวงจันทร์ทะเลทราย เจดฮา ในขณะเดียวกัน คาสเซียน แอนดอร์ ผู้สืบข่าวฝ่ายกบฏ ได้ทราบแผนการสร้างดาวมรณะจากคนของจักรวรรดิ ที่เขตค้าขายวงแหวนคาฟรีน และได้ช่วยเหลือจินออกมาจากค่ายแรงงานจักรวรรดิบนดาวเคราะห์โวบานี และพาเธอไปพบกับมอน มอธมา ผู้นำฝ่ายกบฏ มอธมาได้โน้มน้าวให้จินร่วมภารกิจเพื่อตามหาและช่วยเหลือเกเลนออกมาจากจักรวรรดิ เพื่อให้ฝ่ายกบฏได้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวมรณะ โดยในภารกิจนี้คาสเซียนมีคำสั่งลับจากผู้นำกบฏ ให้สังหารเกเลนแทน โดยไม่ต้องช่วยเหลือออกมา

จิน คาสเซียน และเคทูเอสโอ ดรอยด์จักรวรรดิที่ได้รับการล้างโปรแกรมใหม่ พากันเดินทางไปยังดวงจันทร์เจดฮา ที่ซึ่งฝ่ายจักรวรรดิกำลังลำเลียงผลึกไคเบอร์ออกมาจากเมืองศักดิ์สิทธิ์บนดาว เพื่อนำไปเป็นแหล่งพลังงานให้กับดาวมรณะ ในขณะที่เกอร์เรราและคณะ กำลังต่อสู้โดยใช้อาวุธ ด้วยความช่วยเหลือของชีร์รุต อิมวี นักรบศาสนาตาบอด และเบซ มาลบัส ทหารรับจากเพื่อนสนิท จินก็สามารถเดินทางไปพบเกอร์เรราได้ ซึ่งขณะนั้นรุคถูกจับคุมขังเป็นนักโทษในความควบคุมของเกอร์เรรา เขาแสดงข้อความจากเกเลนให้เธอดู ซึ่งในข้อความนั้นเกเลนเปิดเผยว่าเขาได้แอบวางจุดอ่อนเอาไว้ในดาวมรณะ ซึ่งจะทำให้ผู้รู้จุดอ่อนนี้สามารถทำลายดาวมรณะได้ และได้บอกที่อยู่ของรายละเอียดของจุดอ่อนนี้ ซึ่งอยู่ในแผนผังของดาวมรณะ เก็บอยู่ในคลังข้อมูลของจักรวรรดิ บนดาวเคราะห์สคาริฟ

บนดาวมรณะ เครนนิกออกคำสั่งให้ดำเนินการยิงลำแสงทำลายล้างแบบกำลังต่ำเพื่อทดสอบความสามารถ ลำแสงนั้นทำลายเมืองหลวงของเจดฮาลง จินและคณะพารูคหลบหนีออกมาจากดวงจันทร์นั้นได้สำเร็จ แต่เกอร์เรราเลือกจะคงอยู่และเสียชีวิตไปพร้อมกับเมืองที่ถูกทำลาย ข้าหลวงใหญ่มอฟฟ์ทาร์คินเข้ามาแสดงความยินดีกับเครนนิก และเข้าควบคุมโครงการดาวมรณะแทนโดยอาศัยข้ออ้างจากเหตุการณ์การทรยศของรูคและความปลอดภัยที่รั่วไหล รูคนำคณะเดินทางไปยังศูนย์วิจัยของจักรวรรดิบนดาวเคราะห์เออาดู ที่นั่นคาสเซียนตัดสินใจไม่สังหารเกเลนตามที่ได้รับคำสั่ง จินเปิดเผยตัวในขณะเดียวกันกับที่ยานทิ้งระเบิดของฝ่ายกบฏเข้าโจมตีศูนย์วิจัย เกเลนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในอ้อมแขนของบุตรสาว จินและคณะหลบหนีไปได้โดยขโมยยานขนส่งสินค้าของจักรวรรดิ ดาร์ธ เวเดอร์เรียกเครนนิกเข้าพบเพื่อให้ปากคำเรื่องเหตุการณ์ที่เออาดู เครนนิกพยายามขอความสนับสนุนและขอเข้าเฝ้าจักรพรรดิ แต่เวเดอร์ไม่ยินยอมและสั่งให้เขาดูแลให้ดีอย่าให้มีปัญหาการแทรกซึมได้อีก

จินเสนอแผนการเพื่อลอบขโมยแผนผังดาวมรณะออกมาโดยใช้กองยานรบฝ่ายกบฏ แต่สภาพันธมิตรกบฏส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าชัยชนะต่อจักรวรรดินั้นมีโอกาสเป็นไปได้น้อยเต็มที จินไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ จึงรวมอาสาสมัครกลุ่มเล็กๆ เพื่อลอบหลบหนีไปปฏิบัติภารกิจนี้ตามลำพังด้วยตัวเอง รูคซึ่งอยู่ในทีมนี้ด้วยได้ถือโอกาสตั้งชื่อให้กับกบฎกลุ่มเล็กนี้ว่า "โร้ควัน" ซึ่งประกอบด้วยจิน, แคสเซียน, รูค, อิมวี, มาลบัส, เคทูเอสโอ และทหารกบฏคนอื่นๆ เมื่ออาศัยยานจักรวรรดิที่ขโมยมาเดินทางไปถึงสคาริฟแล้วจินและแคสเซียนก็ได้ปลอมตัวเป็นทหารจักรวรรดิและเข้าฐานทัพไปพร้อมกับเคทูเอสโอ ในขณะที่กบฎอีกกลุ่มที่เดินทางมาพร้อมกันได้เข้าโจมตีค่ายทหารเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ กองยานกบฏทราบข่าวการโจมตีนี้จากการดักฟังวิทยุสื่อสารของจักรวรรดิจึงได้ส่งกองยานมาสนับสนุน ระหว่างภารกิจ เคทูเอสโอเสียสละตัวเองเพื่อให้จินและแคสเซียนสามารถเข้าไปถึงตัวข้อมูลแผนผังได้ อิมวีตายหลังจากเปิดสวิทซ์สื่อสารหลักเพื่อให้กลุ่มโร้ควันสามารถส่งข้อมูลไปยังกองยานกบฏได้ มาลบัสตายในการต่อสู้กับทหารหลังจากอิมวีตายไม่นานนัก หลังจากการสื่อสารใช้ได้แล้วรูคส่งข้อความไปยังกองยานกบฏเพื่อให้ทำลายเกราะพลังที่ปกคลุมดาวเคราะห์สคาริฟเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลขนาดใหญ่ได้ หลังจากนั้นจึงตายจากระเบิด จินกับแคสเซียนเอาข้อมูลออกมาได้สำเร็จแต่ถูกเครนนิกโจมตี แคสเซียนถูกยิงและบาดเจ็บ จินหลบหนีและสามารถส่งข้อมูลแผนผังดาวมรณะไปยังยานบังคับการกบฏได้สำเร็จ ขณะนั้นเองดาวมรณะเดินทางมาถึงสคาริฟ ทาร์คินออกคำสั่งให้ใช้ลำแสงทำลายล้างแบบกำลังต่ำอีกครั้งเพื่อทำลายฐานทัพที่ถูกกบฏยึดนี้ เป็นการปลิดชีวิตทุกคนที่ร่วมรบบนดาวเคราะห์สคาริฟ รวมทั้งเครนนิก แคสเซียน และจิน

กองยานกบฏเมื่อได้ข้อมูลสำคัญนี้แล้วก็เตรียมการถอยทัพด้วยการเดินทางผ่านไฮเปอร์สเปซ แต่ยานธงของเวเดอร์พร้อมกับกองทัพยานจำนวนมากก็เข้าสกัดกั้น เวเดอร์ขึ้นยานบังคับการกบฎและไล่ล่าแผนผัง แต่ยานรบลำเล็กลำหนึ่งหลบหนีไปได้พร้อมแผนผังดาวมรณะ บนยานนั้นเจ้าหญิงเลอากล่าวกับทหารที่นำแผนผังมาให้ว่า แผนผังนี้เป็นความหวังของฝ่ายกบฏ

อ้างอิง[แก้]

  1. "Rogue One: A Star Wars Story (2016)". http://www.boxofficemojo.com/movies/?id=starwars2016.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ November 16, 2016. 
  2. FilmL.A. (May 2017). "2016 Feature Film Study". FilmL.A. Feature Film Study. 
  3. 3.0 3.1 "Rogue One (2016)". http://www.boxofficemojo.com/movies/?id=starwars2016.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ April 15, 2017. 
  4. "Rogue One: could Disney want to cap the success of Star Wars spin-off?". https://www.theguardian.com/film/2016/dec/02/rogue-one-a-star-wars-story-does-disney-want-to-cap-success. เรียกข้อมูลเมื่อ December 2, 2016. 
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ OscarsVar

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]