อี้ซิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อี้ซิน
奕訢
Photograph of Prince Gong.PNG
เหอซั่วกงจงชินอ๋อง
ดำรงพระยศ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1850-29 พฤษภาคม ค.ศ.1898
ถัดไป ผู่เว่ย
พระนามเต็ม
อ้ายซินเจวี๋ยหลัว อี้ซิน (愛新覺羅 奕訢)
ราชวงศ์ ชิง
พระราชบิดา จักรพรรดิเต้ากวง
พระราชมารดา จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิง
ประสูติ 11 มกราคม ค.ศ. 1833
สิ้นพระชนม์ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1898 (พระชันษา 65 ปี)

กงชินหวัง ซึ่งมีพระนามเดิมว่าอี้ซิน (จีน: 奕訢; แมนจู:ᠠᡳᠰᡳᠨ ᡤᡳᠣᡵᠣ ᡳ ᡥᡳᠨ) ประสูติเมื่อ 11 มกราคม ค.ศ. 1833 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 6 ของจักรพรรดิเต้ากวง และเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาของจักรพรรดิเสียนเฟิง และเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาของเจ้าชายอี้เซฺวียนอีกด้วย ทรงมีเชื้อสายมองโกลเนื่องจากพระมารดามาจากตระกูลบอร์จิกิด ซึ่งสืบเชื้อสายราชวงศ์หยวน ทรงได้รับการขนานพระนามว่า "ไอผี 6" ด้วย เหตุผลที่พากันเรียกท่านว่า ไอผี 6 เนื่องจากทรงสามารถพูดสนทนาภาษาอังกฤษได้แตกฉาน จึงได้รับภาระให้เจรจาข้อราชการกับพวกฝรั่งเป็นหลัก ในขณะที่ชาวจีน เห็นฝรั่งหน้าขาวซีด จมูกงุ้มเหมือนตะขอ นัยตาสีเขียวบ้างฟ้าบ้าง และผมสีแดง จึงพากันเรียกว่า หงเหมากุ่ย(สำเนียงจีนกลาง) หรือ อั้งม้อกุ้ย (สำเนียงแต้จิ๋ว) แปลว่า ไอผีหัวแดง (คงเคยได้ยินคนจีนในบ้านเรามักจะเรียกว่าฝรั่งว่า ฝรั่งอั้งม้อ) เมื่อทรงคุยกับไอผีหัวแดงรู้เรื่อง คบหาสนิทสนมกับพวกผีหัวแดง ขุนนางฝั่งที่ไมชอบท่านจึงพากันเรียกท่านลับหลังว่า ไอผี 6

ช่วงแรกของพระชนม์ชีพ[แก้]

ทรงได้รับการเลี้ยงดูโดย จูปิงเทียน และ เจียเจิน และเป็นที่รู้ว่าทรงค่อนข้างขยันและร่างเริง เมื่อจักรพรรดิเต้ากวงทรงเลือกรัชทายาท ทรงเลือกไม่ถูกว่าจะทรงเลือกเจ้าชายอี้ชินหรือเจ้าชายอี้จู่ (ต่อมาคือจักรพรรดิเสียนเฟิง) แต่ในที่สุดทรงเขียนพินัยกรรมลับประกาศรัชทายาท สามปีต่อมาจักรพรรดิเต้ากวงทรงรับสั่งสร้างสุสานสำหรับพระมารดาของเจ้าชายอี้ซิน และรับสั่งให้ฝังหลังพระนางสิ้นพระชนม์ ส่อให้เห็นว่าทรงจะไมเลือกอี้ซินเป็นรัชทายาทแน่นอน (ซึ่งตามธรรมเนียมของราชวงศ์ชิงคือ เมื่อพระจักรพรรดินีทรงสิ้นพระชนม์ก่อนพระราชสวามี จะไม่มีการฝังพระศพจนกว่าพระราชสวามีจะทรงเสด็จสวรรคต จึงจะฝังพร้อมกัน ซึ่งพระจักรพรรดิจะทรงแต่งตั้งพระราชมารดาให้เป็นพระจักรพรรดินีหลังพระราชมารดาทรงสิ้นพระชนม์)

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1850 ก่อนจักรพรรดิเต้ากวงทรงเสด็จสวรรคต ทรงเปิดเผยพินัยกรรมลับพระองค์ที่ทรงพระอักษรในปี 1846 ซึ่งระบุให้เจ้าชายอี้จู่ขึ้นเป็นรัชทายาท ส่วนเจ้าชายอี้ซินเป็นกงชินหวัง (อ๋องชั้นเอก) และสมรสกับบุตรสาวของกุ้ยเหลียง ซึ่งมาจากสกุล กูวาลจียา ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเอ๋าป้าย หลายๆคนมองว่าพระจักรพรรดิเต้ากวงทรงสนับสนุนกงหวัง แต่จริง ๆ ทรงทำไปเพื่อ "ชดเชย" การที่กงหวังเสียตำแหน่งรัชทายาทให้เจ้าชายอี้จู่

ระหว่างรัชสมัยเสียนเฟิง[แก้]

เมื่อเจ้าชายอี้จู่เป็นจักรพรรดิเสียนเฟิง อี้ซินและพระมารดาได้ร่วมกันปลอมพระราชโองการให้พระมารดาขึ้นเป็นจักรพรรดินี แม้ฮ่องเต้จะทรงไม่พอพระทัยกับการกระทำของพระอนุชา แต่ทรงทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงจะเกิดความไม่พอใจจากประชาชน ต่อมา 8 วันหลังจากนั้น พระมารดาสิ้นพระชนม์และเฉลิมพระยศเป็นพระจักรพรรดินี กงหวังไม่ได้ทรงมีบทบาทใด ๆ ในทางการเมืองเลยและทรงทำหน้าที่เป็นเสนาบดีกรมทหารในช่วงปี 1853-1855

ปี 1860 ระหว่างสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตผู้มีอำนาจเต็มของพระจักรพรรดิ และรับพระราชโองการให้ประทับในกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจากับกองกำลังต่างชาติในนามของรัฐบาลชิง ส่วนพระจักรพรรดิทรงแปรพระราชฐานไปที่พระราชวังเฉิงเต๋อในเมืองเหอหนาน ด้านกงหวังทรงประสบความสำเร็จในการเจรจากับกองกำลังทหารต่างชาติ แต่ทว่าพระจักรพรรดิทรงสวรรคตในปี 1861 ในพระราชวังเฉิงเต๋อ พระราชโอรสของพระองค์ได้เป็นจักรพรรดิถงจื้อต่อจากพระองค์ ก่อนทรงสวรรคต ทรงแต่งตั้งให้ ไจ้หยวน,ต้วนหัว และ ชูฉุน และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ห้าคนสำเร็จราชการให้พระโอรสของพระองค์

ในฐานะอ๋องผู้สำเร็จราชการ[แก้]

รูปโดย เฟลิกซ์ บีทโทล 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1860, ภายหลังการเจรจาในกรุงปักกิ่ง

เดือนพฤศจิกายน 1861 ทรงวางแผนร่วมกับพระนางซูสีและซูอันในการทำรัฐประหารผู้สำเร็จราชการหรือรัฐประหารซินโหย่ว เพื่อยึดอำนาจ ขณะที่ผู้สำเร็จราชการนำโลงพระศพจักรพรรดิเสียนเฟิงเข้าสู่กรุงปักกิ่งก็ถูกขัดขวางและจับกุม ไจ้หยวนกับต้วนหัวถูกบังคับให้ฆ่าตัวตาย ส่วนชูฉุนถูกประหาร และผู้สำเร็จราชการที่เหลือถูกขับออกจากตำแหน่ง

หลังจากนั้น พระนางทั้งสองทรงเป็นผู้สำเร็จราชการร่วมกันปกครองแผ่นดิน ส่วนกงหวังทรงได้เป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการ (อี้เจิ้งหวัง) และคุมอำนาจทั้งในราชสำนักและบ้านเมืองทั้งหมดด้วย ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการมาตลอดรัชสมัยจนถึงยุคจักรพรรดิกวังซฺวี่ ปี 1861 ทรงก่อตั้ง กระทรวง "ซ่งหลี่เหย่อเหมิน" ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระทรวงต่างประเทศโดยพฤตินัย ในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำอย่างยาวนาน ทรงรับผิดชอบสร้างความเข้มแข็งและเป็นหัวหอกในการปฏิรูปต่างๆ และดำเนินการพัฒนาปฏิรูปประเทศจีนในยุคนั้น นอกจากนี้ทรงยังก่อตั้งตงเหวินกวานเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

ถูกขับออกจากอำนาจ[แก้]

กงชินหวัง ในปี ค.ศ. 1872

ปี 1865 ทรงถูก ไช่ โช่วฉี กล่าวหาว่าพระองค์ "ผูกขาดอำนาจรัฐ, รับสินบน, สะสมพรรคพวก และ แสดงความไม่เคารพต่อองค์จักรพรรดิ จนทำให้พระนางซูสีทรงสงสัยและทรงถอดพระองค์ออกจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังเป็นผู้มีอำนาจในราชสำนัก ปี 1869 อันเต๋อไห่ หัวหน้าขันทีและพรรคพวกผู้ใกล้ชิดพระนางซูสี ถูกประหารโดย ติง เป่าเจิ้น ระหว่างเดินทางไปซานตง เพราะขันทีไม่สามารถออกจากวังได้โดยไม่ได้รับอนุญาต พระนางซูสีทรงเชื่อว่า ติง เป่าเจิ้น ถูกยุยงโดยกงหวัง ทรงไม่พอพระทัยอย่างมากกับกงหวัง ต่อมา ปี 1873 อี้ซินคัดค้านการก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนแห่งใหม่ ทำให้พระนางทรงพิโรธพระองค์มาก

ปี 1884 เมื่อสงคราม จีน-ฝรั่งเศสประทุขึ้น กงหวังทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหาร ซึ่งไม่เป็นระเบียบและไม่แน่ใจว่าจะสู้หรือสงบ ส่งผลทำให้จีนแพ้สงครามและทรงเสียศักดิ์ศรีมาก หลังจากนั้นเอง ทรงถูกพระนางซูสีขับออกจากตำแหน่งพร้อมกับพรรคพวกของพระองค์และให้ฉุนชินหวัง (อี้เซฺวียน พระอัยกาของจักรพรรดิผู่อี๋) ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารแทน ส่วนกงชินหวังทรงถูกรับสั่งให้ประทับอยู่ในบ้านเพื่อพักฟื้นพระอาการประชวร เหตุการณ์นี้รู้จักกันดีในเหตุการณ์ "การเปลี่ยนแปลงเจียเชิ้น" (ซึ่งตรงกับปีเจียเชิ้นพอดี)

หลังจากที่ทรงถูกขับออกจากตำแหน่ง ทรงยังคงประทับอยู่ในวัดเจียไต้แถวตะวันตกของปักกิ่ง ปี 1894 กงหวังในวัยชราภาพ ทรงเข้าทำงานในกรมทหารและกรมต่างประเทศ จนทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ในวันที่ 29 พฤษภาคม 1898 สิริพระชนมายุ 65 พรรษา

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

พระสนมจิ้งกับองค์ชายอี้ซิน
เจ้าหญิงกู้หลุนหรงชู่ (ทรงนั่งตรงกลาง)
  • พระราชบิดา : จักรพรรดิเต้ากวง
  • พระราชมารดา : จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิง
  • พระชายา
    • พระชายาเอกกัวเอ่อร์เจีย (瓜爾佳氏)
  • พระโอรส
    • เจ้าชายไจ้เฉิง (載澂,1858–1885) เกาหมิ่นเป้ยเล่อ(果敏貝勒)
    • เจ้าชายไจ้อิง (載瀅,1861–1909) เป้ยเล่อ(貝勒)
    • เจ้าชายไจ้จุ้น (載濬,1864–1866)
    • เจ้าชายไจ้หวง (載潢,1881–1885)
  • พระธิดา
    • เจ้าหญิงกู้หลุนหรงโซ่วกงจวู่ (荣寿固伦公主,1854–1924)
  • พระนัดดา
    • เจ้าผู่เว่ย (溥偉,1880–1936) กงเสียนชินหวัง(恭贤亲王,1898-1936); พระโอรสขององค์ชายไจ้อิง
    • ผู่หรู (溥儒,1896-1963);พระโอรสขององค์ชายไจ้อิง
    • ผู่โหยว่ (溥佑);พระโอรสขององค์ชายไจ้อิง
    • ผู่ฮุ่ย (溥僡,1906–1963);พระโอรสขององค์ชายไจ้อิง
  • พระปนัดดา
    • เจ้าชายหยู่จาน (毓嶦,1923-ปัจจุบัน) กงชินหวัง(恭亲王,1936-1945); พระโอรสของเจ้าชายผู่เว่ย
    • เถาหัว (韜華);ธิดาของผู่หรู
    • หยู่ลี่ (毓岦);บุตรของผู่หรู
    • หยู่เซิน (毓岑);บุตรของผู่หรู
    • หยู่ฉี (毓岐);บุตรของผู่หรู

เชื้อสาย[แก้]

พระนามและพระยศ[แก้]

พระตำหนักเจ้าชายกง[แก้]

พระตำหนักในปัจจุบันอยู่ทางตะวันตกของกรุงปักกิ่ง เปิดเป็นพิพิฑภัณฑ์ให้ชม เรียกว่า "ตำหนักเจ้าชายกง"

วัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

ปี ค.ศ. 2006,พระราชประวัติขอพระองค์ได้ถูกนำมาทำเป็นเรื่อง "กงชินหวัง (Sigh of His Highness)" นำแสดงและรับบทกงชินหวังโดย เฉิน เป่ากั่ว

ก่อนหน้า อี้ซิน ถัดไป
2leftarrow.png กงชินหวัง
(ค.ศ.1850-1898)
2rightarrow.png ผู่เว่ย


อ้างอิง[แก้]