จักรพรรดิเต้ากวัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จักรพรรดิเต้ากวง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เต้ากวัง
003-The Imperial Portrait of a Chinese Emperor called "Daoguang".JPG
ฮ่องเต้องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์ชิง
ครองราชย์3 ตุลาคม ค.ศ. 1820 - 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1850
(29 ปี 145 วัน)
ก่อนหน้าจักรพรรดิเจียชิ่ง
ถัดไปจักรพรรดิเสียนเฟิง
จักรพรรดินีจักรพรรดินีเซี่ยวมู่เฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวเฉฺวียนเฉิง
ราชวงศ์ชิง
พระราชบิดาจักรพรรดิเจียชิ่ง
พระราชมารดาจักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย
พระราชสมภพ16 กันยายน ค.ศ. 1782(1782-09-16)
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
เหมียนหนิง หมิ่นหนิง
สวรรคต25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1850 (67 พรรษา)
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง

จักรพรรดิเต้ากวัง (จีน: 道光; พินอิน: Dàoguāng) พงศาวดารไทยเรียก เตากวาง[1] เป็นจักรพรรดิองค์ที่เจ็ดแห่งราชวงศ์ชิง และจักรพรรดิชิงองค์ที่ 6 ที่ปกครองประเทศจีนโดยชอบธรรม ครองสิริราชสมบัติจากปี ค.ศ. 1820 ถึงปี ค.ศ. 1850 รัชสมัยของพระองค์เกิด ภัยภายนอก กบฏภายใน นั่นคือ สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง และจุดเริ่มต้นของ กบฏไท่ผิง ที่เกือบจะล้มราชวงศ์ นักประวัติศาสตร์ โจนาธาน สเปนซ์ อธิบายเกี่ยวกับจักรพรรดิเต้ากวังว่ามีลักษณะ เป็นคนดีแต่ไร้ประสิทธิภาพ[2]

พระราชประวัติ[แก้]

จักรพรรดิเต้ากวังประสูติใน พระราชวังต้องห้าม ในปี ค.ศ. 1782 เป็นพระราชโอรสพระองค์รองในจักรพรรดิเจียชิ่ง เดิมมีพระนามว่า เหมียนหนิง (綿寧) (แปลว่า อาทิตย์อัสดง) แต่ภายหลังเปลี่ยนเป็น หมิ่นหนิง (旻宁) (แปลว่า ท้องฟ้า หรือ จักรวาล) เมื่อพระองค์กลายเป็นจักรพรรดิ อักษรตัวแรกของพระนามของพระองค์ถูกเปลี่ยนจาก เหมี่ยน เป็น หมิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงอักษรเหมี่ยนที่ค่อนข้างธรรมดา ความแปลกใหม่นี้ได้รับการแนะนำโดย พระอัยกาของพระองค์ จักรพรรดิเฉียนหลง ที่เชื่อว่าไม่ควรมีภาษาจีนที่ใช้กันทั่วไป เนื่องมาจากธรรมเนียมการตั้งพระนามต้องห้ามในราชวงศ์มาช้านาน

จักรพรรดิเต้ากวัง เสด็จพระราชสมภพจากอัครมเหสีที่มีชื่อว่า จักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย (孝淑皇后) แต่พระราชมารดาได้สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์วัย จักรพรรดิเจี่ยชิงพระราชบิดาจึงได้สถาปนาพระมเหสีองค์ใหม่ขึ้นเป็นจักรพรรดินีเซี่ยวเหอรุ่ย (孝和皇后) ซึ่งเป็นบุตรสาวของอูนาลา ขุนนางพวกเดียวกับเหอเซิน ที่ทรงไม่ไว้วางพระทัย แต่ทรงทำไปด้วยด้วยเหตุผลทางการเมือง นั่นทำให้จักรพรรดิเต้ากวังเมื่อยังทรงพระเยาว์ก็ไม่โปรดในตัวพระนางด้วยเช่นกัน แม้จะมีศักดิ์เป็นพระมารดาเลี้ยงก็ตาม แต่ได้ทรงเปลี่ยนทัศนะที่มีต่อพระนางใหม่ เมื่อครั้งหนึ่งที่ได้เสด็จไปไหว้บรรพกษัตริย์ที่สุสานราชวงศ์ชิงด้วยกัน และได้มีโจรกบฏกลุ่มหนึ่งมาจับตัวพระองค์และพระนางไปพร้อมกับสามัญชนกลุ่มหนึ่ง พวกกบฏบังคับให้พระองค์และพระนางบอกว่าใครเป็นใคร หากเงียบ ก็จะให้จ้วงแทงพระนางด้วยมีด พระนางก็ปิดปากเงียบไม่ยอมบอก นั่นจึงทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระนางมากและยอมรับพระนางในที่สุด

จักรพรรดิเต้ากวัง ขึ้นครองราชย์ภายหลังการสวรรคตอย่างกะทันหันของจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง ในปี พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820) ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานหลบร้อนไปยังเมืองเฉิงเต๋อ ซึ่งได้มีพระราชโองการแต่งตั้งไว้ในพินัยกรรม แต่เนื่องจากการที่สวรรคตในที่ห่างไกลเมืองหลวง จึงทำให้ เจ้าชายสี่ เหมี่ยนซิน พระราชโอรสพระองค์เล็กในพระนางเสี้ยวเหอของคัดค้านว่า เป็นพินัยกรรมปลอม และเตรียมการจะก่อกบฏ พระองค์จึงทรงวางแผนโยนไปให้พระนางเซี่ยวเหอตัดสินและได้ขอกำลังทหารส่วนหนึ่งมาคุ้มกัน ซึ่งพระนางเซี่ยวเหอได้ยอมรับว่า พินัยกรรมนั้นเป็นของจริง และได้พระราชทานอภัยโทษประหารเจ้าชายเหมี่ยนซินไว้

ในรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวัง ได้ทรงหาทางกำจัดขุนนางกังฉินและบรรดาขุนนางที่ไม่เอาการเอางาน จึงทำให้เหล่าขุนนางลับหลังจะนินทาพระองค์อยู่เสมอ ๆ และทำให้ขุนนางแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายต่างก็สนับสนุนพระราชโอรสอันเกิดจากพระมารดาที่เป็นชนเผ่าเดียวกับตน แต่พระองค์ก็ได้หาทางบริหารประเทศอย่างเต็มที่ ในรัชสมัยของพระองค์ประเทศเป็นปึกแผ่น ดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ภายในอ่อนแออันเกิดจากการฉ้อราฎร์บังหลวงที่เป็นระบบกันมานานแต่สมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ในรัชสมัยนี้พระองค์ได้ออกนโยบายให้ทุกคนในวังประหยัด โดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง และเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดคือ สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่งกับสหราชอาณาจักรในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1839) และ พ.ศ. 2383 (ค.ศ. 1840) ยุคล่าอาณานิคม ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และนำมาสู่การสูญเสียเกาะฮ่องกงและการล่มสลายของราชวงศ์ชิงในภายหลัง

จักรพรรดิเต้ากวังมีอุปนิสัยส่วนพระองค์คือ โปรดปรานปืนเป็นพิเศษ ได้สวรรคตในปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) และผู้ครองราชย์สืบไปคือ เจ้าชายอี้จู่ภายหลังขึ้นครองราชย์ใช้พระนามว่า จักรพรรดิเสียนเฟิง

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง
  • พระราชมารดา: จักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย
  • พระอัครมเหสี (皇后)
  • หวงกุ้ยเฟย์ (皇貴妃)
    • จิงหวงกุ้ยเฟย์ (静皇貴妃) จากสกุลโป๋เอ่อร์จี้จี๋เท่อ (博爾濟吉特) ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็น จักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง (孝静成皇后)
    • จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟย์ (莊順皇貴妃) จากสกุลอูยา (烏雅)
  • กุ้ยเฟย์ (貴妃)
    • ถงกุ้ยเฟย์ (彤貴妃) จากสกุลซูมู่หลู่ (舒穆魯)
    • เจียกุ้ยเฟย์ (佳貴妃) จากสกุลกัวเจีย (郭佳)
    • เฉิงกุ้ยเฟย์ (成貴妃) จากสกุลหนิ่วฮู่ลู่ (鈕祜祿)
  • เฟย์ (妃)
    • เหอเฟย์ (和妃) จากสกุลน่าลา (那拉)
    • เซียงเฟย์ (祥妃) จากสกุลหนิ่วฮู่ลู่ (鈕祜祿)
    • ฉางเฟย์ (常妃) จากสกุลเฮ่อเซ่อหลี่ (赫舍里)
  • ผิน (嬪)
    • เจินผิน (珍嫔) จากสกุลเฮ่อเซ่อหลี่(赫舍里)
    • เถียนผิน (恬嫔)จากสกุลฟู่ฉา (富察)
    • อวี้ผิน (豫嫔) จากสกุลซั่งเจีย (尚佳)
    • เชิงอวี้ผิน (称豫嫔)
    • ซุ่นผิน (順嬪) จากสกุลน่าลา (那拉)
    • เหิงผิน (恆嬪) จากสกุลไช่เจีย (蔡佳)
  • พระสนมขั้นกุ้ยเหริน (貴人)
    • พระสนมผิง (平貴人) จากสกุลจ้าว (趙)
    • พระสนมหลี่ (李貴人) จากสกุลหลี่ (李)
    • พระสนมน่า (那貴人) จากสกุลน่า (那)
    • พระสนมติ้ง(定貴人) จากสกุลซุน (孫)
  • พระสนมขั้นฉางไจ้ (常在)
    • พระสนมม้าน (蔓常在)
  • พระสนมขั้นตาอิ้ง (答应)
    • พระสนมมู่ (睦答應) จากสกุลเฮ่อเซ่อหลี่ (赫舍里)
    • นางข้าหลวง (官女子) จากสกุลหลิว (劉)
  • พระราชโอรส
    • เจ้าชายอี้เว่ย (奕緯,1808–1831) อิ่นจื้อจวิ้นอ๋อง (隐志郡王) สถาปนาหลังสิ้นพระชนม์;พระโอรสในพระอัครชายาเหอ
    • เจ้าชายอี้กัง (奕綱,1826–1827) ซุ่นเหอจวิ้นอ๋อง (顺和郡王) สถาปนาหลังสิ้นพระชนม์;พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าชายอี้จี้ (奕繼,1829–1830) ฮุ่ยจื้อจวิ้นอ๋อง (慧质郡王) สถาปนาหลังสิ้นพระชนม์;พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าชายอี้จู่ (奕詝,1831–1861) ภายหลังเป็นจักรพรรดิ;พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
    • เจ้าชายอี้ฉง (奕誴,1831–1889) ตุนฉินชินอ๋อง (惇勤親王,1846-1889);พระโอรสในพระอัครชายาเซียง
    • เจ้าชายอี้ซิน (奕訢,1833–1898) กงจงชินอ๋อง (恭忠親王,1850-1898);พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าชายอี้เซฺวียน (奕譞,1840–1891) ฉุนเสียนชินอ๋อง (醇賢親王,1872-1891);พระโอรสในพระมเหสีจวงซุ่น
    • เจ้าชายอี้เหอ (奕詥,1844–1868) จงตวนจวิ้นอ๋อง (鍾端郡王,1850-1868);พระโอรสในพระมเหสีจวงซุ่น
    • เจ้าชายอี้ฮุ่ย (奕譓,1845–1877) ฝูจิ้งจวิ้นอ๋อง (孚敬郡王,1850-1877);พระโอรสในพระมเหสีจวงซุ่น
  • พระราชธิดา
    • เจ้าหญิงตวนหมิ่นกู้หลุนกงจวู่ (端悯固伦公主,1813–1819) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง
    • เจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม (1825) พระธิดาของพระอัครชายาเซียง
    • เจ้าหญิงตวนซุ่นกู้หลุนกงจวู่ (端顺固伦公主,1825–1835) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
    • เจ้าหญิงโซ่วอันกู้หลุนกงจวู่ (寿安固伦公主,1826–1860) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
    • เจ้าหญิงโซ่วจังเหอซั่วกงจวู่ (寿臧和硕公主,1829–1856) พระธิดาของพระอัครชายาเซียง
    • เจ้าหญิงโซ่วเอินกู้หลุนกงจวู่ (寿恩固伦公主,1830–1859) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม (1840–1844) พระธิดาของพระราชเทวีถง
    • เจ้าหญิงโซ่วซีเหอซั่วกู้หลุนกงจวู่ (寿禧和硕公主,1841–1866) พระธิดาของพระราชเทวีถง
    • เจ้าหญิงโซ่วจวงกู้หลุนกงจวู่ (壽莊固倫公主,1842–1884) พระธิดาของพระมเหสีจวงซุ่น
    • เจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม (1844–1845) พระธิดาของพระราชเทวีถง

อ้างอิง[แก้]

  1. พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2459). "พระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๒ เรื่องราชทูตไปเมืองจีนครั้งที่ ๒". วชิรญาณ. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. Spence 1990, pp. 149, 166.
ก่อนหน้า จักรพรรดิเต้ากวัง ถัดไป
จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง 2leftarrow.png Flag of China (1889–1912).svg
จักรพรรดิจีน
(พ.ศ. 2363 — พ.ศ. 2393)
2rightarrow.png จักรพรรดิเสียนเฟิง