ข้ามไปเนื้อหา

จักรพรรดิเต้ากวัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จักรพรรดิเต้ากวง)
เต้ากวัง
จักรพรรดิราชวงศ์ชิง
ครองราชย์3 ตุลาคม ค.ศ. 1820 - 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1850
(29 ปี 145 วัน)
ก่อนหน้าจักรพรรดิเจียชิ่ง
ถัดไปจักรพรรดิเสียนเฟิง
พระราชสมภพ(1782-09-16)16 กันยายน ค.ศ. 1782
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
เหมียนหนิง หมิ่นหนิง
สวรรคต25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1850(1850-02-25) (67 ปี)
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
จักรพรรดินีจักรพรรดินีเซี่ยวมู่เฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวเฉฺวียนเฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิง
รัชศก
Chinese: เต้ากวัง Daoguang (道光): 3 กุมภาพันธ์ 1821 – 31 มกราคม 1851
Manchu: Doro eldengge (ᡩᠣᡵᠣ
ᡝᠯᡩᡝᠩᡤᡝ
)
พระนามเดิม
เหมียนหนิง (綿寧)
พระสมัญญานาม
Xiào tiān fúyùnlì zhōng tǐ zhèng zhìwén shèng wǔ zhìyǒng réncí jiǎn qín xiàomǐn kuān dìng chéng huángdì效天符运立中体正至文圣武智勇仁慈俭勤孝敏宽定成皇帝
พระอารามนาม
ซวนจง
Xuānzōng
宣宗
ราชวงศ์ชิง
พระราชบิดาจักรพรรดิเจียชิ่ง
พระราชมารดาจักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย

จักรพรรดิเต้ากวัง (จีน: 道光; พินอิน: Dàoguāng) พงศาวดารไทยเรียก เตากวาง[1] เป็นจักรพรรดิองค์ที่เจ็ดแห่งราชวงศ์ชิง และจักรพรรดิชิงองค์ที่ 6 ที่ปกครองประเทศจีนโดยชอบธรรม ครองสิริราชสมบัติจากปี ค.ศ. 1820 ถึงปี ค.ศ. 1850 รัชสมัยของพระองค์เกิด ภัยภายนอก กบฏภายใน นั่นคือ สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง และจุดเริ่มต้นของ กบฏไท่ผิง ที่เกือบจะล้มราชวงศ์ นักประวัติศาสตร์ โจนาธาน สเปนซ์ อธิบายเกี่ยวกับจักรพรรดิเต้ากวังว่ามีลักษณะ เป็นคนดีแต่ไร้ประสิทธิภาพ[2]

พระราชประวัติ

[แก้]

จักรพรรดิเต้ากวังประสูติใน พระราชวังต้องห้าม ในปี ค.ศ. 1782 เดิมมีพระนามว่า เหมียนหนิง (綿寧) (แปลว่า อาทิตย์อัสดง) แต่ภายหลังเปลี่ยนเป็น หมิ่นหนิง (旻宁) (แปลว่า ท้องฟ้า หรือ จักรวาล) เมื่อพระองค์กลายเป็นจักรพรรดิ อักษรตัวแรกของพระนามของพระองค์ถูกเปลี่ยนจาก เหมี่ยน เป็น หมิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงอักษรเหมี่ยนที่ค่อนข้างธรรมดา ความแปลกใหม่นี้ได้รับการแนะนำโดย พระอัยกาของพระองค์ จักรพรรดิเฉียนหลง ที่เชื่อว่าไม่ควรมีภาษาจีนที่ใช้กันทั่วไป เนื่องมาจากธรรมเนียมการตั้งพระนามต้องห้ามในราชวงศ์มาช้านาน

จักรพรรดิเต้ากวัง เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ของ องค์ชายหย่งเยี่ยน พระราชโอรสองค์ที่ 15 และรัชทายาทของ จักรพรรดิเฉียนหลง แม้ว่าพระองค์จะเป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ของ องค์ชายหย่งเยี่ยน แต่พระองค์เป็นลำดับแรกในการสืบราชบัลลังก์หลังจาก องค์ชายหย่งเยี่ยน ขึ้นเป็นรัชทายาทเพื่อสืบทอดราชบัลลังก์ของพระอัยกา เพราะพระมารดาของพระองค์ พระชายาฉี่ถ่าล่า เป็นพระชายาเอกขององค์ชายหย่งเยี่ยน ขณะที่พระเชษฐาองค์ใหญ่ของพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนนั้นเป็นโอรสที่ประสูติแต่นางสนมของ องค์ชายหย่งเยี่ยน

พระชนม์ชีพช่วงต้น

[แก้]

จักรพรรดิเต้ากวง พระราชสมภพที่พระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งเมื่อปี 1782 และได้รับพระราชทานพระนามว่า เหมียนหนิง (Mianning) ภายหลังเมื่อขึ้นครองราชย์ พระนามจึงถูกเปลี่ยนเป็น หมิ่นหนิง (Minning) โดยเปลี่ยนอักษรตัวแรกจากคำว่า "เหมียน" เป็น "หมิ่น" เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้อักษรที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ริเริ่มโดยสมเด็จพระอัยกา (ปู่) ของพระองค์ คือ จักรพรรดิเฉียนหลง ที่ทรงเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้อักษรธรรมดาในพระนามส่วนพระองค์ของจักรพรรดิ เนื่องด้วยธรรมเนียมการต้องหลีกเลี่ยงชื่อของผู้ที่สูงกว่าที่สืบทอดกันมายาวนาน

เหมียนหนิงเป็นพระโอรสองค์ที่สองของ องค์ชายหย่งเหยี่ยน ซึ่งเป็นพระโอรสองค์ที่ 15 และรัชทายาทของจักรพรรดิเฉียนหลง แม้จะเป็นโอรสองค์ที่สองของหย่งเหยี่ยน แต่พระองค์กลับมีสิทธิในบัลลังก์เหนือกว่าพระเชษฐา (พี่ชาย) เพราะตามระบบการสืบทอดแบบ dīshǔ (嫡庶) นั้น พระชายาหิตารา พระมารดาของเหมียนหนิงเป็นพระชายาเอกของหย่งเหยี่ยน ในขณะที่พระเชษฐาเกิดจากพระสนม

จักรพรรดิเต้ากวงขณะทรงกำลังศึกษาเล่าเรียน
จักรพรรดิเต้ากวงทรงประทับอยู่กับจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิงขณะมีพระยศเป็นจิ้งกุ้ยเฟย ถงกุ้ยเฟย องค์หญิงสี่กู้หลุนโซว่อัน องค์ชายสี่อี้จู่ (หรือต่อมาคือจักรพรรดิเสียนเฟิง) องค์ชายหกอี้ซิน (ต่อมาคือกงชินอ๋อง) และนางกำนัล

เหมียนหนิงเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิเฉียนหลงผู้เป็นพระอัยกา พระองค์มักจะเสด็จตามเสด็จจักรพรรดิเฉียนหลงไปล่าสัตว์บ่อยครั้ง ในการล่าสัตว์ครั้งหนึ่งเมื่อพระชนมายุ 9 พรรษา เหมียนหนิงทรงล่ากวางได้สำเร็จ ซึ่งทำให้จักรพรรดิเฉียนหลงทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง ห้าปีหลังจากเหตุการณ์นั้นในปี 1796 จักรพรรดิเฉียนหลงก็ทรงสละราชสมบัติเมื่อเหมียนหนิงพระชนมายุ 14 พรรษา และพระบิดาของเหมียนหนิงคือองค์ชายหย่งเหยี่ยนก็ขึ้นครองราชย์เป็น จักรพรรดิเจียชิ่ง หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงแต่งตั้งพระชายาฉี่ถ่าล่า (พระมารดาของเหมียนหนิง) เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินี จักรพรรดิเฉียนหลงทรงมีพระชนม์ชีพอีกสามปีหลังจากทรงเกษียณ ก่อนจะเสด็จสวรรคตในปี 1799 ขณะพระชนมายุ 87 พรรษา ซึ่งเหมียนหนิงพระชนมายุ 17 พรรษา

ในปี 1813 ขณะยังทรงเป็นองค์ชาย เหมียนหนิงยังมีบทบาทสำคัญในการขับไล่และสังหารผู้บุกรุกจาก ลัทธิแปดทิศ (Eight Trigrams) ที่บุกเข้าโจมตีพระราชวังต้องห้ามอีกด้วย

รัชสมัย

[แก้]

กบฏโคจาในซินเจียง

[แก้]

ในปี 1820 ขณะพระชนมายุ 38 พรรษา เหมียนหนิง ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากจักรพรรดิเจียชิ่งผู้เป็นพระราชบิดาที่สวรรคตกะทันหัน พระองค์กลายเป็นจักรพรรดิชิงองค์แรกที่เป็นโอรสที่ชอบด้วยกฎหมายองค์โตที่สุดของพระบิดา หลังจากขึ้นครองราชย์ พระนามของพระองค์คือ จักรพรรดิเต้ากวง ซึ่งมีความหมายว่า "หนทางที่เจิดจรัส"

ในช่วงหกปีแรกของรัชสมัย จาฮังกีร์ โคจา ทายาทผู้ถูกเนรเทศของตระกูลโคจาได้นำกองกำลังเข้าโจมตีซินเจียงจากโคกัน (Kokand) กบฏนี้ทำให้เมืองสำคัญของชิงหลายแห่ง เช่น คัชการ์ ยาร์คันด์ โคตัน และหยางอิซาร์ ตกเป็นของกบฏทั้งหมดภายในสิ้นปี 1826 อย่างไรก็ตาม หลังถูกเพื่อนหักหลังในเดือนมีนาคม 1827 จาฮังกีร์ โคจาก็ถูกส่งตัวไปปักกิ่งและถูกประหารชีวิตด้วยการ ประหารชีวิตแบบหลิงฉี (การเฉือนเนื้อทีละส่วน) ในปี 1828 ทำให้ราชสำนักชิงสามารถยึดดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้

สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง

[แก้]

ในรัชสมัยของจักรพรรดิเต้ากวง จีนประสบปัญหาอย่างหนักจาก ฝิ่น ซึ่งถูกนำเข้ามาในจีนโดยพ่อค้าชาวอังกฤษ การนำเข้าฝิ่นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากยุคจักรพรรดิหย่งเจิ้งที่มีเพียงประมาณ 200 หีบต่อปี จนถึงสมัยเต้ากวงที่พุ่งสูงกว่า 30,000 หีบต่อปี

จักรพรรดิเต้ากวงทรงออกพระราชกฤษฎีกาหลายฉบับเพื่อสั่งห้ามฝิ่นอย่างเด็ดขาด และทรงแต่งตั้ง หลิน เจ๋อสู เป็นข้าหลวงใหญ่ประจำกวางตุ้งเพื่อปราบปราม แต่ความพยายามของหลิน เจ๋อสูนำไปสู่ สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง โดยตรง เมื่อจีนแพ้สงคราม หลิน เจ๋อสูถูกลดตำแหน่งและเนรเทศไปยังเมืองยี่หลี ในระหว่างสงคราม จักรพรรดิเต้ากวงยังทรงสั่งประหารชีวิตเชลยศึกชาวอังกฤษและอินเดีย 187 คนที่ถูกคุมขังในไต้หวันเพื่อแก้แค้นที่จีนพ่ายแพ้ในยุทธการหนิงโป

ความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้เผยให้เห็นถึงความด้อยกว่าทางเทคโนโลยีและการทหารของราชวงศ์ชิงเมื่อเทียบกับชาติยุโรป ทำให้จีนต้องจำยอม ยกเกาะฮ่องกงให้แก่อังกฤษ ตามสนธิสัญญานานกิงในปี 1842 และต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล ซึ่งทำให้ท้องพระคลังประสบปัญหาอย่างหนัก

การต่อต้านศาสนาคริสต์

[แก้]

ในปี 1811 ได้มีการเพิ่มมาตราลงในประมวลกฎหมายต้าชิงเพื่อลงโทษชาวยุโรปที่เผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกด้วยโทษประหารชีวิต แม้ว่ากฎหมายจะระบุชื่อนิกายคาทอลิกไว้โดยเฉพาะ แต่หลังจากมิชชันนารีชาวโปรเตสแตนต์ได้แจกจ่ายหนังสือคริสเตียนให้กับคนจีนในช่วงปี 1835-1836 จักรพรรดิเต้ากวงก็ทรงสั่งให้ตรวจสอบว่า "ชนพื้นเมืองทรยศ" ในกวางโจวที่ให้ความช่วยเหลือในการแจกจ่ายหนังสือเหล่านี้คือใคร

สวรรคตและมรดก

[แก้]

จักรพรรดิเต้ากวงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1850 ที่พระราชวังฤดูร้อนเก่า สิบปีหลังจากนั้น พระราชวังแห่งนี้ถูกเผาทำลายโดยกองทัพอังกฤษ-ฝรั่งเศสในสงครามฝิ่นครั้งที่สอง พระโอรสองค์โตที่ยังมีพระชนม์ชีพ อี้จู่ ได้ขึ้นสืบราชสมบัติเป็น จักรพรรดิเสียนเฟิง

โดยรวมแล้ว จักรพรรดิเต้ากวงไม่เข้าใจเจตนาและความมุ่งมั่นของชาติตะวันตก รวมถึงเศรษฐศาสตร์พื้นฐานของสงครามยาเสพติด พระองค์ทรงมองข้ามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลก และไม่ได้ตระหนักถึงความก้าวหน้าจากการ ปฏิวัติอุตสาหกรรม ของอังกฤษและยุโรป พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิชิงองค์สุดท้ายที่ได้เสด็จสวรรคตในพระราชวังฤดูร้อนเก่า ก่อนที่จะถูกทำลายลงในอีกหนึ่งทศวรรษให้หลัง

รัชสมัย 30 ปีของพระองค์เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงภายใน และการแทรกแซงจากต่างชาติ ซึ่งท้ายที่สุดก็นำไปสู่ การล่มสลายของราชวงศ์ชิง ในปี 1911 ในที่สุด พระศพของพระองค์ถูกฝังไว้ที่สุสานมู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสุสานหลวงตะวันตกแห่งราชวงศ์ชิง

พระบรมวงศานุวงศ์

[แก้]

พระภรรยาเจ้าและพระภรรยา

[แก้]

พระภรรยาเจ้า

[แก้]
ฮองเฮา (皇后)
[แก้]
พระบรมสาลิสลักษณ์ พระนาม/พระราชอิสริยยศ พระราชบุตร พระราชสกุลเดิม
จักรพรรดินีเซี่ยวมู่เฉิง

(孝穆成皇后)

รัชศกเจียชิ่ง

  • ตี๋ฝูจิ้น (嫡福晉; 22 ธันวาคม 1796)

รัชศกเต้ากวง

  • ฮองเฮาเซี่ยวมู่ (孝穆皇后; 1820)

รัชศกเสียนเฟิง

  • ฮองเฮาเซี่ยวมู่เฉิง (孝穆成皇后; 26 ตุลาคม 1850)
สกุลหนิ่วฮู่ลู่

(鈕祜祿氏)

จักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง

(孝慎成皇后)

รัชศกศกเจียชิ่ง

  • จี้ฝูจิ้น (繼福晉; 2 กุมภาพันธ์ 1809)

รัชศกเต้ากวง

  • ฮองเฮา (皇后; 28 ธันวาคม 1822)
  • ฮองเฮาเซี่ยวเซิ่น (孝慎皇后; 7 กันยายน 1833)

รัชศกเสียนเฟิง

  • ฮองเฮาเซี่ยนเซิ่นเฉิง (孝慎成皇后; 26 ตุลาคม 1850)
พระราชธิดา
  • องค์หญิงใหญ่กู้หลุนตวนหมิ่น (固倫端憫公主)
สกุลถงเจีย

(佟佳氏)

จักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง

(孝全成皇后)

รัชศกเต้ากวง

  • ฉวนกุ้ยเหริน (全貴人; 1821)
  • ฉวนผิน (全嬪; 28 ธันวาคม 1822)
  • ฉวนเฟย (全妃; 26 ธันวาคม 1823)
  • ฉวนกุ้ยเฟย (全貴妃; 30 พฤษภาคม 1825)
  • หวงกุ้ยเฟย (皇貴妃; 28 กันยายน 1833)
  • ฮองเฮา (皇后; 18 พฤศจิกายน 1834)
  • ฮองเฮาเซี่ยวฉวน (孝全皇后; 2 พฤษภาคม 1840)

รัชศกเสียนเฟิง

  • ฮองเฮาเซี่ยวฉวนเฉิง (孝全成皇后; 26 ตุลาคม 1850)
พระราชโอรส

พระราชธิดา

  • องค์หญิงสามกู้หลุนตวนซุ่น (固倫端順公主)
  • องค์หญิงสี่กู้หลุนโซ่วอัน (固倫壽安公主)
สกุลหนิ่วฮู่ลู่

(鈕祜祿氏)

จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิง

(孝静成皇后)

รัชศกเต้ากวง

  • จิ้งกุ้ยเหริน (靜貴人; 1825)
  • จิ้งผิน (靜嬪; 29 ธันวาคม 1826)
  • จิ้งเฟย (靜妃; 15 พฤษภาคม 1827)
  • จิ้งกุ้ยเฟย (靜貴妃; 17 กันยายน 1834)
  • จิ้งหวงกุ้ยเฟย (靜皇貴妃; 9 มกราคม 1841)

รัชศกเสียนเฟิง

  • คังฉือหวงกุ้ยไท่เฟย (康慈皇貴太妃; เมษายน 1851)
  • คังฉือฮองไทเฮา (康慈皇太后; 13 สิงหาคม 1855)
  • ฮองเฮาเซี่ยวจิ้ง (孝靜皇后; 20 กันยายน 1855)

รัชศกถงจื้อ

  • ฮองเฮาเซี่ยวจิ้งเฉิง (孝靜成皇后; 6 พฤษภาคม 1862)
พระราชโอรส
  • ซุ่นเหอจวิ้นอ๋อง องค์ชายรองอี้กัง (奕綱)
  • ฮุ่ยจื้อจวิ้นอ๋อง (หลังสิ้นพระชนม์) องค์ชายสามอี้จี้
    (奕繼)
  • เหอซั่วกงจงชินอ๋อง องค์ชายหกอี้ซิน (奕訢)

พระราชธิดา

  • องค์หญิงหกกู้หลุนโซ่วเอิน (固倫壽恩公主,1830–1859)
สกุลปั๋วเอ่อร์จี้จี๋เท่อ

(博爾濟吉特)

หวงกุ้ยเฟย (皇貴妃)
[แก้]
พระบรมสาทิสลักษณ์ พระนาม/พระราชอิสริยยศ พระราชบุตร พระราชสกุลเดิม
จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟย

(莊順皇貴妃)

ฐานันดรศักดิ์

รัชศกเต้ากวง

  • หลินกุ้ยเหริน (琳貴人 ; มีนาคม/เมษายน 1837)
  • ซิ่วฉางไจ้ (秀常在 ; 3 ธันวาคม 1837)
  • หลินกุ้ยเหริน (琳貴人 ; 31 สิงหาคม 1839)
  • หลินผิน (琳嬪 ; พฤศจิกายน/ธันวาคม 1840)
  • หลินเฟย (琳妃 ; มิถุนายน/กรกฎาคม 1842)
  • หลินกุ้ยเฟย (琳貴妃 ; มกราคม/กุมภาพันธ์ 1847)

รัชศกเสียนเฟิง

  • หลินกุ้ยไท่เฟย (琳貴太妃 ; 1850-1861)

รัชศกถงจื้อ

  • หลินหวงกุ้ยไท่เฟย (琳皇貴太妃 ; พฤศจิกายน/ธันวาคม 1861)
  • จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟย (莊順皇貴妃 ; ธันวาคม 1866)
พระราชโอรส

พระราชธิดา

สกุลอูหย่า

(烏雅氏)

กุ้ยเฟย (貴妃)
[แก้]
พระบรมสาลิสลักษณ์ พระนาม/พระราชอิสริยยศ พระราชบุตร พระราชสกุลเดิม
ถงกุ้ยเฟย

(彤貴妃)

รัชศกเต้ากวง

  • มู่กุ้ยเหริน (睦貴人;1831)
  • ถงผิน (彤嬪;ธันวาคม 1832 หรือ มกราคม 1833)
  • ถงเฟย (彤妃;3 ธันวาคม 1834)
  • ถงกุ้ยเฟย (彤貴妃;26 มกราคม 1837)
  • ถงกุ้ยเหริน (彤貴人;21 ตุลาคม 1844)

รัชศกเสียนเฟิง

  • หวงข่าวถงผิน (皇考彤嬪;กุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม 1850)

รัชศกถงจื้อ

  • ถงเฟย (彤妃;1862)
  • ถงกุ้ยเฟย (彤貴妃;ธันวาคม 1874 หรือ มกราคม 1875)
พระราชธิดา
  • องค์หญิงเจ็ด (ไม่ปรากฏพระนาม;30 กรกฎาคม 1840 - 27 มกราคม 1845)
  • องค์หญิงแปดเหอซั่วโซ่วสี่ (和碩壽禧公主;7 มกราคม 1842 - 10 กันยายน 1866)
  • องค์หญิงสิบ (ไม่ปรากฏพระนาม;4 พฤษภาคม 1844 - 26 กุมภาพันธ์ 1845)
สกุลซูมู่หลู่

(舒穆禄氏)

เจียกุ้ยเฟย (佳貴妃)

รักศกเต้ากวง

  • เจียกุ้ยเหริน (佳贵人; 1835)
  • เจียผิน (佳嬪; 1836)
  • เจียกุ้ยเหริน (佳贵人; 1840)

รัชศกเสียนเฟิง

  • หวงข่าวเจียผิน (皇考佳嬪; ไม่ทราบแน่ชัด)

รัชศกถงจื้อ

  • หวงจู่เจียเฟย (皇祖佳妃; 1861)

รัชศกกวังซวี่

  • เจียกุ้ยเฟย (佳貴妃; 1875)
สกุลกัวเจีย (郭佳)
เฉิงกุ้ยเฟย (成貴妃)

รัชศกเต้ากวง

  • เฉิงกุ้ยเหริน (成貴人; 1828)
  • อี้ตาอิ้ง (餘常在; 1829)
  • เฉิงกุ้ยเหริน (成貴人; 1837)
  • เฉิงผิน (成嬪; 1846)
  • เฉิงกุ้ยเหริน (成貴人; 1849)

รัชศกเสียนเฟิง

  • เฉิงผิน (成嬪; 1850)

รัชศกถงจื้อ

  • หวงจู่เฉิงเฟย (皇祖成妃; 1861)

รัชศกกวังซวี่

  • เฉิงกุ้ยเฟย (成貴妃; 1875)
สกุลหนิ่วฮู่ลู่ (鈕祜祿)
เฟย (妃)
[แก้]
พระบรมสาลิสลักษณ์ พระนาม/พระราชอิสริยยศ พระราชบุตร พระราชสกุลเดิม
เหอเฟย (和妃) พระราชโอรส
  • อิ่นจื้อจวิ้นอ๋อง องค์ชายใหญ่อี้เว่ย (奕緯)
สกุลฮุ่ยฟาน่ารา (輝發那拉氏)
เสียงเฟย (祥妃) พระราชโอรส

พระราชธิดา

  • องค์หญิงรอง(ไม่ปรากฏพระนาม)
  • องค์หญิงห้าเหอซั่วโซ่วจัง(寿臧和硕公主)
สกุลหนิ่วฮู่ลู่ (鈕祜祿)
ฉางเฟย (常妃) สกุลเฮ่อเซ่อหลี่ (赫舍里)
ผิน (嬪)
[แก้]
พระนาม/พระราชอิสริยยศ พระราชสกุลเดิม
เถียนผิน (恬嫔) สกุลฟู่ฉา (富察)
อวี้ผิน (豫嫔) สกุลซั่ง (尚氏)
เหิงผิน (恆嬪) สกุลไช่ (蔡氏)
ซุ่นผิน (順嬪) สกุลน่ารา(那拉氏)

พระภรรยา

[แก้]
กุ้ยเหริน (貴人)
[แก้]
พระนาม/พระอิสริยยศ สกุลเดิม
ผิงกุ้ยเหริน (平貴人) สกุลจ้าว (趙)
หลี่กุ้ยเหริน (李貴人) สกุลหลี่ (李)
น่ากุ้ยเหริน (那貴人) สกุลน่า (那)
ติ้งกุ้ยเหริน (定貴人) สกุลซุน (孫)
ฉางไจ้ (常在)
[แก้]
พระนาม/พระอิสริยยศ สกุลเดิม
ม่านฉางไจ้ (蔓常在) ไม่ทราบสกุล
ตาอิ้ง (答应)
[แก้]
พระนาม/พระอิสริยยศ สกุลเดิม
มู่ตาอิ้ง (睦答應) สกุลเฮ่อเซ่อหลี่ (赫舍里)

นางใน

[แก้]
กวนหนวี่จื่อ(官女子)
[แก้]
  • หลิวกวนหนวี่จื่อ(劉官女子) จาก สกุลหลิว (劉)

พระราชโอรส

[แก้]
ลำดับพระนามประสูติสิ้นพระชนม์พระมารดาหมายเหตุ
1องค์ชายใหญ่อี้เว่ย
奕緯
ค.ศ.1808ค.ศ.1831เหอเฟยสถาปนาเป็น อิ่นจื้อจวิ้นอ๋อง หลังสิ้นพระชนม์
2องค์ชายรองอี้กัง
奕綱
ค.ศ.1826ค.ศ.1827จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิงสถาปนาเป็น ซุ่นเหอจวิ้นอ๋อง หลังสิ้นพระชนม์
3องค์ชายสามอี้จี้
奕繼
ค.ศ.1829ค.ศ.1830จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิงlสถาปนาเป็น ฮุ่ยจื้อจวิ้นอ๋อง หลังสิ้นพระชนม์
4

องค์ชายสี่อี้จู่
奕詝
17 กรกฎาคม ค.ศ. 183122 สิงหาคม ค.ศ. 1861จักรพรรดินีเซี่ยวเฉฺวียนเฉิงภายหลังเป็นจักรพรรดิ ครองราช 9 มีนาคม ค.ศ. 1850 - 22 สิงหาคม ค.ศ. 1861
5องค์ชายห้าอี้ฉง
奕詝
23 กรกฎาคม ค.ศ. 183118 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1889เซียงเฟย ดำรงพระยศเหอชั่วตุนชินหวัง ค.ศ. 1846 - 1889
ทรงเป็นเจ้ากองธงแมนจูขลิบเหลือง
6

องค์ชายหกอี้ซิน
奕訢
11 มกราคม ค.ศ. 183329 พฤษภาคม ค.ศ. 1898จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิงดำรงพระยศเหอซั่วกงจงชินอ๋อง 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1850-29 พฤษภาคม ค.ศ.1898
ทรงสามารถพูดสนทนาภาษาอังกฤษได้แตกฉาน
7

องค์ชายเจ็ดอี้เซฺวียน
奕譞
16 ตุลาคม ค.ศ.18401 มกราคม ค.ศ.1891จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟยดำรงพระยศฉุนชินอ๋อง ค.ศ.1872-1891
เป็นพระราชบิดาของจักรพรรดิกวังซวี่
และเป็นพระอัยกาของจักรพรรดิผู่อี๋
8
จักรพรรดิเต้ากวงทรงประทับอยู่กับจวงซุ่นหวงกุ้ยเฟยขณะทรงมีพระยศเป็นหลินกุ้ยเฟยทรงกำลังอุ้มองค์ชายแปดอี้เหอขณะทรงพระเยาว์ในอนาคตทรงมีพระยศเป็นตวนจวิ้นอ๋อง
องค์ชายแปดอี้เหอ
奕詥
ค.ศ.1844ค.ศ.1868จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟยดำรงพระยศจงตวนจวิ้นอ๋อง ค.ศ.1850-1868
9
เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา ดังนี้:เจ้าชายอี้ซิน เจ้าชายอี้จู่ เจ้าชายอี้เหอ เจ้าชายอี้ฮุ่ย (Yihui) เจ้าชายอี้เซวียน (Yixuan) จักรพรรดิเต้ากวง ทรงเป็นศูนย์กลางของภาพ เจ้าหญิงโซ่วอาน (Princess Shou'an) เจ้าหญิงโซ่วเอิน (Princess Shou'en)
องค์ชายเก้าอี้ฮุ่ย
奕譓
ค.ศ.1845 ค.ศ.1877 จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟย ดำรงพระยศฝูจิ้งจวิ้นอ๋อง ค.ศ.1850-1877

พระราชธิดา

[แก้]
ลำดับ พระนาม ประสูติ สิ้นพระชนม์ พระมารดา
1 องค์หญิงกู้หลุนตวนหมิ่น

(固倫端憫公主)

1813 1819 จักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง
2 องค์หญิงรองไม่ปรากฏพระนาม 1825 1825 เซียงเฟย
3 องค์หญิงสามกู้หลุนตวนซุ่น

(固倫端順公主)

1825 1835 จักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
4
องค์หญิงสี่กู้หลุนโซ่วอัน (固伦寿安公主)
1826 1860 จักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
5
องค์หญิงห้าเหอซั่วโซ่วจัง (和硕寿臧公主)
1829 1856 เซียงเฟย
6
องค์หญิงหกโซ่วเอินกู้หลุนกงจวู่ (固伦寿恩公主)
1830 1859 จักรพรรดินีเซี่ยวจิ้งเฉิง
7 องค์หญิงเจ็ดไม่ปรากฏพระนาม 1840 1844 ถงกุ้ยเฟย
8
เฉิงกุ้ยเฟยขณะทรงพระยศเป็นเฉิงผินกับฉางเฟยขณะทรงมีพระยศเป็นฉางกุ้ยเหริน และเซียงเฟยขณะมีพระยศเป็นเซียงกุ้ยเหรินกับองค์หญิงแปดเหอซั่วโช่วซี
องค์หญิงแปดเหอซั่วโซ่วซี (和碩壽禧公主)
1841 1866 ถงกุ้ยเฟย
9
องค์หญิงเก้ากู้หลุนโซ่วจวง (固倫壽莊公主)
1842 1884 จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟย
10 องค์หญิงสิบไม่ปรากฏพระนาม 1844 1845 ถงกุ้ยเฟย

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย

[แก้]

ราชตระกูล

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2459). "พระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๒ เรื่องราชทูตไปเมืองจีนครั้งที่ ๒". วชิรญาณ. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2563. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  2. Spence 1990, pp. 149, 166.