สไปโนซอรัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


  • โครงกระดูกของสไปโนซอรัส
    กราฟเปรียบเทียบ สไปโนซอรัส ที่เดิน 4ขาเป็นหลักกับมนุษย์
    S. aegyptiacus Stromer, 1915 (ต้นแบบ)
  •  ?S. marocannus Russell, 1996สไปโนซอรัส (อังกฤษ: Spinosaurus) มีความหมายว่าสัตว์เลื้อยคลานมีแผง ถูกค้นพบครั้งแรกในทะเลทรายสะฮาร่าของอียิปต์ เมื่อปี ค.ศ. 1910 โดยนักบรรพชีวินวิทยาชาวบาวาเรีย นาม เอิร์ล สโตรเมอร์ โดยขุดค้นไปตามชายขอบด้านตะวันออกของระบบแม่น้ำโบราณซึ่งมีหินในชั้นแคมเบรียนก่อตัวเป็นพรมแดนด้านตะวันตก

สไปโนซอรัสเป็นสัตว์กินเนื้อที่เดิน 2 ขาเป็นหลักและอาจลงเดิน 4 ขาเมื่อจะย่องเพือหาอาหาร หรือสะกดลอยตามไดโนเสาร์ตัวอื่นๆ มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย เนื่องจากถูกค้นพบฟอสซิลในอียิปต์จึงได้สันนิษฐานเช่นนั้น กะโหลกศรีษระมีจะงอยปากแคบที่เต็มไปด้วยฟันรูปกรวย มีหงอนคู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3นิ้ว สามารถใช้เป็นอาวุธและจับเหยื่อได้ มีความสูง 3 เมตรถ้าเดิน 4 ขา ถ้ายืน 2 ขาจะสูง 3.9-4เมตร มีความยาว 15-17 เมตร โดบฟอสซิลที่สมบูรณ์ที่สุดยาว 15เมตร (ส่วนกะโหลก ยาว 1.75 ม.) น้ำหนัก 15-20ตัน อาศัยอยู่ใน ทวีปแอฟริกา มีชีวิตอยู่ในตอนกลางของยุคครีเตเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว) ในช่วงที่มันอาศัยอยู่ในยุคครีเตเชียสตอนกลาง มันมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง คาร์ชาโรดอนโทซอรัส ที่อาศัยอยู่ยุคเดียวกันที่มีความยาว 13.8เมตรและเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ2ของโลก สไปโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ1ในโลก , มันมีญาติอย่าง ซูโคไมมัส บารีออนนิกซ์

ขนาดของสไปโนซอรัสเมื่อเทียบกันไดโนเสาร์กินเนื้ออื่น(สีแดง)

ในปี2014 นิซาร์ ฮิบรารัม และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สไปโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ที่หากินอยู่ในน้ำเป็นหลัก โดยมีอาหารหลัก คือ ปลา และเป็นนักกินซาก ด้วยรูจมูกซึ่งตั้งอยู่บนกะโหลกค่อนมาทางดวงตาช่วยให้หายใจได้แม้ส่วนใหญ่ของหัวจะจมลงในน้ำ และลำตัวทรงกระบอกที่คล้ายโลมาและวาฬ ส่วนความหนาแน่นของซี่โครงและกระดูกที่แขนก็คล้ายคลึงกับกระดูกของพะยูน ขาหลังที่สั้นและน่าจะเหมาะกับการว่ายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีกรงเล็บเท้าแบน ๆ ในเท้าหลังที่กว้างมีพังผืดเชื่อมต่อกันเหมือนตีนเป็ด อีกทั้งยังมีขากรรไกรเรียวยาวและฟันรูปกรวยเรียบ ๆ เหมือนกับฟันของจระเข้น่าจะใช้จับปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหลุมตรงปลายจมูกซึ่งปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นในสัตว์จำพวกจระเข้และอัลลิเกเตอร์ อาจมีตัวรับความดันสำหรับตรวจจับอาหารในน้ำขุ่น โดยเชื่อว่า เมื่อล่าเหยื่อ สไปโนซอรัสจะโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วงับปลาด้วยปากที่ยาว และเชื่อว่าสไปโนซอรัสใช้เวลาว่ายน้ำหาอาหารมากถึงร้อยละ 80 ต่อวัน [1]

ส่วนคู่แข่งอย่าง คาร์ชาโรดอนโทซอรัส หรือคาร์ชาโรดอนโตซอรัส นั้นปัจจุบัน ถูกมองว่า อาจจะล่าสไปโนซอรัสก็ได้ เพราะ มีการพบร่องรอยการกัดที่กระโดงของสไปโนซอรัส ซึ่งนักล่าที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็มีแต่ คาร์ชาโรดอนโทซอรัสเท่านั้น ซึ่งถ้าสไปโนซอรัส จะสู้กับคาร์ชาโรดอนโทซอรัสบนบกนั้นจะเสียเปรียบและถึงตายได้ เพราะ การที่มันเดิน4ขาเป็นหลัก ทำให้มันเตี้ย ซึ่งทางเดียวที่จะสู้คือ สไปโนซอรัสต้องอยู่ในน้ำถึงจะได้เปรียบในการต่อสู้

กระโดงบนหลังของสไปโนซอรัส เมื่อก่อนนักวิทยาศาสตร์ได้สันนิฐานว่า น่าจะใช้ในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย และใช้ในการทรงตัว จึงทำให้มันเป็นสัตว์ที่ตื่นตัวมาก แต่ในปี 2014 นิซาร์ ฮิบรารัม และนักวิทยาศาสตร์ ได้ศึกษากระโดงอย่างละเอียดแล้วว่า กระโดงนั้นมีปริมาณเส้นเลือดน้อยมากจึงไม่สามารถใช้ในการปรับอุณหภูมิ จึงได้สันนิฐานใหม่ว่า กระโดงน่าจะใช้ในการดึงดูดเพศตรงข้ามหรือไม่ก็ใช้ในการข่มขวัญพวกเดียวกันเองหรือนักล่านักล่าที่มีขนาดเล็ก แต่ไม่ใช่กับคาร์ชาโรดอนโทซอรัสที่โตเต็มที่ และได้มีการย้ายชิ้นส่วนกระโดงที่ยาวสุดไปไว้ช่วงท้าย เพื่อเป็นประโยชน์ในการว่ายน้ำด้วย

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

สไปโนซอรัสได้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park III และกลายเป็นตัวชูโรงแทน T-REX ในภาพยนตร์ได้เปรียบเทียบการต่อสู้ของไดโนเสาร์นักล่า 2 พันธุ์มาประจันหน้ากัน ซึ่งท้ายที่สุด สไปโนซอรัส ซึ่งได้เปรียบที่ขนาดตัว และ น้ำหนักที่มากกว่า เป็นฝ่ายหักคอ T-REX ล้มไป แต่ในความจริงแล้ว สไปโนซอรัส ไม่ได้ดุร้ายเหมือนในหนังด้วยซ้ำ (เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น ) แต่ในภาพยนตร์ จูราสสิค เวิลด์ สไปโนซอรัส มาในรูปแบบโครงกระดูกและก็ถูก ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ พุ่งชนจนโครงกระดูกพังทลาย (เบื้องหลังคือ เป็นการกู้ศักดิ์ศรีและชื่อเสียง ราชาไดโนเสาร์ ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ หรือ ทีเร็กซ์คืนมา) [2]

นอกจากนี้ สไปโนซอรัสยังปรากฏตัวในหนังเรื่อง planet dinosaurs ตอนที่ 1 the lost world ซึ่งในตอนจบได้เข้าปะทะกับคาร์คาโรดอนโตซอรัสที่อยู่ในเขตเดียวกัน แม้ในตอนแรกสไปโนซอรัสจะขับไล่คาร์คาโรดอนโตซอรัสไปได้ แต่ในที่สุด ด้วยการกัดที่อันตรายกว่าของคาร์คาโรดอนโตซอรัสก็ทำให้สไปโนซอรัสพบจุดจบในที่สุด

อ้างอิง[แก้]

  1. หน้า 18 เรื่องเล่าจากต่างแดน, ไดโนเสาร์เจ้านที จากนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2557. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,726: วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเมีย
  2. http://dinosaurddi1ddidinoaddi8.blogspot.com/2010/01/blog-post.html