สโมสรฟุตบอลฟลีตวุดทาวน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฟลีตวุด ทาวน์
Fleetwood Town F.C..jpg
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลฟลีตวุด ทาวน์
ฉายาThe Trawlermen
(คนลากอวน)
ก่อตั้งค.ศ. 1908
( ในชื่อ ฟลีตวุด เอฟซี )
ค.ศ. 1977
( ฟลีตวุด ทาวน์ )
ค.ศ. 1997
( ฟลีตวุด วันเดอเรอส์ )
ค.ศ. 2002
( ฟลีตวุด ทาวน์ )
สนามไฮบิวรี สเตเดียม
(ความจุ: 5,327 (2,672 ที่นั่ง[1]))
ประธานสโมสรแอนดี พิลลี อังกฤษ
ผู้จัดการทีมโจอี บาร์ตัน อังกฤษ
ลีกลีกวัน
2017–18อันดับ 14, ลีกวัน
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน

สโมสรฟุตบอลฟลีตวุด ทาวน์ เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองฟลีตวุด แขวงไวร์ มณฑลแลงคาเชอร์ ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในระดับฟุตบอลลีกวัน โดยสโมสรก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908 ในชื่อฟลีตวุด เอฟซี ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่ออีกหลายครั้ง

โดยสโมสรสร้างผลงานคว้าแชมป์ฟุตบอลคอนเฟอเรนซ์ ในฤดูกาล 2011–12 ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันในระดับฟุตบอลลีกอาชีพเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2012–13 ก่อนจะชนะการแข่งขันรอบเพลย์ออฟของฟุตบอลลีกทู ฤดูกาล 2013–14 และได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันในฟุตบอลลีกวัน โดยนับเป็นการเลื่อนชั้นถึง 6 ครั้งในช่วงระยะเวลาเพียง 10 ปี

ปัจจุบันสโมสรใช้สนามไฮบิวรี สเตเดียม เมืองฟลีตวุด เป็นสนามเหย้า โดยสโมสรใช้สนามแห่งนี้มานานมากกว่า 70 ปี และจัดเป็นสนามฟุตบอลที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ 2 ในระดับฟุตบอลลีกวัน รองจากสนาม เดอะ เชอร์รี เรด เรคคอร์ด สเตเดียม หรือสนาม คิงส์มีโดว ของเอเอฟซี วิมเบิลดัน

ประวัติ[แก้]

ยุคก่อตั้ง และ ลงแข่งขันลีกสมัครเล่น[แก้]

สโมสรก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908 ในชื่อ ฟลีตวูด เอฟซี และสามารถคว้าแชมป์ลีกสมัครเล่นอย่าง แลงคาเชอร์ คอมบิเนชัน ได้ในฤดูกาล 1923–24 โดยสโมสรลงแข่งขันในลีกแลงคาเชอร์ คอมบิเนชัน มายาวนานกว่า 60 ปี จึงได้ร่วมกับสโมสรอื่นๆก่อตั้ง นอร์เทิร์น พรีเมียร์ลีก ขึ้นในปี ค.ศ. 1968

หลังจากร่วมก่อตั้งและลงแข่งขันในนอร์ทเทิร์น พรีเมียร์ลีก สโมสรไม่ประสบความสำเร็จมากนักและจบฤดูกาลด้วยอันดับล่างๆในตารางคะแนนบ่อยครั้ง ต่อมาสโมสรประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินทำให้ต้องยุบสโมสรไปในปี ค.ศ. 1976

ในปี ค.ศ. 1977 สโมสรได้ก่อตั้งขึ้นใหม่อีกครั้งในชื่อ ฟลีตวูด ทาวน์ โดยต้องไปเริ่มแข่งขันในเชชเชอร์ ลีก ดิวิชัน 1 และย้ายมาแข่งขันในนอร์ทเวสต์ เคาน์ตี ลีก ในปี ค.ศ. 1984 ก่อนจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันในนอร์ทเทิร์น พรีเมียร์ลีก ดิวิชัน 1 และสามารถคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาล 1987–88 จนได้กลับขึ้นมาแข่งขันในระดับสูงสุดของนอร์ทเทิร์น พรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามสโมสรประสบปัญหาจนต้องยุบสโมสรอีกครั้งในปี ค.ศ. 1996

ปี ค.ศ. 1997 สโมสรก่อตั้งใหม่อีกครั้งในชื่อ ฟลีตวูด วันเดอเรอส์ และต้องกลับไปเริ่มแข่งขันใหม่ในนอร์ทเวสต์ เคาน์ตี ฟุตบอลลีก และได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งขันในระดับพรีเมียร์ ดิวิชัน ได้ในปี ค.ศ. 1999 ต่อมาสโมสรเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็น ฟลีตวูด ทาวน์ ในปี ค.ศ. 2002 และสามารถคว้าแชมป์นอร์ทเวสต์ เคาน์ตี ฟุตบอลลีก ระดับพรีเมียร์ ดิวิชัน ได้ในปี ค.ศ. 2005 ทำให้ได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาแข่งขันในดิวิชัน 1 ของนอร์ทเทิร์น พรีเมียร์ลีก

ทันทีที่ได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาแข่งในดิวิชัน 1 ของนอร์ทเทิร์น พรีเมียร์ลีก สโมสรสามารถคว้ารองแชมป์ได้ในปี ค.ศ. 2006 และได้เลื่อนชั้นไปแข่งในระดับพรีเมียร์ ดิวิชัน โดยในฤดูกาล 2007–08 สโมสรสามารถคว้าแชมป์นอร์ทเทิร์น พรีเมียร์ลีก ระดับพรีเมียร์ ดิวิชัน ได้สำเร็จ ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปแข่งในคอนเฟอเรนซ์ นอร์ท ซึ่งเป็นระดับกึ่งอาชีพเป็นครั้งแรก

ฟุตบอลคอนเฟอเรนซ์[แก้]

ฤดูกาล 2009–10 สโมสรสามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์คอนเฟอเรนซ์ นอร์ท ได้สำเร็จและเป็นผู้ชนะการแข่งขันเพลย์ออฟ ทำให้ได้เลื่อนชั้นสู่คอนเฟอเรนซ์ พรีเมียร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในระดับกึ่งอาชีพ โดยฤดูกาลแรกในคอนเฟอเรนซ์ พรีเมียร์ สโมสรให้ผู้เล่นทุกคนทำสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพและต้องทำงานเต็มเวลา ทำให้ผู้เล่นหลายรายที่มีงานประจำซึ่งรวมถึงกัปตันทีมของสโมสร ไม่สามารถทำสัญญาได้และถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในที่สุด

อย่างไรก็ตามแม้จะสูญเสียผู้เล่นหลายรายแต่สโมสรก็สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลเมื่อทำผลงานส่วนใหญ่ในฤดูกาล 2010–11 อยู่ในช่วงบนของตารางทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นฤดูกาลแรก และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ทำให้ได้สิทธิแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ เพื่อเลื่อนชั้นสู่ฟุตบอลลีกทูซึ่งเป็นลีกระดับอาชีพ โดยในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟรอบแรก สโมสรต้องพบกับเอเอฟซี วิมเบิลดัน และสามารถสร้างสถิติมีจำนวนผู้ชมในสนามเหย้าของสโมสรมากที่สุดนับแต่ก่อตั้งสโมสร ด้วยจำนวนผู้ชมมากถึง 4,112 คน อย่างไรก็ตามสโมสรต้องพบกับความพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัดด้วยประตูรวม 8–1

ฤดูกาล 2011–12 สโมสรซื้อตัวเจมี วาร์ดี กองหน้าที่กำลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงให้กับสโมสรฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ ในคอนเฟอเรนซ์ นอร์ท มาร่วมทีม และวาร์ดี ก็มีส่วนสำคัญในผลงานฤดูกาลนี้เมื่อยิงในคอนเฟอเรนซ์ พรีเมียร์ ไปถึง 31 ประตู คว้ารางวัลผู้ทำประตูสูงสุดประจำคอนเฟอเรนซ์ พรีเมียร์ในฤดูกาลนั้นไปครอง โดยสโมสรไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 29 นัด และสามารถคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล ทำให้ได้เลื่อนชั้นสู่ฟุตบอลลีกทูซึ่งนับเป็นการเลื่อนชั้นไปแข่งขันในฟุตบอลลีกของอังกฤษเป็นครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งสโมสร โดยหลังจบฤดูกาล เจมี วาร์ดี ได้ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี ด้วยค่าตัวกว่า 1 ล้านปอนด์ สร้างสถิติค่าตัวสูงที่สุดสำหรับนักฟุตบอลที่ไม่ได้เล่นในระดับลีกอาชีพ

ฟุตบอลลีก[แก้]

สโมสรลงแข่งขันในลีกอาชีพเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ในฟุตบอลลีกทู นัดที่เสมอกับสโมสรทอร์คีย์ ยูไนเต็ด 0–0 ที่สนามไฮบิวรี และทำประตูแรกได้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ในนัดที่บุกไปชนะสโมสรฟุตบอลเบอร์ตันอัลเบียน 0–1 จากประตูของ ดีน โฮเวลล์ ทำให้เขาได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้เล่นของสโมสรที่สามารถทำประตูในฟุตบอลลีกได้เป็นคนแรก โดยสโมสรจบฤดูกาล 2012–13 ในฟุตบอลลีกทูด้วยอันดับที่ 13

ฤดูกาล 2013–14 สโมสรทำผลงานในลีกทูได้อย่างยอดเยี่ยม และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 ทำให้ได้แข่งขันเพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้น โดยสโมสรสามารถเอาชนะสโมสรฟุตบอลยอร์ก ซิตี ได้ในรอบแรก ก่อนจะพบกับเบอร์ตัน อัลเบียน ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สโมสรสามารถเอาชนะเบอร์ตัน อัลเบียน ไปได้ 1–0 ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ฟุตบอลลีกวัน เป็นครั้งแรก

สถิติ[แก้]

  • ชนะคู่แข่งขาดลอยมากที่สุด: 13–0 พบ โอลดัม ทาวน์ วันที่ 5 ธันวาคม 1998, นอร์ท เวสต์ เคาน์ตี ลีก ดิวิชัน 2
  • แพ้คู่แข่งขาดลอยมากที่สุด: 0–9 พบ แบรดฟอร์ด ซิตี วันที่ 26 พฤศจิกายน, เอฟเอคัพ รอบแรก ฤดูกาล 1948–49
  • อันดับที่ดีที่สุดในลีก: อันดับ 4 อีเอฟแอลลีกวัน ฤดูกาล 2016–17
  • ผลงานที่ดีที่สุดในเอฟเอคัพ: เข้าถึงรอบที่ 3 ฤดูกาล 2011–12, 2016–17
  • ผลงานที่ดีที่สุดในฟุตบอลลีกคัพ: รอบแรก ฤดูกาล 2012–13, 2013–14, 2014–15, 2015–16, 2016–17
  • การซื้อตัวผู้เล่นที่แพงที่สุด: เจมิลี แมตต์ จาเมกา 300,000 ปอนด์ จากสโมสรฟุตบอลคิดเดอร์มินสเตอร์ แฮริเออร์ส (มกราคม 2013)
  • การขายตัวผู้เล่นที่แพงที่สุด: เจมี วาร์ดี อังกฤษ 1,700,000 ปอนด์ ไปสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี (พฤษภาคม 2012)
  • ผู้เล่นที่ลงสนามให้กับสโมสรมากที่สุด: นาธาน ปอนด์ อังกฤษ (450 นัด)
  • ผู้เล่นของสโมสรที่ติดทีมชาติมากที่สุด: คอร์เนอร์ แม็คลาฟลิน ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ (22 นัด)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • "Highbury Stadium Capacity". Fleetwood Town F.C. 24 April 2012. สืบค้นเมื่อ 24 April 2012.