ข้ามไปเนื้อหา

สิระ เจนจาคะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สิระ เจนจาคะ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
ดำรงตำแหน่ง
24 มีนาคม พ.ศ. 2562  22 ธันวาคม พ.ศ. 2564
(2 ปี 8 เดือน 28 วัน)
ก่อนหน้าสุรชาติ เทียนทอง
ถัดไปสุรชาติ เทียนทอง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด5 มกราคม พ.ศ. 2507 (62 ปี)
อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย
พรรคการเมืองรักษ์สันติ (2554–2561)
พลังประชารัฐ (2561–2565)
คู่สมรสวิภาวี คุปติมาลาธร (หย่า)
สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ

สิระ เจนจาคะ (เกิด 5 มกราคม พ.ศ. 2507) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ กรรมการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด และกรรมการบริษัท วิภาวดีพาเลซ จำกัด อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตผู้จัดการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด

ประวัติ

[แก้]

สิระเกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2507 เป็นบุตรของสมโภชน์และจรี เจนจาคะ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี จากหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (การจัดการ) มหาวิทยาลัยเกริก[1] ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ม.รังสิต

ด้านชีวิตครอบครัว สมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกกับวิภาวี คุปติมาลาธร มีบุตรด้วยกัน 2 คน และครั้งที่สองกับสรัลรัศมิ์ เตชะจิรสิน ไม่มีบุตรด้วยกัน[2]

การทำงาน

[แก้]

นายสิระเคยเป็นผู้จัดการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด เมื่อปี 2557–2562 และเคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านสังคม เมื่อปี 2557–2558[3] ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด และกรรมการบริษัท วิภาวดีพาเลซ จำกัด

งานการเมือง

[แก้]

สิระเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมือง เมื่อปี 2554 โดยลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานครในนามพรรครักษ์สันติ เขต 11 เขตหลักสี่ แต่สอบตก แพ้ให้กับสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

สิระเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 โดยบอกเหตุผลว่า ได้รับอนุญาตจากอดีตพระพุทธะอิสระ ให้มาสนับสนุนประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทำงานต่อ เนื่องจากมีอุดมการณ์เดียวกัน

และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ได้ลงสมัครเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานครอีกครั้ง ในนามพรรคพลังประชารัฐ เขต 9 เขตหลักสี่ โดยสิระได้ 33,321 คะแนน กลับมาพลิกชนะสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 30,564 คะแนน[4]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

[แก้]

นายสิระ เจนจาคะ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 1 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564 นายสิระถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีทีเกี่ยวกับการทุจริต[5]

กรณีปะทะกับตำรวจภูเก็ต

[แก้]

คลิปเหตุการณ์ที่สิระต่อว่า พ.ต.ท. ประเทือง แพร่หลายในโลกออนไลน์ เหตุการณ์สรุปได้ว่า สิระเดินทางมาตรวจสอบคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่ง โดย พ.ต.ท. ประเทืองได้ตามมาอำนวยความสะดวก สิระได้พูดเชิงออกคำสั่งให้ตำรวจสั่งระงับการก่อสร้างและการดำเนินการของอาคารชุดดังกล่าวเนื่องจากพบว่าสร้างบนที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

พ.ต.ท. ประเทืองบอกว่าการดำเนินการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ไม่สามารถสั่งระงับหรือดำเนินคดีได้ทันที ทำให้นายสิระเริ่มแสดงอาการไม่พอใจ และหยิบยกเรื่องที่ตำรวจไม่ส่งคนมาดูแลตนและคณะ ส.ส. มาตำหนิ

"แจ้งมาแล้วว่ามี ส.ส. 8 คนจะมาเรื่องนี้ ไม่มีการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย นี่พูดตรง ๆ นะ ยังสงสัยอยู่ พี่ลงพื้นที่อื่น เขา (ตำรวจ) ก็มาดูแล...ทุกที่ที่เราไป ที่นี่ไม่มีเลย"[6]

วงการมวย

[แก้]

สิระได้เข้าสู่วงการมวย ในฐานะหัวหน้าค่าย “ส.สิระดา” ซึ่งแฟนมวยรู้จักในนาม "เสี่ยวอลโว่" ซึ่งเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ วังจั่นน้อย ส.สิระดา นักมวยดังค่าตัวเงินแสน ที่ได้รับรางวัลยอดมวยไทยของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยปี 2536

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

ปัจจุบันนายสิระ เจนจาคะ ได้ถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่าง ๆ ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566[9]

อ้างอิง

[แก้]
  1. นายสิระ เจนจาคะ ข้อมูลจากรัฐสภา
  2. "บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายสิระ เจนจาคะ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2019-08-25. สืบค้นเมื่อ 2019-08-25.
  3. พระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, ราชกิจจานุบกษา, 13 ตุลาคม 2557
  4. เปิดประวัติ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.พปชร. จากอดีตหัวหน้าค่ายมวยดัง สู่ศิษย์เอกอดีตพุทธะอิสระ
  5. พีพีทีวี 36. "ไม่รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง "สิระ เจนจาคะ"พ้นส.ส. เหตุต้องคำพิพากษาถึงที่สุดคดีฉ้อโกง". pptvhd36.com.
  6. สิระ เจนจาคะ : สำรวจสิทธิพิเศษ "ผู้ทรงเกียรติ" จากกรณี ส.ส.พลังประชารัฐโวยตำรวจภูเก็ตไม่ดูแล บีบีซีไทย สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2019
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๑๑, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๘, เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๒ ข หน้า ๒๗, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๔๐ ตอนที่ ๑๖ ข หน้า ๓, ๒๑ เมษายน ๒๕๖๖