สลาวีชา ยอคานอวิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สลาวีชา วอคานอวิช)
สลาวีชา ยอคานอวิช
Jokka.jpg
ยอคานอวิชในปี พ.ศ. 2556
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม สลาวีชา ยอคานอวิช
ส่วนสูง 1.91 ม. (6 ฟุต 3 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรับ
สโมสรเยาวชน
1985–1988 นอวีซาด
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1988–1990 วอยวอดีนา 61 (21)
1990–1993 พาร์ทีซัน 54 (10)
1993–1995 โอเบียโด 62 (12)
1995–1999 เตเนรีเฟ 123 (17)
1999–2000 ลาโกรูญา 23 (2)
2000–2002 เชลซี 39 (0)
2003–2004 มูร์เซีย 6 (0)
รวม 368 (62)
ทีมชาติ
1991 ยูโกสลาเวีย 6 (0)
1994–2002 เซอร์เบียและมอนเตเนโกร 58 (10)
จัดการทีม
2008–2009 พาร์ทีซัน
2012–2013 เมืองทอง ยูไนเต็ด
2013 เลฟสกีโซเฟีย
2014 เอร์กูเลส
2014– วอตฟอร์ด
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
† ลงเล่น (ประตู)

สลาวีชา ยอคานอวิช (เซอร์เบีย: Славиша Јокановић; เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511) เป็นนักฟุตบอลชาวเซอร์เบีย เล่นในยุค 1990-2000 เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เขามีเอกลักษณ์คือลูกโหม่งกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม

ประวัติการเล่นฟุตบอล[แก้]

วอยวอดีนา[แก้]

ยอคานอวิชเกิดที่เมืองนอวีซาด เมืองในสาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เริ่มเล่นฟุตบอลที่บ้านเกิดของตนในชุดเยาวชนกับสโมสรฟุตบอลนอวีซาด ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็วโดยได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมในสโมสรฟุตบอลวอยวอดีนา ด้วยอายุ 20 ปี ของเขาซึ่งช่วยให้ทีมวอยวอดีนาคว้าอันดับหนึ่งของลีกนานาชาติ ได้ในฤดูกาล 1988-89 ด้วยการยิงไป 4 ประตู และลงเล่นไป 24 นัด

พาร์ทีซัน[แก้]

ในปี 1990 ยอคานอวิชได้ทำสัญญากับสโมสรฟุตบอลพาร์ทีซัน ในปีที่สองของเขาเขาช่วยสโมสรชนะถ้วยในประเทศและในสามฤดูกาลของเขายิงได้อย่างน่าประทับใจโดยเฉพาะ 13 ประตูในลีก ยอคานอวิชเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายคนที่ให้ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ได้ลีก ซึ่งเขาได้ช่วยให้สโมสรได้ 103 คะแนน จากการลงเล่น 36 นัดทั้งหมด

เรอัลโอเบียโด / เตเนรีเฟ[แก้]

หลังจากการโชว์ฟอร์มที่น่าประทับใจของ สโมสรฟุตบอลพาร์ทีซัน ยอคานอวิชเซ็นสัญญากับเรอัลโอเบียโดใน สเปน โดยในช่วงสองฤดูกาลของเขาที่อยู่กับโอเบียโด เขาได้พบเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลายคน อาทิ วานโก วานโควิช, นิโคลา เยอร์คาน, โรเบิร์ต โพรชายเนสกี ต่อจากนั้นเขาได้เซ็นสัญญากับทีมในลาลีกาอย่างเซเด เตเนรีเฟ โดยเป็นสื่อในการรวมหมู่เกาะคะแนรี ซึ่งสี่ฤดูกาลที่เขาอยู่กับเตเนรีเฟเขาได้ลงเล่นมากกว่า 120 นัด และทำประตูไปได้ 17 ประตู โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญขอเตเนรีเฟในยุดนั้นเลยก็ว่าได้

เดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา[แก้]

ในปี 1999 ในช่วงฤดูร้อน ยอคานอวิชในอายุ 31 ปี ทำสัญญากับเดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา ซึ่งเขามีกองกลางชาวบราซิลสองคนอย่างมาอูรู ซิลวา และโดนาตู กามา ดา ซิลวา มาช่วยกันทำเกมและตัดเกมจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งทั้งสามคนเป็นกองกลางคนสำคัญที่มีส่วนร่วมทำให้ลาโกรูญาคว้าแชมป์ลาลีกามาครองได้สำเร็จในฤดูกาล 1999-2000

เชลซี / เรอัลมูร์เซีย[แก้]

หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งฤดูกาลกับลาโกรูญา ยอคานอวิชก็ทำสัญญากับสโมสรฟุตบอลเชลซี ทีมในพรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2000 ด้วยค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ เขาได้ลงเล่นค่อนข้างน้อยในช่วงสองฤดูกาลเพราะอายุที่เริ่มมากขึ้นและถูกปล่อยตัวในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2002 ในวัย 34 ปี[1] และแขวนสตั๊ดของเขาในช่วงที่สองกับการย้ายมาเล่นในลีกสเปนกับเรอัลมูร์เซีย ซึ่งได้แค่สามเดือน และลงสนามเพียง 6 นัดเท่านั้น

ประวัติการคุมสโมสร[แก้]

พาร์ทีซัน[แก้]

ยอคานอวิชอาศัยอยู่ในมาดริดตอนที่เขาเข้ามาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 อย่างไรก็ตามสามเดือนต่อมาเขาก็กลายเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลพาร์ทีซัน

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2008 ทีมพาร์ทีซันสามารถคว้าทั้งแชมป์ลีกและแชมป์ถ้วยภายใต้การคุมทีมของยอคานอวิช ยอคานอวิชยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น "ผู้ฝึกสอนที่ดีที่สุดในเซอร์เบีย" จากสมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย แต่เขาปฏิเสธที่จะรับรางวัลนี้เนื่องจากพาร์ทีซันทำผลงานได้แย่ในถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 2008-09 รอบแบ่งกลุ่ม

ในฤดูกาลแรกในการเป็นผู้จัดการทีมของเขา ยอคานอวิชนำพาร์ทีซันชนะในลีกกับพร้อมกับแซงหน้าอดีตสโมสรเก่าที่เคยเล่นอย่างสโมสรฟุตบอลวอยวอดีนา ดังนั้นเขาก็กลายเป็นผู้ฝึกสอนคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันแชมป์ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2009 เขาก็ออกจากตำแหน่งโดยความยินยอมร่วมกัน[2] ด้วยการอำลาสโมสรประมูลผ่านจดหมายเปิดผนึก[3]

เมืองทอง ยูไนเต็ด[แก้]

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ทำสัญญากับยอคานอวิชอย่างเป็นทางการ เขาได้ลงคุมทีมนัดแรกในนัดกระชับมิตรก่อนเปิดฤดูกาลกับสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 จังหวัดนครราชสีมา ผลเสมอกันไป 0-0 ส่วนการคุมทีมลงสนามไทยพรีเมียร์ลีก 2555 นัดแรก ลงสนามพบกับบีอีซีเทโร ศาสน ที่สนามเอสซีจีสเตเดียม ผล เมืองทองฯ ชนะ 2-1 โดยเมืองทองฯ ได้ประตูจากลูกยิงไกลของดัสกร ทองเหลา และการโหม่งทำประตูของดาโน เซียกา ในช่วงท้ายเกม และในฤดูกาล 2555 นี้ได้พาทีมเมืองทองยูไนเต็ดคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 3 พร้อมสถิติทำไร้พ่าย

อ้างอิง[แก้]