ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก
วันเกิด 18 มีนาคม พ.ศ. 2510 (52 ปี)
สถานที่เกิด ประเทศไทย
ตำแหน่ง กองกลาง[1]
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
โอสถสภา
จัดการทีม
2551–2552 โอสถสภา (ผู้ช่วย)
2553–2556 โอสถสภา
2556 ทีมชาติไทย (ผู้ช่วย)
2557 บางกอก
2558 สระบุรี
2559 ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ
2560 บีบีซียู
2560–2561 สุโขทัย
2561 สุพรรณบุรี
2562 เมืองทอง ยูไนเต็ด
2562 สุโขทัย
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก (ชื่อเล่น: เบ๊) เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2510 เป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลชาวไทย และเป็นที่รู้จักในด้านการคุมทีมหนีตกชั้นในไทยลีก โดยเขาเคยคุม 4 สโมสรให้รอดพ้นจากการตกชั้นได้ถึง 5 ฤดูกาลติดต่อกัน ได้แก่ สระบุรีในฤดูกาล 2558[2], ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ในฤดูกาล 2559[3], สุโขทัยในฤดูกาล 2560[4] และ ฤดูกาล 2562[5] และสุพรรณบุรีในฤดูกาล 2561[6]

ประวัติการเล่นฟุตบอล[แก้]

โอสถสภา[แก้]

โอสถสภาเป็นเพียงสโมสรเดียวตลอดอาชีพนักฟุตบอลของไพโรจน์[1]

ประวัติการจัดการทีม[แก้]

โอสถสภา[แก้]

หลังจากที่เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพแล้ว ไพโรจน์ได้ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของโอสถสภาตามคำชักชวนของชัชชัย พหลแพทย์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรในขณะนั้น ต่อมาหลังจากที่ชัชชัยยุติบทบาทการคุมทีม ไพโรจน์จึงได้เลื่อนมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนแทน[1]

สระบุรี[แก้]

ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ไพโรจน์ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสระบุรีที่กำลังหนีตกชั้น แทนที่ของมิกา ลอนน์สตรอม ผู้ฝึกสอนชาวฟินแลนด์ที่เพิ่งลาออกไป[7] ต่อมาในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ไทยพรีเมียร์ลีกนัดปิดฤดูกาล ไพโรจน์คุมทีมสระบุรีบุกไปชนะชลบุรีถึงถิ่น 3–0 ทำให้สระบุรียังคงอยู่รอดในลีกสูงสุด[2]

ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ[แก้]

ในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559 ไพโรจน์ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ (โอสถสภาในอดีต) แทนที่ของสมชาย ทรัพย์เพิ่ม ที่เพิ่งลาออกไป[8]

ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศยุติการแข่งขันไทยลีก หลังจากมีการแข่งขันไปแล้ว 31 เกม เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[9] เมื่อการแข่งขันถูกยุติลง จึงส่งผลให้ชัยนาท ฮอร์นบิล และอาร์มี่ ยูไนเต็ด ตกชั้นตามมติที่ประชุมให้ยึดตารางคะแนนในเกมการแข่งขันนัดที่ 31 และซุปเปอร์พาวเวอร์ยังคงอยู่รอดบนลีกสูงสุดต่อไป

บีบีซียู[แก้]

ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560 ไพโรจน์ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของบีบีซียูที่เพิ่งตกชั้นสู่ไทยลีก 2[10] อย่างไรก็ตาม สโมสรทำผลงานได้ไม่ค่อยดี ชนะเพียง 1 นัดจาก 5 นัดแรกในลีก ทำให้ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560 ไพโรจน์จึงถูกแยกทางกับสโมสรในที่สุด[11]

สุโขทัย[แก้]

ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560 ไพโรจน์ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสุโขทัยที่อยู่ในโซนท้ายตาราง ต่อมาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560 ไพโรจน์ประเดิมคุมทีมนัดแรกในเกมไทยลีกนัดที่สุโขทัยบุกไปแพ้แบงค็อก ยูไนเต็ด 4–2[12] และในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560 ไพโรจน์คุมทีมชนะนัดแรกในลีกในนัดที่สุโขทัยบุกไปชนะไทยฮอนด้า 1–0[13]

ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ไพโรจน์คุมทีมสุโขทัยเปิดบ้านเอาชนะชลบุรีไปได้ 3–1 ทำให้สุโขทัยอยู่รอดในลีกสูงสุด[4]

ในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ไพโรจน์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสุโขทัย หลังจากที่คุมทีมบุกไปแพ้เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4–3[14]

สุพรรณบุรี[แก้]

ในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ไพโรจน์ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสุพรรณบุรี[15] แทนที่ของอเดบาโย กาเดโบ ผู้ฝึกสอนชาวไนจีเรียที่เพิ่งลาออกไป ต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ไพโรจน์ประเดิมคุมทีมนัดแรกในเกมไทยลีกนัดที่สุพรรณบุรีเปิดบ้านเอาชนะราชนาวีไปได้ 3–1[16]

ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ไพโรจน์คุมทีมสุพรรณบุรีบุกไปชนะพีที ประจวบ ถึงถิ่น 1–0 ทำให้สุพรรณบุรีอยู่รอดบนลีกสูงสุด[6]

ในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ไพโรจน์ได้แยกทางกับสุพรรณบุรี หลังจากถูกแทรกแซงในการทำทีม

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด[แก้]

ก่อนเปิดฤดูกาล 2562 ไพโรจน์ได้ย้ายมาคุมทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งนับเป็นการคุมทีมลุ้นแชมป์ครั้งแรกของเขา[17] อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมไทยลีกนัดที่ 5 นัดที่เมืองทองบุกไปแพ้ราชบุรีที่มิตรผลสเตเดียม 2–0 ไพโรจน์ได้ประกาศลาออกจากสโมสร โดยเขาคุมทีมทั้งหมด 5 นัด แพ้ 3 นัด และชนะ 2

สุโขทัย (ครั้งที่ 2)[แก้]

ในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ไพโรจน์ได้กลับมาคุมทีมสุโขทัยเป็นหนที่สอง[18] แทนที่ลูโบเมียร์ ริสตอฟสกี ที่เพิ่งแยกทางกับสโมสร และในวันถัดมา (3 สิงหาคม) ไพโรจน์ประเดิมคุมทีมสุโขทัยหนที่สองเป็นนัดแรก ในนัดที่สโมสรของเขาบุกไปเสมอแบ่งแต้มกับชลบุรีของสะสม พบประเสริฐ 2–2[19]

ในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ไทยลีกนัดปิดฤดูกาล ไพโรจน์คุมสุโขทัยบุกไปเอาชนะนครราชสีมา 4–2 ทำให้สุโขทัยยังคงอยู่รอดในไทยลีกอีกครั้ง[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "THAI LEAGUE WORLD 2017 คัมภีร์ลูกหนังแบบฉบับไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก (ยูทูบ)". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  2. 2.0 2.1 "'มังกรไฟ'สุดช้ำบุกถล่มเชียงรายแต่ตกชั้น-บุรีรัมย์ส่งท่าเรือร่วง-'สระบุรี-ชัยนาท-ราชนาวี'รอด". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  3. "พาวเวอร์รัวซัดดับอาร์มี่3-2". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  4. 4.0 4.1 "สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านไล่ยิงแซงเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี ไป 3-1 การันตีรอดตกชั้นแน่นอนแล้ว". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  5. 5.0 5.1 "สุโขทัยบุกคว้าชัยสวาทแคท 10 ตัวถึงถิ่น 4-2". สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2562.
  6. 6.0 6.1 "สุพรรณบุรี รอดตกชั้น 100% หลังบุกเก็บชัยเหนือ พีที ประจวบ เอฟซี 1-0". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  7. "คืนถิ่นสระบุรี!ขุนศึกตั้ง"โค้ชเบ๊"คุมทัพ". goal.com. 1 กรกฎาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  8. "'ไพโรจน์'คืนรังเก่าขึ้นแท่นกุนซือโอสถฯ หลังแยกทางโค้ช'สมชาย'". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  9. "ประกาศ : เรื่องยุติการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด ประจำฤดูกาล ๒๕๕๙". สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ. 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559. สืบค้นเมื่อ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559.
  10. "บีบีซียูเปิดตัว โค้ชเบ๊ คุมทัพลุยไทยลีก 2". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  11. "บีบีซียูแยกทางโค้ชเบ๊ดันโค้ชเก๋รับไม้แทน". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  12. "แข้งเทพเรียงหน้าหวดค้างคาว 4-2". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  13. "สุโขทัยบุกดับเครื่องฮอนด้า 0-1". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  14. "โค้ชเบ๊รับผิดชอบแยกทางสุโขทัย". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  15. "สุพรรณตั้ง โค้ชเบ๊ คุมทัพ". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  16. ""เคลตัน"คืนฟอร์มสุพรรณดับซ่านาวี 3-1". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  17. "เมืองทองตั้ง"โค้ชเบ๊"กุนซือใหม่". สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2562.
  18. งานถนัด! โค้ชเบ๊ คัมแบ็กคุม สุโขทัย หนีตกชั้นท้ายซีซั่น
  19. "โค้ชเบ๊หวิดเฮ เจอซูเปอร์ตี๋เซฟโทษ สุโขทัยบุกเจ๊าชลบุรีสุดมันส์". สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2562.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]