ศาสนาพุทธแบบกรีก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
PharroAndArdoxsho.jpg
Buddha-Vajrapani-Herakles.JPG
ซ้าย: ปัญจิกะและหารีตีถือกรวยแห่งความอุดมสมบูรณ์ตามคติกรีก
ขวา: พระวัชรปาณีในรูปลักษณ์เฮราคลีส เทพเจ้ากรีก คอยคุ้มกันพระพุทธเจ้า
BuddhaAcanthusCapitol.JPG
พระพุทธเจ้าบนเสาแบบคอรินเทียนลายใบอะแคนทัส

ศาสนาพุทธแบบกรีก (อังกฤษ: Greco-Buddhism) เป็นการผสานวัฒนธรรมระหว่างวัฒนธรรมเฮเลนิสต์กับศาสนาพุทธ ช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์ศักราช จนถึงคริสต์ศักราชที่ 5 ในแคว้นแบกเตรียและอนุทวีปอินเดีย เป็นผลสืบเนื่องจากรุกรานอินเดียโดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเป็นต้นมา[1] หลังการสวรรคตของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ก็มีการตั้งนิคมชาวกรีกในแบกเตรียและคันธาระ โดยมีแม่ทัพกรีกหรือมาซีโดเนียปกครองสืบต่อมา[2] ครั้นพระเจ้าจันทรคุปตะแห่งจักรวรรดิเมารยะมีอำนาจในบริเวณนี้ หลังทรงปราบปรามเจ้าผู้ครองชาวมาซีโดเนียได้สำเร็จ เวลาต่อมาพระเจ้าอโศกมหาราช จักรพรรดิของเมารยะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาพุทธ[3] พร้อมกับเผยแผ่ปรัชญาศาสนาพุทธไปอย่างแพร่หลายแถบซีเรีย อียิปต์ และกรีซ[4] เช่นเมืองไซรีนี (Κυρήνη, ปัจจุบันอยู่ในประเทศลิเบีย) ในขณะนั้นเป็นเมืองของกรีก ก็ได้รับอิทธิพลพุทธปรัชญาจากคณะพระสงฆ์ของพระเจ้าอโศกที่เข้าไปเผยแผ่[5] หลังการล่มสลายของจักรวรรดิเมารยะ ศาสนาพุทธแบบกรีกยังรุ่งเรืองในแถบแบกเตรียและกุษาณะ แพร่หลายไปถึงเอเชียกลาง ประเทศจีน ไซบีเรีย เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม

เอกสารของทอเลมีระบุว่าเมืองสาคละ (Σάγγαλα, ปัจจุบันคือเมืองซิอัลโกต ประเทศปากีสถาน) ก่อตั้งโดยพระเจ้าเมนันเดอร์ที่ 1 กษัตริย์ชาวกรีก เป็นศูนย์กลางศาสนาพุทธในบริเวณนั้น[6][7] ปรากฏเอกสารทางศาสนาคือ มิลินทปัญหา อ้างถึงบทบันทึกการสนทนาระหว่างพระนาคเสนกับพระเจ้าเมนันเดอร์[8][9] ในคัมภีร์ มหาวงศ์ ระบุว่าในรัชกาลพระเจ้าเมนันเดอร์มีพระสงฆ์ชาวกรีกนามพระมหาธรรมรักษิตะ นำพระสงฆ์ 30,000 รูปจากเมืองอลสันทะหรืออะเล็กซานเดรียแห่งคอเคซัส (Αλεξάνδρεια στον Καύκασο, 150 กิโลเมตรทางเหนือของกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน) ไปสร้างสถูปที่ศรีลังกา แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพุทธแบบกรีกในช่วงเวลานั้น[10] มีผู้ว่าราชการจังหวัดชาวกรีกคนหนึ่งนามเทออดอรุส (Θεόδωρος) สร้างสถูปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ[11]

ตามคติศาสนาพุทธแบบกรีกจะมีการสร้างพระพุทธรูปเป็นตัวแทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามอย่างการสร้างเทวรูปกรีก คือเป็นรูปธรรมอย่างมนุษย์ เน้นกล้ามเนื้อ สัดส่วนเหมาะสมตามหลักกายวิภาค มีริ้วจีวรปลิวไสวสวยงาม[12] และนำเทพเจ้ากรีกเข้ามาในพุทธศิลป์ ยกตัวอย่างเช่นเฮราคลีสทรงอาภรณ์หนังราชสีห์ เทพประจำพระองค์ของพระเจ้าเดเมทริอุสที่ 1 แห่งแบกเตรีย "ทำหน้าที่เป็นวัชรปาณีผู้พิทักษ์พุทธองค์"[13][14] ศาสนาพุทธแบบญี่ปุ่นซึ่งได้รับอิทธิพลไปอีกทอดหนึ่งก็รับเอาเทพเจ้ากรีกไปด้วย เช่น ฟูจิง รับจากเทพบอเรียส (Βορέας) และหารีตี รับจากเทพีไทคี (Τύχη)[15]

แม้ศาสนาพุทธและคริสต์จะมีปรัชญาที่ต่างกัน แต่ระบบศีลธรรมนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกันบางประการ เช่น ให้ความเคารพต่อชีวิต อาทรผู้อ่อนแอ ปฏิเสธความรุนแรง ให้อภัยแก่คนบาป และความอดทน[16] นักวิชาการบางส่วนระบุว่าชาวกรีกเป็นตัวกลางในการนำคำสอนของศาสนาพุทธเข้าสู่โลกตะวันตก[17] การประสูติของพระพุทธเจ้าเป็นที่รู้จักดีในโลกตะวันตกและส่งอิทธิพลต่อเรื่องราวเบื้องประสูติของพระเยซู นักบุญเจอโรมระบุถึงการประสูติของพระพุทธเจ้าว่า "ประสูติด้วยความบริสุทธิ์" ส่วนนักบุญคลีเมนต์แห่งอะเล็กซานเดรียบันทึกคำว่า "พุทธะ" (Βούττα) ลงในเอกสารทางศาสนา[18] และเรื่องราวของนักบุญบาร์ลามและโยซาฟัต นักบุญในตำนานของศาสนาคริสต์ ก็เป็นเรื่องราวมาจากพุทธประวัติ[19]

อ้างอิง[แก้]

  1. ดาวสยาม วชิรปัญโญ, พระมหา. ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในอินเดีย. กรุงเทพ : เม็ดทรายพริ้นติ้ง, พิมพ์ครั้งที่ 2, หน้า 88
  2. ผาสุข อินทราวุธ, ศ.ดร. (9 กันยายน 2562). "อัฟกานิสถานแหล่งผลิต "พระพุทธรูป" องค์แรกในโลก". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. Draper, Gerald (1995). "The Contribution of the Emperor Asoka Maurya to the Development of the Humanitarian Ideal in Warfare". International Review of the Red Cross. 35 (305): 192–206. doi:10.1017/S0020860400090604.
  4. Will Durant (7 June 2011). Our Oriental Heritage: The Story of Civilization. Simon and Schuster. pp. 711–. ISBN 978-1-4516-4668-9. สืบค้นเมื่อ 27 August 2012.
  5. "The philosopher Hegesias of Cyrene (nicknamed Peisithanatos, "The advocate of death") was a contemporary of Magas and was probably influenced by the teachings of the Buddhist missionaries to Cyrene and Alexandria. His influence was such that he was ultimately prohibited from teaching." Lafont, Jean-Marie (2000). "La découverte du bouddhisme par le monde européen". Les Dossiers d'Archéologie (in ฝรั่งเศส). No. 254: 78–85 [p. 78]. ISSN 1141-7137.
  6. Srivastava, Balram (1968). Trade and commerce in ancient India, from the earliest times to c. A.D. 300 (in อังกฤษ). Chowkhamba Sanskrit Series Office. p. 67.
  7. Khan, Ahmad Nabi (1977). Iqbal Manzil, Sialkot: An Introduction. Department of Archaeology & Museums, Government of Pakistan. สืบค้นเมื่อ 3 June 2017.
  8. ส. สีมา (9 ธันวาคม 2559). "เมแนนเดอร์-พระยามิลินท์". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  9. "มิลินทปัญหา ตอนที่ ๑". ธรรมะไทย. สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  10. Thomas McEvilley (7 February 2012). The Shape of Ancient Thought: Comparative Studies in Greek and Indian Philosophies. Constable & Robinson. pp. 558–. ISBN 978-1-58115-933-2.
  11. Tarn, William Woodthorpe (24 June 2010). The Greeks in Bactria and India. Cambridge University Press. p. 391. ISBN 978-1-108-00941-6.CS1 maint: ref=harv (link)
  12. พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ (26 มกราคม 2560). "ทำไม 'เทพ' ประดับพระเมรุมาศถึงหุ่น 'ล่ำ'". The Momentum. สืบค้นเมื่อ 29 มิถุนายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  13. Foltz (2010). Religions of the Silk Road. p. 44.
  14. See Images of the Herakles-influenced Vajrapani: "Image 1". Archived from the original on December 16, 2013, "Image 2". Archived from the original on March 13, 2004.
  15. Tanabe, Katsumi (2003). Alexander the Great: East-West Cultural Contact from Greece to Japan. Tokyo: NHK Puromōshon and Tokyo National Museum. OCLC 937316326.
  16. Bentley, Jerry H. (1993). Old World Encounters. Cross-cultural contacts and exchanges in pre-modern times. Oxford University Press. ISBN 0-19-507639-7.
  17. Foltz. Religions of the Silk Road. p. 44. Certain Indian notions may have made their way westward into the budding Christianity of the Mediterranean world through the channels of the Greek diaspora
  18. "Clement of Alexandria Stromata. BkI, Ch XV". สืบค้นเมื่อ 19 Dec 2012.
  19. Walbridge, John (2001). The Wisdom of the Mystic East: Suhrawardī and Platonic Orientalism. p. 129. The form Būdhīsaf is the original, as shown by Sogdian form Pwtysfi and the early New Persian form Bwdysf On the Christian versions see A. S. Geden, Encyclopaedia of Religion and Ethics, s.v. "Josaphat, Barlaam and," and M. P. Alfaric, ..."

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]