วิกตอร์ ลินเดเลิฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วิกตอร์ ลินเดเลิฟ
CSKA-MU 2017 (6).jpg
ลินเดเลิฟขณะเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปี 2017
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม วิกตอร์ ยอร์เกน นิลซอน ลินเดเลิฟ
วันเกิด 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 (26 ปี)
สถานที่เกิด เวสเตโรส สวีเดน
ส่วนสูง 1.87 เมตร[1]
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หมายเลข 2
สโมสรเยาวชน
IK Franke
Västerås IK
2007–2009 Västerås SK
2012–2013 Benfica
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2009–2012 Västerås SK 41 (0)
2012–2013 ไบฟีกา เบ 96 (4)
2013–2017 ไบฟีกา 48 (2)
2017– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 82 (2)
ทีมชาติ
2010–2011 สวีเดน อายุไม่เกิน 17 ปี 5 (0)
2012–2013 สวีเดน อายุไม่เกิน 19 ปี 17 (0)
2014–2015 สวีเดน อายุไม่เกิน 21 ปี 13 (0)
2016– สวีเดน 34 (3)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2020
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2020

วิกตอร์ ยอร์เกน นิลซอน ลินเดเลิฟ (สวีเดน: Victor Jörgen Nilsson Lindelöf; เกิดวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1994) เป็นนักฟุตบอลชาวสวีเดน ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมชาติสวีเดน ส่วนใหญ่เขาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก นอกจากนี้ ยังสามารถเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาได้อีกด้วย[2]

ลินเดเลิฟเริ่มต้นอาชีพกับ Västerås ในสวีเดน โดยได้ลงเล่นนัดแรกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2009 ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2011 เขาย้ายไปไบฟีกาในโปรตุเกส โดยลงเล่นให้กับทั้งทีมเยาวชนและทีมเบของสโมสร หลังจากที่ลงเล่นครั้งแรกให้กับทีมชุดใหญ่ใน ค.ศ. 2013 เขาได้ลงเล่นให้กับทีมบีอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนช่วยให้สโมสรชนะเลิศปรีไมราลีกาหลายสมัย เขาย้ายไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017

ลินเดเลิฟเป็นตัวแทนของสวีเดนในทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 17, 19, 21 ปี และทีมชาติชุดใหญ่ เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีในชุดชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 2015 เขาลงเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 และเป็นตัวแทนของชาติในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 และฟุตบอลโลก 2018

สโมสรอาชีพ[แก้]

ช่วงแรก[แก้]

สมัยเยาวชน ลินเดเลิฟได้เล่นให้กับหลายสโมสรที่ตั้งอยู่ที่ Västerås อาทิ สโมสร FK Franke,[3] Västerås IK และ SK[4]

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2009 เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ลินเดเลิฟได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ Västerås SK เป็นครั้งแรก ช่วยให้ทีมเอาชนะ BK Forward 3–0[5] ฤดูกาลถัดมา เขาช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกระดับสองของประเทศ[6] ใน ค.ศ. 2011 เขาเดินทางไปอังกฤษเพื่อทดสอบฝีเท้ากับสโตกซิตี ซึ่งสุดท้าย สโมสรไม่ได้ยื่นข้อเสนอซื้อตัวเขา[4]

ไบฟีกา[แก้]

วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2011 ลินเดเลิฟทำข้อตกลงในการย้ายไปไบฟีกาในโปรตุเกสในฤดูร้อนปี 2012[7] และในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2015 เขาได้ขยายสัญญากับสโมสรไปจนถึงปี 2020[8] ในฤดูกาล 2012–13 เขาพาทีมเยาวชนของสโมสรชนะเลิศแชมเปียนชิปโปรตุเกสรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี[9] วันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2013 เขาลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ช่วยให้เอาชนะ CD Cinfães ในปอร์ตูกีสคัพ 1–0 ต่อมาในฤดูกาล 2013–14 เขาทำ 2 ประตูจากการลงเล่น 33 นัดให้กับทีมสำรอง[9] ในฤดุกาล 2015–16 เขากลับมาลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่อีกครั้งโดยช่วยให้ทีมเอาชนะนาซิองนัล 1–0 ในตากาเดลีกา[10] วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เขาลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ช่วยให้ไบฟีกาเอาชนะเซนิตเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 1–0[11] สี่วันถัดมา เขาทำประตูแรกในปรีไมราลีกาให้กับไบฟีกา ช่วยให้ทีมเอาชนะ Paços de Ferreira 3–1[12] วันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 เขาลงเล่นในตากาเดปอร์ตูกาล นัดชิงชนะเลิศ ช่วยให้ทีมเอาชนะวิตูรีอาเดกีมารัส 2–1[13]

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[แก้]

ลินเดเลิฟ (ขวา) กับคู่เซ็นเตอร์แบ็ก คริส สมอลลิง ในนัดที่พบสโมสรกีฬากลางแห่งกองทัพบก มอสโก ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

วันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2017 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ประกาศว่าสโมสรบรรลุข้อตกลงกับไบฟีกาในการซื้อตัวลินเดเลิฟด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร (อาจมีส่วนเสริมอีก 10 ล้านยูโร)[14] ก่อนที่จะทำข้อตกลงส่วนตัวและตรวจร่างกาย[15] ลินเดเลิฟผ่านการตรวจร่างกายที่ศูนย์ฝึกซ้อมแทรฟฟอร์ดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน เขาเซ็นสัญญาสี่ปีกับสโมสร โดยมีตัวเลือกในการขยายสัญญาอีกหนึ่งปี สัญญาของเขาจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป[16][17]

เขาลงเล่นนัดแรกให้กับสโมสรในนัดที่พบกับเรอัลมาดริดในยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2017 อย่างไรก็ตาม ต้องใช้เวลากว่าสองเดือนกว่าที่เขาจะได้ลงเล่นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกในการพบกับลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม[18] ลินเดเลิฟทำประตูแรกให้กับสโมสรเมื่อวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2019 ช่วยให้ทีมเปิดบ้านตามตีเสมอเบิร์นลีย์ 2–2[19]

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2019 เขาขยายสัญญากับสโมสรออกไปจนถึงปี 2024 พร้อมตัวเลือกในการขยายเพิ่มอีกหนึ่งปี[20]

ทีมชาติ[แก้]

ลินเดเลิฟในทีมชาติสวีเดน นัดที่พบกับสเปนในปี 2019

ลินเดเลิฟลงเล่นนัดแรกให้กับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 21 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2014 ในเลกที่สองของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 2015 รอบคัดเลือกเพลย์ออฟ นัดที่พบกับฝรั่งเศส

ในตอนแรกลินเดเลิฟไม่ถูกเรียกติดทีมชาติในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ในวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 2015 เขามีชื่อติดทีมชาติแทนที่ Emil Krafth ซึ่งบาดเจ็บที่หลัง[21] เขาลงเล่นนัดแรกในรายการนี้ในนัดเปิดสนามที่พบกับอิตาลี ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2015 เขาเป็นคนยิงลูกโทษคนที่ห้าและยิงเข้าไปได้ ช่วยให้สวีเดนชนะการยิงลูกโทษเหนือโปรตุเกส 4–3 ในนัดชิงชนะเลิศ ทำให้สวีเดนชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี[22] และเขาก็มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำรายการด้วย[23]

ลินเดเลิฟมีชื่อติดทีมชาติสวีเดนชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 ในนัดกระชับมิตรที่จะพบกับตุรกีและเช็กเกีย[24] เขาลงเล่นให้กับทีมชาติครั้งแรกในนัดที่บุกแพ้ตุรกี 2–1 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2016[25]

เขามีชื่อติดทีมชาติสวีเดนในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเขาลงเล่นเป็นตัวจริงในรอบแบ่งกลุ่มครบทุกนัด แม้ว่าสุดท้ายสวีเดนจะไม่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม ลินเดเลิฟมีชื่อติดทีมชาติชุดเบื้องต้น 35 คนในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ที่รีโอเดจาเนโร[26] แต่เขาถูกต้นสังกัดอย่างไบฟีกากันไม่ให้ร่วมแข่งขัน สโมสรคิดว่าการเข้าร่วมโอลิมปิกจะสร้างความเสี่ยงต่อโอกาสในฤดูกาลถัดไปของเขา[27] ลินเดเลิฟทำประตูในนามทีมชาติช่วยให้สวีเดนเปิดบ้านเอาชนะบัลแกเรีย 3–0 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2016[28]

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018 ลินเดเลิฟมีชื่อติดทีมชาติในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย[29] เขาพลาดการลงเล่นนัดแรกที่พบกับเกาหลีใต้เพราะป่วย แต่ต่อมาในนัดหลัง ๆ เขาก็ได้ลงเล่น ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 ลินเดเลิฟถูกเรียกติดทีมชาติในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 รอบคัดเลือก นัดที่จะพบกับโรมาเนียและนอร์เวย์ อย่างไรก็ตาม เขาถอนตัวจากทีมชาติด้วยเหตุผลส่วนตัว นั่นคือเป็นวันเกิดบุตรคนแรกของเขา ส่วนในการแข่งขัน เขาถูกแทนที่โดย Anton Tinnerholm[30]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

หลังจากที่ย้ายไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดใน ค.ศ. 2017 ลินเดเลิฟประกาศหมั้นกับแฟนสาวที่คบกันมานานอย่าง Maja Nilsson[31] พวกเขาสมรสกันที่สวีเดนในปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018[32] ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 พวกเขามีบุตรคนแรก[33]

ขณะที่อยู่ในเมืองบ้านเกิดเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2020 ลินเดเลิฟเป็นพยานเห็นโจรขี่จักรยานปล้นหญิงชราวัย 90 ปี เขาได้วิ่งตามโจรและจับโจรได้ก่อนที่จะตำรวจจะมาถึง ตำรวจกล่าวถึง "ความช่วยเหลือที่รวดเร็วและเฉลียวฉลาด" ของลินเดเลิฟ[34]

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2020
สโมสร ฤดูกาล ลีก ถ้วยแห่งชาติ[a] ลีกคัพ[b] ยุโรป[c] อื่น ๆ ทั้งหมด
ระดับ ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
Västerås SK 2009[35] ดิวิชัน 1 นอร์รา 1 0 1 0
2010[35] ดิวิชัน 1 นอร์รา 9 0 9 0
2011[35] Superettan 27 0 1[36] 0 28 0
2012[35] ดิวิชัน 1 นอร์รา 13 0 13 0
รวม 50 0 1 0 51 0
ไบฟีกา เบ 2012–13[37] เซกุนดาลีกา 15 0 15 0
2013–14[37] เซกุนดาลีกา 33 2 33 2
2014–15[37] เซกุนดาลีกา 41 2 41 2
2015–16[37] ลีกาปรอ 7 0 7 0
รวม 96 4 96 4
ไบฟีกา 2013–14[37] ปรีไมราลีกา 1 0 1 0 0 0 0 0 2 0
2014–15[37] ปรีไมราลีกา 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 1 0
2015–16[37] ปรีไมราลีกา 15 1 0 0 4 0 4 0 0 0 23 1
2016–17[37] ปรีไมราลีกา 32 1 4 0 2 0 8 0 1[d] 0 47 1
รวม 48 2 6 0 6 0 12 0 1 0 73 2
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2017–18[38] พรีเมียร์ลีก 17 0 3 0 3 0 5 0 1[e] 0 29 0
2018–19[39] พรีเมียร์ลีก 30 1 3 0 0 0 7 0 40 1
2019–20[40] พรีเมียร์ลีก 35 1 5 0 3 0 4 0 47 1
รวม 82 2 11 0 6 0 16 0 1 0 116 2
รวมทั้งหมด 276 8 18 0 12 0 28 0 2 0 336 8

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 5 กันยายน 2020[41]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
สวีเดน
2016 11 1
2017 7 0
2018 11 1
2019 4 1
2020 1 0
รวมทั้งหมด 34 3

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 5 กันยายน 2020[41]
ลำดับ วันที่ สนาม คู่แข่ง ประตู ผล รายการแข่งขัน
1 10 ตุลาคม 2016 Friends Arena โซลนา สวีเดน ธงชาติบัลแกเรีย บัลแกเรีย 3–0 3–0 ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก
2 20 พฤศจิกายน 2018 ธงชาติรัสเซีย รัสเซีย 1–0 2–0 ยูฟ่าเนชันส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 ลีกบี
3 5 กันยายน 2019 Tórsvøllur ทอร์สเฮาน์ หมู่เกาะแฟโร Flag of the Faroe Islands หมู่เกาะแฟโร 3–0 4–0 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 รอบคัดเลือก

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

Västerås SK

  • ดิวิชัน 1 นอร์รา: 2010[6]

ไบฟีกา[42]

ทีมชาติ[แก้]

สวีเดน

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • ทีมยอดเยี่ยมในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี: 2015[23]
  • กองหลังยอดเยี่ยมฟุตโบลส์กาลัน: 2016, 2019[45]
  • ทีมผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 2016[46]
  • กุลด์โบลเลน: 2018,[47] 2019[48]

อ้างอิง[แก้]

  1. "2018 FIFA World Cup Russia: List of players" (PDF). FIFA. 19 June 2018. p. 29. สืบค้นเมื่อ 19 June 2018.
  2. Gholam, Simeon (15 June 2017). "Who is Victor Lindelof? Manchester United's new signing assessed". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ 25 June 2017.
  3. "Victor Nilsson Lindelöf vann årets back" [Victor Nilsson Lindelöf won defender of the year] (in Swedish). IK Franke. 22 November 2016. สืบค้นเมื่อ 24 January 2017.CS1 maint: unrecognized language (link)
  4. 4.0 4.1 Österdahl, Mikael (17 July 2017). "Allt du behöver veta om Victor Nilsson Lindelöf" [Everything you need to know about Victor Nilsson Lindelöf]. muss.se (in Swedish). สืบค้นเมื่อ 31 July 2020.CS1 maint: unrecognized language (link)
  5. ""Har haft ett bra år i VSK"" ["Have had a good year in VSK"]. VSK Fotboll (in Swedish). 26 October 2009. สืบค้นเมื่อ 30 July 2020.CS1 maint: unrecognized language (link)
  6. 6.0 6.1 "VSK Fotboll till Superettan!" [VSK Football to Superettan!]. VSK Fotboll (in Swedish). 17 October 2010. สืบค้นเมื่อ 30 July 2020.CS1 maint: unrecognized language (link)
  7. "Storklubb värvar svensk 17–åring". Sportbladet. 1 December 2011.
  8. "Victor Lindelöf renova contrato" [Victor Lindelöf renews contract] (in Portuguese). S.L. Benfica. 8 June 2015. สืบค้นเมื่อ 9 June 2015.CS1 maint: unrecognized language (link)
  9. 9.0 9.1 "Lindelöf preparado para travar Bernardo Silva" [Lindelöf prepared to stop Bernardo Silva] (in Portuguese). UEFA. 23 June 2015. สืบค้นเมื่อ 3 July 2015.CS1 maint: unrecognized language (link)
  10. "Taça da Liga – 3ª Fase". ForaDeJogo.net.
  11. "Jonas strikes late to earn Benfica narrow win". UEFA.com. 16 February 2016. สืบค้นเมื่อ 19 February 2016.
  12. "Benfica: Lindelof celebra primeiro golo pela equipa principal" [Benfica: Lindelof celebrates first goal for the first team]. Maisfutebol (in Portuguese). 20 February 2016. สืบค้นเมื่อ 22 February 2016.CS1 maint: unrecognized language (link)
  13. "A Bola - Jogo em direto". A Bola.
  14. "Comunicado" [Communication] (PDF) (Press release) (in Portuguese). S.L. Benfica. 10 June 2017. สืบค้นเมื่อ 15 June 2017.CS1 maint: unrecognized language (link)
  15. "Reds agree transfer for Victor Lindelof". ManUtd.com. Manchester United. 10 June 2017. สืบค้นเมื่อ 10 June 2017.
  16. "UNITED COMPLETE SIGNING OF VICTOR LINDELOF". ManUtd.com. Manchester United. 14 June 2017. สืบค้นเมื่อ 14 June 2017.
  17. "Victor Lindelof: Manchester United sign £31m Benfica defender". BBC Sport. 14 June 2017. สืบค้นเมื่อ 14 June 2017.
  18. "Manchester United manager Jose Mourinho slammed by Rio Ferdinand for bringing Victor Lindelof on in the 92nd minute against Liverpool". Metro. 14 October 2017. สืบค้นเมื่อ 21 October 2017.
  19. Henry, Matthew (29 January 2019). "Manchester United 2-2 Burnley: Hosts rescue late point". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 30 January 2019.
  20. "Victor Lindelof: Man Utd defender signs deal to 2024 with option for further year". 18 September 2019 – โดยทาง www.bbc.co.uk.
  21. "Krafth missar U21-EM" (in Swedish). Svenskfotboll. 15 June 2015. สืบค้นเมื่อ 15 June 2015.CS1 maint: unrecognized language (link)
  22. "Sweden see off Portugal on penalties". UEFA. 30 June 2015. สืบค้นเมื่อ 30 June 2015.
  23. 23.0 23.1 "The official Under-21 Team of the Tournament". UEFA.com. 1 July 2015. สืบค้นเมื่อ 1 July 2015.
  24. "Hamren names Sweden squad for Turkey, Czech Rep friendlies". internationalsoccerteams.com. 18 March 2016. สืบค้นเมื่อ 21 March 2016.
  25. "Lindelof estreia-se pela seleção principal da Suécia com derrota" [Lindelof debuts for Sweden's main squad with defeat]. Maisfutebol (in Portuguese). 24 March 2016. สืบค้นเมื่อ 30 March 2016.CS1 maint: unrecognized language (link)
  26. "Ericsons bruttotrupp till OS – svenskfotboll.se". svenskfotboll.se. สืบค้นเมื่อ 14 December 2016.
  27. "Nilsson Lindelöf stoppas från OS".
  28. "Sweden 3–0 Bulgaria". UEFA.com. Union of European Football Associations. สืบค้นเมื่อ 19 July 2017.
  29. "Revealed: Every World Cup 2018 squad - 23-man & preliminary lists & when will they be announced? - Goal.com".
  30. "Janne Andersson om Lindelöfs återbud: "Kan kraftigt dementera det"". สืบค้นเมื่อ 19 March 2019.
  31. Gadd, Mick (22 June 2017). "Victor Lindelof and Maja Nilsson announce their engagement in style". Daily Mirror.
  32. "Fotbollsstjärnans kärleksord till hustrun Maja".
  33. "Manchester United get Victor Lindelof boost after fixture absence". 2 April 2019.
  34. Parrott, Mike (24 August 2020). "Victor Lindelof Saves Elderly Woman From Thief Stealing Her Bag". SPORTbible. LADbible Group. สืบค้นเมื่อ 25 August 2020.
  35. 35.0 35.1 35.2 35.3 "Lindelöf, Victor". National Football Teams. สืบค้นเมื่อ 30 July 2020.
  36. "Grönvitts cupjubel - I 92:A minuten" [Grönvitts cup cheer - in the 92nd minute]. VSK Fotboll (in สวีเดน). 27 March 2011. สืบค้นเมื่อ 1 September 2020.
  37. 37.0 37.1 37.2 37.3 37.4 37.5 37.6 37.7 แม่แบบ:ForaDeJogo
  38. "Games played by วิกตอร์ ลินเดเลิฟ in 2017/2018". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 30 July 2020.
  39. "Games played by วิกตอร์ ลินเดเลิฟ in 2018/2019". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 30 July 2020.
  40. "Games played by วิกตอร์ ลินเดเลิฟ in 2019/2020". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 16 August 2020.
  41. 41.0 41.1 "Victor Lindelöf". eu-football.info. สืบค้นเมื่อ 16 November 2019.
  42. ข้อมูลของ วิกตอร์ ลินเดเลิฟ ที่ ซ็อกเกอร์เวย์. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 July 2020.
  43. "OFICIAL: Lindelof renova com o Benfica". Maisfutebol. 8 June 2015.
  44. "Lindelof exulta com título europeu" [Lindelof exults with European title] (in Portuguese). A Bola. 30 June 2015. สืบค้นเมื่อ 1 July 2015.CS1 maint: unrecognized language (link)
  45. "Här är alla pristagare i Fotbollsgalan 2016" [Here are all the prize winners in the Fotbollsgalan 2016]. DN.se (in Swedish). 21 November 2016. สืบค้นเมื่อ 22 November 2016.CS1 maint: unrecognized language (link)
  46. "Our Champions League breakthrough team of 2016". UEFA.com. 24 December 2016. สืบค้นเมื่อ 24 December 2016.
  47. "Lindelöf vinner Guldbollen 2018". aftonbladet.se (in Swedish). Aftonbladet. 12 November 2018. สืบค้นเมื่อ 12 November 2018.CS1 maint: unrecognized language (link)
  48. "Victor Nilsson Lindelöf får guldbollen 2019". aftonbladet.se. Aftonbladet. สืบค้นเมื่อ 11 November 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]