มาริษา อมาตยกุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาริษา อมาตยกุล
MariSa Amattayakul.jpg
สารนิเทศภูมิหลัง
เกิด22 ตุลาคม พ.ศ. 2482 (82 ปี)
มาริษา อมาตยกุล
จังหวัดธนบุรี ประเทศไทย
คู่สมรสประสงค์ ธรรมฐิติ
อาชีพนักร้อง, ทหารเรือ
ปีที่แสดงพ.ศ. 2501 - ปัจจุบัน
สังกัดวงสุนทราภรณ์

จ่าตรีหญิง มาริษา อมาตยกุล หรือ นางมาริษา ธรรมฐิติ นักร้องวงสุนทราภรณ์ เจ้าของน้ำเสียงกังวาลชัดเจนกับทรงผม "สวอน" ที่ผู้ชมจดจำคุ้นเคยตลอดมากว่า 50 ปี

ประวัติ[แก้]

เกิดที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2482 มีชื่อเล่นว่า แต๋ว เรียนที่โรงเรียนสตรีวรนาถ และโรงเรียนสตรีวิทยา

ชีวิตครอบครัวสมรสกับ นายประสงค์ ธรรมฐิติ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2505 มีบุตรหนึ่งคน ชื่อ ปัทมา ธรรมฐิติ

มาริษามีหลานชายที่อยู่ในวงการนักร้องด้วยกัน คือ ตู้ ดิเรก อมาตยกุล

ในโลกเพลง[แก้]

มาริษา ชื่นชอบการร้องเพลงของสุนทราภรณ์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเป็นเพลงของมัณฑนา โมรากุล ที่มีชื่อเสียงมากในขณะนั้น "มาริษา” จึงมักชอบครวญเพลงขับกล่อมคลายเหงาในยามปฏิบัติหน้าที่และยามว่างเว้นภารกิจ เพราะทุกวินาทีในคราบเครื่องแบบทหารรั้วของชาติ มาริษาไม่เคยละทิ้งฝันแห่งความตั้งใจ อยากเป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์หรือวงดนตรีสุนทราภรณ์

ขณะรับราชการที่กรมยุทธการทหารเรือ ติดยศจ่าตรี กองทัพเรือเล็งเห็นแววความสามารถ จึงส่งประกวดร้องเพลงในรายการไนติงเกลทางโทรทัศน์ช่อง 7 เมื่อ พ.ศ. 2501 โดยมาริษาขับร้องเสียงกระซิบจากเกลียวคลื่น ซึ่งเธอก็ไม่ได้รางวัลจากการประกวด แต่ในการเข้าประกวดทำให้มีโอกาสได้พบกับ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เพื่อนสนิทของครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูแก้วได้ชักชวนพร้อมนำไปฝากเข้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์โดยที่ครูเอื้อไม่ได้ให้มาริษาร้องเพลงทดสอบเลย มาริษาอยู่ในโครงการ "ดาวรุ่งพรุ่งนี้" ร่วมกับบุษยา รังสี และ อ้อย อัจฉรา ขณะที่ผู้ใหญ่ในกองทัพเรือคัดค้านด้วยความห่วงใย

หลังจากทำงานที่กรมประชาสัมพันธ์หรือวงดนตรีสุนทราภรณ์ มีโอกาสร้องเพลงบนเวทีและประสบการณ์เพิ่มขึ้น จนได้บันทึกเพลงจังหวะรุมบ้าชื่อ ริมฝั่งน้ำ ซึ่งกลายเป็นงานสร้างชื่อเสียง เมื่อมีการเปิดเพลงดังกล่าวตามสถานีวิทยุต่างๆ พร้อมกับเพลง น้ำตาดาว และเพลง สวัสดีบางกอก ร้องโดย บุษยา รังสี และ อ้อย อัจฉรา ตามลำดับ

มาริษามีน้ำเสียงที่เข้มแข็งแต่หวาน ซึ่งต่างจากนักร้องหญิงในยุคนั้น โดยมีครูเอื้อ สุนทรสนาน และนักร้องรุ่นพี่ เช่น ศรีสุดา รัชตะวรรณ, วรนุช อารีย์, ชวลี ช่วงวิทย์, รวงทอง ทองลั่นธม คอยฝึกสอน มาริษาชื่นชอบเสียงของมัณฑนา โมรากุลมาก เธอจึงชอบค้นเพลงเก่าๆที่มัณฑณาร้องไว้นำมาขับร้องใหม่ เช่น เสียงดุเหว่า ชมดอกฟ้า สาริกาชมเดือน สร้างระเบียบ เป็นต้น และสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ผมทรงสวอนซึ่งเป็นที่จดจำของบรรดาแฟนเพลงมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อสิ้นเสาหลักครูเอื้อ เหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ ต่างอำลาชีวิตข้าราชการไป มาริษายังยืนยันรับราชการอยู่ที่กรมประชาสัมพันธ์ จนได้ดำรงตำแหน่ง ผอ.ส่วนบริหารการดนตรีก่อนเกษียณอายุข้าราชการในปี 2543 กว่าสี่สิบสองปีที่

ในขณะรับราชการมาริษาได้มีส่วนร่วมในการจัดคอนเสิร์ต "เสียงสวรรค์วันประชา" ที่เชื้อเชิญเหล่านักร้องรุ่นเก่าลายครามกลับคืนสู่เวที เพื่อหารายได้มอบให้ทายาทครอบครัวศิลปิน วินัย จุลละบุษปะ และครูเวส สุนทรจามร ถือเป็นความภาคภูมิใจส่วนหนึ่งที่เธอได้มีโอกาสช่วยเหลือพี่น้องศิลปิน

ตัวอย่างผลงาน[แก้]

ริมฝั่งน้ำ , ฝนตั้งเค้า , เดือนหงาย , เพียงปลายก้อย , เกาะสมุย , รักอะไร , อยากมีรักหวาน , สาริกาชมเดือน , หงส์สะบัดบาป , กรงที่ขังใจ , ประชดอารมณ์ , ยัง , อย่าทำให้ช้ำอีกเลย , สาส์นสวาท , นี่หรือเธอรัก , หนี้รัก , คลื่นกรรม , รักหนึ่งในดวงใจ , ตลุงเสดสา , อี่นาย , สร้างระเบียบ , รักที่หวัง , กลางวันจันทร์จาก , เดือนโกง , ยากใจ , สาริกาชมเดือน, รักที่หวัง, นี่หรือเธอรัก, คุณขาอย่าลวง, พี่รักจริง (คู่ สมศักดิ์ เทพานนท์) , บ้านนาราตรี (คู่ สมศักดิ์ เทพานนท์) , รื่นเริงใจ (ร่วมกับ ศรีสุดา รัชตะวรรณ วรนุช อารีย์) ไร้รักไร้ผล (ร่วมกับ ศรีสุดา รัชตะวรรณ วรนุช อารีย์) , สามนัด (ร่วมกับ เลิศ ประสมทรัพย์,ศรีสุดา รัชตะวรรณ,วรนุช อารีย์) ฯลฯ[1]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]