ชวลี ช่วงวิทย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชวลี ช่วงวิทย์
ชื่อเกิดชนอ นิลประสิทธิ์
เกิด 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2467
กรุงเทพมหานคร
เสียชีวิต 11 เมษายน พ.ศ. 2534 (67 ปี)
จังหวัดนนทบุรี
คู่สมรส ประดับ นิลประสิทธิ์
อาชีพ นักร้อง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2485 - 2534
ผลงานเด่น ริมฝั่งน้ำ รักสลาย เริงฤทัย ถูกมนต์รัก เพลงจากดวงใจ โพ้นขอบฟ้า ไห้หา รวงทิพย์ เสี่ยงเทียนเสี่ยงรัก กระแต
แนวเพลง เพลงลูกกรุง
ส่วนเกี่ยวข้อง สุนทราภรณ์

ชวลี ช่วงวิทย์ (12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2467 - 11 เมษายน พ.ศ. 2534) นักร้องยุคต้นของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และ วงดนตรีสุนทราภรณ์ เจ้าของฉายา "สาริกาน้อยเสียงใส" และเป็นเจ้าของบทเพลงอมตะหลายเพลง เช่น ริมฝั่งน้ำ รักสลาย เริงฤทัย ไห้หา โพ้นขอบฟ้า ขอให้ได้ดังใจนึก และอื่นๆ อีกมากมาย

ประวัติ[แก้]

ชวลีย์ ช่วงวิทย์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2467 ที่กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อ "ชนอ ช่วงวิทย์" สำเร็จการศึกษามาจากโรงเรียนสายปัญญา และสอบเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่สละสิทธิ์เพื่อจะร้องเพลงตามที่ใจรัก ด้านชีวิตครอบครัว ชวลีสมรสกับประดับ นิลประสิทธิ์ และมีบุตรสาวที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ โชติมา ช่วงวิทย์ อดีตนักร้องนำวง ดอกไม้ป่า เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2559 ได้รับรางวัล บูรพศิลปิน จากกระทรวงวัฒนธรรม

ชีวิตการร้องเพลง[แก้]

ชวลี ช่วงวิทย์ ชื่นชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก แต่ได้เริ่มร้องเพลงอย่างจริงจัง เมื่อ พ.ศ. 2485 โดยชวลีได้เข้าวงดนตรีกรมโฆษณาการ ตามคำชักชวนของจมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันทน์) นับว่าเป็นนักร้องหญิงคนที่ 7 ของวง (ต่อจาก มัณฑนา โมรากุล, รุจี อุทัยกร, สุภาพ รัศมิทัต, สุปาณี พุกสมบุญ, จันทนา โอบายวาทย์ และจุรี โอศิริ) ชวลีได้นำเพลงมาขับร้องทดสอบกับเปียโนที่ครูสริ ยงยุทธบรรเลง 2 เพลง คือ เพลงดวงใจ และเพลงสาส์นรัก อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 เพลง ผลปรากฏว่า ชวลีผ่านการขับร้อง และได้รับบรรจุเป็นคีตศิลปิน กรมโฆษณาการ ในขณะอายุ 18 ปี[1]

เมื่อจะต้องร้องเพลงแล้ว ชื่อ "ชนอ ช่วงวิทย์" ก็เริ่มเป็นปัญหาในการขับร้องเพลง เพราะญาติไม่ต้องการให้ใช้ชื่อจริงในการขับร้องเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงได้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็น "ชวลี" แต่ใช้นามสกุลเดิม จึงเป็นชื่อชวลี ช่วงวิทย์เรื่อยมาตลอด (ชื่อของชวลี ช่วงวิทย์นั้น เป็นปัญหาที่ถกเถียงกันมานานว่าเป็น "ชวลี" หรือ "ชวลีย์" กันแน่ โดยทางทายาทยืนยันว่าเป็น "ชวลี" ตามหลักฐานที่ครูเอื้อได้เขียนนำเสนอเพลงที่จะบรรเลงขับร้องทางวิทยุคลื่นสั้น ต่อหัวหน้ากองวิทยุฯ ก่อนบรรเลงทุกครั้ง ในขณะที่ปกแผ่นเสียง เทป และซีดีที่มีอยู่นั้นมักจะเขียนเป็น "ชวลีย์") [1]

ชวลี ช่วงวิทย์ร้องเพลงในวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และ วงดนตรีสุนทราภรณ์มานานกว่า 30 ปี โดยมีผลงานเพลงที่บันทึกแผ่นเสียงไว้ค่อนข้างมาก โดยมักจะเป็นเพลงคู่กับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และ วินัย จุลละบุษปะ และด้วยเสียงที่สูง กังวาน และหวานทำให้ชวลี ช่วงวิทย์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นจำนวนมาก นับว่ามากที่สุดในบรรดานักร้องวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์และวงดนตรีสุนทราภรณ์ก็ว่าได้ เช่น คำหวาน,ยิ้มสู้,ยามเย็น,ยามค่ำ,อาทิตย์อับแสง,สายลม เป็นต้น

ในระหว่างที่อยู่ในวงดนตรีกรมโฆษณาการนั้น ได้มีการประกวดการร้องเพลงของนักร้องอาชีพด้วย ในครั้งนี้ ชวลีเข้าร่วมประกวดด้วย พร้อมกับมัณฑนา โมรากุล และครูล้วน ควันธรรม โดยชวลีได้เลือกเพลงบัวงาม (เกียรติศักดิ์หญิงไทย) เข้าประกวด แต่ในครั้งนี้มัณฑนา โมรากุลชนะการประกวดฝ่ายหญิง

ชวลีร้องเพลงอยู่ในวงดนตรีกรมโฆษณาการนานเกือบ 30 ปี ก็ได้ลาออกจากราชการไปเมื่อ พ.ศ. 2513 ด้วยเหตุผลบางประการ แต่ยังไม่ละทิ้งชีวิตการร้องเพลงเสียทีเดียว เพราะชวลียังกลับมาขับร้องเพลงอยู่บ้างในบางโอกาสกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ วงดนตรีสังคีตสัมพันธ์ เป็นต้น โดยครั้งสุดท้ายที่ชวลีออกมาร้องเพลง คือ งาน "สุนทราภรณ์ครึ่งศตวรรษ" เมื่อ พ.ศ. 2532

ภายหลังจากที่ชวลีออกจากวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และ วงดนตรีสุนทราภรณ์แล้ว น้องสาวต่างมารดาของชวลียังเข้ามาเป็นนักร้องดาวรุ่งพรุ่งนี้ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ นั่นคือ ช่อฉัตร รัตนกมล เจ้าของเพลงคมปาก ปัจจุบันขับร้องอยู่กับคณะจารุกนก ในความควบคุมของโศภดาห์ เกตุผึ้ง

ที่มาของฉายา[แก้]

ชวลี ช่วงวิทย์ มีฉายาสำคัญถึง 3 ฉายา ได้แก่ สาริกาน้อยเสียงใส,สาวสองพันปี และห้องสมุดเคลื่อนที่ โดยมีที่มาต่างกัน ดังนี้

  • สาริกาน้อยเสียงใส เป็นฉายาที่มาจากเสียงร้องที่หวาน กังวาน และสูง แต่ตัวเหมือนกับนกสาริกา
  • สาวสองพันปี เป็นฉายาที่มาจากการแต่งตัวที่ฉูดฉาดเมื่อออกร้องเพลง ถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม
  • ห้องสมุดเคลื่อนที่ เป็นฉายาที่มาจากความจำอันเป็นเลิศของชวลี ที่สามารถจดจำเนื้อเพลงได้มาก และสามารถบอกครูเอื้อ สุนทรสนาน และ วินัย จุลละบุษปะได้ ในขณะร้องเพลงบนเวที

ผลงานเพลง[แก้]

ผลงานเพลงของชวลี ช่วงวิทย์ สามารถจำแนกออกมาได้เป็นหลายประเภทดังนี้[2]

1. เพลงพระราชนิพนธ์ เช่น คำหวาน, ยามเย็น, ยามค่ำ, ยิ้มสู้, สายลม เป็นต้น

2. เพลงขับร้องเดี่ยว เช่น กำสรวลรัก, กล่อมวนา, กุลสตรี, ขอให้ได้ดังใจนึก, ค่อนดึก, ความรักเหมือนฟองเบียร์, จำปีฟ้า, จากรัก, ฉันไม่ชอบเดือนหงาย, ชื่นตาฟ้างาม, ชีวามาลา, ไซซี, ดาวเคลื่อนเดือนคล้อย, ดาวเจ้าชู้, ดอกท้อริมธาร, ถูกมนต์รัก, ถ้าฉันมีคนรัก, นี่แหละกรุงเทพฯ, บัวไกลตา, บัวงาม (เกียรติศักดิ์หญิงไทย), บัวบูชาธรรม, ปัญหามีคู่, ฝันถึงคนรัก, เพลงลอยลม, พ้อรัก, เพลงจากดวงใจ, โพ้นขอบฟ้า, แม่, แม่ศรี, ยามดึก, เริงฤทัย, รักไม่ตาย(ร้องสด), รอรัก (ร้องสด), โรคขาดรัก, รักสลาย, รักนิรันดร์, ริมฝั่งน้ำ, รอยรักร้าว, สิรินธร, สั่งใจ, สุดหล้าฟ้าเขียว, สวรรค์บันดาล, สาวเล่นธาร, หาดสวรรค์, หัวหินสิ้นมนต์รัก, เห่หารัก, หนึ่งในดวงใจ, หนามกุหลาบ, หมั่นไส้ผู้ชายแสนงอน, ไห้หา, อุบลรัตน์ เป็นต้น

3. เพลงขับร้องคู่ (ชาย-หญิง) ที่มักจะร้องคู่กับครูเอื้อ สุนทรสนาน และ วินัย จุลละบุษปะ เช่น กระแต, กรุงเทพฯ ราตรี, กังหันต้องลม (ร้องสด), กุหลาบงาม, คติรัก, คูหาสวรรค์, คำรักคำขวัญ, ความดี(ร้องสด), คนธรรพ์กับพิณทิพย์ (ร้องสด), จันทร์ลับเมฆ, เจ้าพระยา, จนนาง, จันทร์จูบฟ้า, ช่อรักซ้อน, ชะรอยบุญ, ดาวประดับฟ้า, ดอกไม้ในฝัน(ร้องสด), เดือนประดับใจ, ดีกันนะ, ดวงเดือน, ใต้แสงเทียน, ตลาดนัด, ตัวไกลใจห่วง, ธาราธิษฐาน, ธารน้ำรัก, นกสีชมพู, บึงน้ำรัก, บางกอกลาที, บ่อโศก, ฝันหวาน, ฝากลมจูบ, พุ่มพวงดวงใจ, เพียงแค่ขอบฟ้า, พายเรือพรอดรัก, มนต์สายสวาทแห่งใจ, เมื่อฝนโปรย, ยอดเทพี, ราตรีประดับดาว, รวงทิพย์, รำฟ้อนวอนสาว, เรือเร่เรือรัก, ร่วมรัก, รักไม่เป็น, แรกพบสบรัก, ลมรัก, ลาวดวงดอกไม้, ลมเพ้อ, แว่วรัก, สวนสวรรค์, เสี่ยงเทียนเสี่ยงรัก, สุดแสนพิศวาส, ห้าแต้ม, หนาวลมห่มรัก, หน้าผา, เห็นแต่เงา, เหลือเชื่อ, เอื้องไพร, แอ่วซุ้ม เป็นต้น

4. เพลงขับร้องคู่ (หญิง) และเพลงขับร้องกลุ่ม-หมู่ เช่น เกาะสีชัง, ขวัญข้าว, จับปลาสองมือ, ตามทุย, โธ่ผู้ชาย, ปรึกษารัก, ผู้ชายนี่ร้ายนัก, ภาษารัก, เลือกคู่, สาวริมธาร, เป็นต้น

นอกจากนี้ ชวลียังแต่งเนื้อร้องเพลง "รำวงตอบรัก" ร่วมกับครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ โดยใช้ทำนองเพลงหุ่นกระบอก แต่มีส่วนร่วมเล็กน้อย ชื่อผู้แต่งเพลงนี้จึงปรากฏเพียงชื่อของครูชอุ่ม ปัญจพรรค์

ถึงแก่กรรม[แก้]

ชวลี ช่วงวิทย์ถึงแก่กรรมที่บ้านในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2534 สิริรวมอายุได้ 67 ปี

อ้างอิง[แก้]