ข้ามไปเนื้อหา

ภาษาฮาจิโจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาฮาจิโจ
島言葉 sima kotoba
ออกเสียง[ɕima kotoba]
ประเทศที่มีการพูดประเทศญี่ปุ่น
ภูมิภาคหมู่เกาะอิซุตอนใต้ และหมู่เกาะไดโต
จำนวนผู้พูดน้อยกว่า 1,000 คน  (2011)[1][2]
ตระกูลภาษา
รูปแบบก่อนหน้า
ระบบการเขียนอักษรญี่ปุ่น (คาตากานะ, ฮิรางานะ, โรมาจิ)
รหัสภาษา
ISO 639-3
ISO 639-6hhjm
แผนที่หมู่เกาะอิซุ
ตำแหน่งของหมู่เกาะอิซุ

ภาษาฮาจิโจ (八丈語 (Hachijō-go)) หรือ กลุ่มภาษาถิ่นฮาจิโจ (八丈方言 (Hachijō hōgen)) ภาษาแม่เรียกว่า ชิมะโคโตบะ (島言葉 (Shima Kotoba; [ɕima kotoba], "ภาษาพูดเกาะ")) อาจจัดเป็นภาษาถิ่นของภาษาญี่ปุ่นที่ต่างจากภาษาถิ่นอื่น ๆ มากที่สุด หรือจัดเป็นอีกสาขาหนึ่งของตระกูลภาษาญี่ปุ่น (ควบคู่ไปกับภาษาญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ รีวกีวเหนือ และรีวกีวใต้) ขึ้นอยู่กับการจำแนกประเภท[3] ปัจจุบันมีผู้พูดภาษาฮาจิโจบนหมู่เกาะอิซุสองแห่งทางใต้ของโตเกียว (ฮาจิโจจิมะและอาโองาชิมะที่เล็กกว่า) และหมู่เกาะไดโตของจังหวัดโอกินาวะที่มีผู้ตั้งถิ่นฐานจากฮาจิโจชิมะในยุคเมจิ ก่อนหน้านี้ยังเคยมีผู้ใช้ภาษานี้บนเกาะฮาจิโจน้อย (八丈小島 (Hachijō-kojima)) แต่อพยพออกไปจากเกาะทั้งหมด เมื่ออิงจากเกณฑ์ความเข้าใจร่วมกัน ภาษาฮาจิโจอาจถือเป็นภาษาตระกูลญี่ปุ่นเฉพาะมากกว่าภาษาถิ่นของภาษาญี่ปุ่น[4]

ภาษาฮาจิโจสืบทอดมาจากภาษาญี่ปุ่นตะวันออกเก่า โดยยังคงคุณลักษณะทางไวยากรณ์และการออกเสียงที่เป็นเอกลักษณ์หลายประการที่บันทึกไว้กวีภาษาถิ่นอาซูมะอย่าง มังโยชู และ ฟูโดกิ ในแคว้นฮิตาจิในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ภาษาฮาจิโจยังมีความคล้ายคลึงกันทางคำศัพท์กับภาษาถิ่นคีวชู และกลุ่มภาษารีวกีว แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะอธิบายว่าชาวหมู่เกาะอิซุใต้นั้นอพยพมาจากดินแดนดังกล่าว บ้างก็ว่าผู้ใช้ภาษานี้อาจเป็นภาษาที่ชาวเรือในหมู่เกาะตอนใต้ยืมคำมา และบ้างก็ว่าเป็นภาษาดั้งเดิมจากภาษาญี่ปุ่นเก่า[5]

ภาษาฮาจิโจเป็นภาษาใกล้สูญ ซึ่งมีประชากรที่พูดภาษานี้โดยหลักเป็นผู้สูงอายุที่มีจำนวนน้อยและลดลง[6] นับตั้งแต่อย่างน้อย ค.ศ. 2009 เมืองฮาจิโจได้สนับสนุนความพยายามในการให้ความรู้เกี่ยวกับภาษาแก่คนรุ่นเยาว์ผ่านชั้นเรียนระดับประถมศึกษา เกมคารูตะ และการแสดงละครภาษาฮาจิโจ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเจ้าของภาษาพื้นเมืองมีจำนวนเพียงประมาณ "ร้อยต้น ๆ" และคนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนรู้หรือใช้ภาษาฮาจิโจที่บ้าน[7]

การจัดอันดับและภาษาถิ่น

[แก้]

ภาษาถิ่นฮาจิโจแห่งหมู่เกาะอิซุจัดออกเป็น 8 กลุ่ม ตามหมู่บ้านในประวัติศาสตร์หลายแห่งในกิ่งจังหวัดฮาจิโจ บนเกาะฮาจิโจแบ่งเป็นโอกาโง, มิตสึเนะ, นากาโนโง, คาชิตาเตะ และซูเอโยชิ บนเกาะฮาจิโจน้อยแบ่งเป็น อุตสึกิและโทริอูจิ และหมู่บ้านอาโองาชิมะเป็นกลุ่มเฉพาะ ภาษาถิ่นโอกาโงและมิตสึเนะมีความคล้ายกันมาก เช่นเดียวกันกับภาษาถิ่นนากาโนโงกับคาชิตาเตะ ส่วนภาษาถิ่นอาโองาชิมะกับซูเอโยชิมีความแตกต่างจากสองกลุ่ม ภาษาถิ่นอุตสึกิและโทริอูจิไม่ได้อยู่ในกลุ่มย่อยในฮาจิโจ แม้มีผู้ระบุว่าภาษาถิ่นโทริอูจิมีความคล้ายคลึงกับภาษาถิ่นโอกาโงมากในด้านสัทวิทยา[8] ภาษาถิ่นหมู่เกาะไดโตยังคงไม่ได้รับการจัดหมวดหมู่

ภาษาและภาษาถิ่นฮาจิโจได้รับการจัดอันดับโดย John Kupchik[9] และ National Institute for Japanese Language and Linguistics (NINJAL)[10][11] ตามลำดับภายในตระกูลภาษาญี่ปุ่น ดังนี้:

เช่นเดียวกันกับหมู่บ้าน ภาษาถิ่นเกาะฮาจิโจมักเรียกเป็น "บนเนิน" (坂上 (sakaue)) หรือ "ใต้เนิน" (坂下 (sakashita)) หมู่บ้านโอกาโงและมิตสึเนะทางตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ใต้เนิน ส่วนหมู่บ้านนากาโนโง คาชิตาเตะ และซูเอโยชิทางใต้อยู่บนเนิน แม้ว่าภาษาถิ่นซูเอโยชิไม่ได้อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน"บนเนิน"อื่น ๆ เป็นการเฉพาะก็ตาม[12] ดังนั้น ภาษาถิ่นซูเอโยชิจึงมักถูกตัดออกจาก "สำเนินบนเนิน"

เนื่องจากจำนวนผู้พูดภาษาฮาจิโจที่เหลืออยู่ทั้งหมดยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด จึงไม่ทราบจำนวนผู้พูดภาษาถิ่นแต่ละถิ่นที่เหลืออยู่เช่นกัน นับตั้งแต่การละทิ้งเกาะฮาจิโจน้อยใน ค.ศ. 1969 ผู้พูดภาษาถิ่นอุตสึกิและโทริอูจิบางส่วนได้ย้ายมาอยู่ที่เกาะฮาจิโจ และยังคงพูดภาษาฮาจิโจต่อไป แม้ว่าภาษาของพวกเขาดูเหมือนจะบรรจบกับภาษาถิ่นใต้เนินก็ตาม[12] เมื่อปลาย ค.ศ. 2009 ภาษาถิ่นโทริอูจิเหลือผู้พูดอย่างน้อยเพียงคนเดียว ส่วนภาษาถิ่นอุตสึกิมีอย่างน้อย 5 คน[13]

ไวยากรณ์

[แก้]

ภาษาฮาจิโจจะใช้กริยาช่วย "อารุ" กับทุกอย่างทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต และยังแยกแยะระหว่างกริยาและคุณศัพท์ที่เปลี่ยนรูปกับที่ใช้ระบุประธานต่าง ๆ ทั้งนี้การแยกไวยากรณ์ให้เป็นคนละหัวข้อเช่นนี้ปรากฏในภาษาญี่ปุ่นยุคกลางตอนต้น และสาบสูญไปแล้วในภาษาญี่ปุ่นถิ่นอื่นในปัจจุบัน

ศัพท์

[แก้]

ภาษาฮาจิโจยังคงรักษาสำนวน (phrase) ที่ไม่มีแล้วในภาษาญี่ปุ่นถิ่นอื่น ๆ เช่น มางูเรรุ (まぐれる (magureru)) แต่ในภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานจะใช้ว่า คิเซ็ตสึซูรุ (気絶する (kizetsu suru)) แปลว่า "เป็นลม" นอกจากนี้ยังคำที่เหมือนกันภาษาญี่ปุ่นมาตรฐาน แต่มีความหมายที่ต่างกัน ได้แก่[14]

คำฮาจิโจคำญี่ปุ่นความหมายคำญี่ปุ่นที่ใกล้เคียง
ยามะฮาตาเกะทุ่ง"ยามะ" แปลว่า 'ภูเขา'
อูเรชิ นารุเบียวกิ งะ นาอตเตะ คุรุฟื้นไข้"อูเรชิกุ นารุ" แปลว่า 'มีความสุข'
โคไวสึกาเรรุเหนื่อย"โคไว" แปลว่า 'ยาก, ดื้อรั้น'
โกมิทากิงิฟืน"โกมิ" แปลว่า 'ขยะ'

อ้างอิง

[แก้]
  1. Kaneda (2001), pp. 3–14.
  2. Iannucci (2019), pp. 13–14.
  3. Thomas Pellard. The comparative study of the Japonic languages. Approaches to endangered languages in Japan and Northeast Asia: Description, documentation and revitalization, National Institute for Japanese Language and Linguistics, Aug 2018, Tachikawa, Japan. ffhal-01856152
  4. Iannucci (2019), pp. 100–120.
  5. Masayoshi Shibatani, 1990. The Languages of Japan, p. 207.
  6. Vovin (2017).
  7. Iannucci (2019), pp. 13–15.
  8. NINJAL (1950), pp. 196–198.
  9. Kupchik (2011), p. 7.
  10. NINJAL (1950), pp. 162–166.
  11. Kibe (2013), p. 9.
  12. 1 2 Iannucci (2019), pp. 95–96.
  13. 山田平右エ門 (Yamada Heiuemon), 2010. 消えていく島言葉~八丈語の継承と存続を願って~ (A Disappearing Island Language ~Wishing for the Inheritance and Survival of the Hachijō Language~), pp. 181–182. ISBN 978-4-87302-477-6
  14. "島言葉(八丈方言)を見直そう (Summary of the Hachijo dialect)". Hachijo-jima Official Site. 八丈町教育課生涯学習係. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-10-19. สืบค้นเมื่อ 2013-08-23.

ข้อมูล

[แก้]

อ่านเพิ่ม

[แก้]