ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา
Phanupong Singhara Na Ayuttaya.jpg
เกิด 22 สิงหาคม พ.ศ. 2495 (66 ปี)[1]
อาชีพ ตำรวจ
เป็นที่รู้จักจาก รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
บิดามารดา หม่อมหลวงอุทัย สิงหรา
ประนอม สิงหรา ณ อยุธยา

พลตำรวจเอก ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน[2] (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง)รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง อดีตที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 อดีตกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) อดีตที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (สบ. 10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2495จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล สำเร็จปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 28 ร่วมรุ่นกับ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พล.ต.อ.ภาณูพงศ์ได้ชื่อว่าเป็นนายตำรวจมือปราบคนหนึ่ง โดยเมื่อครั้งติดยศ ร้อยตำรวจโท (ร.ต.ท.) ที่ สน.เตาปูน เคยเป็นหัวหน้าสายสืบที่ร่วมปราบจอมโจรชื่อดังแห่งยุค คือ ตี๋ใหญ่ มาแล้ว จากนั้นจึงได้เลื่อนยศและพื้นที่นครบาลเหนือ และโยกย้ายไปสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เมื่อครั้งที่ติดยศ พลตำรวจตรี (พล.ต.ต.) ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เป็นหัวหน้าชุดตำรวจที่วิสามัญฆาตกรรมนักโทษชาวพม่าที่แหกเรือนจำมหาชัยเสียชีวิตทั้งหมด 9 คนมาแล้ว โดยในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้เป็นที่กล่าวขานเนื่องจาก ช่อง 9 ได้ทำการถ่ายทอดรายงานข่าวที่เกิดขึ้นอย่างสด ๆ [3]

ในปี พ.ศ. 2547 เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีผลงานเด่นคือ การกวาดล้างยาเสพย์ติดและอาชญากรรม ในพื้นที่ภาคเหนือ จนได้รับรางวัลจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้เป็นองค์กรยอดเยี่ยมป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. 2548

แต่จากผลงานด้านนี้ ทำให้ถูกบางส่วนมองว่าเป็นไปเพื่อรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งมีนโยบายทำสงครามกับยาเสพย์ติด

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เลื่อนขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบฝ่ายปราบปราม มีผลงานคดีสำคัญระดับชาติต่าง ๆ

จนกระทั่งในต้นปี พ.ศ. 2553 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา สบ.10 ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ารอง ผบ.ตร. อีกคน มีหน้าที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผลงานสำคัญ คือเป็นผู้ดูแลและเจรจากับแกนนำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในการชุมนุมเมื่อต้นปี พ.ศ. 2553 ทำให้ถูกจับตามองว่าอาจเป็นผู้ได้รับเสนอชื่อเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ หลังจากที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการไปในปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2553[4][5] แต่ท้ายที่สุด ตำแหน่งนี้ก็ตกเป็นของ พล.ต.อ.วิเชียร ไปในที่สุด แต่ทาง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ชีวิตส่วนตัว พล.ต.อ.ภาณุพงศ์มีชื่อเล่นว่า "อ๊อด" ทำให้สื่อมวลชนบางครั้งเรียกชื่อว่า "บิ๊กอ๊อด" และได้รับฉายาเมื่อปลายปี พ.ศ. 2553 ว่า "อ๊อด ตามเสียงบึ้ม" จากการที่รับผิดชอบคดีลอบวางระเบิดหลายต่อหลายครั้งในรอบปีนั้น[6]

ในปี พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรียกเขาไปรายงานตัว ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 2/ 2557

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]