ข้ามไปเนื้อหา

โรงพยาบาลตำรวจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงพยาบาลตำรวจ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โรงพยาบาลตำรวจใน พ.ศ. 2563
แผนที่
ภูมิศาสตร์
ที่ตั้ง492/1 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พิกัด13°44′33″N 100°32′19″E / 13.7425°N 100.5386°E / 13.7425; 100.5386
หน่วยงาน
รูปแบบทุนรัฐบาล
ประเภทรัฐ
บริการสุขภาพ
แผนกฉุกเฉินมี
จำนวนเตียง574[1]
ประวัติ
เปิดให้บริการ13 ตุลาคม พ.ศ. 2495; 73 ปีก่อน (2495-10-13)
ลิงก์
เว็บไซต์www.policehospital.org/content/home.php

โรงพยาบาลตำรวจ (Police General Hospital) โรงพยาบาลรัฐในประเทศไทย ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีฐานะเทียบเท่ากับหน่วยงานตำรวจระดับกองบัญชาการ เดิมสังกัดสำนักงานแพทย์ใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 492/1 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568[2] พลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เป็น นายแพทย์ใหญ่ และ พลตำรวจโท ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ เป็นนายแพทย์ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ7) ได้แก่ พลตำรวจตรี นายแพทย์ เกษม รัตนสุมาวงศ์ พลตำรวจตรีหญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ พลตำรวจตรี นายแพทย์ สามารถ ม่วงศิริ และพลตำรวจตรีหญิง รชยา บุรพลพิมาน

ประวัติ

[แก้]

กิจการแพทย์ตำรวจได้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2441 รัฐบาลได้เปลี่ยนโรงพยาบาล สำหรับรักษาหญิงโสเภณีที่หลังวัดพลับพลาไชย ซึ่งสร้างปี พ.ศ. 2440 มาเป็นโรงพยาบาลตำรวจสำหรับพลตระเวน เพื่อรักษาตำรวจที่เจ็บป่วยพิสูจน์บาดแผลและชันสูตรพลิกศพ เพื่อประกอบการพิจารณาคดีต่างๆ โดยมีชนชาติอังกฤษ นายอีริก เชนต์เจ สองสัน มาเป็นเจ้ากรมกองตระเวนได้ชวนแพทย์ชาวต่างชาติมาช่วยทำการรักษา ประชาชนทั่วไปจึงนิยมมากและเรียกกันว่า "โรงพยาบาลวัดโคก" และเมื่อ พ.ศ. 2458 กรมกองตระเวนและกรมตำรวจภูธรรวมกันเป็น "กรมตำรวจ" โรงพยาบาลวัดโคกถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลกลาง และถูกโอนไปสังกัดกองสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรมตำรวจได้จัดตั้งสถานพยาบาลใหม่เรียกว่า กองแพทย์กลาง กรมตำรวจ ตั้งอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง

ในปี พ.ศ. 2477 กองแพทย์กลาง กรมตำรวจ ถูกลดฐานะเป็น แผนกแพทย์กองกลาง กรมตำรวจ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและงบประมาณขณะนั้น และในปี พ.ศ. 2483 แผนกแพทย์กลางได้ถูกเปลี่ยนชื่อ แผนก 6 (แพทย์) กองปกครอง และเปลี่ยนเป็น แผนก 5 (แพทย์) ในอีก 7 ปีถัดมา

ในปี พ.ศ. 2491 แผนก 5 (แพทย์) ถูกยกฐานะเป็น "กองแพทย์ กรมตำรวจ" ขึ้นตรงต่อกองบัญชาการจเรตำรวจ มี พันตำรวจโทขุนทวีเวชกิจ (แม้น ทวีเวชกิจ) เป็นหัวหน้า ในระยะนี้เริ่มเป็นปึกแผ่นมากขึ้น แบ่งแผนกเป็นแผนกพยาบาล แผนกเวชภัณฑ์

ในปี พ.ศ. 2495 ได้รับการยกฐานะให้จัดตั้งเป็น โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นตรงกับ กองแพทย์ อย่างเป็นทางการในสมัยของ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ โดยให้ใช้ที่ดินส่วนหนึ่งในกรมตำรวจในการจัดตั้งโรงพยาบาล มีอาคารชาติตระการโกศล (ซึ่งเป็นราชทินนามของ หลวงชาติตระการโกศล อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) เป็นอาคารแห่งแรกของโรงพยาบาลตำรวจ และอาคารโอ้วบุ้นโฮ้ว รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 50 เตียง โดยมี พันตำรวจเอก ก้าว ณ ระนอง เป็นนายแพทย์ผู้อำนวยการ และ พันตำรวจโท แสวง วัจนสวัสดิ์ เป็นหัวหน้ากองแพทย์ ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลตำรวจได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ จึงได้จัดสร้างอาคารเพิ่มอีกหลายอาคาร เพื่อสามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้เพิ่มมากขึ้น

ในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2522 กองแพทย์ได้รับการยกฐานะเป็น สำนักงานแพทย์ใหญ่ (พต.) มีการแบ่งส่วนราชการภายในเป็น 4 กองบังคับการ และ 1 งาน ได้แก่

  • กองบังคับการอำนวยการ (บก.อก.)
  • โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.)
  • วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ (วพ.)
  • สถาบันนิติเวชวิทยา (นต.)
  • งานโรงพยาบาลดารารัศมี (ดร.)

และในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2548 โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับการยกฐานะให้เป็นหน่วยงานในระดับกองบัญชาการ โดยควบรวมสำนักงานแพทย์ใหญ่ (พต.) เข้าด้วยกัน ขึ้นตรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามพระราชกฤษฎีการแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2548[3] เป็นต้นมา

ในปัจจุบัน โรงพยาบาลตำรวจ มีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้ 650 เตียง[4] มีหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กองบังคับการอำนวยการ, วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ, สถาบันนิติเวชวิทยา, โรงพยาบาลดารารัศมี, โรงพยาบาลนวุติสมเด็จย่า, ศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิและการแพทย์ทางเลือกจอมทอง

สถาบันนิติเวชวิทยา

[แก้]

สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการประสานงานระหว่างกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจภูธรทั่วประเทศไทย ในการนำเอาความรู้และความเชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ผสมผสานกับงานทางด้านสืบสวนสอบสวน เพื่อใช้ในการคลี่คลายคดีสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งคดีอุฉกรรจ์และคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ มีหน้าที่ชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการตายโดยใช้หลักวิชานิติเวชศาสตร์ และนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์และค้นคว้าหาหลักฐาน ในบุคคลที่มีชีวิต ศพ เศษส่วนของศพที่พนักงานสอบสวนส่งมาให้ตรวจ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครปริมณฑล ผ่าตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายในศพ เศษส่วนของศพที่พนักงานสอบสวนทั่วประเทศส่งมาให้ตรวจ ให้ความรู้ทางนิติเวชศาสตร์แก่นักศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและส่วนราชการอื่น ๆ หรือตามที่มีผู้ร้องขอ ให้ความเห็น คำแนะนำ คำปรึกษาทางนิติเวชศาสตร์[5]

เหตุการณ์สำคัญ

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2566 โรงพยาบาลตำรวจเป็นสถานที่พักรักษาตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ภายหลังจากเดินทางกลับประเทศไทยหลังลี้ภัยทางการเมือง และรับโทษจำคุก โดยทักษิณถูกย้ายจากเรือนจำมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงคืนเข้าวันที่ 23 สิงหาคม และพักรักษาตัวที่ห้องรอยัลสูท ชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา[6] จนกระทั่งได้รับการพักโทษเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 จึงออกจากโรงพยาบาลตำรวจกลับไปพักฟื้นที่บ้านจันทร์ส่องหล้าทันที[7]

อ้างอิง

[แก้]
  1. http://gishealth.moph.go.th/healthmap/infoequip.php?maincode=14173&id=132573%5Bลิงก์เสีย%5D
  2. โปรดเกล้าฯ ขรก.ตำรวจ ระดับ รอง ผบช.-ผบก. 228 นาย
  3. พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2548
  4. "ระบบรายงานทรัพยากรสาธารณสุข". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-03-29. สืบค้นเมื่อ 2010-05-09.
  5. สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  6. "ครบ 120 วัน ทักษิณ ชินวัตร นอนชั้น 14 ใครพูดอย่างไร-ทำอะไรบ้าง". บีบีซีไทย. 22 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  7. ""ทักษิณ" จาก รพ.ตร.ถึง "จันทร์ส่องหล้า" ชินวัตร ยินดี 17 ปี ที่รอคอย". ไทยรัฐ. 18 กุมภาพันธ์ 2024. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)