พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสาโร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระมหาโพธิวงศาจารย์
(สุจี กตสาโร)
ตุ๊ปู่จี๋
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสาโร).jpeg
เกิด5 เมษายน พ.ศ. 2460
มรณภาพ2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
อายุ94 ปี 211 วัน
อุปสมบท14 พฤษภาคม พ.ศ. 2481
พรรษา75
วัดวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
จังหวัดจังหวัดแพร่
สังกัดมหานิกาย
วุฒิการศึกษานักธรรมชั้นเอก
เปรียญธรรม 3 ประโยค
พธ.ด.กิตติมศักดิ์
ตำแหน่งอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

พระมหาโพธิวงศาจารย์ นามเดิม สุจี ขรวงค์ ฉายา กตสาโร หรือ ตุ๊ปู่จี๋ อดีตที่ปรึกษาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 อดีตประธานสภาวิทยาเขตแพร่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร พระนักการศึกษาแห่งแผ่นดินล้านนา

ประวัติ[แก้]

พระมหาโพธิวงศาจารย์ หรือที่ชาวจังหวัดแพร่เรียก ตุ๊ปู่จี๋ หรือ ครูบาจี๋ นามเดิม สุจี ขรวงค์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2460 ขึ้น 14 ค่ำ ปีมะเส็ง ณ บ้านทุ่งอ่วน หมู่ที่ 6 ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นบุตรของ นายลาด กับ นางผัน ขรวงค์ ได้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดนาจักร จนสำเร็จชั้นประถมปีที่ 5 อันเป็นชั้นสูงสุด แล้วบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2476 ณ วัดกาญจนาราม ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พระอุปัชฌาย์คือพระครูมหาญาณสิทธิ์ วัดมิ่งเมือง (ปัจจุบันวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร) อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ และอุปสมบทวันที่ 14 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2481 ณ วัดกาญจนาราม ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พระอุปัชฌาย์คือพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) (ในขณะดำรงสมนศักดิ์ที่ พระปริยัติวงศาจารย์) วัดพระบาท (ปัจจุบันวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร) ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่[1]

พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสาโร) มรณภาพลงเมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ด้วยโรคติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุ 94 ปี 211 วัน ปี พรรษา 75 ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่[2]

วิทยฐานะ[แก้]

  • พ.ศ. 2484 สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
  • พ.ศ. 2486 สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
  • พ.ศ. 2529 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาครุศาสตร์) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์
  • พ.ศ. 2536 ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาการบริหารการศึกษา) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
  • พ.ศ. 2551 ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาบริหารศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ความชำนาญพิเศษ เทศนาภาษาไทยถิ่นเหนือ อ่านและเขียนอักษรธรรมล้านนาได้[3]

การทำงาน[แก้]

ด้านงานปกครองสงฆ์[แก้]

  • พ.ศ. 2501 เป็นพระอุปัชฌาย์ จนถึงปัจจุบัน
  • พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
  • พ.ศ. 2509 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดแพร่
  • พ.ศ. 2510 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดแพร่
  • พ.ศ. 2518 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
  • พ.ศ. 2522 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 6
  • พ.ศ. 2540 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นกรรมการฝ่ายปกครอง ของมหาเถรสมาคม
  • พ.ศ. 2541 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6

ด้านงานการศึกษา[แก้]

  • พ.ศ. 2484 เป็นครูสอนนักธรรมชั้นตรี สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
  • พ.ศ. 2486 เป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นตรีสนามหลวง
  • พ.ศ. 2495 เป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นโทสนามหลวง
  • พ.ศ. 2500 เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบาลีมัธยมธรรมราชวิทยา
  • พ.ศ. 2506 เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
  • พ.ศ. 2513 เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่พุทธโกศัยวิทยา (ปัจจุบันโรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา จังหวัดแพร่)
  • พ.ศ. 2514 เป็นกรรมการนำประโยคข้อสอบธรรมไปเปิดสอบ ณ ประเทศมาเลเซีย
  • พ.ศ. 2530 เป็นรองอธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตแพร่
  • พ.ศ. 2541 เป็นประธานสภา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่

ด้านงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา[แก้]

  • พ.ศ. 2486 เป็นกรรมการส่งเสริมศีลธรรมแพร่
  • พ.ศ. 2490 เป็นผู้แทนนำพระไตรปิฎกไปประดิษฐานที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
  • พ.ศ. 2497 เป็นอนุกรรมการ ก.ป.ช. จังหวัดแพร่
  • พ.ศ. 2508 เป็นประธานนำครู-อาจารย์โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อกกอบรม ศีลธรรมแก่ประชาชนตามอำเภอต่างๆ ในเทศกาลเข้าพรรษาจนถึงปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2514 เป็นผู้ร่วมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ ประเทศอินโดนีเซีย
  • พ.ศ. 2535 ได้ร่วมกับคณะเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเผยแผ่ ณ ประเทศจีน
  • พ.ศ. 2539 ได้แสดงพระธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแพร่ ชื่อ รายการ “ธรรมะสู่ประชาชน” เป็นประจำทุกวัน เวลา 05.15 น.
  • ได้เชิญชวนพระภิกษุสามเณรและคณะศรัทธาญาติโยมผู้ใจบุญได้กระทำพิธีกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา ตลอดจนวันสำคัญที่เกี่ยวกับบ้านเมือง
  • ได้ให้การอบรมศีลธรรมแก่นักเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ , โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยาและพระนิสิตมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ในบางโอกาส
  • ได้ให้การอบรมศีลธรรมแก่ผู้ใขบุญในวันธัมมัสวนะที่วัดทุกวัน
  • ได้ให้การอบรมศีลธรรมแก่ประชาชนตามโครงการต่างๆ ของคณะสงฆ์ และหน่วยงานราชการ
  • ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการใช้สถานที่วัดจัดประชุมสัมมนาสอบบรรจุและบำเพ็ญสาธารณกุศลอื่นๆ

กิจกรรมภายในวัด[แก้]

  • มีการทำอุโบสถกรรม (สวดปาฏิโมกข์) ตลอดปี และมีภิกษุที่สวดปาฏิโมกข์ได้ 1 รูป
  • มีการทำวัตรสวดมนต์เช้า – เย็น เป็นประจำตลอดปี
  • มีระเบียบการปกครองของวัด เป็นไปตามกฎระเบียบมหาเถรสมาคม พระธรรมวินัยและอาณัติสงฆ์ในเขตหนเหนือ จนถึงปัจจุบัน
  • มีกติกาของวัด โดยใช้กติกาของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร

สมณศักดิ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารฯ (๒๕๕๔), : เมืองแพร่การพิมพ์.
  2. อะลิตเติ้ลบุ๊คด่ะ ดอตคอม . หลวงปู่พระมหาโพธิวงศาจารย์ มหาเถระแห่งล้านนามรณภาพ
  3. วัดพนมขวัญ .ประวัติตุ๊ปู่จี๋ .พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสาโร)
  4. 4.0 4.1 4.2 http://watpanomkwan.blogspot.com/2014/04/tupujeehistory3.html
  5. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๗๔, ตอนที่ ๑๐๗ , ๑๗ สิงหาคม ๒๕๐๐, หน้า ๒๙๕๕
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๘๘, ตอนที่ ๑๕๑ ฉบับพิเศษ, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๔, หน้า ๕
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๐๐, ตอนที่ ๒๐๗ ฉบับพิเศษ, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๖, หน้า ๑
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๐๙, ตอนที่ ๑๕๕ ฉบับพิเศษ, ๕ ธันวาคม ๒๕๓๕, หน้า ๔
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์, เล่ม ๑๑๔, ตอนที่ ๒๘ ข, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๐, หน้า ๕-๑๐