พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระพรหมวชิรญาณ
(ประสิทธิ์ เขมฺงกโร)
พระพรหมวชิรญาณ0001.jpg
เกิด 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2480
อายุ 81
บรรพชา 3 เมษายน พ.ศ. 2491
อุปสมบท 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2501
พรรษา 60
วัด วัดยานนาวา
ท้องที่ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา เปรียญธรรม 3 ประโยค (ป.ธ.3)
นักธรรมชั้นเอก (น.ธ.เอก)
พุทธศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ด)
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
กรรมการมหาเถรสมาคม
ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ฝ่ายศาสนศึกษา)
เจ้าอาวาสวัดยานนาวา
กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระพรหมวชิรญาณ (นามเดิม ประสิทธิ์[1] บางแห่งว่าปสฤทธิ์ นามสกุล สุทธิพันธ์) (24 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 - ปัจจุบัน) กรรมการมหาเถรสมาคม, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ฝ่ายศาสนศึกษา), ประธานคณกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม, ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ, กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชาติภูมิ[แก้]

พระพรหมวชิรญาณ มีนามเดิมว่า ประสิทธิ์ สุทธิพันธุ์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู ที่บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อ ขุนก่อเอ้อุกฤษ (ผา สุทธิพันธุ์) มารดาชื่อ นางก่อเอ้อุกฤษ (ตา สุทธิพันธุ์)

การบรรพชา และอุปสมบท[แก้]

บรรพชาเป็นสามเณร

วันที่ ๓ เมษายน ๒๔๙๑ ที่วัดยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี พระครูพินิฐศีลคุณ เจ้าคณะอำเภอเขื่องใน วัดทุ่งสว่าง บ้านโนนใหญ่ ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๐๑ ณ พัทธสีมาพระอุโบสถวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร พระธรรมธีรราชมหามุนี (ธีร์ ปุณฺณโก) เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส (ภายหลังได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นที่สมเด็จพระธีรญาณมุนี) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยกิจโกศล (อิน ติสฺสสโร ป.ธ.๖) (ภายหลังได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชปัญญามุนี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์, พระมหาบุญมา ทีปธมฺโม ป.ธ.๖ (ภายหลังได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่พระพุทธิวงศมุนี) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมงฺกโร

การศึกษา/วิทยาฐานะ[แก้]

แผนกธรรม-บาลี

แผนกสามัญศึกษา

การปกครองคณะสงฆ์[แก้]

  • พระอุปัชฌาย์ประเภทวิสามัญ (สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาแต่งตั้ง) พ.ศ. ๒๕๒๗
  • กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นองค์การบริหารสูงสุดของคณะสงฆ์แห่งประเทศไทย (สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาแต่งตั้ง) พ.ศ. ๒๕๔๔
  • เจ้าอาวาสวัดยานนาวา (พระอารามหลวง) กรุงเทพมหานคร (สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระบัญชาแต่งตั้ง) พ.ศ. ๒๕๔๔
  • เป็นประจำกองงานเจ้าคณะตรวจการภาค ๓ (สนองงานบริหารคณะสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย) พ.ศ. ๒๕๒๑-พ.ศ. ๒๕๑๐
  • เป็นเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ (สนองงานบริหารคณะสงฆ์ในหนเหนือของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๘-พ.ศ. ๒๕๑๐
  • เป็นเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก (สนองงานบริหารคณะสงฆ์ในหนตะวันออกของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๐-พ.ศ. ๒๕๓๐
  • เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส พ.ศ. ๒๕๑๖-พ.ศ. ๒๕๔๔

งานการศึกษา[แก้]

เกียรติคุณที่ได้รับ[แก้]

เกียรติคุณที่ได้รับในประเทศ

  • พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรและเกียรติบัตร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่าง ประเทศ ในวันวิสาขบูชา ๒๕๓๕
  • พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับ ปริญญาพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์ (พธ.ด.) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อ ๗ พฤษภาคม
  • พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับ ปริญญาครุศาสตร์ดุษฎีบัญฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษาศาสตร์ (คบ.ด.) โดยสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี(อนุมัติปริญญาประจำปีการศึกษา๒๕๔๒) (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชานุเคราะห์ การจัดพิธีถวายปริญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๓)
  • พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการศึกษาศาสตร์ (ปบ.ด.) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๓
  • พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา (ศบ.ด.) จากมหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพมหานคร

เกียรติคุณที่ได้รับในต่างประเทศ

  • พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้รับโล่ห์เกียรติคุณDistinguished Award สังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย จาก The Board Of Directors Of Asian Human Service Of Chicago
  • พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับเกียรติบัตรยกย่องให้ เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์แห่งมหานครชิคาโก มีศักดิ์และสิทธิในด้านการเผยแผ่ศาสนาประเพณี และวัฒนธรรมไทยอันดีงาม ในมหานครชิคาโกและมลรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา จากมหานครชิคาโก (City Of Chicago) เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม
  • พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับเกียรติบัตรแสดงความขอบคุณจาก Richard M. Daleyนายก เทศมนตรีมหานครชิคาโก ที่ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ ต่อชุมชนชาวเอเชีย และชาวอเมริกันในมหานครชิคาโก พร้อมกับได้ให้เกียรตินำเกียรติบัตรดังกล่าวมามอบ ที่วัดธัมมาราม อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม
  • พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้รับเกียรติบัตรแสดงความยกย่องเชิดชูจาก Mr.Paul Simon วุฒิสมาชิกแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะ “ผู้ทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ในสหรัฐอเมริกา ด้วยความวิริยะอย่างยิ่ง” เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับเกียรติบัตรจาก Richard M. Daley นายกเทศมนตรีมหานครชิคาโก ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม * ๒๕๔๐ ประกาศยกย่องให้ วันที่ ๒๔ พฤษภาคมทุกปี (ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของพระพรหมวชิรญาณ) เป็น “วันเผยแผ่พระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีไทย ในมหานครชิคาโก สหรัฐอเมริกา”
  • พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับเกียรติบัตรแสดงความยกย่องชมเชยจาก George H.Ryan ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ในฐานะ “ผู้ทำการ

เผยแผ่ศาสนาและสงเคราะห์ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในสหรัฐอเมริกา ด้วยความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง” เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายนซึ่งเกียรติคุณตามความในข้อ ๑๐.๒ ที่ พระพรหมวชิรญาณ ได้รับ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ เป็นต้นมานั้นเป็นเกียรติคุณที่พระสงฆ์ไทยและคนไทยคนแรกได้รับจากสถาบันและบุคคลสำคัญดังกล่าว

  • พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาสังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Doctor of Philosophy in Social Science, New Port University U.S.A.,

สมณศักดิ์[แก้]

พัดยศสมณศักดิ์พระราชาคณะเจ้าคณะรอง
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2512 - ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งฐานานุศักดิ์ ในราชทินนามที่ พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ ฐานานุกรมในพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ธีร์ ปุณณโก)
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2515 - ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งฐานานุศักดิ์ ในราชทินนามที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนธีราจารย์ ฐานานุกรมในสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณโก)
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2516 - ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระสุธีรัตนาภรณ์[2]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2527 - ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชรัตนาภรณ์ บวรธรรมานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[3]
  • 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 - ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพประสิทธิมนต์ วิเทศธรรมโกศล ญาณโสภณวิจิตร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[4]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2543 - ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ พระธรรมวชิรญาณ ปฏิภาณธรรมวาที ศรีวิเทศธรรมโกศล วิมลสาธุกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[5]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2544 - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ มีราชทินนามตามจารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรญาณ ไพศาลศาสนกิจสิทธิปริณายก ธรรมวิเทศดิลกสุทธิกวีปาพจนโสภณ วิมลสีลาจารวินิฐ ราชวิสิฐวชิราลงกรณ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. อายุวัฒนมงคล76ปี พระพรหมวชิรญาณ, ข่าวสด, วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8207
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ (พระครูปลัดสัมพิพัฒนธีราจารย์ เป็น พระสุธีรัตนาภรณ์) เล่ม 90, ตอนที่ 177, 28 ธันวาคม 2516, ฉบับพิเศษ หน้า 8.
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ (พระสุธีรัตนาภรณ์ เป็น พระราชรัตนาภรณ์) เล่ม 102, ตอนที่ 17, 8 กุมภาพันธ์ 2528, ฉบับพิเศษ หน้า 2.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ (พระราชรัตนาภรณ์ เป็น พระเทพประสิทธิมนต์) เล่ม 109, ตอนที่ 101, 12 สิงหาคม 2535, ฉบับพิเศษ หน้า 3.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ (พระเทพประสิทธิมนต์ เป็น พระธรรมวชิรญาณ) เล่ม 117, ตอนที่ 28 ข, 28 ธันวาคม 2543, หน้า 22.
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ (พระธรรมวชิรญาณ เป็น พระพรหมวชิรญาณ) เล่ม 118, ตอนที่ 24 ข, 7 ธันวาคม 2544, หน้า 19-23.