นมปั่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

นมปั่น (อังกฤษ: milkshake) จัดเป็นเครื่องดื่มที่หวาน และเย็น โดยทั่วไปทำจากนม, ไอศกรีม หรือนมเย็น และปรุงรส หรือเพิ่มความหวาน เช่น บัตเตอร์สกอตช์, ซอสคาราเมล, ซอสช็อกโกแลต หรือน้ำเชื่อมผลไม้. นอกเขตสหรัฐอเมริกา, เครื่องดื่มแบบนี้บางครั้ง เราจะเรียกชื่ออื่น เช่น ทิคเชค (thickshake) หรือ ทิค มิลเชค (thick milkshake) หรือในเมือง นิว อิงแลนด์ จะเรียกว่า เฟรบเป้ ซึ่งแตกต่างจากอันอื่นในเรื่องของความหนืดของนมแต่งรสที่น้อยลง.

ภัตตาคารที่มีบริการเต็มรูปแบบ, น้ำพุโซดา และคนที่เข้ามาทานอาหารในร้านมักจะเตรียมไอศกรีมและนม ซึ่งเขย่า"ด้วยมือ" เพื่อปั่น หรือผสมเครื่องดื่มโดยใช้ถ้วยเหล็กกล้าไร้สนิม. ร้านอาหารจานด่วนจะไม่มีบริการปั่นไอศกรีมด้วยการเขย่ามือ แต่จะแทนที่ด้วยการปั่นนมผ่านเครื่องปั่นแล้วแช่แข็ง และบริการเครื่องดื่มปั่นสำเร็จ ที่มีส่วนประกอบของนม,สารแต่งกลิ่นหวาน และสารเพิ่มความเข้มข้นไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม บางร้านอาหารจานด่วนยังคงใช้วิธีการดั้งเดิมอยู่ และบางบริการยังมีเครื่องดื่มนมปั่นไว้บริการโดยการปั่นแบบไอศกรีมเนื้อนุ่ม ในไอศกรีม(หรือ นมเย็น) ด้วยการเพิ่มรสชาติหรือใส่น้ำเชื่อม. นมปั่นยังทำมาจากการเพิ่มแป้งเข้าไปในนมสด และคนแป้งให้เข้ากับนม. นมปั่นสามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับรสชาติด้วยการใส่ช็อกโกแลต, คาราเมล, สตรอว์เบอร์รี และกล้วย.

รูปแบบการปั่น[แก้]

ปั่นด้วยมือ[แก้]

การปั่นนมด้วยมือ หรือ เขย่า ทำมาจากการใส่ไอศกรีมรสชาติที่ชื่นชอบ และเติมด้วยสิ่งอื่นที่ต้องการ เช่น น้ำเชื่อมช๊อคโกแลต และ/หรือ น้ำเชื่อมอลล์ หรือแป้งมอลล์ ซึ่งสามารถใส่เข้าไปก่อนที่จะเขย่าผสมกัน. และสามารถเพิ่มความหลากหลายด้วยการเขย่าด้วยเครื่อง. นมปั่นบางประเภทที่ไม่ธรรม คือ สูตรที่ไม่ใส่ไอศกรีม.

นมปั่น คล้ายกับสูตรที่ใช้โยเกิร์ต, น้ำแข็งบด, ผลไม้สด ซึ่งปั่นรวมกันโดยไม่ใส่ไอศกรีม โดยทั่วไปมักเรียกว่า สมูทตี้. เมื่อเพิ่มครื่องดื่มผสมนมและไอศรีมเข้าไป นมปั่นนั้นจะถูกเรียกว่า มอลล์ มิลด์เชค, มอลล์ เชค(หรือ มอลล์เชค), มอลล์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า มอล. นมปั่นบางครั้งเรียกว่า ทิค มิลค์เชค(thick milkshakes) ในสหราชอาณาจักร, เฟรปเป้ (ออกเสียงว่า "เฟรป") ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนิว อิงแลนด์และแคนาดา. ในรัฐโรดไอแลนด์ และทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐแมสซาชูเซสต์, น้ำเชื่อกาแฟ หรือไอศกรีมกลิ่นกาแฟมักจะใช้เรียกว่า "คอฟฟี่ เฟรปเป้" ปั่นสำหรับคนท้องถิ่น. นมปั่นใส่ผลไม้ จะเรียกว่า บาทิโด เป็นที่นิยมมากในละติน อเมริกา และในชุมชมชาวคิวบาในไมอามี่. ในนิคารากัว, นมปั่นถูกเรียกว่า ไอซ์เชอร์ มอลล์ทีด้า.

ร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐอเมริกา มีบริการนมปั่นด้วยคุกกี้ชิ้น, ลูกกวาดแท่ง หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์. ยกตัวอย่าง เครื่องดื่มนมค็อกเทล มีคุ๊กกี้ช๊อคโกแลตชิ้น, เหล้าหวานครีม เดอ เมนเต้ และไอศกรีมช๊อคโกแลตมิ้น.

เครื่องปั่นนม[แก้]

ร้านอาหารที่มีคนเข้าร้านมาก เช่น แมคโดนัลด์ บ่อยครั้งจะมีการทำส่วนผสมนมปั่นเตรียมไว้ก่อนที่จะเข้าเครื่องปั่นอัตโนมัติ. เครื่องจะมีลักษณะเป็นถังเหล็กแล้วใช้เครื่องตีด้วยความเย็นเพื่อคอยซ์เย็นแช่แข็งส่วนผสมนมปั่นเตรียมลงในเครื่องดื่ม. จำนวนรสชาติที่แตกต่างตามร้านอาหารด้วยเครื่องปั่นอัตโนมัติ ถุกจำกัดด้วยจำนวนถังที่ใช้ปั่นเท่าที่ร้านมี และร้านอาหารจานด่วนมักเพิ่มรสชาติให้นมปั่นน้อย.

เครื่องปั่นนมสดอัตโนมัติขนาดเล็กที่สุด โดยติดตั้งเคาน์เตอร์ซึ่งใส่ได้รสชาติเดียวโดยใช้ถังสแตนเลส 5 ลิตร. ร้านอาหารขนาดใหญ่หวังที่จะเพิ่มหลายรสชาติทั้งใช้เครื่องผสมหลายกลิ่นด้วยถังสแตนเลส 5 ลิตร หรือใช้เครื่องคาร์บอนไดออกไซด์ผสมรสชาติระหว่างปรุงแต่ง. ร้านอาหารจานด่วนบางร้านใช้ เครื่อง "ทิค มิลเชค" เครื่องปั่นถังใหญ่ใส่รสชาติเดียวด้วยเครื่องปั่นสแตนเลส 12 ลิตร

ไอศกรีมเนื้อนุ่มผสมด้วยน้ำเชื่อม[แก้]

ร้านอาหารจานด่วนบางร้าน เช่น แดรี่ควีน ให้บริการนมปั่นด้วยการเตรียมปั่นไอศกรีมเนื้อนุ่ม(หรือ นมเย็น) ด้วยสารแต่งกลิ่นหวาน, น้ำเชื่อม เช่น น้ำเชื่อมช๊อคโกแลต และน้ำเชื่อมผลไม้ และนม

Milkshake (typical American/fast food)
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน580 kJ (140 kcal)
18–27 g
น้ำตาล18–27 g
3–9 g
อิ่มตัว2–5 g
ไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยว1–3 g
ไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่หลายคู่0–1 g
3.5 g
วิตามิน
(10%)
0.5 มก.
แร่ธาตุ
แคลเซียม
(13%)
130 มก.

100 g corresponds to 95 ml.
ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA Nutrient Database

การเตรียมส่วนผสม[แก้]

การเตรียมส่วนผสมสำหรับนมปั่น มีขายในร้านขายของชำในตอนเหนือของอเมริกา และในอังกฤษ. เครื่องดื่มเหล่านี้ทำจากส่วนผสมนมด้วยแป้งให้ความหวาน, น้ำเชื่อมเทียม หรือสารเข้มข้นที่มักจะเรียกว่า "รสชาตินม", เข้มข้นด้วยคาราจีแนน หรือผลิตภัณฑ์นมปั่นแบบขวด ซึ่งขนาดที่ขายทั่วไป คือ 330 มิลลิลิตร, 500 มิลลิลิตร หรือ 1 ขวดลิตร

ประวัติความเป็นมา[แก้]

นมปั่นที่ร้านเมลต์ โดยทั่วไปจะต้องเตรียมถ้วยเหล็ก และเสริฟด้วยแก้ทรงสูและโรยด้วยทอปปิ้ง และหลอด. ถ้วยเหล็กโดยทั่วไปจะใหญ่กว่าแก้ว การเหลือนมปั่นใว้ให้บริการด้วยช้อนในถ้วยผสม รูปสเตอเบอรี่ และช๊อคโกแลตปั่น ด้วยวิปครีม, เม็ดช๊อคโกแลตเล็ก, และมาราชิโน เชอรี่.

ปี 1880–1930[แก้]

เมื่อคำว่า "ปั่น" ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1885, นมปั่นเคยเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วิสกี้ ซึ่งได้รับการกล่าวถึงว่า "นุ่มแน่น, เครื่องดื่มที่มีไข่เป็นส่วนผสมดีต่อสุขภาพทั้งไข่ และวิสกี้ และอื่น ๆ. และเป็นยาบำรุงเหมาะแก่การรักษา. อย่างไรก็ตามในปี 1900, มีการอ้างถึง "เครื่องดื่มสุขภาพ" ที่ทำมาจากช็อกโกแลต, สตรอว์เบอร์รี หรือน้ำเชื่อมวานิลลา" ในช่วงต้นศตวรรษ 1900 ผู้คนส่วนใหญ่มักถามถึงการรักษาด้วยไอศกรีมซึ่งเป็นการรักษาแบบใหม่ ต่อมาในปี 1930 นมปั่นเป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมที่ร้านมอลล์หลายร้าน ที่เป็นต้นแบบของน้ำพุโซดาในช่วงเวลานั้น และมักใช้เป็นสถานที่พบปะของนักเรียน หรือเป็นที่นัดเจอเพื่อนๆ ยามว่าง.

ประวัติที่มาของเครื่องปั่นไฟฟ้า, เครื่องดื่มนมมอลล์ และนมปั่น มีความเชื่อมต่อกัน. ก่อนที่เครื่องปั่นไฟฟ้าจะขยายวงกว้าง. เครื่องดื่นนมปั่นจะคล้ายเครื่องดื่มที่ผสมด้วยไข่ หรือ เครื่องดื่่มที่นำส่วนผสมของน้ำแข็งบด, นม, น้ำตาล และสารให้ความหวานมาเขย่ารวมกันด้วยมือ. ส่วนผสมเครื่องดื่ม ฮามิลตัน บีท เริ่มจากการใช้ที่โซดาน้ำพุ ในปี 1911 และเครื่องปั่นไฟฟ้า หรือเครื่องผสมถูกผลิตโดย สตีเว่น โพพราวสกี ในปี 1922. การประดิษฐ์เครื่องปั่น, นมปั่น เริ่มต้นด้วยการใช้วิปครีม, น้ำอัดลม และสิ่งที่มีลักษณะเป็นฟอง. เครื่องดื่มนมมอลล์ผลิตจากแป้งนมมอลล์ ซึ่งมีส่วนผสมของนมแห้ง, บาร์เล่ย์มอลล์, และแป้งสาลี. แป้งนมมอลล์ ถูกสร้างขึ้นในปี 1897 โดยวิลเลี่ยม ฮอล์ลิค เพื่อช่วยในการย่อยในการย่อยอาหารและฟื้นฟูสุขภาพเหมาะสำหรับคนพิการและเด็ก และเป็นอาหารสำหรับเด็กแรกเกิด.

การใช้แป้งนมมอลล์ในนมปั่นเป็นที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกาโดยผ่านบริษัทวอล์กรีนร้ายขายยาในชิคาโก. ในปี 1922 พนักงานของวอล์กรีน ไอวา "ป๊อป" คอสัน ผลิดตนมปั่นโดยการเพิ่มไอศกรีมวนิลลา 2 สคูปเข้าไปในสูตร(นม, น้ำเชื่อมช๊อคโกแลต และแป้งมอลล์)เครื่องดื่มนมมอลล์มาตราฐาน. สินค้าชิ้นนี้ อยู่ใภายใต้ชื่อ "นมมอลล์ ฮอร์ลิค" ซึ่งเป็นที่โด่งดังของร้ายขายยาวอล์กรีน ราวกับว่าร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของนมปั่นช๊อคโกแลต ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อของ "มอลล์" หรือ "มอล" และกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มน้ำพุโซดาที่เป็นที่นิยมที่สุด.

การพัฒนานมปั่นแบบอัตโนมัติในปี 1930. หลังจากการประดิษฐ์สารฟรีออนสำหรับทำความเย็นตู้เย็นเพื่อทำให้อาหารเก็บได้, ซึ่งการทำแบบอัตโนมัตินี้น่าเชื่อถือ และสามารถผลิตไอศกรีมได้. ในปี 1936 นักประดิษฐ์เอิร์ล ปรินซ์ ใช้หลักการพื้นฐานนี้เบื้องหลังการให้ความเย็นในรูปแบบของเครื่องผลิตไอศกรีม และพัฒนามาเป็นเครื่องผสมเครื่องดื่ม. "การผสมใส่แกนแบบ 5 แกนสามารถผลิตนมปั่นได้ 5 แบบในครั้งเดียว" การผลิตอัตโนมัติแบบนี้ สามารถจ่ายไอศกรีม โดยการดึงคันโยกและเปลี่ยนถ้วยกระดาษที่รอ และนมปั่นได้ต่อกัน.

ในช่วงปลายปี 1930 นักหนังสือพิมพ์หลายท่านได้เขียนบทความในเรื่องของ "เกล็ดน้ำแข็ง" มักใช้อ้างอิงถึงการทำนมปั่นด้วยไอศกรีม. ในปี 1937, นิตยสารเดนตัน ในมลรัฐแมรีแลนด์ได้กล่าวถึง "การปั่น'เกล็ดน้ำแข็ง' เพิ่มเข้าไปในไอศคีมที่คุณชื่นชอบ". ในปี 1939 หนังสือพิมพ์แมนฟิลด์ในรัฐโอไฮโอได้กล่าวถึง "เครื่องดื่มที่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง ในท้องถิ่น" ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะถูกเพิ่มเข้าไปไอศกรีม. ตัวอย่างที่เด่นที่สุด คือ กาแฟเกล็ดน้ำแข็ง ทั้งร้อน และเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติเย็นด้วยน้ำแข็งและเย็นด้วยไอศกรีม.

ปี 1940–1950[แก้]

การดื่มนมปั่นร่วมกันจากแก้วเดียว มีให้เห็นบ่อยครั้งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการชอบกัน[ต้องการอ้างอิง] ความสนิทสนมระหว่างเพื่อน หรือสถานะอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

จากปี 1950 สถานที่ที่เป็นที่นิยมในการดื่มนมปั่น คือ วูลเวิร์ธ "5 & 10" มีทั้งเคาน์เตอน์อาหารกลางวัน, ร้านอาหาร, เบอร์เกอร์ จอยซ์ และร้ายขายยาน้ำพุ โซดา. การทำที่แสดงเห็นได้ชัด คือ เครื่องผสมนมปั่นที่มีวัสดุโครมเงาๆ หรือ เหล็กสแตนเลท

การสร้างน้ำปั่นในฮามิลตัน บีท หรือมีลักษณะคล้ายเครื่องดื่มผสมที่มีแกนและมีเครื่องกวนให้มีฟองอากาศในเครื่องดื่มเพื่อ "นุ่มปุย และเรียบ" และบริการในขนาด 12½- ออนซ์, ทรงแก้ว"วาย". ทีมงานโซดา น้ำพุ มีศัพทย์เฉพาะของพวกเขา เช่น "เบิร์น วัน ออล เดอะ เวย์"(ช็อคโกแลตมอลล์ ด้วยไอศกรีมช๊อคโกแลต), "ทวิส อิท, โช็ค อิท แอนด์ เมค อิท แคร๊กเกิ์ล"(ช๊อคโกแลตมอล์ด้วยไข่) "เชค วัน อิน เดอะ เฮย์"(สเตอเบอรี่ปั่น) และ"ไวท์ โค"(นมวานิลาปั่น). ในปี 1950 พนักงานขายเครื่องปั่นนม ชื่อว่า เรย์ คร็อก ซื้อลิขสิทธิ์ เครื่องผลิตนมปั่น รุ่น 1930 จากนักประดิษฐ์เอิร์ล ปริ้นซ์ และนำไปใช้ผลิตเป็นเครื่องผลิตนมปั่นอัตโนมัติเพื่อเร่งการผลิตให้กับร้านแมคโดนัลด์.

ระบบการตั้งชื่อ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: Regional vocabularies of American English § Regionalisms

ในปี 1950, นมปั่น มักจะถูกเรียกว่า "เฟรปเป้", "เวลเวท", "เกล็ดน้ำแข็ง[เครื่องดื่ม]", หรือ "คาบิเนท" ในแต่ละพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ขึ้นอยู่กับลักษณะของนมปั่นเหมือน "คอนกรีต" คือ "นมปั่นที่เนื้อแน่นเพื่อที่จะเกาะกันและไม่หยดเป็นน้ำออกมา" ในปี 1952, หนังสือพิมพ์นิวพอร์ต เดลี่ในโรดไอแลนด์ซึ่งมีเนื้อหา "ไกด์ ฟอร์ ทอป คลอลิตี้ ไอซีอี ครีม โซดา คาบิเนต มิลค์ เชค" ซึ่งแสดงตีพิมพ์ในรูปแบบ "คาบิเนท". บทความจาก 1953 ในนิตยสารซาลิสเบอรี่ ไทม์(มลรัฐแมรี่แลนด์) แนะนำว่าการปั่นในเหยือก จะทำให้ปั่นดี. บทความเขียนว่าการเติมไอศกรีม 4 ช้อนโต๊ะ เครื่องดื่มนั้นจะกลายเป็น "น้ำปั่นเกล็ดน้ำแข็ง". ปัจจุบันในเมืองนิว อิงแลนด์ และบริเวณพื้นที่เมืองบอสตัน ไอศกรีมและของว่างที่เป็นนม เป็นที่รู้จักในชื่อของ "นมปั่น" และในส่วนอื่นๆ ของประเทศมักจะเรียกว่า "เฟรปเป้". ในสถานที่เหล่านี้ "นมปั่น" จะหมายถึงเครื่องดื่มอ่อน โดยทั่วไปจะมาจากการเขย่า หรือปั่นนมตามด้วยการแต่งกินเสริมเข้าไป. อย่างไรก็ตามคำว่า "นมปั่น" ใช้กันอย่างกว้างขวางในรัฐคอนเนคติคัส. ร้านนิวพอร์ต ครีมเมอรรี่ ร้านหลักของครอบครัวซึ่งพบว่าเกือบจะเป็นผู้ผูกขาดแต่รายเดียวบนโรดไอแลนด์ ให้บริการนมปั่นหลายรูปแบบที่ทำมาจากนมเย็นภายใต้เครื่องหมายทางการค้าว่า "อิวฟูล อิวฟูล".

ปี 2000 - ปัจจุบัน[แก้]

นมปั่นที่ทำโดยการใช้ ไนโตรเจนเหลว. ไอเย็นยังคงระเหยลอยตัวสู่ด้านบน.

ในปี 2005 การปั่นนมแบบดั้งเดิม ร้านค้าแบบครอบครัวและร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชม. "มีอยู่ในยุค 1950 และ 1960" ของอเมริกา เช่น ร้านเดนนี่, ร้านบิค บอย และร้านอินเตอร์แนลชั่นนอล เฮ้าส์ ออฟ แพนเค๊ก" ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสิ่งอื่น" ในเรื่องของรายได้ครั้งแรกตั้งแต่การสำรวจประชากรของสหรัฐอเมริกาเริ่มจากการวันในช่วงปี 1970. เดอะ ชิฟ หมายถึง เบอร์เกอร์, ของทอดและนมปั่นซึ่งปรากฏอยู่ในละครซิทคอม "แฮบปี้ เดย์ " คือ การสูญเสียความอยากอาหารอเมริกันไป ผู้บริโภคชาวอเมริกันออกไปบริโภคร้านอาหารนอกบ้านแทน.

ในปี 2006 สถาบันค้นคว้าและให้บริการด้านเกษตกรรม ของสหรัฐอเมริกา พัฒนาด้านการลดน้ำตาล, นมปั่นไขมันต่ำสำหรับโปรแกรมอาหารมื้อกลางวัน. การปั่นที่ใส่น้ำครึ่งหนึ่งและใช้เพียง 10% ของความอ้วนตามหลักการค้าของอาหารจานด่วน. โรงเรียนจำเป็นต้องใช้เครื่องปั่นนม หรือเครื่องทำไอศกรีมเนื้อนุ่มไว้สำหรับบริการนมปั่น. นมปั่นยังต้องเพิ่มเส้นใยอาหารและสารอาหารอื่นๆ และอย่างน้อยพวกเขาจะต้องมีปริมาณแลคโตส(น้ำตาลที่ได้จากนม) เพื่อให้ได้การปั่นที่เหมาะสมสำหรับคนที่แพ้นม.

ยอดการขายของนมปั่นในสหรัฐอเมริกา, มอลล์ และโฟท ขึ้นมา 11% จากปี 2006, โดยอ้างอิงจากกลุ่มบริษัทเอ็นพีดี วิจัยอุตสาหกรรม. นายคริสโตเฟอร์ มูลเลอร์ ผู้บริหารส่วนกลางของร้านค้าหลายแห่งที่มหาวิทยาลับออลันโดแห่งรัฐบาลกลางฟอริดา กล่าวว่า "นมปั่นย้ำเตือนให้เรานึกนึกฤดูร้อน, เยาวชน และการดื้อดึง" และ "พวกเขากำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต" โดยคำพูดของมูลเลอร์ นั่นทำให้นมปั่นเป็นรายการอาหารที่ "กำไรมหาศาล" ให้แก่ร้านค้า ตั้งแต่เครื่องดื่มฟัฟฟี่ (นุ่ม ปุย) ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่อากาศ. บริษัทวิจัยทางการตลาดเทคโนมิคส์ ร้องเรียนว่า 75% ของค่าเฉลี่ยนราคารายการปั่นในร้านอาหารอยู่ที่ 3.38 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐในปี 2006 ทำให้มีกำหร. ผู้บริหารจากบริษัทโซนิค ไดรฟ์-อิน ผู้นำด้านร้านอาหารในยุค 1950 ของสหรัฐอเมริกา เรียกการปั่นว่า "..เป็นหนึ่งในรายการที่มียอดสั่งสูงที่สุด และเครื่องดื่มที่ทำรายได้หลักให้กับบริษัท"

รายงานบางส่วนของการเพิ่มยอดขายนมปั่นในปี 2006 เนื่องจากการเพิ่มคุณสมบัติของพ่อครัวในการตกแต่งนมปั่นเพิ่มเติมสำหรับร้านอาหารระดับบน. ในปี 2006 หนังสือพิมพ์ลอส แองเจลลิล ไทม์ รายงานว่า พ่อครัวจาก "ฮิฟเตอร์ แฮงค์เอ้าท์ และเรทโทร แลนมาร์ค" ได้ใช้ "ตลาดเกษตรกรหมักสตอเบอรี่, ช็อคโกแลตวาโอน่า และวานิลามาดากัสการ บัวบอน" สู่การนมปั่นรสชาติใหม่.

ความคิดใหม่ๆ ได้ถูกนำเสนอในร้านอาหารย่านแอลเอ รวมถึงนมปั่นที่ทำจากพีแคนย่าง, น้ำแซฟรอน-โรส หรือไอศกรีมส้ม-บอสซั่ม, เผือก, วานิลลา อุดมด้วยคุณค่าใน รัม, ช็อคโกแลตวาโฮล่า และเกร กูซ วอคก้า, และคลุกเคล้าวานิลาคัสตาร์ด ด้วยอาณาจักรสมบูรณ์รัสเซีย.

วัฒนธรรมที่นิยม[แก้]

แม่แบบการปั่น หนึ่งในตัวละครหลักจากซีรีส์ยาวเรื่องอควา ทีน ฮังเกอร์ ฟอร์ต (รู้จักในชื่อเรื่องอื่นๆ) คือ ขนาดชีวิตมนุษย์นมปั่น.

"นมปั่น" เป็นชื่อของ 2003 อาร์แอนบี-อิเลคโทร นักแต่งเพลงและผลิตผลงานโดยเดอะ เนปจูน สำหรับอัลบัลที่ 3 ของนักร้องเดี่ยว เคลิส. เทสตี้ ก้าวมาติดอันดับ 1 ใน 10 ของสหราชอาณาจักรอังกฤษ, ออสเตรเลีย และเนเธอแลนด์ และกลายเป็น เคสิส ที่ประสบความสำเร็จติด บิลบอร์ด ฮอท 100 ในสหรัฐอเมริกา และสูงสุดอันดับที่ 3. เพลงกลายเป็นกล่าวขานในอินเตอร์จากการฉายภาพยนต์ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ในปี 2007 เรื่อง แด วิว บี บลัด เป็นฉากจากในภาพยนต์ (ประโยคที่โด่งดังในเรื่อง คือ "ฉันจะดื่มนมปั่นของคุณ") และนำมาแก้ไขเป็นเพลง ประโยคนี้กลายส่วนหนึ่งในวลีที่โด่งดังในบทภาพยนตร์ และได้รับความนิยมปานกลางในวัฒนธรรมที่นิยมหลังจากภาพยนตร์ฉาย.

ดูเพิ่ม[แก้]

แม่แบบ:Cookbook

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Milkshakes แม่แบบ:Ice cream