สตรอว์เบอร์รี
| สตรอว์เบอร์รี | |
|---|---|
| ผลของสตรอว์เบอร์รี | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | พืช Plantae |
| เคลด: | พืชมีท่อลำเลียง Tracheophyta |
| เคลด: | พืชดอก Angiosperms |
| เคลด: | พืชใบเลี้ยงคู่แท้ Eudicots |
| เคลด: | โรสิด Rosids |
| อันดับ: | กุหลาบ Rosales |
| วงศ์: | กุหลาบ Rosaceae |
| เผ่าย่อย: | Fragariinae |
| สกุล: | สตรอว์เบอร์รี Fragaria L. |
| สปีชีส์ | |
|
มีมากกว่า 20 ชนิด | |
สตรอว์เบอร์รี (อังกฤษ: strawberry) เป็นสกุลไม้ดอกในวงศ์กุหลาบ ผลสามารถรับประทานได้ ในอดีตปลูกเป็นพืชคลุมดินให้กับต้นไม้ปลูกเลี้ยงอื่น ซึ่งอาจเป็นที่มาของชื่อก็เป็นได้[1] มีมากกว่า 20 สปีชีส์ และมีลูกผสมมากมาย แต่สตรอว์เบอร์รีที่นิยมปลูกมากในปัจจุบันก็คือสตรอว์เบอร์รีสวน (Fragaria × ananassa) ผลของสตรอว์เบอร์รีมีรสชาติหลากหลายขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีตั้งแต่รสหวานจนถึงเปรี้ยว สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ทางการค้าที่สำคัญ มีปลูกกันเป็นวงกว้างหลายสภาพอากาศทั่วโลก
การเพาะปลูก
[แก้]แนวโน้มการผลิต
[แก้]| อันดับ | ประเทศ | ค.ศ. 2006 | ค.ศ. 2007 | ค.ศ. 2008 | ค.ศ. 2009 | ค.ศ. 2010 | ค.ศ. 2011 | ค.ศ. 2012 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 1,090,436 | 1,109,215 | 1,148,350 | 1,270,640 | 1,293,650 | 1,316,150 | 1,384,360 | |
| 2 | 330,485 | 269,139 | 281,240 | 266,772 | 275,355 | 262,730 | 290,843 | |
| 3 | 211,127 | 250,316 | 261,078 | 291,996 | 299,940 | 302,416 | 351,834 | |
| 4 | 191,843 | 176,396 | 207,485 | 233,041 | 226,657 | 228,900 | 360,426 | |
| 5 | 128,349 | 174,414 | 200,254 | 242,776 | 238,432 | 240,284 | 242,297 | |
| 6 | 205,307 | 203,227 | 192,296 | 203,772 | 231,803 | 171,519 | 192,140 | |
| 7 | 227,000 | 230,400 | 180,000 | 185,000 | 165,000 | 184,000 | 174,000 | |
| 8 | 190,700 | 191,400 | 190,700 | 184,700 | 177,500 | 177,300 | 163,200 | |
| 9 | 193,666 | 174,578 | 200,723 | 198,907 | 153,410 | 166,159 | 150,151 | |
| 10 | 173,230 | 158,658 | 150,854 | 158,563 | 156,911 | 154,418 | 155,828 | |
| 11 | 143,315 | 160,558 | 155,583 | 163,044 | 153,875 | 150,000 | 132,292 | |
| 12 | 143,315 | 160,558 | 155,583 | 163,044 | 153,875 | 150,000 | 132,292 | |
| 13 | 73,900 | 92,100 | 104,900 | 109,900 | 102,900 | 101,859 | 94,843 | |
| 14 | 47,800 | 40,700 | 52,900 | 57,900 | 57,200 | 56,000 | 60,000 | |
| 15 | 47,800 | 41,800 | 47,400 | 54,000 | 59,200 | 50,000 | 47,000 | |
| 16 | 50,334 | 44,713 | 44,142 | 46,683 | 51,801 | 52,481 | 55,624 | |
| 17 | 39,200 | 43,000 | 42,200 | 43,000 | 42,700 | 47,000 | 49,700 | |
| 18 | 32,884 | 40,710 | 43,920 | 48,709 | 43,255 | 45,024 | 43,445 | |
| 19 | 33,000 | 40,000 | 41,000 | 40,761 | 40,453 | 39,260 | 42,138 | |
| 20 | 40,500 | 41,000 | 37,400 | 33,000 | 35,000 | 37,500 | 40,500 | |
| รวมทั้งโลก | 3,931,716 | 3,962,869 | 4,122,527 | 4,593,537 | 4,361,873 | 4,235,589 | 4,621,273 |
รูปลักษณะ
[แก้]เป็นพืชล้มลุก แตกกิ่งก้านแผ่ปกคลุมดิน ใบจะรวมกันอยู่ 3 ใบใน 1 ก้าน ขอบใบมีรอยหยัก มีดอกสีขาว ผลมีก้านยาวเชื่อมกับต้น มีเสี้ยนเล็ก ๆ บาง ๆ กระจายอยู่ทั่วผล มีกลีบเลี้ยงบนขั้วของผล เมื่ออ่อนมีสีขาว เหลือง เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม หรือแดง รสชาติอมเปรี้ยวถึงหวาน ขึ้นอยู่กับผลที่สุก
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
[แก้]
- พื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตร
- พื้นที่ที่มีอุณหภูมิ 10-25 องศาเซลเซียส (มีอากาศเย็นตลอดปี)
- พื้นที่ที่มีดินอุดมสมบูรณ์ เช่น ดินแบบทุ่งหญ้าแพรรี หรือดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์
- มีแสงที่เหมาะสม โดยพืชต้องได้รับแสงประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน
- ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ประมาณ 5.5 – 6.5
ฤดูกาล
[แก้]- เริ่มปลูกในช่วงเดือนปลายสิงหาคม ถึง ปลายตุลาคม
- เริ่มเก็บเกี่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงช่วงเดือนเมษายนของปีถัดไป
พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย
[แก้]- พันธุ์พระราชทาน 16
- พันธุ์พระราชทาน 20
- พันธุ์พระราชทาน 50 (เป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก) เป็นพันธุ์ที่เกิดจากการผสมในสหรัฐอเมริกา และนำเข้ามาคัดเลือกโดยการผสมตัวเองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีในสภาพอากาศเย็นปานกลาง ทรงพุ่มปานกลางถึงค่อนข้างแน่น ผลผลิตมีคุณภาพดีโดยเฉพาะใกล้สุกเต็มที่ น้ำหนักต่อผล 12 -18 กรัม รูปร่างเป็นลิ่มสีแดงถึงสีแดงเข้มค่อนข้างแข็ง ไม่ต้านทานต่อไร แต่ต้านทานราแป้งได้ดี
- พันธุ์พระราชทาน 70 (เป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก) เป็นสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ใบมีลักษณะกลมใหญ่ และสีเขียวเข้มไม่ทนต่อราแป้ง แต่ทนต่อโรคเหี่ยว ให้ผลผลิตค่อนข้างสูง น้ำหนักต่อผล 11.5 - 13.0 กรัม ผลมีลักษณะทรงกลมหรือทรงกรวย สีแดงสดใสแต่ไม่สม่ำเสมอ เนื้อและผลค่อนข้างแข็ง มีกลิ่นหอม มีความฉ่ำและรสชาติหวาน เปอร์เซ็นต์ความหวาน 9.6° Brix
- พันธุ์พระราชทาน 72 (เป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก) เป็นสายพันธุ์นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ชื่อพันธุ์ TOCHIOTOME ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 น้ำหนักต่อผล 14 กรัม เนื้อผลแข็งกว่าพันธุ์พระราชทาน 70 แต่มีความหวานน้อยกว่าคือ 9.3° Brix มีกลิ่นหอมเมื่อเริ่มสุก เนื้อภายในผลมีสีขาว ผิวผลเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงถึงแดงจัด เงาเป็นมันที่ผิวผล ทนต่อการขนส่งมากกว่าพันธุ์อื่น
- พันธุ์พระราชทาน 80 (เป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก ตั้งแต่ปีพ พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา) เป็นสายพันธุ์ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ชื่อพันธุ์ Royal Queen
- พันธุ์ 329 (Yale) เป็นพันธุ์ที่กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมให้กับเกษตรกรปลูก เป็นพันธุ์ที่มาจากประเทศอิสราเอล
สารอาหาร
[แก้]- สตรอว์เบอร์รีวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี
- มีกรดโฟลิก (Folic acid)
- มีเส้นใยอาหาร (Fiber)
แหล่งปลูกที่สำคัญในประเทศไทย
[แก้]- อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
- ปราจีนบุรี ไม้เค็ด บ้านม่อน
- เชียงใหม่ ฝาง แม่ริม สะเมิง จอมทอง (บนดอยอินทนนท์) และพื้นที่รอบ ๆ ตัวเมือง
- เชียงราย พื้นที่หลักในการผลิตสตรอเบอรี่อยู่ที่อำเภอแม่สาย และอาจมีกระจายบ้างอยู่ทั่วไป ๆ บริเวณใกล้เคียง ผลผลิต ส่วนใหญ่ประมาณ 60%
- สตรอว์เบอรี่ยังถูกปลูกกันโดยทั่วไปบนที่สูงในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ทางตะวันตก เช่น เทือกเขาในอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น
พันธุศาสตร์
[แก้]สตรอว์เบอร์รีมีพันธุศาสตร์ออกตะพลอยด์ที่ซับซ้อน (8 โครโมโซม)[3] ตลอดจนการสกัดดีเอ็นเอลักษณะนิยม ทั้งนี้ สตรอว์เบอร์รีมีลำดับที่ได้รับการค้นพบเป็นจำนวน 7,096 ยีน[4]
อาการแพ้
[แก้]ผู้คนบางรายมีประสบการณ์ในการมีอาการแอนาฟิแล็กซิสจากการรับประทานสตรอว์เบอร์รี[5]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Wiktionary entry for "strawberry"
- ↑ "Faostat". Faostat.fao.org. 16 มกราคม 2013. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-06-19. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Hirakawa, H.; Shirasawa, K.; Kosugi, S.; Tashiro, K.; Nakayama, S.; Yamada, M.; Kohara, M.; Watanabe, A.; Kishida, Y.; Fujishiro, T.; Tsuruoka, H.; Minami, C.; Sasamoto, S.; Kato, M.; Nanri, K.; Komaki, A.; Yanagi, T.; Guoxin, Q.; Maeda, F.; Ishikawa, M.; Kuhara, S.; Sato, S.; Tabata, S.; Isobe, S.N. (2014). "Dissection of the octoploid strawberry genome by deep sequencing of the genomes of fragaria species". DNA Research. 21 (2): 169–181. doi:10.1093/dnares/dst049. PMC 3989489. PMID 24282021.
- ↑ Bombarely A, Merchante C, Csukasi F, Cruz-Rus E, Caballero JL, Medina-Escobar N, Blanco-Portales R, Botella MA, Muñoz-Blanco J, Sánchez-Sevilla JF, Valpuesta V (17 กันยายน 2010). "Generation and analysis of ESTs from strawberry (Fragaria xananassa) fruits and evaluation of their utility in genetic and molecular studies". BMC Genomics. 11: 503. doi:10.1186/1471-2164-11-503. PMC 2996999. PMID 20849591.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: unflagged free DOI (ลิงก์) - ↑ "Children and food allergies". California Pacific Medical Center. 2013. สืบค้นเมื่อ 27 เมษายน 2014.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
หนังสืออ่านเพิ่ม
[แก้]- Khanizadeh, S. and J. DeEll. 2005. "Our Strawberries/ Les Fraisiers de Chez Nous ", A Description of Over 170 Strawberry Cultivars along with Regional Evaluation and Details Information Used for Plant Breeder’s Right Office. PWGSC, Publishing and Depository Services, Ottawa, Ont. ISBN 0-660-62338-2.
- Hancock, J.F. (1999). Strawberries (Crop Production Science in Horticulture). CABI. ISBN 978-0-85199-339-3
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- F. ananassa data from GRIN Taxonomy Database เก็บถาวร 2009-01-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- Strawberries (Fact Sheet) เก็บถาวร 2011-12-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (Berry Health Benefits Network)
- George Thurber (1879). . The American Cyclopædia.
- . สารานุกรมบริแทนนิกา (ภาษาอังกฤษ) (พิมพ์ครั้งที่ 11th). 1911.