ทะเลสาบแทนกันยีกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทะเลสาบแทนกันยีกา
ทะเลสาบแทนกันยีกา - ชาวประมงพื้นบ้านในทะเลสาบแทนกันยีกา
ชาวประมงพื้นบ้านในทะเลสาบแทนกันยีกา
ทะเลสาบแทนกันยีกา - ภาพของทะเลสาบเมื่อถ่ายจากดาวเทียมในอวกาศเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1985
ภาพของทะเลสาบเมื่อถ่ายจากดาวเทียมในอวกาศเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1985
ที่ตั้ง แอฟริกากลาง
แอฟริกาตะวันออก
พิกัด 6°30′N 29°30′W / 6.500°N 29.500°W / 6.500; -29.500พิกัดภูมิศาสตร์: 6°30′N 29°30′W / 6.500°N 29.500°W / 6.500; -29.500
ประเทศในลุ่มน้ำ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
แทนซาเนีย
แซมเบีย
บุรุนดี
ช่วงยาวสุด 673 กิโลเมตร
ช่วงกว้างสุด 50 กิโลเมตร
พื้นน้ำ 32,892 ตารางกิโลเมตร
ลึกเฉลี่ย 45 เมตร
ลึกสุด 1,470 เมตร

ทะเลสาบแทนกันยีกา (อังกฤษ: Lake Tanganyika) เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อ 4 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ซาอีร์เดิม), แทนซาเนีย, แซมเบีย และบุรุนดี เป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญเป็นอันดับที่สองในแอฟริการองจากทะเลสาบวิกตอเรีย นอกจากนั้นยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปแอฟริกาและลึกที่สุดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย จุดที่มีความลึกที่สุดลึกกว่า 1,470 เมตร ทะเลสาบแทนกันยีกาเกิดจากการทรุดตัวของแผ่นเปลือกโลกและภูเขาไฟระเบิด เมื่อราว 20 ล้านปีมาแล้ว นับเป็นทะเลสาบแห่งหนึ่งที่มีอายุเก่าแก่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งตั้งอยู่ในแนวเกรตริฟต์แวลลีย์[1]

โดยคำว่า "แทนกันยีกา" นั้นมาจากภาษาสวาฮิลีสองคำ คือ "tangan" หมายถึง "เรือใบ" และ "nyika" หมายถึง "ป่า" หรือ "ไม่มีที่อยู่" โดยรวมอาจหมายความว่า "เรือใบที่แล่นในถิ่นทุรกันดาร" ก็ได้

ทะเลสาบแทนกันยีกา มีความยาวจัดจากเหนือจรดใต้ได้ถึง 673 กิโลเมตร แต่มีความกว้างโดยเฉลี่ยประมาณ 50 กิโลเมตร มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 3,2892 ตารางกิโลเมตร ความยาวรอบชายฝั่งวัดรวมกันได้ 1,828 กิโลเมตร และยังเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความลึกเป็นอันดับสองของโลกรองจากทะเลสาบไบคาล ในไซบีเรีย มีดินแดนติดกับคองโกราวร้อยละ 45 และติดกับแทนซาเนียร้อยละ 41 โดยประมาณ

น้ำในทะเลสาบไหลสู่แม่น้ำคองโกในตอนกลางของทวีป และจะไหลไปลงทะเลที่ตอนแอฟริกาตะวันตกที่มหาสมุทรแอตแลนติก

ทะเลสาบแห่งนี้มีความโดดเด่นเรื่องของอุณหภูมิที่ค่อนข้างเสถียร เรื่องจากข้างล่างทะเลสาบยังคงมีภูเขาไฟ น้ำมีการเปลี่ยนแปลงในแนวตั้งน้อยมาก ในความลึกเกิน 300 เมตร ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำค่อนข้างน้อย จึงมักไม่ค่อยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยมีความเปลี่ยนแปลงต่างกันไม่เกิน 5 ฟาเรนไฮต์ โดยบริเวณผิวน้ำจะมีอุณหภูมิประมาณ 73-88 ฟาเรนไฮต์ ค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำอยู่ที่ประมาณ 7.5-9.3 (pH)

ระบบนิเวศของทะเลสาบแทนกันยีกา แบ่งออกได้เป็นสองส่วนหลัก คือ ระบบชายฝั่งและพื้นที่นอกชายฝั่ง ซึ่งสามารถแบ่งระบบนิเวศตามสภาพแวดล้อมที่ต่างกันได้ ดังนี้

  1. บริเวณน้ำลึกเกินสามฟุตนอกชายฝั่ง บริเวณนี้มักมีคลื่นส่งให้มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำอย่างรวดเร็ว ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำค่อนข้างสูง ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ
  2. บริเวณแนวหินตามชายฝั่ง เป็นพื้นที่ลาดชันประกอบไปด้วยตะกอนหินที่มีขนาดแตกต่างกัน เป็นระบบนิเวศที่มีแสงแดดส่องถึงพื้น ทำให้เกิดสาหร่าย และพืชประเภทต่าง ๆ
  3. แนวหินบริเวณน้ำตื้น อยู่ในความลึกประมาณ 20 ฟุต สภาพแวดล้อมส่วนมากเป็นทราย กรวดหิน และก้อนหิน เป็นแหล่งที่มีอาหารตามธรรมชาติมากที่สุด สำหรับสิ่งมีชีวิตในทะเลสาบใช้หากิน
  4. บริเวณหน้าดิน เป็นบริเวณที่มีความลึกระหว่าง 165-500 ฟุต ยังคงมีออกซิเจนละลายอยู่ มีสิ่งมีชีวิตจำพวกแพลงก์ตอนและกุ้งอาศัยอยู่
  5. บริเวณพื้นทราย เป็นพื้นที่ที่มีการชะล้างพังทลายมาเป็นเวลานับล้าน ๆ ปี ส่งผลให้ชั้นตะกอนที่อยู่ด้านล่างของทะเลสาบนั้นหนาเป็นกิโลเมตร สภาพพื้นเป็นทรายปะปนด้วยหิน
  6. บริเวณพื้นโคลน เป็นบริเวณที่มีซากของสิ่งมีชีวิตตายทับถมกัน มีแบคทีเรียที่ให้อาหารสำหรับแพลงก์ตอนสัตว์อาศัยอยู่[2]

นอกจากนี้แล้วทะเลสาบแทนกันยีกา ยังเป็นขึ้นชื่อและรู้จักดีว่าเป็นแหล่งกำเนิดของปลาในตระกูลปลาหมอสี (Cichlidae) หลากหลายชนิด มีมากกว่า 850 ชนิด[1] ซึ่งใช้เป็นทั้งปลาเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเป็นแหล่งส่งออกปลาสวยงามในระดับโลก อาทิ ปลาหมอฟรอนโตซ่า (Cyphotilapia frontosa), ปลาหมอสีในสกุล Cyprichromis, สกุล Tropheus เป็นต้น

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Planet Earth 19 ธันวาคม 2558 พิภพโลก ตอนที่ 3". นาว 26. 19 December 2015. สืบค้นเมื่อ 10 January 2016. 
  2. หน้า 46-48 คอลัมน์ Cichild Conner ตอน ดำดิ่งสู่ Lake Tanganyika โดย ปลาบ้านโรม นิตยสาร Aquarium Biz ฉบับเดือนสิงหาคม 2011

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]