บทความนี้เป็นบทความแปลของพนักงานดีแทคในความร่วมมือกับวิกิพีเดีย คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ชานมไข่มุก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Bubble tea
Bubble tea by Chill Bubble Tea.jpg
Bubble tea
ชื่ออื่น pearl milk tea, boba milk tea
จาน Drink
แหล่งกำเนิด Taiwan
ส่วนผสมหลัก Tapioca, milk/creamer, brewed tea, sugar, water
Cookbook: Bubble Tea  วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Media: Bubble tea

บับเบิลมิลก์ที หรือที่เรียกกันว่า เพิร์ลมิลก์ที (ชานมไข่มุก) หรือ ปัวป้ามิลก์ที เครื่องดื่มสัญชาติไต้หวัน พบในเมืองไถจง ไต้หวัน ในยุคปี 1980[1] คำว่า "บับเบิล" ผันมาจากคำภาษาจีน ปัวป้า bōbà (波霸) ที่แปลว่า "ขนาดใหญ่" เป็นคำทับศัพท์ที่มีความหมายว่า ขนาดใหญ่ เคี้ยวหนึบหนับ ลูกกลม ๆ ที่ทำมาจากแป้งมันสำปะหลังนี้เป็นที่นิยมนำมาใส่ในเครื่องดื่ม (粉圓, fěnyuán) คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า "ไข่มุก" (珍珠, zhēnzhū) สูตรชานมไข่มุกส่วนมาก มักจะมีส่วนประกอบของชาผสมด้วยผลไม้ หรือนม ถ้าเป็นสูตรแบบปั่นก็มักจะใส่ผลไม้ หรือน้ำเชื่อมลงไปด้วย ทำให้น่าทานเหมือนเกล็ดหิมะ[2]

เครื่องดื่มใส่ไข่มุกมีหลายสูตรหลายตำรับ แต่ละตำรับใช้ส่วนประกอบต่างกันไปมากมาย แต่สูตรที่เป็นที่นิยมที่สุดคือ ชานมไข่มุก และชาเขียวนมไข่มุก[2]

ประเภทเครื่องดื่ม[แก้]

Honeydew-flavored bubble tea

ชาไข่มุกแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ชารสผลไม้ และ ชานม แต่ก็ยังมีบางร้านค้านำเสนอเมนูแบบผสมเป็น "ชานมรสผลไม้" ในชานมส่วนใหญ่ มักใช้นมผง หรือ ครีมเทียม มีบางสูตรก็ใช้นมสดมาแทนได้เหมือนกัน หรืออาจจะเป็นสูตรน้ำผลไม้ปั่น ไอศกรีมปั่น เพิ่มไข่มุก ร้านเครื่องดื่มส่วนใหญ่ในอเมริกาขาย "นมปั่น" ด้วย ซึ่งหน้าตาก็คล้ายกับชาไข่มุกแต่ไม่มีส่วนประกอบของชาเลย ร้านอาหารเล็ก ๆ บางร้านเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น น้ำผึ้ง อกาเว่ สตีเวีย และ แอสปาร์แตม ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า

ชาไข่มุกสูตรดั้งเดิม ทำมาจาก ชาดำไต้หวันร้อน ใส่ไข่มุกที่มาจากแป้งมันสำปะหลัง (粉圓) เม็ดเล็ก ๆ นมข้นหวาน และน้ำเชื่อม (糖漿) หรือน้ำผึ้ง ต่อจากนั้นก็มีสูตรใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ต่างก็ชื่นชอบดื่มแบบเย็นกันมากกว่าดื่มแบบร้อน มีการทดลองเปลี่ยนประเภทของชาที่ใช้อยู่ตลอดเวลา แต่เดิมเริ่มจาก ชาเขียวไข่มุก ซึ่งใช้ ชาเขียว (茉香綠茶) กลิ่นมะลิมาแทนชาดำที่เคยใช้ เพิ่มขนาดเม็ดไข่มุกให้ใหญ่ขึ้น (波霸/黑珍珠)[3] มีการเพิ่มรสชาติของลูกพีช และผลพลัม ต่อมามีการเพิ่มรสชาติของผลไม้หลากหลายชนิด ในบางสูตร ถึงกับตัดชาออกไป ไม่เหลือส่วนผสมของชาไว้เลย เพื่อคงรสชาติผลไม้ไว้ให้ได้มากที่สุด มีการค้นพบว่า น้ำผลไม้เหล่านี้ ทำให้ไข่มุกเปลี่ยนสี (รวมถึง "เยลลี่ชิ้นเล็ก ๆ " ในเครื่องดื่มพวกทาโฮ คล้าย ๆ เต้าฮวย) เพราะฉะนั้น จึงมีการเลือกสีของไข่มุกให้เข้ากับเครื่องดื่มผลไม้แต่ละชนิด และเพื่อให้ได้รสชาติของชาดำร้อนหรือชาเขียวที่ดีขึ้น อาจมีการเติมผงสกัด น้ำผลไม้ เนื้อผลไม้ น้ำเชื่อม ลงไป เมื่อใส่รวมกันในกระบอกเชคเกอร์ หรือปั่นรวมกับน้ำแข็งในเครื่องปั่นรวม เพิ่มไข่มุกและส่วนผสมอื่น ๆ (อย่างเช่น วนิลลา น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือ น้ำตาล) ในตอนสุดท้าย

จนถึงวันนี้ ร้านชาไข่มุกเป็นที่นิยมอย่างมาก เช่นเดียวกับบาร์น้ำผลไม้ ในช่วงต้นของยุค 1990 บางร้านค้านิยมใช้แก้วพลาสติกฝาโดม บ้างก็มีเครื่องซีลพลาสติกให้ติดกับแก้ว วิธีการล่าสุดมีเครื่องกระบอกเชคเก้ออัตโนมัติ และซีลแน่นหนาให้มั่นใจว่าจะไม่มีการหกเลอะจนกว่าจะเจาะฝาดื่ม พร้อมกับมีหลอดขนาดใหญ่ที่ใช้ดูดไข่มุกขึ้นมาได้

ในไต้หวันทุกวันนี้ ผู้คนเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า "เพิร์ล มิลก์ที" กันติดปาก ("zhēn zhū nǎi chá" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "zhēn nǎi") คนจีนส่วนมากก็เรียกแบบนี้ แต่ชื่อภาษาอังกฤษของเครื่องดื่มชนิดนี้คือ "บับเบิล ที" หรือ "ปัวป้าที"

ความหลากหลาย[แก้]

ความหลากหลายของส่วนผสมในชาไข่มุกนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของชา โดยส่วนมาก จะใช้ชาประเภทที่ต่างกัน เช่น ชาดำชนิดต่าง ๆ ชาเขียว หรือแม้เต่กาแฟ ชาที่นิยมคือ ชาอู่หลง และเอิร์ลเกรย์ ส่วนชามะลิก็เป็นชาที่นิยมกันมากอยู่แล้ว ชนิดอื่น ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันคือ หยวนหยาง (鴛鴦 แปลว่า เป็ดแมนดาริน/นกเป็ดน้ำ) ค้นพบในฮ่องกง ประกอบไปด้วยชาดำครึ่งหนึ่ง และกาแฟครึ่งหนึ่ง บ้างนิยมผสมนมลงไป หรือถ้าเป็นชาที่ชงใหม่ ๆ จะได้เป็นรสชาติของชาอ่อน ๆ มาแทน

นมที่ผสมลงไปนั้นไม่ถือว่าเป็นส่วนผสมหลัก แต่ก็พบว่าหลายสูตรใส่ผสมลงไปด้วย บางร้านใช้ครีมเทียมเป็นส่วนผสมที่ใช้แทนนม แทนที่จะใช้น้ำนมจริง ๆ เพราะชาวเอเชียตะวันออกส่วนมากแพ้น้ำตาลแล็คโตสในนม เหตุผลอื่น ๆ ก็คือ ราคาถูกกว่า หาได้ง่ายกว่า วันหมดอายุนานกว่านมแท้ ๆ[4] ในประเทศฝั่งตะวันตก มีการใช้น้ำนมถั่วเหลืองมาผสมแทนสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากนมวัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติและหน้าตาต่างกันไป

Four Bubble Tea drinks of different flavors.
Four different bubble teas: mango green tea, lychee green tea, strawberry green tea with strawberry jelly, and a coconut cream blend with tapioca.

นอกจากนั้น บางสูตรยังใส่รสชาติต่าง ๆ เพิ่มลงไปในชาไข่มุก ที่นิยมกันคือผลไม้ต่าง ๆ เช่น สตอเบอร์รี่, แอ๊ปเปิ้ลเขียว, เสาวรส, มะม่วง, เลม่อน, แตงโม, องุ่น, ลิ้นจี่, ลูกพีช, สัปปะรด, แคนตาลูป, ฮั่นนี่ดิว, กล้วย, อโวคาโด, มะพร้าว, กีวี, และ ขนุน ส่วนผสมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ผลไม้ที่นิยม เช่น เผือก, พุดดิ้ง, ช็อคโกแลต, กาแฟ, มอคค่า, บาร์เล่ย์, งา, อัลมอนด์, ขิง, ลาเวนเดอร์, กุหลาบ, คาราเมล, และ ไวโอเล็ต ,ทุเรียน ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะนิยมในเครื่องดื่มที่ไม่ใส่นมเท่านั้น เนื่องจากกรดในน้ำผลไม้จะทำให้นมแข็งตัวตกตะกอน

ชาไข่มุกบางสูตรนำส่วนผสมแต่ละอย่างมาใส่รวมกัน หลาย ๆ ร้านชาในอเมริกา มีเมนูผสมมากมายให้ลูกค้าเลือกสรร บางร้านใส่กาแฟ หรือผสมแล้วปั่นให้ด้วย

เม็ดมันสำปะหลัง (ปัวป้า) ในชาไข่มุกให้ความรู้สึกเคี้ยวหนึบหนับ ในหลาย ๆ สูตรมีการเพิ่มส่วนผสมบางอย่างเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเครื่องดื่ม เช่น ไข่มุกสีเขียว:มีการเพิ่มรสชาเขียวเข้าไปเล็กน้อย ปรับให้เคี้ยวง่ายกว่าไข่มุกแบบเดิม เยลลี่ตัดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตัดเป็นรูปดาว รูปสี่เหลี่ยม ทำเป็นลายทาง เพิ่มสีและรสชาติต่าง ๆ เข้าไป เช่น วุ้นมะพร้าว, บุก, ลิ้นจี่, หญ้า, มะม่วง และ ชาเขียว การทำเป็นสีรุ้งจะใช้ผลไม้ผสมกับผงบุก ทำให้งอได้และเคี้ยวกรุบกรอบมากกว่าไข่มุกแบบเดิม ส่วน ถั่วอะซูกิ หรือ ถั่วเขียวบด รวมถึง เครื่องต่าง ๆ ที่นิยมใช้ราดหน้าขนมหวานช่วยเพิ่มรสชาติและความกลมกล่อมได้เป็นอย่างดี ในร้านชาทั่ว ๆ ไป จะมีการใส่ ว่านหางจระเข้, พุดดิ้งไข่ (คัสตาร์ดพุดดิ้ง) , สาคู หรือ เผือกที่ปั้นเป็นลูกกลมชิ้นเล็ก ๆ ด้วย

เนื่องจากชาไข่มุกเป็นที่นิยมมาก จึงมีการผลิต "ชานมปัวป้าสำเร็จรูป" ออกวางจำหน่ายด้วย ชาหนึ่งซองประกอบด้วยซองชาดำสำหรับหนึ่งที่ (พร้อมนมผงและน้ำตาลในซอง)

ร้านชาไข่มุกส่วนใหญ่จะมีเมนูที่หลีกเลี่ยงส่วนผสมของชาหรือกาแฟ ส่วนมากจะเป็นเครื่องดื่มประเภทที่ปั่นรวมกับน้ำแข็ง เรียกว่า สโนว์ บับเบิล อาจมีการนำส่วนผสมอื่น ๆ ที่ใส่ในชาไข่มุกมาผสมรวมลงไปก็ได้ จะได้เป็นเครื่องดื่มที่มีหน้าตาเหมือนเกล็ดหิมะ แต่ความเย็นในเครื่องดื่มจะทำให้เม็ดไข่มุกแข็งตัวมากขึ้น จะทำให้ใช้หลอดดูดไม่ขึ้นและเคี้ยวลำบาก ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มประเภทเกล็ดหิมะใส่ไข่มุก จะต้องรีบดื่มให้ไวกว่าเครื่องดื่มประเภทชาไข่มุกธรรมดา

ในบางร้านจะใส่วุ้นมะพร้าวแทนการใส่เม็ดไข่มุกที่ทำมาจากมันสำปะหลัง เพราะมีประโยชน์มากกว่า วุ้นมะพร้าวนี้มีเส้นใยอาหารมาก มีคลอเรสเตอรอลและไขมันเพียงเล็กน้อย ส่วนมากจะนิยมหั่นวุ้นมะพร้าวเป็นเส้นบาง ๆ เพื่อให้ง่ายสำหรับการใช้หลอดดูดขึ้นมา[5]

ประวัติ[แก้]

Milk-tea-flavored bubble tea

ชาไข่มุกพบครั้งแรกในประเทศไต้หวัน ช่วงยุค 1980[1]

ร้านชาชุน ฉุ่ยถังในเมืองไถจง น่าจะเป็นร้านแรกที่คิดค้นเมนูชาไข่มุกขึ้นมา เมื่อปี 1988 ขณะที่กำลังประชุมอยู่นั้น คุณหลินชิ่วฮุย (ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) ได้เทขนมหวานชิ้นเล็ก ๆ ลงไปในชา[2] ทุกคนในห้องประชุมเห็นว่าน่าสนใจ จึงทำออกมาขาย ปรากฏว่า ยอดขายดีมาก ทำลายสถิติเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ[2] บ้างก็ว่า ชาไข่มุกน่าจะมีที่มาจากร้านชาหานหลิน ที่เมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน ของนายถัวซ่งเหอ เขาใส่เม็ดสาคูสีขาวลงไปในชา ทำให้มันเหมือนไข่มุก เป็นที่มาของคำว่า "ชาไข่มุก" หลังจากนั้นไม่นาน หานหลินเปลี่ยนสีสาคูจากสีขาวเป็นสีดำแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน ช่วงปี 1990 เครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมมากในเอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้[3]

ช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2012 ร้านแมคคาเฟ่ของแมคโดนัลด์ สาขาในประเทศเยอรมันและออสเตรียเริ่มจำหน่ายชาไข่มุก มีให้เลือกหลากหลายทั้งชาดำ ชาเขียว และชาขาว, เลือกได้ทั้งแบบผสมและไม่ผสมนม รวมถึงน้ำเชื่อมผลไม้รสต่าง ๆ สามารถสรรสร้างเมนูใหม่ ๆ ได้มากกว่า 250 แบบ[6]

ชนิดของชาไข่มุก[แก้]

  • 泡沫紅茶 (พินอิน: pàomò hóngchá) : "ชาแดงโฟม" แปลตรงตัวตามภาษาจีนก็คือ ชาที่มีฟอง ภาษาอังกฤษ เรียกว่า ชาโฟม แต่ชื่อนี้ไม่เป็นที่นิยมในเอเชียเท่าไหร่นัก ในหลาย ๆ ประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก จะเรียกว่า "ชาบับเบิล"[7] เครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ได้ใส่เม็ดสาคูลงไป คำว่า ฟอง/ไข่มุก ได้มาจากการผสมชาร้อน ๆ หรือชาอุ่น ๆ (ใช้ชาดำ) กับน้ำเชื่อมหรือน้ำตาล เทน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ลงไปรวมกันในกระบอกเชคเกอร์ อาจจะเขย่าด้วยเครื่องหรือเขย่าด้วยมือก็ได้ ทำให้เกิดโฟมฟองขึ้นที่ผิวบนของชา ส่งผลให้ได้รสชาติที่นุ่มลิ้น
  • 泡沫奶茶 (พินอิน: pàomò nǎichá) : "ชานมโฟม" ชาชนิดนี้ก่อนเสิร์ฟต้องเขย่า วิธีการเหมือน "ชาแดงมีฟอง"
  • 珍珠奶茶 or 珍奶 for short) (พินอิน: zhēnzhū nǎichá) : "ชานมเพิร์ล" มักเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า ชานมบับเบิล คำว่า "เพิร์ล/ไข่มุก" หมายถึง เม็ดสาคูเล็ก ๆ ขนาด 1/12 นิ้วที่ใส่ในเครื่องดื่ม ถึงแม้จะมีบางเมนูเปลี่ยนมาใช้เม็ดสาคูที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 1/4 นิ้ว แต่ก็ยังใช้ชื่อ "ชานมเพิร์ล"เหมือนเดิม[3]
  • 波霸奶茶 (พินอิน: bōbà nǎichá) : "ชานมบับเบิล" หรือที่เรียกกันว่า ชานมปัวป้า ชื่อนี้สื่อถึงขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ ซึ่งก็คือ เม็ดสาคูขนาดใหญ่ 1/4นิ้ว[3]
  • 黑珍珠奶茶 (พินอิน: hēi zhēnzhū nǎichá) : "ชานมแบล็กเพิร์ล" ตั้งแต่มีการทำเม็ดสาคูขนาดใหญ่ 1/4นิ้วขึ้นมา มีการแยกเฉพาะเม็ดสาคูมาวางจำหน่ายในชื่อ "แบล็กเพิร์ล" (黑珍珠) ซึ่งเป็นที่นิยมมาก มีอีกชื่อหนึ่งคือ "ปัวป้า" (波霸) แต่ไม่ค่อยใช้กันเท่าไหร่นัก
  • (奶) 茶珍珠 (พินอิน: (nǎi) chá zhēnzhū) : "ชา (นม) เพิร์ล" (ไม่นิยมใช้ชื่อนี้)
  • 泡泡茶 (พินอิน: pào pào chá) : หรือ 珍珠奶茶 หมายถึง "ชาบับเบิล" ใช้กันในประเทศสิงคโปร์

ชานมไข่มุกกับสุขภาพ[แก้]

เมื่อก่อน เคยมีการรายงานว่า เม็ดสาคู, นมผง และน้ำเชื่อมรสผลไม้ มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งต้องห้าม ในเดือนพฤษภาคม ปี 2011 ฟู้ดสแกนดอล ในไต้หวันตีแผ่เรื่องราวของ DEHP (สารเสริมสภาพพลาสติก) (สารเคมีพลาสติไซเซอร์ที่มีสารก่อมะเร็ง) ที่พบในสารกันบูดในเครื่องดื่มและน้ำเชื่อมรสผลไม้ต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกนอกประเทศ และใช้ในร้านชาไข่มุกทั่วโลก DEHP (สารเสริมสภาพพลาสติก) นี้มีผลกับระดับฮอร์โมนในร่างกาย[8][9] ช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2011 กระทรวงสาธารณสุขของประเทศมาเลเซีย นายเลียว เทียงไหล ประกาศให้บริษัทที่จำหน่าย "น้ำเชื่อมรสสตอเบอร์รี่" (หนึ่งในส่วนผสมที่ใช้ในชาไข่มุกบางเมนู) หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เนื่องจากทดสอบแล้วพบว่า มีสารก่อมะเร็งดังกล่าวปะปนอยู่[10]

ในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2012 นักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยอาเคิน (RWTH) ในประเทศเยอรมันได้ทำการวิเคราะห์ส่วนผสมของชาไข่มุกเพื่อหาสารอาจที่ก่อให้เกิดการแพ้ ผลการตรวจสอบ พบว่า มีส่วนผสมของ สไตรีน, อะซีโตฟีโนน และ สารที่ผ่านกรรมวิธีการเติมโบรมีน[11][12] หนังสือพิมพ์ในประเทศเยอรมัน Rheinische Post ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ดังกล่าว ส่งผลให้ตัวแทนในประเทศเยอรมันของทางไต้หวันต้องออกมาแถลงการณ์ กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบอาหารทุกประเภทในไต้หวันอย่างละเอียด[13] ต่อมา ในเดือนกันยายน องค์การอาหารและยาของไต้หวันได้ออกมาแจ้งผลการวิเคราะห์รอบสองซึ่งผ่านการควบคุมโดยองค์กรประเทศเยอรมัน พบว่า ชาไข่มุกของไต้หวันปลอดจากสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ไม่พบส่วนผสมของโลหะหนัก หรือสารอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด[14]

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 องค์การอาหารและยาของไต้หวันออกแถลงการณ์เรื่อง การตรวจพบกรดมาเลอิก (สารปรุงแต่งอาหารที่ยังไม่ผ่านการรับรอง) ในอาหารบางประเภทรวมถึงเม็ดไข่มุกสาคู[15] ทั้งนี้ หน่วยงานตรวจสอบอาหารของประเทศสิงคโปร์ได้ทำการทดสอบ และตรวจพบเจอสารดังกล่าวในเม็ดไข่มุกสาคูของบางร้านค้า และในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบด้วยเช่นกัน[16]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Martin, Laura C. (2007). Tea: The drink that changed the world. Rutland: Tuttle Publishing. p. 219. ISBN 9780804837248. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Chang, Derrick (12 June 2012). "Is this the inventor of bubble tea?". CNN. http://www.cnngo.com/explorations/drink/inventor-bubble-tea-885732. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 "珍珠奶茶的製作方法 (pearls)". Crystalpalace.poempalace.org. http://crystalpalace.poempalace.org/cn/pearl009.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 July 2011. 
  4. Chao, Julie (12 December 1999). "Taiwan tapioca tea on tap". San Francisco Examiner. 
  5. "Healthier Bubble Tea". Five by Fifty - Asian Consumer Intelligence. 17 March 2009. http://www.fivebyfifty.com/2009/03/17/healthier-bubble-tea. 
  6. "McDonald's Launches Bubble Tea Line In German Restaurants". Huffingtonpost.com. 11 June 2012. http://www.huffingtonpost.com/2012/06/11/mcdonalds-bubble-tea-germany_n_1587833.html. 
  7. "Yes411 全球華人首選生活資訊網 - 加拿大黃頁". Yes411.com. 19 November 2010. http://www.yes411.com/chcanada/listing.php?id=163395. 
  8. Yi-yu, Juan; Yi-chia, Wei; Su-ching, Hung (29 May 2011). "FOOD SCARE WIDENS:Tainted additives used for two decades: manufacturer". Taipei Times. http://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2011/05/29/2003504450. 
  9. "167 food ingredient suppliers affected by toxic contamination: DOH". Focus Taiwan News Channel. 26 May 2011. http://focustaiwan.tw/ShowNews/WebNews_Detail.aspx?Type=aALL&ID=201105260023. 
  10. Lee Yen Mun (17 June 2011). "Taiwanese syrup used in bubble tea found to be DEHP contaminated". The Star. http://thestar.com.my/news/story.asp?file=/2011/6/17/nation/20110617211015&sec=nation. 
  11. Bubble Tea under Surveillance in Germany SGS SafeGuard Bulletin, Retrieved 09/20/2012
  12. "Bubble tea 'contains all sorts of crap'". The Local. 22 August 2012. http://www.thelocal.de/sci-tech/20120822-44503.html. 
  13. "Tests rebut claims about carcinogenic German bubble tea". Taipei Times. 11 September 2012. 
  14. "'Reckless' report has hurt Taiwanese bubble tea industry: supplier". Central News Agency. 28 September 2012. http://focustaiwan.tw/ShowNews/WebNews_Detail.aspx?Type=aALL&ID=201209280035. 
  15. "Taiwan recalls food products due to unapproved food additive". Agri-Food & Veterinary Authority of Singapore. http://www.ava.gov.sg/NR/rdonlyres/9253E7B2-E57D-4992-982C-1304E73748D6/26031/foodalert_Taiwanrecallsfoodproductsduetounapproved.pdf. 
  16. "Recall of starch-based products from Taiwan due to maleic acid". Agri-Food & Veterinary Authority of Singapore. http://www.ava.gov.sg/NR/rdonlyres/9253E7B2-E57D-4992-982C-1304E73748D6/26074/Pressrelease_RecallofstarchbasedproductsfromTaiwan.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 June 2013. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Bubble tea