แตงโม
หน้าตา
| แตงโม | |
|---|---|
| แตงโมที่ผ่าแล้ว | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | พืช Plantae |
| เคลด: | พืชมีท่อลำเลียง Tracheophyta |
| เคลด: | พืชดอก Angiosperms |
| เคลด: | พืชใบเลี้ยงคู่แท้ Eudicots |
| เคลด: | โรสิด Rosids |
| อันดับ: | แตง Cucurbitales |
| วงศ์: | แตง Cucurbitaceae |
| สกุล: | Citrullus (Thunb.) Matsum. & Nakai |
| สปีชีส์: | C. lanatus |
| ชื่อทวินาม | |
| Citrullus lanatus (Thunb.) Matsum. & Nakai | |
| ชื่อพ้อง[1] | |
|
รายการ
| |
แตงโม[a] (ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrullus lanatus) เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง เป็นพืชในวงศ์เดียวกับแคนตาลูปและฟัก จัดเป็นพืชล้มลุกเป็นเถา อายุสั้น เถาจะเลื้อยไปตามพื้นดิน มีขนอ่อนปกคลุม ผลมีทั้งทรงกลมและทรงกระบอก เปลือกแข็ง มีทั้งสีเขียวและสีเหลือง บางพันธุ์มีลวดลายบนเปลือก ในเนื้อมีเมล็ดสีดำแทรกอยู่[2]
แตงโมมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทะเลทรายคาลาฮารีทวีปแอฟริกา[3] ชาวอียิปต์เป็นชาติแรกที่ปลูกแตงโมไว้รับประทานเมื่อสี่พันปีมาแล้ว[4] ชาวจีนเริ่มปลูกแตงโมที่ซินเกียงสมัยราชวงศ์ถัง และชาวมัวร์ได้นำแตงโมไปสู่ทวีปยุโรป แตงโมแพร่หลายเข้าสู่ทวีปอเมริกาพร้อมกับชาวแอฟริกาที่ถูกขายเป็นทาส
พบกรดอะมิโน citrulline เป็นครั้งแรกในแตงโม[5] โดยแตงโมมี citrulline มาก ถ้ารับประทานในปริมาณหลายกิโลกรัมจะตรวจพบในเลือดของผู้รัประทานได้ ซึ่งจะเข้าไปรบกวนวัฏจักรยูเรีย[6]
| คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์) | |
|---|---|
| พลังงาน | 127 กิโลจูล (30 กิโลแคลอรี) |
7.55 g | |
| น้ำตาล | 6.2 g |
| ใยอาหาร | 0.4 g |
0.15 g | |
0.61 g | |
| วิตามิน | |
| วิตามินเอ | (4%) 28 μg |
| ไทอามีน (บี1) | (3%) 0.033 มก. |
| ไรโบเฟลวิน (บี2) | (2%) 0.021 มก. |
| ไนอาซิน (บี3) | (1%) 0.178 มก. |
(4%) 0.221 มก. | |
| วิตามินบี6 | (3%) 0.045 มก. |
| โฟเลต (บี9) | (1%) 3 μg |
| วิตามินซี | (10%) 8.1 มก. |
| แร่ธาตุ | |
| แคลเซียม | (1%) 7 มก. |
| เหล็ก | (2%) 0.24 มก. |
| แมกนีเซียม | (3%) 10 มก. |
| ฟอสฟอรัส | (2%) 11 มก. |
| โพแทสเซียม | (2%) 112 มก. |
| สังกะสี | (1%) 0.10 มก. |
| องค์ประกอบอื่น | |
| น้ำ | 91.45 g |
| ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐสำหรับผู้ใหญ่ แหล่งที่มา: USDA FoodData Central | |
เชิงอรรถ
[แก้]- ↑ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียก บักโม ภาคเหนือเรียก บะเต้า จังหวัดตรังเรียกแตงจีน
อ้างอิง
[แก้]- นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. แตงโม ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550 หน้า 77 - 80
- ↑ "The Plant List: A Working List of All Plant Species". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-10-04. สืบค้นเมื่อ April 16, 2014.
- ↑ "แตงโม".องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สืบค้นเมื่อ 2567-06-17
- ↑ North Carolina State University: Watermelon biogeography.
- ↑ Daniel Zohary and Maria Hopf, Domestication of Plants in the Old World, third edition (Oxford: University Press, 2000), p. 193.
- ↑ Wada, M. (1930). "Über Citrullin, eine neue Aminosäure im Presssaft der Wassermelone, Citrullus vulgaris Schrad". Biochem. Zeit. 224: 420.
- ↑ H. Mandel, N. Levy, S. Izkovitch, S. H. Korman (2005). "Elevated plasma citrulline and arginine due to consumption of Citrullus vulgaris (watermelon)". Berichte der deutschen chemischen Gesellschaft. 28 (4): 467–472. doi:10.1007/s10545-005-0467-1. PMID 15902549.
{{cite journal}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]วิกิสปีชีส์มีข้อมูลภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ Citrullus vulgaris
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อที่เกี่ยวข้องกับ แตงโม