กะท่าง
| กะท่าง | |
|---|---|
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | สัตว์ Animalia |
| ไฟลัม: | สัตว์มีแกนสันหลัง Chordata |
| ชั้น: | สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก Amphibia |
| อันดับ: | Urodela Urodela |
| วงศ์: | ซาลาแมนเดอร์แท้ Salamandridae |
| สกุล: | นิวต์จระเข้ Tylototriton Anderson, 1871 |
| สปีชีส์: | T. verrucosus |
| ชื่อทวินาม | |
| Tylototriton verrucosus Anderson, 1871 | |
กะท่าง (อังกฤษ: Himalayan newt; ชื่อวิทยาศาสตร์: Tylototriton verrucosus) เป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เป็นสัตว์จำพวกนิวต์ หรือ ซาลาแมนเดอร์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ เพียงไม่กี่ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย
ลักษณะ
[แก้]มีรูปร่างสีน้ำตาลคล้ำ มีแต้มสีส้มเหลืองบนส่วนปากและปุ่มบนแผ่นหลังและหางสีส้ม ด้านใต้ท้องสีออกส้มจนถึงสีน้ำตาลเหลือง ความยาวประมาณ 13–15 เซนติเมตร นิ้วเท้าหน้ามี 4 นิ้ว นิ้วเท้าหลังมี 5 นิ้ว มีลักษณะพิเศษคือ เมื่อขาหรือหางขาดไป สามารถงอกใหม่ได้ โดยจะอาศัยในลำธารตามเชิงเขา มีอาณาบริเวณแคบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ เช่น ยาง, ไทร, กระบาก, มะไฟ, มะกอก และเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม
ในฤดูผสมพันธุ์ตกอยู่ในราวเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม กะท่างโตเต็มวัยเมื่ออายุได้ 2 ปี จะมารวมกลุ่มเพื่อการผสมพันธุ์กันตามแอ่งน้ำนิ่งตามลำธาร ตัวเมียจะวางไข่ติดอยู่กับพืชน้ำ ไข่มีสีเทาดำห่อหุ้มด้วยวุ้นใส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5 มิลลิเมตร ใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 16–20 วัน ที่อุณหภูมิประมาณ 19–20 องศาเซลเซียส และตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีเหงือกเป็นพู่เห็นได้ภายนอกจำนวน 3 คู่ ตัวอ่อนกินลูกอ๊อดและแมลงน้ำเป็นอาหาร ใช้เวลาประมาณ 60 วัน จึงมีสภาพเหมือนตัวเต็มวัย [2]
การกระจายพันธุ์
[แก้]พบได้ในเทือกเขาของมณฑลยูนนาน, เทือกเขาคาเกียน, สิกขิม, มณีปุระ และตอนเหนือของพม่า[3] มีความพยายามในการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยในดาร์จีลิง ในอินเดีย ซึ่งพบแพร่พันธุ์ในจำนวนมาก ในประเทศไทย พบเฉพาะที่ดอยช้างในจังหวัดเชียงราย[4] ประชากรอื่น ๆ ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รวมถึงประชากรในลาวและเวียดนาม ได้รับการอธิบายในปี 2013 และ 2015 ว่าเป็นชนิดใหม่ ได้แก่ T. anguliceps, T. panhai และ T. uyenoi[5][6]
สถานะ
[แก้]กะท่างได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และกรมประมงได้ทำการวิจัยเพาะขยายพันธุ์กะท่างในที่เลี้ยงเป็นที่สำเร็จได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม กะท่างยังต้องถูกเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขาสูง
มีชื่อสามัญเรียกในภาษาเหนือว่า "จั๊กกิ้มน้ำ" หรือ "จั๊กคาก" ซึ่งแปลว่า "จิ้งจกน้ำ" [7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Tylotriton verrucosus". IUCN Red List of Threatened Species.
- ↑ "กะท่าง, จักกิ้มน้ำ, จักก่าน้ำ". สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า. 6 มกราคม 2014. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2014.
- ↑ The Myanmar Herpetological Survey Project
- ↑ Pomchote, P.; W. Khonsue; P. Sapewisut; K. Eto; K. Nishikawa (2020). "Discovering A Population of Tylototriton verrucosus (Caudata: Salamandridae) from Thailand: Implications for Conservation". Tropical Natural History. 20 (1): 1–15.
- ↑ Kanto Nishikawa; Wichase Khonsue; Porrawee Pomchote; Masafumi Matsui (2013). "Two new species of Tylototriton from Thailand (Amphibia: Urodela: Salamandridae". Zootaxa. 3737 (3): 261–273.
- ↑ Le, D.T.; T.T. Nguyen; K. Nishikawa; S.L.H. Nguyen; A.V. Pham; M. Matsui; M. Bernardes; T.Q. Nguyen (2015). "A new species of Tylototriton Anderson, 1871 (Amphibia: Salamandridae) from Northern Indochina". Current Herpetology. 34 (1): 38–50. doi:10.5358/hsj.34.38.
- ↑ "กะท่าง, จักกิ้มน้ำ". สัตว์ป่าเมืองไทย. 6 มกราคม 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 มิถุนายน 2011. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2014.