ทองคำ
-
บทความนี้เกี่ยวกับธาตุ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ทอง (แก้ความกำกวม)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ทั่วไป | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ชื่อ, สัญลักษณ์, เลขอะตอม | ทองคำ, Au, 79 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| อนุกรมเคมี | โลหะทรานซิชัน | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| หมู่, คาบ, บล็อก | 11, 6, d | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลักษณะ | สีเหลืองวาว |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| มวลอะตอม | 196.96655 (2) กรัม/โมล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| การจัดเรียงอิเล็กตรอน | [Xe] 4f14 5d10 6s1 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน | 2, 8, 18, 32, 18, 1 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คุณสมบัติทางกายภาพ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สถานะ | ของแข็ง | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความหนาแน่น (ใกล้ r.t.) | 19.3 ก./ซม.³ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความหนาแน่นของของเหลวที่m.p. | 17.31 ก./ซม.³ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดหลอมเหลว | 1337.33 K (1064.18 °C) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดเดือด | 3129 K(2856 °C) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการหลอมเหลว | 12.55 กิโลจูล/โมล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการกลายเป็นไอ | 324 กิโลจูล/โมล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนจำเพาะ | (25 °C) 25.418 J/(mol·K) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คุณสมบัติของอะตอม | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| โครงสร้างผลึก | cubic face centered | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สถานะออกซิเดชัน | 3, 1 (amphoteric oxide) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กโตรเนกาติวิตี | 2.54 (พอลิงสเกล) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| พลังงานไอออไนเซชัน | ระดับที่ 1: 890.1 กิโลจูล/โมล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ระดับที่ 2: 1980 กิโลจูล/โมล | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีอะตอม | 135 pm | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีอะตอม (คำนวณ) | 174 pm | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีโควาเลนต์ | 144 pm | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีวานเดอร์วาลส์ | 166 pm | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| อื่น ๆ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| การจัดเรียงทางแม่เหล็ก | no data | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความต้านทานไฟฟ้า | (20 °C) 22.14 nΩ·m | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| การนำความร้อน | (300 K) 318W/(m·K) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| การขยายตัวจากความร้อน | (25 °C) 14.2 µm/(m·K) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| อัตราเร็วของเสียง (แท่งบาง) | (r.t.) (hard-drawn) 2030 m/s |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| โมดูลัสของยังก์ | 78 GPa | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| โมดูลัสของแรงเฉือน | 27 GPa | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| โมดูลัสของแรงบีบอัด | 220 GPa | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| อัตราส่วนปัวซอง | 0.44 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งโมห์ส | 2.5 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งวิกเกอร์ส | 216 MPa | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งบริเนล | 2450 MPa | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เลขทะเบียน CAS | 7440-57-5 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ไอโซโทปที่น่าสนใจ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แหล่งอ้างอิง | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ทองคำ (อังกฤษ: gold) คือธาตุเคมีที่มีหมายเลขอะตอม 79 และสัญลักษณ์คือ Au (มาจากภาษาละตินว่า aurum) จัดอยู่ในกลุ่มธาตุโลหะมีสกุลชนิดหนึ่ง ทองคำเป็นธาตุโลหะทรานซิชันสีเหลืองทองมันวาวเนื้ออ่อนนุ่ม สามารถยืดและตีเป็นแผ่นได้ ทองคำไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีส่วนใหญ่ ทองคำใช้เป็นทุนสำรองทางการเงินของหลายประเทศ ใช้ประโยชน์เป็นเครื่องประดับ งานทันตกรรม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เนื้อหา |
คุณสมบัติของทองคำ
มีความแวววาวอยู่เสมอ ทองคำไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนดังนั้น เมื่อสัมผัสถูกอากาศสีของทองจะไม่หมองและไม่เกิดสนิม มีความอ่อนตัว ทองคำเป็นโลหะที่มีความอ่อนตัวมากที่สุด ด้วยทองเพียงประมาณ 2 บาท เราสามารถยืดออกเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 8 กิโลเมตร หรืออาจตีเป็นแผ่นบางได้ถึง 100 ตารางฟุต เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทองคำเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดี สะท้อนความร้อนได้ดี ทองคำสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ได้มีการนำทองคำไปฉาบไว้ที่หน้ากากหมวกของนักบินอวกาศ เพื่อป้องกันรังสีอินฟราเรด
มนุษย์รู้จักทองคำมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปี เป็นความหมายแห่งความมั่งคั่ง จุดหลอมเหลว 1064 องศาเซลเซียส และจุดเดือด 2970 องศาเซลเซียส เป็นโลหะที่มีค่าที่มีความเหนียว (Ductility) และความสามารถในการขึ้นรูป (Malleability) คือจะยืดขยาย (Extend) เมื่อถูกตีหรือรีดในทุกทิศทาง โดยไม่เกิดการปริแตกได้สูงสุด ทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ออนซ์สามารถดึงเป็นเส้นลวดยาวได้ถึง 80 กิโลเมตร ถ้าตีเป็นแผ่นก็จะได้บางเกินกว่า 1/300,000 นิ้ว ส่วนความกว้างจะได้ถึง 9 ตารางเมตร
ทองคำบริสุทธิ์ไม่ว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี จึงทนต่อการผุกร่อนและไม่เกิดสนิมกับอากาศ แต่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีบางชนิด เช่น คลอรีน ฟลูออรีน น้ำประสานทอง
คุณสมบัติเหล่านี้ประกอบกับลักษณะภายนอกที่เป็นประกายจึงทำให้ทองคำเป็นที่หมายปองของมนุษย์มาเป็นเวลานับพันปี โดยนำมาตีมูลค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับวงการเครื่องประดับ
ทองคำได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในวงการเครื่องประดับทองคำ เพราะเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน 4 ประการซึ่งทำให้ทองคำโดดเด่น และเป็นที่ต้องการเหนือบรรดาโลหะมีค่าทุกชนิดในโลก คือ
- งดงามมันวาว (lustre) สีสันที่สวยงามตามธรรมชาติผสานกับความมันวาวก่อให้เกิดความงามอันเป็นอมตะ ทองคำสามารถเปลี่ยนเฉดสีทองโดยการนำทองคำไปผสมกับโลหะมีค่าอื่นๆ ช่วยเพิ่มความงดงามให้แก่ทองคำได้อีกทางหนึ่ง
- คงทน (durable) ทองคำไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง และไม่ผุกร่อน แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไป 3000 ปีก็ตาม
- หายาก (rarity) ทองเป็นแร่ที่หายาก กว่าจะได้ทองคำมาหนึ่งออนซ์ (31.167 gram) ต้องถลุงก้อนแร่ที่มีทองคำอยู่เป็นจำนวนหลายตัน และต้องขุดเหมืองลึกลงไปหลายสิบเมตร จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง เป็นเหตุให้ทองคำมีราคาแพงตามต้นทุนในการผลิต
- นำกลับไปใช้ได้ (reuseable) ทองคำเหมาะสมที่สุดต่อการนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพราะมีความเหนียวและอ่อนนิ่มสามารถนำมาทำขึ้นรูปได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดยการทำให้บริสุทธิ์ (purified) ด้วยการหลอมได้อีกโดยนับครั้งไม่ถ้วน
การเกิดของแร่ทองคำ
สรุปจากเอกสารของกรมทรัพยากรธรณี ได้มีการแบ่งการเกิดของแร่ทองคำออกเป็น 2 แบบ ตามลักษณะที่พบในธรรมชาติได้ดังนี้
- แบบปฐมภูมิ คือกระบวนการทางธรณีวิทยา มีการผสมทางธรรมชาติจากน้ำแร่ร้อน ผสมผสานกับสารละลายพวกซิลิก้า ทำให้เกิดการสะสมตัวของแร่ทองคำในหินต่างๆ เช่น หินอัคนี หินชั้น และหินแปร มีการพบการฝังตัวของแร่ทองคำในหิน หรือสายแร่ที่แทรกอยู่ในหิน ซึ่งส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
- แบบทุติยภูมิหรือลานแร่ คือการที่หินที่มีแร่ทองคำแบบปฐมภูมิได้มีการสึกกร่อน และถูกน้ำพัดพาไปสะสมตัวในที่แห่งใหม่ เช่น ตามเชิงเขา ลำห้วย หรือในตะกอนกรวดทรายในลำน้ำ
- แหล่งแร่ทองคำปฐมภูมิในไทย
- แหล่งโต๊ะโมะ จ.นราธิวาส
- แหล่งเขาสามสิบ จ.สระแก้ว
- แหล่งชาตรี (เขาโป่ง) จ.พิจิตร - จ.เพชรบูรณ์
- แหล่งดอยตุง (บ้านผาฮี้) จ.เชียงราย
- แหล่งเขาพนมพา จ.พิจิตร
- แหล่งแร่ทองคำทุติยภูมิในไทย
- แหล่งบ้านป่าร่อน จ.ประจวบคีรีขันธ์
- แหล่งบ้านนาล้อม จ.ปราจีนบุรี
- แหล่งบ้านทุ่งฮั้ว จ.ลำปาง
- แหล่งในแม่น้ำโขง จ.เลย - จ.หนองคาย
- แหล่งบ้านผาช้างมูบ จ.พะเยา
หน่วยน้ำหนักของทองคำ
- กรัม : ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นหน่วยสากล
- ทรอยเอานซ์ : ใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย
- โทลา : ใช้กันทางประเทศแถบตะวันออกกลาง อินเดีย ปากีสถาน
- ตำลึง : ใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาจีน เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง
- บาท : ใช้ในประเทศไทย
- ชิ : ใช้ในประเทศเวียดนาม
การแปลงน้ำหนักทองคำ
- ทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% (มาตรฐานในประเทศไทย)[1]
- ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม
- ทองคำแท่ง น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.244 กรัม
- ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99%
- ทองคำ 1 กิโลกรัม เท่ากับ 32.1508 (ทรอย) ออนซ์
- ทองคำ 1 (ทรอย) ออนซ์ เท่ากับ 31.1040 กรัม[2]
- 1 ทรอยออนซ์ เท่ากับ 1.097 ออนซ์ (ปกติ)
- 12 ทรอยออนซ์ เท่ากับ 1 ทรอยปอน
- 1 ทรอยปอน เท่ากับ 373 กรัม
การลงทุนทองคำ
การตั้งราคาทองในประเทศไทยจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ Goldspot และ USD-THB
- Goldspot คือ ราคาทองต่างประเทศ มีการซื้อขายทองโดยใช้เงินสกุลดอลล่าร์
- USD-THB คือ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์
- การตั้งราคาทองในประเทศไทย
มีสูตรคำนวณดังนี้
สูตรคำนวณราคาทองคำ = (spot gold + 2) x อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท x 0.4729
ประโยชน์อื่น
- ด้านอวกาศ
ในทางอวกาศได้มีการนำทองคำมาใช้เป็นชุดนักบินอวกาศและแคปซูล เพื่อป้องกันไม่ให้นักบินอวกาศกระทบกับรังสีในอวกาศที่มีพลังงานสูง นอกจากนี้ยังมีการใช้ทองคำบริสุทธิ์เคลือบกับเครื่องยนต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หมวกเหล็ก เกราะบังหน้า และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในอวกาศ เนื่องจากทองคำที่มีความหนา 0.000006 นิ้ว จะมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ทำลาย หรือลดประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้
- ด้านทันตกรรม
มีการใช้ทองคำเพื่อการครอบฟัน เชื่อมฟัน หรือการเลี่ยมทอง และยังมีการใช้ในการผลิตฟันปลอมด้วย เนื่องจากทองคำมีความคงทนต่อการกัดกร่อน การหมองคล้ำ และยังมีความแข็งแรงอีกด้วย โดยจะใช้ทองคำผสมกับธาตุอื่น เช่น แพลทินัม
- ด้านอิเล็กทรอนิกส์
มีการนำทองคำมาใช้เป็นวัสดุที่ทำหน้าที่สัมผัสในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น เครื่องคิดเลข โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากทองคำมีค่าการนำไฟฟ้าสูง และมีความคงทนต่อการกัดกร่อน จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของเครื่องไฟฟ้าเหล่านั้น
รายชื่อตลาดทองคำที่สำคัญของโลก
- ตลาดทองคำนิวยอร์ก
- ตลาดทองคำลอนดอน
- ตลาดทองคำฮ่องกง
- ตลาดทองคำอินเดีย
- ตลาดทองคำซิซิลีอิตาลี
- ตลาดทองคำ ซาร์เดนญาอิตาลี
อ้างอิง
- ^ http://www.goldcalculator.com/index_files/page0033.htm
- ^ ทรอยออนซ์ เป็นหน่วยชั่งของโลหะมีค่า แต่มักเรียกสั้นๆ ว่า ออนซ์
แหล่งข้อมูลอื่น