จังหวัดเชียงราย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จ.เชียงราย)
สำหรับเชียงราย ในความหมายอื่น ดูที่ เชียงราย (แก้ความกำกวม)
จังหวัดเชียงราย
ตราประจำจังหวัดเชียงราย
ตราประจำจังหวัด
เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย เชียงราย
ชื่ออักษรโรมัน Chiang Rai
ผู้ว่าราชการ พงษ์ศักดิ์ วังเสมอ
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
นายกองค์การบริหาร บุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2557)
สีประจำกลุ่มจังหวัด ███ สีม่วง ███
ต้นไม้ประจำจังหวัด กาสะลองคำ
ดอกไม้ประจำจังหวัด พวงแสด
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 11,678.369 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 12)
ประชากร 1,204,660 คน[2]
(อันดับที่ 15)
ความหนาแน่น 0คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 47)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100
โทรศัพท์ (+66) 0 5371 9143
เว็บไซต์ จังหวัดเชียงราย
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดเชียงราย

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดเชียงราย (คำเมือง: เจียงฮาย) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย เป็นที่ตั้งของเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคก่อตั้งอาณาจักรล้านนา อาทิ เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองเชียงของ เมืองเธริง หรือ เมืองเทิง เป็นต้น [3] ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายแบ่งการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ มีแม่น้ำกก แม่น้ำอิง และแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสายสำคัญ ทำเลที่ตั้งของจังหวัดเชียงรายอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศพม่า หรือรู้จักกันในนามของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำที่เป็นแหล่งผลิตฝิ่นที่สำคัญของโลก ปัจจุบัน จังหวัดเชียงรายได้รับความสนใจในฐานะประตูสู่พม่า ลาว และจีนตอนใต้[4] ผ่านทางหลวงเอเชียสาย 2 และทางหลวงเอเชียสาย 3

จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณกาลประมาณ 750 ปีที่ผ่านมา มีอายุเก่าแก่กว่าจังหวัดเชียงใหม่ไปโดยประมาณ 50 กว่าปี เพราะ มี"คำเมือง" เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในรูปแบบล้านนา ไทลื้อ ไทใหญ่ ไทเขิน จากสิบสอบปันนาผสมผสาน เข้าด้วยกัน และมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอนาคต จังหวัดเชียงราย กำลังพิจารณาวางแผนโครงการวางผังเมืองเป็นนครสร้างสรรค์ และ ถ้าเป็นไปได้ จังหวัดเชียงรายอาจจะกำลังพิจารณาสมัครเข้าเป็นนครสร้างสรรค์ของยูเนสโก รองถัดมาจากจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง ด้วยเช่นกัน [5]

จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของภาคเหนือ (รองมาจากเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และลำปาง) อยู่ที่ประมาณ 11,678.369 ตร.กม. มีประชากรทั้งหมดประมาณ 1,204,660 คน เป็นอันดับที่ 2 ของภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางทางสังคม ศิลปและวัฒนธรรมล้านนา รวมทั้งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมและการท่องเที่ยวแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงระหว่างพม่า จีน และลาว ทำให้จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ในด้านความเจริญมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เพราะตัวเมืองเชียงราย ได้กลายเป็นเทศบาลนครเชียงราย สืบเนื่องมากจากการขยายพื้นที่ในเขตเมือง จำนวนโรงเรียน โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นตามลำดับ และในอนาคตอำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ อำเภอแม่จัน และอำเภอพาน ก็กำลังอาจจะพิจารณายกฐานะเป็น "เทศบาลเมือง" ในอนาคตอันใกล้ เมื่อประชาคมอาเซียนเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์[แก้]

สมัยราชวงศ์มังราย[แก้]

พงศาวดารโยนกว่า พญามังราย สร้างขึ้น ณ ที่ซึ่งเดิมเป็นเวียงไชยนารายณ์ เมื่อ พ.ศ. 1805 และครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงรายจนถึง พ.ศ. 1839 จึงไปสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นในท้องที่ระหว่างดอยสุเทพกับแม่น้ำปิง และครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่จนถึง พ.ศ. 1860 ส่วนตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุว่า พญามังรายทรงเสด็จตามช้างมาทางทิศตะวันออกแล้วเห็นชัยภูมิเหมาะแก่การสร้างเมืองริมฝั่งแม่น้ำกก จึงสร้างเป็นเวียงล้อมรอบดอยจอมทองไว้ในปี พ.ศ. 1805 [6]

สำหรับเมืองเชียงรายนั้น เมื่อพญามังรายย้ายไปครองราชสมบัติที่เมืองเชียงใหม่แล้ว พระราชโอรสคือ ขุนคราม หรืออีกชื่อหนึ่งว่าพญาไชยสงคราม ก็ได้ครองราชสมบัติสืบต่อมา นับแต่นั้นเมืองเชียงรายก็ขึ้นต่อเมืองเชียงใหม่

สมัยล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า[แก้]

ครั้นต่อมาเมื่อล้านนาตกไปอยู่ในปกครองของพม่า ในปี พ.ศ. 2101 พม่าได้ตั้งขุนนางปกครองเมืองเชียงรายเรื่อยมา หลังจากนั้น พ.ศ. 2317 เจ้ากาวิละแห่งลำปางได้สวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ ทำให้หัวเมืองล้านนาฝ่ายใต้ตกเป็นประเทศราชของสยาม ขณะที่เชียงรายและหัวเมืองล้านนาฝ่านเหนืออื่น ๆ ยังคงอยู่ใต้อำนาจพม่า ล้านนากลายเป็นพื้นที่แย่งชิงอำนาจระหว่างสยามกับพม่า ในช่วงเวลาดังกล่าวเมืองเชียงรายเริ่มร้างผู้คน ประชาชนอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่เมืองอื่น บ้างก็ถูกกวาดต้อนลงไปทางใต้ พ.ศ. 2247 เมืองเชียงแสนฐานที่มั่นสุดท้ายของพม่า ถูกกองทัพเชียงใหม่ ลำปาง และน่าน ตีแตก เมืองเชียงรายจึงกลายสภาพเป็นเมืองร้างตามเมืองเชียงแสน

สมัยล้านนาภายใต้การปกครองของสยาม[แก้]

ในปี พ.ศ. 2386 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้เจ้าหลวงเชียงใหม่ฟื้นฟูเชียงรายขึ้นใหม่ ภายหลังเมืองเชียงรายได้เป็นส่วนหนึ่งของมณฑลพายัพ กระทั่งปี พ.ศ. 2453 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีประกาศกระทรวงมหาดไทย ยกฐานะเมืองเชียงรายเป็นเมืองจัตวามณฑลพายัพ ในปี พ.ศ. 2453 เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองฝาง เวียงป่าเป้า เมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สรวย อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ ตั้งเป็นเมืองจัตวาเรียกว่าเมืองเชียงราย อยู่ในมณฑลพายัพ และจัดแบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ คือ อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเมืองเชียงแสน อำเภอเมืองฝาง อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอเมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สรวย อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ เหมือนอย่างหัวเมืองชั้นในที่ขึ้นกับกรุงเทพมหานครทั้งปวง [7] ภายหลังเมืองเชียงรายได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดเชียงราย[8]

การเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด[แก้]

ตั้งแต่มีการตั้งจังหวัดเชียงราย อาณาเขตของจังหวัดเชียงรายมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นลำดับ โดยมีการโอนพื้นที่บางส่วน ไปขึ้นกับจังหวัดข้างเคียง และโอนพื้นที่จังหวัดข้างเคียง เข้ามารวมกับจังหวัดเชียงราย รวมถึงการแบ่งพื้นที่บางส่วน ตั้งเป็นจังหวัดใหม่ ดังนี้

การโอนอำเภอเมืองฝาง ไปขึ้นกับจังหวัดเชียงใหม่[แก้]

มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง โอนอำเภอเมืองฝาง จังหวัดเชียงรายไปขึ้นจังหวัดเชียงใหม่[9] ในปี พ.ศ. 2468 เนื่องจากความลำบากในการเดินทางติดต่อราชการ ปัจจุบันคือ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

การโอนหมู่ 7 ตำบลป่าตึง อำเภอเชียงแสน ไปขึ้นกับจังหวัดเชียงใหม่[แก้]

พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด พุทธศักราช 2479 ได้มีการโอนพื้นที่เหนือลำน้ำแม่งามในเขตตำบลป่าตึง อำเภอเชียงแสนในขณะนั้น (อำเภอแม่จันในปัจจุบัน)ไปขึ้นตำบลแม่อาย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ในเขต ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่[10]

การโอนอำเภอปง จังหวัดน่าน มาขึ้นกับจังหวัดเชียงราย[แก้]

ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดแพร่ พ.ศ. 2495 ได้มีการโอนอำเภอปง จังหวัดน่าน ยกเว้น ตำบลสวด (อำเภอบ้านหลวง ในปัจจุบัน) มาขึ้นกับจังหวัดเชียงราย (สีเขียว) และโอนตำบลสะเอียบ (สีส้ม) อำเภอปง ไปขึ้นกับอำเภอสอง จังหวัดแพร่[11]

การแบ่งพื้นที่บางส่วนตั้งเป็นจังหวัดพะเยา[แก้]

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ได้แบ่งแยกพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของจังหวัดจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา[12]

การเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดเชียงรายในช่วงเวลาต่างๆ

การปกครอง[แก้]

การแบ่งพื้นที่บางอำเภอในอดีต เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอ และอำเภอต่างๆ[แก้]

แผนที่จังหวัดเชียงราย แสดงสีตาม 7 อำเภอเดิม

แบ่งพื้นที่อำเภอแม่จันตั้งเป็นอำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอดอยหลวง[แก้]

อำเภอแม่จัน เดิมชื่อว่าอำเภอเชียงแสน[13] มีพื้นที่อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงราย (พื้นที่สีเขียวในแผนที่ ในรูป 2) ต่อมาถูกแบ่งพื้นที่บางส่วนเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอและอำเภอต่างๆ ได้แก่ อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอดอยหลวง ตามลำดับ

  • เดิมมีการแยกพื้นที่ตำบลในเวียง ตำบลบ้านแซว และตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน (หมายเลข 1 ในรูป 2) [14] เพื่อตั้งเป็น กิ่งเชียงแสน เนื่องจากการคมนาคมระหว่างพื้นที่ดังกล่าวกับตัวอำเภอยากลำบาก แต่ภายหลัง เมื่อการคมนาคมสะดวกมากขึ้นกิ่งเชียงแสนจึงถูกยุบรวมเข้ากับอำเภอเชียงแสนตามเดิมในปี พ.ศ. 2468 [15] แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 เมื่อประชากรมากขึ้นเพื่อเป็นการสะดวกแก่การติดต่อราชการจึงมีการประกาศตั้งกิ่งอำเภออีกครั้ง โดยชื่อว่า กิ่งอำเภอเชียงแสนหลวง ในปี พ.ศ. 2470 [16] ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อ กิ่งอำเภอเชียงแสนหลวง เป็นกิ่งอำเภอเชียงแสน พร้อมกับเปลี่ยนชื่ออำเภอเชียงแสน เป็นอำเภอแม่จัน เพื่อให้สอดคลองกับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2480 [17] และอีก 30 ปีต่อมา กิ่งอำเภอเชียงแสนได้ยกฐานะเป็นอำเภอเชียงแสน ในปี พ.ศ. 2500
  • ในปี พ.ศ. 2481 มีการแยกตำบลแม่สายและตำบลโป่งผา เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่สาย (หมายเลข 2 ในรูป 2)[18] เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นและเป็นทำเลค้าขาย ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอแม่สายในปี พ.ศ. 2493[19]
  • ในปี พ.ศ. 2535 ได้มีการแยกตำบลเทอดไทย ตำบลแม่สลองนอก และตำบลแม่สลองใน เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง (หมายเลข 7 ในรูป 2)[20] เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลและเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงตั้งชื่ออำเภอว่า แม่ฟ้าหลวง ตามพระสมัญญานาม ต่อมาได้ยกฐานะเป็นอำเภอแม่ฟ้าหลวง ในปี พ.ศ. 2539[21]
  • ในปี พ.ศ. 2539 ได้แยกตำบลปงน้อย ตำบลโชคชัย และตำบลหนองป่าก่อ เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอดอยหลวง (หมายเลข 11 ในรูป 2)[22]และต่อมาได้ยกฐานะเป็นอำเภอดอยหลวงในปี พ.ศ. 2550[23]

แบ่งพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายเพื่อตั้งเป็นอำเภอเวียงชัยและอำเภอแม่ลาว[แก้]

อำเภอเมืองเชียงรายเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการของจังหวัดเดิมมีพื้นที่ครอบคลุมลุ่มน้ำแม่กกส่วนใหญ่ (พื้นที่สีส้มในแผนที่ ในรูป 2) ต่อมาแยกเป็น อำเภอเวียงชัย และอำเภอแม่ลาว และต่อมาอำเภอเวียงชัยได้แยกพื้นที่บางส่วนเพื่อตั้งเป็นอำเภอเวียงเชียงรุ้งตามลำดับ

  • ในปี พ.ศ. 2517 ได้มีการแบ่งพื้นที่ตำบลเวียงชัย ตำบลทุ่งก่อ และตำบลผางาม ออกจากอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอเวียงชัย (หมายเลข 3 และ 10 ในรูป 2)[24] และต่อมายกฐานะเป็นอำเภอเวียงชัยในปี พ.ศ. 2522[25]
  • ในปี พ.ศ. 2536 มีการแบ่งพื้นที่ตำบลดงมะดะ ตำบลจอมหมอกแก้ว ตำบลโป่งแพร่ ตำบลป่าก่อดำ และตำบลบัวสลี ออกจากอำเภอเมืองเชียงรายเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่ลาว (หมายเลข 9 ในรูป 2)[26] และยกฐานะเป็นอำเภอแม่ลาวในปี พ.ศ. 2539[27]
แบ่งพื้นที่อำเภอเวียงชัยเพื่อตั้งเป็นอำเภอเวียงเชียงรุ้ง[แก้]
  • ในปี พ.ศ. 2538 มีการแบ่งพื้นที่ตำบลป่าซาง ตำบลดงมหาวัณ และตำบลทุ่งก่อ ออกจากอำเภอเวียงชัยเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอเชียงรุ้ง (หมายเลข 10 ในรูป 2)[28] แต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นกิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง เพื่อให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และยกฐานะเป็นอำเภอเวียงเชียงรุ้งในปี พ.ศ. 2550[29]

แบ่งพื้นที่อำเภอพานเพื่อตั้งอำเภอป่าแดด[แก้]

อำเภอพาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเขียงราย (พื้นที่สีฟ้าในแผนที่ ในรูป 2) ต่อมาได้แยกพื้นที่ตำบลป่าแดดเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอป่าแดด (หมายเลข 4 ในรูป 2)ในปี พ.ศ. 2512[30] และยกฐานะเป็นอำเภอป่าแดดในปี พ.ศ. 2518[31]

แบ่งพื้นที่อำเภอเชียงของเพื่อตั้งอำเภอเวียงแก่น[แก้]

อำเภอเชียงของ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงราย (พื้นที่สีม่วงอ่อนในแผนที่ ในรูป 2) ต่อมาได้แยกตำบลปอ ตำบลหล่ายงาว และตำบลม่วงยายเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอเวียงแก่น(หมายเลข 6) ในปี พ.ศ. 2530[32] และยกฐานะเป็นอำเภอเวียงแก่นในปี พ.ศ. 2538[33]

แบ่งพื้นที่อำเภอเทิงเพื่อตั้งอำเภอพญาเม็งรายและอำเภอขุนตาล[แก้]

อำเภอเทิงเป็นอำเภอที่มีพื้นที่กว้างขวางตั้งอยู่ทิศตะวัตออกเฉียงใต้ของตัวจังหวัด (สีแดง ในรูป 2) ต่อมาได้แบ่งพื้นที่บางส่วนตั้งเป็นอำเภอพญาเม็งราย และอำเภอขุนตาล ตามลำดับ

  • ในปี พ.ศ. 2524 ได้แยกตำบลแม่เปา ตำบลแม่ต๋ำ และตำบลไม้ยา ออกจากอำเภอเทิงเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอพญาเม็งราย (หมายเลข 5 ในรูป 2)[34] และยกฐานะเป็นอำเภอพญาเม็งรายในปี พ.ศ. 2530 [35]
  • ในปี พ.ศ. 2524 ได้แยกตำบลป่าตาล ตำบลต้า และตำบลยางฮอม ออกจากอำเภอเทิง เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอขุนตาล (หมายเลข 8 ในรูป 2)[36] และยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอขุนตาลในปี พ.ศ. 2539[37]

การเสนอโครงการจัดตั้งกิ่งอำเภอต่างๆ ในช่วงปี พ.ศ. 2539-ปัจจุบัน[แก้]

แผนที่จังหวัดเชียงราย แสดงพื้นที่ซึ่งเคยมีการเสนอ ให้มีการจัดตั้งกิ่งอำเภอขึ้น ดังนี้ 1.กิ่งอำเภอแม่เจดีย์ 2.กิ่งอำเภอวาวี 3.กิ่งอำเภอดอยสัก 4.กิ่งอำเภอปล้อง 5.กิ่งอำเภอแม่อ้อ หรือ กิ่งอำเภอพัชรกิติยาภา 6.กิ่งอำเภอเรืองนคร

เนื่องจากบางอำเภอของจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่กว้างใหญ่ แม้ว่าการคมนาคมจะสะดวกง่ายดายแต่ก็ใช้เวลานานในการเดินทางติดต่อราชการ รวมถึงบางพื้นที่ได้มีมีประชากรหนาแน่นขึ้นและมีความเจริญมากขึ้นเป็นลำดับ จึงมีการเสนอโครงการจัดตั้งกิ่งอำเภอต่างๆในหลายพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 (ดังรูป 3) ดังนี้

  • เสนอให้แยกตำบลแม่เจดีย์ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ และตำบลเวียงกาหลง ออกจากอำเภอเวียงป่าเป้าในปี พ.ศ. 2539 เพื่อตั้งเป็น กิ่งอำเภอแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า เนื่องจากแม่ขะจานไกลจากตัวเมืองเวียงป่าเป้าแต่มีความเจริญและประชากรเริ่มหนาแน่นกว่า อย่างไรก็ตาม ชื่อกิ่งอำเภอแม่ขะจานยังปรากฏตามเว็บไซต์ต่างๆอย่างไม่เป็นทางการอาจสร้างความสับสนกับผู้อ่านได้ [38] [39]
  • เสนอให้แยกตำบลวาวี ออกจากอำเภอแม่สรวยในปี พ.ศ. 2539 เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอวาวี แต่โครงการได้ถูกระงับเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ได้มีการรื้นฟื้นอีกครั้งหลังจากมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝางขึ้นโดยมีการอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชนในตำบลวาวีเนื่องจากเดินทางติดต่อกับตัวอำเภอฝางสะดวกมากกว่าติดต่อกับจังหวัดเชียงราย [40] [41]
  • เสนอให้แยกตำบลห้วยสักและตำบลดอยลานออกจากอำเภอเมืองเชียงรายเพื่อตั้งกิ่งอำเภอดอยสัก ในปี พ.ศ. 2539 แต่โครงการได้ถูกระงับเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณเช่นกัน แต่เนื่องจากมีการเตรียมสถานที่สำหรับเป็นที่ว่าการกิ่งอำเภอชั่วคราวและมีการขึ้นป้ายแล้ว จึงทำให้เกิดข้อสงสัยสำหรับผู้ที่พบเห็นป้ายในสมัยหลัง[42]
  • เสนอให้แยกตำบลปล้อง ตำบลแม่ลอย ตำบลศรีดอนชัย และตำบลเชียงเคี่ยน ออกจากอำเภอเทิง เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอปล้อง
  • เสนอให้แยกตำบลแม่อ้อและตำบลสันมะเค็ด ออกจากอำเภอพาน เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่อ้อ ในปี พ.ศ. 2539 แต่ก็ได้ถูกระงับไปเช่นกัน จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2556 ก็ได้มีข่าวการทำประชาคมเพื่อเสนอโครงการจัดตั้งกิ่งอำเภออีกครั้งโดยใช้ชื่อกิ่งอำเภอพัชรกิติยาภา โดยพบว่าเกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ตำบลในการเสนอพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งศูนย์ราชการของอำเภอใหม่[43] ทั้งยังก่อให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเหมาะสมของชื่ออำเภอว่าจะเป็นชื่อท้องถิ่นหรือเป็นชื่อพระราชทานอีกด้วย [44]
  • เสนอให้แยกตำบลครึ่ง ตำบลห้วยซ้อ และตำบลบุญเรือง ออกจากอำเภอเชียงของเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอเรืองนคร แต่โครงการนี้ได้ถูกระงับไปเช่นกัน

การเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดเทิงนคร[แก้]

ในช่วงปี พ.ศ. 2540-2545 หลังจากได้มีการจัดตั้งหน่วยงานราชการระดับจังหวัด เช่น เรือนจำจังหวัดเทิง [45] ศาลจังหวัดเทิง[46] สำนักงานอัยการจังหวัดเทิง สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย สาขาเทิง จึงได้มีกระแสการเสนอรณรงค์เพื่อเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดเทิงขึ้นโดยนักการเมืองในเขตอำเภอเทิง โดยใช้ชื่อที่ใช้ในการรณรงค์ในขณะนั้นว่า จังหวัดเทิงนคร โดยเสนอที่จะแยก อำเภอเทิง อำเภอเชียงของ อำเภอป่าแดด อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ขึ้นเป็นจังหวัดใหม่ แต่โครงการนี้ได้เงียบไปแและเป็นที่กล่าวถึงใหม่เป็นระยะๆบนกระดานสนทนาต่างๆบนอินเทอร์เน็ต[47]

แผนที่แสดง 6 อำเภอ ที่มีการเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดเทิงนคร
แผนที่แสดง 8 อำเภอ ที่มีการเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดเชียงของ

การเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดเชียงของ[แก้]

หลังจากมีการก่อสร้าง สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ขึ้นที่อำเภอเชียงของ [48] ในปี พ.ศ. 2554 และมีโครงการเชียงของเมืองใหม่ขึ้นมารับการพัฒนาที่จะตามมาตามทางหลวงเอเชียสาย 3 (AH3) หรือเส้นทาง R3A [49] [50] [51] จึงมีแนวคิดที่จะเสนอโครงการจัดตั้งจังหวัดเชียงของ โดยแยกอำเภอเชียงแสน อำเภอดอยหลวง อำเภอเทิง อำเภอเชียงของ อำเภอป่าแดด อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ขึ้นเป็นจังหวัดใหม่ [52] และก่อให้เกิดข้อถกเถียงบนกระดานข่าวในอินเทอร์เน็ตอยู่ระยะหนึ่งหลังจากมีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในปี พ.ศ. 2554 อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวได้เงียบไปหลังจากนั้นไม่นาน





การแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 18 อำเภอ 124 ตำบล 1,751 หมู่บ้าน ได้แก่

อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย อำเภอเชียงของ อำเภอเทิง อำเภอพาน อำเภอป่าแดด อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอพญาเม็งราย อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ลาว อำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอดอยหลวง จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดน่าน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศลาว ประเทศพม่าAmphoe Chiang Rai.svg
เกี่ยวกับภาพนี้


  1. อำเภอเมืองเชียงราย
  2. อำเภอเวียงชัย
  3. อำเภอเชียงของ
  4. อำเภอเทิง
  5. อำเภอพาน
  6. อำเภอป่าแดด
  7. อำเภอแม่จัน
  8. อำเภอเชียงแสน
  9. อำเภอแม่สาย
  10. อำเภอแม่สรวย
  11. อำเภอเวียงป่าเป้า
  12. อำเภอพญาเม็งราย
  13. อำเภอเวียงแก่น
  14. อำเภอขุนตาล
  15. อำเภอแม่ฟ้าหลวง
  16. อำเภอแม่ลาว
  17. อำเภอเวียงเชียงรุ้ง
  18. อำเภอดอยหลวง

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

ภูมิศาสตร์[แก้]

ที่ตั้ง[แก้]

จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศไทย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 19 องศาเหนือ ถึง 20 องศา 30 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 15 ลิปดา ถึง 100 องศา 45 ลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 824 กิโลเมตร

จังหวัดเชียงราย มีชายแดนติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ยาว ประมาณ 130 กิโลเมตร และมีชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประมาณ 180 กิโลเมตร

ภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ประมาณ 11,680 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,290,000 ไร่ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงในทวีปตอนเหนือ (North Continental Highland) มีพื้นที่ราบสูงเป็นหย่อม ๆ ในเขตอำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอเชียงของ บริเวณเทือกเขาจะมีความสูงประมาณ 1,500-2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยมีดอยลังกาหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัด มีความสูง 2,031 เมตร[54]บริเวณส่วนที่ราบตามลุ่มแม่น้ำสำคัญในตอนกลางของพื้นที่ ได้แก่ อำเภอพาน อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ มีความสูงประมาณ 410-580 เมตร จากระดับน้ำทะเล ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีป่าไม้ปกคลุม บริเวณเทือกเขามีชั้นความสูง 1,500-2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีที่ราบเป็นหย่อม ๆ ในระหว่างหุบเขา และตามลุ่มน้ำสำคัญ จังหวัดเชียงรายมีภูเขาล้อมรอบโดยเฉพาะทางทิศตะวันตกเป็นแนวเทือกเขาผีปันน้ำ ติดต่อกันไปเป็นพืดตลอดเขตจังหวัด

ดอยนางนอน ภูเขาหินปูนในเขตอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ภูมิอากาศ[แก้]

จังหวัดเชียงรายมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 24 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน เริ่มจากกลางเดือน(กุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม) มีอุณหภูมิเฉลียประมาณ 32 องศาเซลเซียส ฤดูฝน เริ่มจากกลางเดือน(พฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม) มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 1,768 มิลลิเมตร มากที่สุดในปี 2544 จำนวน 2,287.60 มิลลิเมตรน้อยที่สุดในปี 2546 จำนวน 1,404.10 มิลลิเมตร จำนวนวันที่มีฝนตกเฉลี่ย 143 วันต่อปี ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) จังหวัดเชียงรายมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15.0 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 7.0 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 สภาพอากาศของจังหวัดเชียงราย ถือว่าหนาวจัดในพื้นที่ราบ อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ 8-9 องศาเซลเซียส ส่วนบนยอดดอย อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ 0-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ -1.5 องศาที่ภูชี้ฟ้า ปลายปี 2556 จึงทำให้อากาศที่เชียงรายในช่วงฤดูหนาว เป็นพื้นที่ๆ นักท่องเที่ยวอยากมาเป็นอย่างยิ่ง

ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดเชียงราย
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 27.6
(81.7)
30.9
(87.6)
33.5
(92.3)
34.9
(94.8)
33.2
(91.8)
31.7
(89.1)
30.9
(87.6)
30.6
(87.1)
30.6
(87.1)
29.8
(85.6)
28.2
(82.8)
26.5
(79.7)
30.7
(87.3)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 18.9
(66)
21.1
(70)
24.1
(75.4)
26.8
(80.2)
27.0
(80.6)
26.8
(80.2)
26.4
(79.5)
26.1
(79)
25.8
(78.4)
24.5
(76.1)
22.0
(71.6)
18.8
(65.8)
24.0
(75.2)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 11.9
(53.4)
12.9
(55.2)
15.9
(60.6)
19.7
(67.5)
22.0
(71.6)
22.9
(73.2)
22.8
(73)
22.6
(72.7)
22.0
(71.6)
20.3
(68.5)
17.0
(62.6)
12.8
(55)
18.6
(65.5)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 12.2
(0.48)
7.8
(0.307)
19.1
(0.752)
89.8
(3.535)
203.9
(8.028)
211.2
(8.315)
308.2
(12.134)
385.4
(15.173)
268.4
(10.567)
142.4
(5.606)
60.5
(2.382)
24.6
(0.969)
1,733.5
(68.248)
วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย 2 1 3 10 17 19 22 24 18 12 6 3 137
แหล่งที่มา1: Thai Meteorological Department[55]
แหล่งที่มา 2: Hong Kong Observatory [56]

ประชากร[แก้]

กะเหรี่ยงคอยาว
บ้านของชาวอาข่าในจังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงรายมีประชากรหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวไทยพื้นราบ ชาวไทยภูเขา และชาวจีนฮ่อที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่บนดอยสูง แต่ละชนชาติจะมีประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ เป็นเสน่ห์ห์อีกอย่างที่ทำให้เชียงรายได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ [57]

ประชากรในเขตจังหวัดเชียงราย แบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่ม อาทิ

คนไทยพื้นราบ[แก้]

ประกอบด้วยชาวไทยวน ไทลื้อ ไทเขิน ไทใหญ่ ดังนี้

ชาวไทยภูเขา[แก้]

ประกอบด้วย อาข่า มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง ลีซอ ม้ง

ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า[แก้]

บุลคลหลายสัญชาติที่อพยพมาจากพม่าเข้าอยู่ในประเทศไทยก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2519 การออกนอกเขตจังหวัดที่อยู่อาศัยต้องขออนุญาตจากปลัดกระทรวงมหาดไทย

ชาวลาวอพยพ[แก้]

คนลาวที่อาศัยอยู่กับญาติพี่น้องตามแนวชายแดนของประเทศไทย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองของลาวในปี พ.ศ. 2517 ขณะนี้ทางการของไทยยังไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกเขตจังหวัดที่อยู่อาศัย

ชาวจีน[แก้]

ชนกลุ่มน้อยซึ่งสืบเชื้อสายจีน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นอดีตทหารพรรคก๊กมินตั๋ง ได้มาตั้งรกรากในพื้นที่ ที่มีความโดดเด่นได้แก่ หมู่บ้านสันติคีรี

ทรัพยากร[แก้]

ยอดภูชี้ฟ้า แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ในเขตอำเภอเทิง

ทรัพยากรป่าไม้[แก้]

พื้นที่จังหวัดเชียงรายมีทั้งสิ้น 11.678.369 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,298,981 ไร่ ในปี 2542 มีพื้นที่ป่าไม้จำนวน 2,365,967 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 32.42 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ป่าไม้แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

อุทยานแห่งชาติ[แก้]

วนอุทยาน[แก้]

จังหวัดเชียงราย มีวนอุทยาน (Forest Park) ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติที่รัฐจัดไว้ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด จำนวน 27 แห่ง ดังนี้

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ป่าไม้รูปแบบอื่นอีก ดังต่อไปนี้

  • สวนรุกขชาติ (Arboretum) - มีเพียงแห่งเดียว คือสวนรุกชาติโป่งสลี เทศบาลตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย มีพื้นที่ 668.75 ไร่ พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้สักขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นป่าเดิมที่เหลืออยู่และมีการปลูกต้นไม้อื่น ๆ แทรกบ้าง
  • ป่าสงวนแห่งชาติ (National Reserved Forest) - มีทั้งหมด 30 แห่ง มีพื้นที่รวม 4,485,966 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 61.46 ของพื้นที่จังหวัด แบ่งเป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ จำนวน 3,525,896 ไร่ พื้นที่มอบ สปก. จำนวน 960,070 ไร่ แยกออกเป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 513,683 ไร่ ป่าเพื่อการเกษตร 425,832 ไร่ และพื้นที่กันคืนกรมป่าไม้ 20,555 ไร่
  • ป่าชุมชน (Community Forest) - เป็นป่าธรรมชาติ ที่ชาวบ้านช่วยกันป้องกันรักษาเอาไว้ สำหรับเป็นแหล่งซับน้ำและใช้สอย ปัจจุบันมีการสร้างป่าชุมชนขึ้นในพื้นที่สาธารณะ เพื่อใช้ประโยชน์ของชุมชน
  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่า - มีเพียงแห่งเดียวคือ พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย อำเภอเชียงแสน มีพื้นที่ 2,711 ไร่

ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งแร่[แก้]

ในเขตอำเภอพญาเม็งราย แต่ไม่มีการผลิต

ทรัพยากรน้ำ[แก้]

แม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงของ
แม่น้ำกก แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดเชียงราย
  • แม่น้ำกก มีต้นกำเนิดในประเทศพม่า ไหลเข้าสู่ประเทศไทยในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่านอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย อำเภอแม่จัน อำเภอดอยหลวง อำเภอเชียงแสน แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขงที่หมู่ที่ 7 บ้านสบกก ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน มีความยาวประมาณ 145 กิโลเมตร
  • แม่น้ำลาว ต้นกำเนิดจากภูเขาในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า แล้วไหลผ่านอำเภอแม่สรวย อำเภอพาน อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย ไปบรรจบกับ แม่น้ำกกที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย มีความยาวประมาณ 137 กิโลเมตร
  • แม่น้ำอิง ต้นน้ำเกิดจากหนองเล็งทรายก่อนเข้ากว๊านพะเยา ไหลผ่านอำเภอเทิง แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของ ส่วนที่ไหลผ่าน จังหวัดเชียงราย ยาวประมาณ 136 กิโลเมตร
  • แม่น้ำจัน ต้นน้ำเกิดจากภูเขาสามเส้า ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอแม่จันติดกับรัฐฉาน (ประเทศพม่า) แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับแม่น้ำคำไหลไปบรรจบแม่น้ำโขง มีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร
  • แม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดจากภูเขาหิมาลัย ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่หมู่ที่ 1 บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย แล้วไหลผ่านอำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงแก่น รวมความยาวที่ผ่านจังหวัดเชียงราย ประมาณ 94 กิโลเมตร
  • แม่น้ำคำ ต้นน้ำเกิดจากภูเขาในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วไหลผ่านอำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขงที่หมู่ที่ 5 บ้านสิงหาคม ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีความยาวทั้งสิ้น ประมาณ 85 กิโลเมตร
  • แม่น้ำสาย ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ในเขตจังหวัดเชียงราย เป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ ประมาณ 31 กิโลเมตรมีน้ำไหลตลอดปี
  • แม่น้ำรวก ต้นน้ำเกิดในประเทศพม่า ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขงที่หมู่ที่ 1 บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน ระหว่างประเทศไทย และประเทศพม่า

ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี[แก้]

  • แห่พระแวดเวียง

ประเพณีอัญเชิญพระพุทธรูปแวดเวียงเชียงราย ซึ่งมีพื้นฐานความคิดมาจากตำนานพระเจ้าเลียบโลก ด้วยมีจุดมุ่งหมาย ให้ประชาชนได้มีโอกาสสักการบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งประดิษฐานอยู่ตามวัดวาอารามต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงราย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในวาระของการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยการอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงราย มาประดิษฐานบนบุษบกที่ได้สร้างขึ้นโดยช่างศิลปินที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย จัดตั้งเป็นขบวนอัญเชิญไปรอบเมืองเชียงราย ให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสกราบไหว้สักการบูชาด้วย ข้าวตอก ดอกไม้ เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่เป็นสิริมงคลยิ่งนัก

  • ปอยหลวง

งานบุญปอยหลวงเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพทางสังคมหลายประการ นับตั้งแต่ชาวบ้านได้มาทำบุญร่วมกัน ร่วมกันจัดงานทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงาน งานทำบุญปอยหลวงยังเป็นการรวมญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน และมีการสืบทอดประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาครั้งแต่บรรพชนไม่ให้สูญหายไปจากสังคม ช่วงเวลา จากเดือน 5 จนถึงเดือน 7 เหนือ (ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี) ระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน

  • ป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง งานประเพณีสงกรานต์

จัดขึ้นประมาณกลางเดือนเมษายน ในงานมีขบวนแห่และสรงน้ำพระเจ้าล้านทอง การแข่งเรือ และการละเล่นพื้นเมืองและมหรสพ จัดบริเวณตัวเมืองเชียงราย และอำเภอเชียงแสน

  • งานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองเชียงราย

เทศกาลที่ชาวเกษตรกรต่างนำผลผลิตทางการเกษตรของตนมาออกร้าน โดยเฉพาะลิ้นจี่ที่มีชื่อเสียงมากของเชียงราย จัดขึ้นประมาณกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี ภายในงานมีการประกวดขบวนรถและธิดาลิ้นจี่ และการออกร้าน บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย

  • งานไหว้สาพญามังราย

จัดให้มีพิธีบวงสรวงพญามังราย มีการออกร้าน จัดนิทรรศการของส่วนราชการและเอกชน และงานรื่นเริงอื่น ๆ จัดวันที่ 23 มกราคม-1 กุมภาพันธ์

  • เป็งปุ๊ด

“เป็งปุ๊ด” หรือ “เพ็ญพุธ” เป็นประเพณีตักบาตรเที่ยงคืนค่อนรุ่งเข้าสู่วันเพ็ญขึ้น15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธ ตามวัฒนธรรมและความเชื่อของบรรพบุรุษล้านนาไทย ที่เชื่อกันว่าพระอุปคุตซึ่งพระอรหันต์องค์หนึ่งแปลงกันยายนป็นสามเณรน้อยมาบิณฑบาตโปรดสัตว์โลกในยามเที่ยงคืน และชาวล้านนาในอดีตเชื่อว่าการทำบุญตักบาตรถวายพระอุปคุตในวันเป็งปุ๊ดก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญ มีโชคลาภและร่ำรวย บังเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยบรรพบุรุษชาวล้านนาเชื่อว่า ทุกคืนที่ย่างเข้าสู่วันพุธขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันเป็งปุ๊ด และจะมีประชาชนชาวล้านนาจำนวนมากมารอเพื่อประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร

  • งานอนุรักษ์มรดกไทยล้านนา

จัดในเดือนเมษายน มีการจัดนิทรรศการและการแสดงแบบไทยล้านนา มีการสาธิตงานศิลปะ บริเวณหอวัฒนธรรมนิทัศน์ อำเภอเมือง

  • งานประเพณีขึ้นพระธาตุดอยตุง

จัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือนหกเหนือ หรือเดือนมีนาคม เป็นประเพณีของชาว ล้านนา รวมทั้งชาวไทยใหญ่ในพม่าที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยชาวบ้านและพระสงฆ์ จะเดินขึ้นพระธาตุในตอนกลางคืน เมื่อมาถึงก็จะพากันนมัสการองค์พระธาตุก่อน จากนั้นจึงหาพื้นที่ประกอบอาหารเพื่อตักบาตรในตอนเช้า หลังจากตักบาตรแล้วจะ ช่วยกันบูรณะบริเวณองค์พระธาตุ เมื่อถึงยามค่ำคืนก็มารวมกันที่ปะรำพิธีเพื่อฟังเทศน

  • ประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อปลาบึก

เป็นประเพณีเกี่ยวกับความเชื่อของผู้คนที่อยู่ริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะชาวประมง ในเขตบ้านหาดไคร้ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เกี่ยวกับปลาบึกซึ่งเป็นปลาขนาด ใหญ่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงว่า เป็นปลาศักดิ์สิทธิ์ มีเทพเจ้าคุ้มครอง ก่อนที่ชาวประมง จะจับปลาบึกต้องมีการบวงสรวงก่อน ฤดูกาลจับปลาบึกันยายน่ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม

  • ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอีก้อ

หรือที่เรียกตนเองว่า "อาข่า" มีเชื้อสายจากจีน-ทิเบต เดินทางอพยพมาอยู่บริเวณ ชายแดนไทย-พม่า แถบตอนเหนือของลำน้ำกก โดยเฉพาะอำเภอแม่จัน และแม่สาย การโล้ชิงช้าเป็นการขึ้นไปขอพรและแสดงความรำลึกถึงพระคุณของเทพธิดาแห่ง สรวงสวรรค์ ผู้ประทานความชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์ให้กับพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ยังเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษอีกด้วย จัดในช่วงเดือนสิงหาคม

ภาษา[แก้]

  • ภาษาพูด ใช้พูดจากันเรียกว่า คำเมือง เนื่องจากเชียงรายเคยเป็นเมืองร้างผู้คนนานเกือบร้อยปี ได้มีการฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นมาใหม่เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2384 โดยได้เกณฑ์ราษฎรจากเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และชนเผ่าไตใหญ่ ไตลื้อ ไตยอง และไตขืน (เขิน) ซึ่งอพยพจากเชียงตุง และสิบสองปันนา รวมทั้งชาวลาวจากประเทศลาว ได้เข้ามาอาศัยอยู่รวมกัน ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวเชียงรายจึงมีความหลากหลายทางสำเนียงในพื้นที่ต่างๆ
  • ภาษาเขียน เชียงรายก็เช่นเดียวกันกับจังหวัดทางภาคเหนืออื่น ๆ คือมีภาษาเขียนที่เรียกว่าอักขระล้านนา หรือตัวเมือง อักษรล้านนามีวิวัฒนาการมาจากอักษรพราหมีของอินเดีย มีการจัดระบบของหลักภาษาคล้ายกับภาษาบาลี อักษรล้านนามีรูปทรงกลมป้อมคล้ายอักษรพม่าและมอญ แต่หลักการทางภาษาไม่เหมือนกัน

การปกครองท้องถิ่น[แก้]

อำเภอเมืองเชียงราย

อำเภอแม่ลาว

อำเภอแม่สรวย

อำเภอเวียงป่าเป้า

อำเภอป่าแดด

อำเภอเทิง

อำเภอพญาเม็งราย

อำเภอแม่สาย

อำเภอเวียงแก่น

อำเภอเชียงของ

อำเภอเชียงแสน

อำเภอแม่จัน

อำเภอขุนตาล

อำเภอเวียงชัย

อำเภอเวียงเชียงรุ้ง

อำเภอพาน

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดเชียงรายแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 7 เขต มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 7 คน โดยแต่ละเขตแบ่งออกดังนี้

  • เขต 1 ประกอบด้วย อำเภอเมืองเชียงราย (ตำบลเวียง ตำบลรอบเวียง ตำบลบ้านดู่ ตำบลนางแล ตำบลห้วยชมภู ตำบลสันทราย ตำบลแม่ยาว ตำบลริมกก ตำบลดอยฮาง ตำบลแม่กรณ์ ตำบลแม่ข้าวต้ม และตำบลท่าสุด)
  • เขต 2 ประกอบด้วย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่สรวย และอำเภอแม่ลาว
  • เขต 3 ประกอบด้วย อำเภอพาน และอำเภอเมืองเชียงราย (ตำบลดอยลาน ตำบลห้วยสัก ตำบลท่าสาย และตำบลป่าอ้อดอนชัย)
  • เขต 4 ประกอบด้วย อำเภอเทิง อำเภอเวียงชัย และอำเภอป่าแดด
  • เขต 5 ประกอบด้วย อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น อำเภอพญาเม็งราย และ อำเภอขุนตาล
  • เขต 6 ประกอบด้วย อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอดอยหลวง และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง
  • เขต 7 ประกอบด้วย อำเภอแม่จัน และอำเภอแม่ฟ้าหลวง

การคมนาคม[แก้]

การคมนาคมจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดเชียงราย กระทำได้โดยการโดยสารรถไฟสายเหนือลงที่สถานีรถไฟนครลำปางเป็นระยะทางหกร้อยสี่สิบสองกิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงตัวเมืองเป็นระยะทางอีกสองร้อยสามสิบสี่กิโลเมตร รวมเป็นแปดร้อยเจ็ดสิบหกกิโลเมตร หรือจะโดยสารรถทั่วไปจากกรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถึงตัวเมืองเป็นระยะทางแปดร้อยสี่สิบกิโลเมตร

  • การเดินทางไปจังหวัดเชียงรายโดยรถยนต์และรถทัวร์ (โดยสารประจำทาง) : สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง ได้แก่
  1. เส้นทางกรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย (สายเอเชีย หรือสายเก่า) จากรังสิตมาตามถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย จากนั้นผ่านจังหวัดอยุธยา สิงห์บุรี เข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งที่ จ.ชัยนาท ตรงไป จ.นครสวรรค์ ผ่าน กำแพงเพชร ตาก เข้าสู่ อำเภอเถิน ตรงไปจังหวัดลำปาง ผ่าน อำเภองาว แล้วตรงไปจังหวัดพะเยา จนเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 830 กิโลเมตร
  2. เส้นทางกรุงเทพฯ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย (สายใหม่) ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 เมื่อไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ ให้แยกขวามือไปตามทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) จากจังหวัดพิษณุโลก ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ จนถึงอำเภอเด่นชัย ให้เลี้ยวไปทางจังหวัดแพร่ ตามทางหลวงหมายเลข 101 (แพร่-น่าน) จนถึงอำเภอร้องกวาง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 103 ไปบรรจบกับถนนพหลโยธินที่อำเภองาว เข้าสู่จังหวัดพะเยา แล้วตรงต่อไปจนถึงเชียงราย ระยะทางประมาณ 804 กิโลเมตร
  3. เส้นทากรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ลำปาง-เชียงใหม่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 จนไปถึงจังหวัดลำปาง จึงเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เชียงใหม่) ผ่านไปจังหวัดลำพูน แล้วเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านดอยสะเก็ต แม่ขะจาน เวียงป่าเป้า เข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 900 กิโลเมตร มีทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูนมาลำปาง บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตาก จ.นครสวรรค์ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • การเดินทางรถโดยสารประจำทาง

จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในภาคเหนือ รองมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ในด้านความเจริญทางธุรกิจ และการขนส่งผู้โดยสารในด้านการท่องเที่ยวและบริการ จากสถานีขนส่งสายเหนือ มีรถยนต์โดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ สู่เชียงรายทุกวัน วันละหลายเที่ยว บริษัทที่ให้บริการเดินทางรถประจำทางทั้ง รถปรับอากาศชั้นที่ 1 ชั้น 2 VIP (พิเศษ) และรถโดยสารธรรมดา นอกจากนี้จากสถานีขนส่งเชียงราย สามารถเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทยได้อีกด้วย ซึ่งมีสถานีขนส่งอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง ดังต่อไปนี้

  1. สถานีขนส่งแห่งที่ 1 (เทศบาลนครเชียงราย) (เฉพาะระหว่างอำเภอต่างๆ และจังหวัดใกล้เคียง)
  2. สถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ท่าตะเคียนคู่) (เฉพาะระหว่างภูมิภาคต่างๆ และกรุงเทพมหานคร)

นอกจากนี้ยังมีรถประจำทางระหว่างจังหวัดที่เดินรถระหว่างเชียงรายไปถึง พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ เชียงใหม่ น่าน ตาก (แม่สอด) กำแพงเพชร นครสวรรค์ กรุงเทพฯ นครราชสีมา ชลบุรี ระยอง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก อุดรธานี เลย ขอนแก่น สกลนคร นครพนม ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และภูเก็ต

นอกจากนี้จังหวัดเชียงรายยังมีท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 1ใน 6 ของบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) ที่มีสายการบินใช้บริการระดับต้น ๆ ของประเทศไทย สายการบินที่บินมายังจังหวัดเชียงรายในเที่ยวบินภายในประเทศที่มีการให้บริการ คือ การบินไทย นกแอร์ โอเรียนท์ไทย ไทยแอร์เอเชีย

ถนนสายสำคัญในจังหวัดเชียงราย[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ[แก้]

  • ถนนคนเดิน แม่สาย
  • ถนนคนเดินแม่จัน
  • ริมโขง เชียงแสน
  • ดอยแม่สลอง
  • ไร่ชาฉุยฟง แม่จัน

การศึกษา[แก้]

สถาบันอุดมศึกษา[แก้]

สถาบันอาชีวศึกษา[แก้]

โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา[แก้]

ดูที่ รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย

รายพระนามและนามเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย[แก้]

รายพระนามเจ้าเมืองและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1 เจ้าหลวงธรรมลังกา (ตำแหน่งเจ้าเมือง) พ.ศ. 2386-2407
2 เจ้าหลวงอุ่นเรือน (ตำแหน่งเจ้าเมือง) พ.ศ. 2407-2419
3 เจ้าหลวงสุริยะ (ตำแหน่งเจ้าเมือง) พ.ศ. 2419-2433
4 พระยารัตนาณาเขต (ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด) พ.ศ. 2433-2442
5 พระพลอาษา พ.ศ. 2442-2445
6 หลวงอาษาภูธร พ.ศ. 2445-2446
7 พระยารามราชภักดี พ.ศ. 2447-2450
8 พระยาอุดรกิจภูบาล พ.ศ. 2450-2453
9 พระยารามราชเดช (ศุข ดิษยบุตร) พ.ศ. 2453-2458
10 พระราชยา (เจิม ปันยารชุน) พ.ศ. 2458-2460
11 พระยาราชดำรง (ผล ศรุตานนท์) พ.ศ. 2460-2479
12 พระพนมครานุรักษ์ (ฮกไถ่ พิศาลบุตร) พ.ศ. 2479-2482
13 พันตำรวจเอก พระยานรากรบริรักษ์ พ.ศ. 2482-2485
14 หลวงรักษ์นราธร (โชค ชมธวัช) พ.ศ. 2485-2487
15 ขุนไตรกิตยานุกูล (อัมพร กิตยานุกุล) พ.ศ. 2487-2489
16 นายชลอ จารุจินดา พ.ศ. 2489-2490
17 ขุนวิสิฐอุดรการ (กรี วิสิฐอุดรการ) พ.ศ. 2490-2491
18 ขุนสนิทประชาราษฏร์ พ.ศ. 2491-2491
19 นายชลอ จารุจินดา พ.ศ. 2491-2492
20 พันตำรวจโทขุนวีรเดชกำแหง (ชม จารุสิทธิ์) พ.ศ. 2492-2493
21 พันตรีเล็ก ทองสุนทร พ.ศ. 2493-2497
22 พันเอกจำรูญ จำรูญรณสิทธิ์ พ.ศ. 2497-2498
23 พันตำรวจเอกเลื่อน กฤษณามระ พ.ศ. 2498-2500
24 พันตำรวจเอกเนื่อง รายะนาค พ.ศ. 2500-2501
25 นายเครือ สุวรรณสิงห์ พ.ศ. 2501-2504
26 นายชูสง่า ไชยพันธุ์ (ฤทธิประศาสน์) พ.ศ. 2504-2512
27 นายสิทธิ์ สงวนน้อย 20 พฤษภาคม 2512-30 เมษายน 2513
28 นายประหยัด สมานมิตร 1 พฤษภาคม 2513-20 กันยายน 2513
29 นายศรศักดิ์ สุวรรณเทศ 1 ตุลาคม 2513-30 กันยายน 2514
30 พลตรีวิทย์ นิ่มนวล 1 ตุลาคม 2514-30 กันยายน 2516
31 นายชุ่ม บุญเรือง 1 ตุลาคม 2516-27 สิงหาคม 2522]
32 นายศักดา อ้อพงษ์ 1 ตุลาคม 2522-30 กรกฎาคม 2525
33 นายมนตรี ตระหง่าน 1 ตุลาคม 2525-30 กันยายน 2528
34 นายอร่าม เอี่ยมอรุณ 1 ตุลาคม 2528-30 กันยายน 2531
35 นายบรรณสิทธิ์ สลับแสง 1 ตุลาคม 2531-30 เมษายน 2534
36 นายคำรณ บุณเชิด 1 ตุลาคม 2534-30 กันยายน 2539
37 นายวิจารณ์ ไชยนันทน์ 1 ตุลาคม 2539-30 กันยายน 2542
38 นายสำเริง ปุณโยปกรณ์ 1 ตุลาคม 2542-30 กันยายน 2544
39 นายรุ่งฤทธิ์ มกรพงศ์ 1 ตุลาคม 2544-27 ตุลาคม 2545
40 นายนรินทร์ พานิชกิจ 28 ตุลาคม 2545-30 กันยายน 2547
41 นายวรเกียรติ สมสร้อย 1 ตุลาคม 2547-28 กุมภาพันธ์ 2549
42 นายอุดม พัวสกุล 5 มิถุนายน 2549-12 พฤศจิกายน 2549
43 นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ 13 พฤศจิกายน 2549-30 กันยายน 2550
44 นายปรีชา กมลบุตร 1 ตุลาคม 2550-5 พฤษภาคม 2551
45 นายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง 6 พฤษภาคม2551-15 มีนาคม 2552
46 นายสุเมธ แสงนิ่มนวล 16 มี.ค. 2552-30 กันยายน 2553
47 นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ 1 ตุลาคม 2553-27 พฤศจิกายน 2554
48 นายธานินทร์ สุภาแสน 29 ธันวาคม 2554-7 ตุลาคม 2555
49 นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ 8 ตุลาคม 2555-ปัจจุบัน

ชาวเชียงรายที่มีชื่อเสียง[แก้]

พระเกจิอาจารย์[แก้]

นักการเมือง[แก้]

ข้าราชการ[แก้]

ศิลปินแห่งชาติ[แก้]

นักเขียน[แก้]

วิทยุโทรทัศน์[แก้]

บุคคลในวงการบันเทิง[แก้]

กีฬา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี.
  4. เชียงรายประตูสู่จีนตอนใต้, กรุงเทพธุรกิจ, http://th.aectourismthai.com/tourismhub/1287
  5. http://portal.unesco.org/culture/en/ev.php-URL_ID=35257&URL_DO=DO_TOPIC&URL_SECTION=201.html
  6. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี, หน้า 13.
  7. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศยกเมืองเชียงรายเป็นเมืองจัตวามณฑลพายัพ, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 27 หน้า 426.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2453/D/426_2.PDF
  8. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเรียกว่าจังหวัด, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 33 หน้า 51.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2459/A/51.PDF
  9. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง โอนอำเภอเมืองฝาง จังหวัดเชียงรายไปขึ้นจังหวัดเชียงใหม่, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 42 หน้า 203. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2468/D/203.PDF
  10. พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด พุทธศักราช ๒๔๗๙, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 45 หน้า 40.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2480/A/40.PDF
  11. พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดแพร่ พ.ศ. ๒๔๙๕, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 หน้า 1440.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2495/A/077/1440.PDF
  12. พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดพะเยา พ.ศ. 2520, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 หน้า 1.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2520/A/069/1.PDF
  13. พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามอำเภอ กิ่งอำเภอ และตำบลบางแห่ง พุทธศักราช ๒๔๘๒", ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 0ก หน้า 1939.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/A/354.PDF
  14. อำเภอเชียงแสน ในที่นี้หมายถึงพื้นที่ อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน; พื้นที่สีเขียวในแผนที่
  15. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ยุบกิ่งเชียงแสนเข้ารวมกับอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงราย, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 42 0ง หน้า 2159.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2468/D/2159.PDF
  16. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งกิ่งอำเภอเชียงแสนหลวง, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 44 0ง หน้า 1232.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2470/D/1232.PDF
  17. พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามอำเภอ กิ่งอำเภอ และตำบลบางแห่ง พุทธศักราช ๒๔๘๒", ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 0ก หน้า 1939.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/A/354.PDF
  18. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งกิ่งอำเภอแม่สาย ขึ้นอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55 0ง หน้า 3873.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2481/D/3873.PDF
  19. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ยกฐานะกิ่งอำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ขึ้นเป็นอำเภอ, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 67 20ง หน้า 1433.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2493/D/020/1433.PDF
  20. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 53ง ฉบับพิเศษ หน้า 5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2535/D/053/5.PDF
  21. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเหนือคลอง อำเภอนายายอาม อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอขุนตาล อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ลาว อำเภอรัษฎา อำเภอพุทธมณฑล อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอชำนิ อำเภอโนนดินแดง อำเภอปางมะผ้า อำเภอสนธิ อำเภอหนองม่วง อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอบุ่งคล้า อำเภอดอนมดแดง และอำเภอลืออำนาจ พ.ศ. ๒๕๓๙, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 62 ก ฉบับพิเศษ หน้า 5.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2539/A/062/5.PDF
  22. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอดอยหลวง,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 18ง ฉบับพิเศษ หน้า 26.
  23. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอฆ้องชัย...และอำเภอเหล่าเสือโก้ก พ.ศ. ๒๕๕๐,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 46ก หน้า 14.
  24. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่อำเภอเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเวียงชัย,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 100 หน้า 2589. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2517/D/100/2589.PDF
  25. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอหนองกุงศรี อำเภอไทรงาม อำเภอบ้านฝาง อำเภออุบลรัตน์ อำเภอเวียงชัย อำเภอดอยเต่า อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอนาหว้า อำเภอเสิงสาง อำเภอศรีสาคร อำเภอบึงสามพัน อำเภอนาดูน อำเภอค้อวัง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเมืองสรวง อำเภอปลวกแดง อำเภอยางชุมน้อย อำเภอกาบเชิง อำเภอสุวรรณคูหา และอำเภอกุดข้าวปุ้น พ.ศ. ๒๕๒๒,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 42ก ฉบับพิเศษ หน้า 19. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2522/A/042/19.PDF
  26. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่ลาว,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 110 74 หน้า 19.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2536/D/074/19.PDF
  27. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเหนือคลอง อำเภอนายายอาม อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอขุนตาล อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ลาว อำเภอรัษฎา อำเภอพุทธมณฑล อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอชำนิ อำเภอโนนดินแดง อำเภอปางมะผ้า อำเภอสนธิ อำเภอหนองม่วง อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอบุ่งคล้า อำเภอดอนมดแดง และอำเภอลืออำนาจ พ.ศ. ๒๕๓๙ว,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 62ก หน้า 5.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2539/A/062/5.PDF
  28. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเชียงรุ้ง,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 9ง ฉบับพิเศษ หน้า 67.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2538/E/009/67.PDF
  29. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอฆ้องชัย...และอำเภอเหล่าเสือโก้ก พ.ศ. ๒๕๕๐,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 46ก หน้า 14.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/A/046/14.PDF
  30. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 86 49 หน้า 1863.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2512/D/049/1863.PDF
  31. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอแวงน้อย อำเภอป่าแดด อำเภอเรณูนคร อำเภอคูเมือง อำเภอคุระบุรี อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอเสริมงาม อำเภอไพรบึง และอำเภอหนองโดน พ.ศ. ๒๕๑๘,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 166 ฉบับพิเศษ หน้า 1.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2518/A/166/1.PDF
  32. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเวียงแก่น,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 104 67ง หน้า 2484.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2530/D/067/2484.PDF
  33. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอแก่งหางแมว อำเภอภักดีชุมพล อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่วาง อำเภอถ้ำพรรณรา อำเภอบ่อเกลือ อำเภอโนนสุวรรณ อำเภอห้วยราช อำเภอแม่ลาน อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอยางสีสุราช อำเภอจังหาร อำเภอบ้านธิ อำเภอภูสิงห์ อำเภอบางกล่ำ อำเภอวังม่วง และอำเภอนายูง พ.ศ. ๒๕๓๘,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 32ก หน้า 1.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2538/A/032/1.PDF
  34. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอพญาเม็งราย,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 68 หน้า 1283.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2524/D/068/1283.PDF
  35. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอพญาเม็งราย อำเภอพบพระ อำเภอทับคล้อ อำเภอบ้านโคก และอำเภอโพธิ์ไทร พ.ศ. ๒๕๓๐,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 104 156 หน้า 26.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2530/A/156/26.PDF
  36. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งเขตท้องที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขุนตาล,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 53 ฉบับพิเศษ หน้า 1.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2535/D/053/6.PDF
  37. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเหนือคลอง อำเภอนายายอาม อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอขุนตาล อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ลาว อำเภอรัษฎา อำเภอพุทธมณฑล อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอชำนิ อำเภอโนนดินแดง อำเภอปางมะผ้า อำเภอสนธิ อำเภอหนองม่วง อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอบุ่งคล้า อำเภอดอนมดแดง และอำเภอลืออำนาจ พ.ศ. ๒๕๓๙, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 62 ก ฉบับพิเศษ หน้า 5.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2539/A/062/5.PDF
  38. โป่งน้ำร้อน, http://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=12393
  39. เจ้าแม่นางแก้ว, http://horoscope.thaiza.com/เจ้าแม่นางแก้ว/196642/
  40. ส.ส.เชียงใหม่ พท.หนุนตั้ง "ฝาง" เป็นจังหวัดใหม่ อ้าง ศก.เจ๋ง ทั้งท่องเที่ยว-การค้ากับเพื่อนบ้าน, http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1291029954&grpid=&catid=19&subcatid=1906
  41. ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .., http://www.parliament.g o.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/download/article/article_20110905142727.pdf
  42. กิ่งอำเภอดอยสัก, http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=printpage;topic=81368.0
  43. ประชาคม อปท. แย่งชิงพื้นที่สร้างอำเภอ, http://www.thaipost.net/x-cite/230713/76767
  44. กิ่งอำเภอใหม่, http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=453247.40
  45. คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒๙๗/๒๕๔๐ เรื่อง กำหนดอาณาเขตเรือนจำจังหวัดเทิง, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 11ภ 49 ง ฉบับพิเศษ หน้า 33.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2540/E/049/33.PDF
  46. พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดศาลศาลจังหวัดเทิงและศาลจังหวัดเดชอุดม พ.ศ. ๒๕๔๕, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 97 ก หน้า 8 .http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00103045.PDF
  47. จังหวัดเทิงนคร จะเป็นไปได้หรือ ? แยกจาก จ.เชียงราย, http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=28180.msg263503;topicseen
  48. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ ๔ (เชียงของ - ห้วยทราย, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 41 ง หน้า 14, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2554/E/041/24.PDF )
  49. กลุ่มทุนธุรกิจแห่บุก "เชียงของ" รับสะพานแม่น้ำโขง 4 - อาเซียน, http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1372923087
  50. เชียงของ 1 เมือง 2 แบบ, http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20130306/493270/เชียงของ-1-เมือง-2-แบบ.html
  51. โครงการศูนย์การค้าชายแดนเชียงของเมืองใหม่ ทีตั้งอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย, http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=410390.0
  52. จัดตั้งจังหวัดใหม่ที่ 78 คือ จ.เชียงของ, http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=89508.0
  53. 53.0 53.1 จังหวัดเชียงราย. (ม.ป.ป.). สัญลักษณ์ประจำจังหวัด. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.chiangrai.net/CPOC/2009/Articles/viewArticle.aspx?A=2. (เข้าถึงเมื่อ: 26 กันยายน 2551).
  54. “สัมผัสสายหมอกที่ ดอยลังกาหลวง”
  55. "30 year Average (1961-1990) - CHIANG RAI". Thai Meteorological Department. สืบค้นเมื่อ 2010-04-20. 
  56. "Climatological Normals of Chiang Rai". Hong Kong Observatory. สืบค้นเมื่อ 2011-11-13. 
  57. http://thai.tourismthailand.org/where-to-go/cities-guide/destination/chiang-rai

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 19°55′N 99°50′E / 19.91°N 99.83°E / 19.91; 99.83