เบลเกรด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เบลเกรด
Град Београд
Grad Beograd
City of Belgrade
Belgrade Montage.jpg
ธงของเบลเกรด
ธง
ตราราชการของ เบลเกรด
ตราแผ่นดิน
Location of Belgrade within Serbia
Location of Belgrade within Serbia
พิกัดภูมิศาสตร์: 44°49′14″N 20°27′44″E / 44.82056°N 20.46222°E / 44.82056; 20.46222พิกัดภูมิศาสตร์: 44°49′14″N 20°27′44″E / 44.82056°N 20.46222°E / 44.82056; 20.46222
ประเทศ  เซอร์เบีย
ก่อตั้ง: พ.ศ. 629 (Roman Legion)
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี Siniša Mali
พื้นที่[1]
 • ตัวเมือง 359.96 กม.2 (138.98 ตร.ไมล์)
 • เขตมหานคร 3,222.68 กม.2 (1,244.28 ตร.ไมล์)
ความสูง[2] 117 m (384 ft)
ประชากร (2007)[3]
 • ตัวเมือง 1,670,000 (Table 3.2, p. 64) คน
 • ความหนาแน่น 506คน/กม.2 (1,310คน/ตร.ไมล์)
 • ตัวเมือง 1,281,801
 • ความหนาแน่นตัวเมือง 3,283คน/กม.2 (8,500คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลา CET (UTC+1)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) CEST (UTC+2)
Postal code 11000
รหัสพื้นที่ (+381) 11
ป้ายทะเบียนรถยนต์ BG
เว็บไซต์ Beograd.rs

เบลเกรด (อังกฤษ: Belgrade) หรือ เบออกรัด (เซอร์เบีย: Београд) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเซอร์เบีย มีการตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ เมื่อ 5,700-4,800 ปีก่อนคริสต์ศักราช จุดเริ่มต้นของเมืองถูกก่อตั้งโดยชาวเคลต์กลุ่ม Scordisci ในศตวรรษที่สามก่อนศริสตศักราช ก่อนจะกลายมาเป็นที่ตั้งของเมืองโรมันในนาม Singidunum นับแต่อดีตมาเบลเกรดเป็นป้อมปราการที่สำคัญให้แก่ชนกลุ่มต่างๆตลอดระยะเวลากว่าสองพันปี ถูกทำลายแล้วสร้างกลับขึ้นมาใหม่หลายสิบครั้ง

ด้วยประชาการกว่า 1,600,000 คน ปัจจุบันนี้ เบลกราดก็ถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศที่อดีตเคยรวมตัวกันเป็นยูโกสลาเวีย เป็นที่ตั้งของสนามบินที่เพียงแห่งเดียวในการเดินทางเข้าสู่เซอร์เบีย นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา การคมนาคมและการท่องเที่ยวของประเทศ

เนื้อหา

สภาพทางภูมิศาสตร์[แก้]

ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงสภาพทางภูมิศาสตร์ของเมืองเบลเกรด

เบลเกรดตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศเซอร์เบีย ระหว่างรอยของภูมิภาคสองแห่งคือ ชูมาดียา(อังกฤษ: Šumadija|เซอร์เบีย: Шумадија) กับภูมิภาค วอยโวดีนา(อังกฤษ: Vojvodina|เซอร์เบีย: Војводина) พื้นที่โดยทั่วไปของเมืองเบลเกรดเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำมีเนินต่ำๆสลับ โดยถือเป็นริมขอบทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเขตที่ราบแพนโนเนียน มีแม่น้ำสำคัญตัดผ่านเมืองสองสายคือ แม่น้ำซาวาไหลมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้และมาบรรจบกับแม่น้ำดานูบซึ่งไหลมาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือผ่านเขตวอยโวดีน่า โดยจุดที่แม่น้ำทั้งสองมาไหลรวมกันนั้น ถือว่าเป็นสมรภูมิที่ดีมาแต่ยุคโบราณจึงเป็นที่ตั้งของป้อมปราการโบราณของเบลเกรด(อังกฤษ: Belgrade Fortress) หรือที่เรียกกันในอีกนามว่า คาเลเมกดัน(อังกฤษ: Kalemegdan|เซอร์เบีย: Калемегдан) ซึ่งตั้งอยู่มากว่าสองพันปี

Great War Island หรือ Veliko Ratno Otrvo เกาะขนาดใหญ่กลางจุดที่แม่น้ำซาวาและแม่น้ำดานูบไหลมารวมกัน

ทั้งนี้แม่น้ำสายหลักทั้งสองสาย นอกจากเป็นเส้นทางคมนาคมแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตภูมิภาคที่มาบรรจบกันในเขตของเมืองเบลเกรดด้วย โดยฝั่งซ้ายของแม่น้ำซาวาที่แขวงเซมุน, นอวี เบลเกรด และ ซูร์ชินตั้งอยู่นั้น ถือว่าอยู่ในเขตเซเรมซึ่งเป็นภูมิภาคย่อยของวอยโวดีนา ขณะเดียวกันฝั่งซ้ายของแม่น้ำดานูบอันเป็นที่ตั้งของแขวงปาลิลูลาอยู่ในเขตแดนเรียกกันว่าบานัทซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคย่อยของวอยโวดีนาเช่นกัน

ในเขตเมืองเบลกราดมีเกาะซึ่งเกิดจากการไหลเซาะของแม่น้ำ โดยในจำนวนนี้สองเกาะซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดคือ อาดา ซิกันลิยา(อังกฤษ: Ada Ciganlija|เซอร์เบีย: Ада Циганлија) อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปทางต้นแม่น้ำซาว่า อีกเกาะนึงนั้นอยู่ในจุดที่แม่น้ำดานูบไหลมาบรรจบกับแม่น้ำซาวาตรงข้ามป้อมปราการโบราณคือ เวลิโก รัทโน โอสเตอร์โว (อังกฤษ: Veliko Ratno Ostrvo / Great War Island|เซอร์เบีย: Велико Ратно Острво) โดยเกาะทั้งสองนี้ถูกจัดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทางธรรมชาติและเป็นสถานที่พักผ่อนในยามหน้าร้อนของประชากรในเบลเกรด

ประวัติศาสตร์[แก้]

ยุคก่อนประวัติศาสตร์[แก้]

เมื่อราวๆ 5,700-4,800 ปีก่อนคริสตกาล ได้มีอารยธรรมที่เรียกกันว่า อารยธรรมวินชา(อังกฤษ: Vinča) ซึ่งเป็นอารยธรรมในยุคหินใหม่แพร่หลายในอาณาเขตประเทศเซอร์เบียในปัจจุบันรวมถึงบางส่นของประเทศข้างเคียงเช่น บอสเนีย, บัลกาเรีย, โรมาเนีย โดยในส่วนของเมืองเบลเกรดนั้น ได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุของอารยธรรมวินชาที่แหล่งขุดค้น Vinča-Belo Brdo ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปทางปลายแม่น้ำดานูบประมาณ 14 กิโลเมตรในแขวงกรอทซกาทางทิศตะวันออก กลุ่มชนของอารยธรรมวินชานั้นได้รับการเชื่อถือกันว่าเป็นกลุ่มอารยธรรมแรกสุดของโลกที่รู้การหลอมแร่ทองแดงเพื่อประดิษฐ์เป็นสิ่งต่างๆ[4]

ยุคก่อนการเข้ามาของโรมัน[แก้]

แผนที่โดยประมาณการขอบเขตของรัฐชาวเคลต์กลุ่ม Scordisci

หลังการสิ้นสูญไปของอารยธรรมวินชา บันทึกทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนรุ่นต่อมาที่เข้ามาสร้างอารยธรรมที่เด่นชัดในเขตแดนเมืองเบลเกรดในปัจจุบันนี้ก็คือชาวเคลต์กลุ่ม Scordisci พวกเขาได้เข้ามาชิงดินแดนจากชาวเทรซเซียนแล้วตั้งรัฐของตนเองขึ้นมาครอบคลุมดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศเซอร์เบียในช่วง 279 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งนอกจากเบลเกรดแล้วเมืองอื่นๆในเซอร์เบียเช่น คุซุม(อังกฤษ: Cusum)(เมืองเปโตรวาราดินซึ่งทุกวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของปริมณฑลเมืองนอวี่ ซาด) เทารุนุม(อังกฤษ: Taurunum)(ชื่อเรียกปัจจุบันคือเซมุน เป็นหนึ่งในแขวงย่อยที่อยู่การปกครองของเบลเกรดแต่เคยเป็นเมืองที่แยกออกจากกันต่างหากจนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1934) และ ไนซุส(อังกฤษ: Naissus)(เมืองนีชทางตะวันออกเฉียงใต้ของเซอร์เบีย) ก็เชื่อกันว่าถูกก่อตั้งโดยชาว Scordisci หรือถูกรวมอยู่ในรัฐของชนเผ่านี้เช่นกัน

ชาว Scordisci เป็นชนกลุ่มแรกที่เลือกสร้างชุมชนบนเนินต่ำ ณ จุดบรรจบกันของแม่น้ำซาวาและดานูบ โดยสร้างเป็นป้อมปราการมีลักษณะรูปร่างเป็นวง จึงเป็นที่มาของชื่อแรกสุดของเบลเกรดที่ได้รับการบันทึกไว้คือ ซินกิดูน (อังกฤษ: Singidun) ตั้งตามลักษณะแผนผังการก่อสร้างซึ่งเป็นรูปร่างกลม[5] เมื่ออาณาจักรโรมันเริ่มเข้ามาทำสงครามขยายดินแดนในแถบนี้ ชาว Scordisci ซึ่งพ่ายแพ้ในสงครามก็ค่อยถูกรวมเข้าไปอยู่ในอาณาจักรโรมันและถูกกลืนหายไปกับชาวโรมันในช่วงร้อยปีแรกหลังจากเริ่มมีคริสต์ศักราช

ยุคโรมัน[แก้]

ยุคการเสื่อมถอยของโรมัน[แก้]

ยุคแห่งการแก่งแย่งชิงดินแดน[แก้]

เบลเกรดภายใต้ราชอาณาจักรฮังการี[แก้]

เบลเกรดกับอาณาจักรชาวเซิร์บ[แก้]

ยุคการรุกรานของอาณาจักรออตโตมัน[แก้]

การถูกฮับส์บูร์กชิงไปจากออตโตมัน[แก้]

ช่วงแห่งการลุกฮือขึ้นต่อต้านออตโตมันของชาวเซิร์บ[แก้]

เมืองหลวงแห่งรัฐอิสระเซอร์เบียหลังจากสี่ศตวรรษใต้การปกครองของออตโตมัน[แก้]

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[แก้]

เมืองหลวงแห่งรัฐชาวสลาฟใต้หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[แก้]

สงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

เมืองหลวงของสหพันธรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย[แก้]

ช่วงการล่มสลายของยูโกสลาเวีย[แก้]

หลังจากการประกาศแยกตัวของเซอร์เบียและมอนเตเนโกร[แก้]

การปกครอง[แก้]

สตารี ดวอร์ หรือ Old Palace วังเก่าตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรเซอร์เบียที่ปัจจุบันใช้เป็นอาคารสภาเมืองเบลเกรด
แผนที่แขวงย่อยทั้ง 17 แขวงของเบลเกรด

สภาเมืองเบลเกรดมีสมาชิกสภาทั้งหมด 110 คนโดยมีการเลือกตั้งทุกสี่ปี มีการเลือกคณะมนตรีซึ่งมีอำนาจในการดูแลการบริหารปกครองจากสมาชิกสภาทั้ง 110 คน อีก 13 คน โดยอยู่ภายใต้การนำของนายกเทศมนตรีและรองนายกเทศมนตรีซึ่งจะถูกเลือกโดยนายกเทศมนตรีเพื่อทำหน้าที่ในกรณีที่นายกเทศมนตรีไม่อยู่ในฐานะที่สามารถปฏิบัติงานได้

นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันของกรุงเบลเกรดคือ ซินิชา มาลี ได้รับการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 มี อันเดรยา มลาเดโนวิช เป็นรองนายกเทศมนตรี[6]

ย่านสกาดาร์ลิยาในแขวงสตารี กราด

ส่วนปกครองภายในกรุงเบลเกรด[แก้]

เบลเกรดนั้นนอกจากเป็นเมืองหลวงของเซอร์เบียแล้ว ยังมีฐานะเป็นเขตปกครองพิเศษมีอำนาจในการดูแลแขวงย่อยอีกจำนวนมากที่อยู่รอบๆโดยเป็นการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างสภาท้องถิ่นของแต่ละแขวงกับสภาเมืองเบลเกรด หลายแขวงเคยมีฐานะเป็นเมืองเอกเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับเมืองเบลเกรดมาก่อนเช่น เซมุน โอเบรโนวัทส์ แต่ถูกรวบเข้ามาอยู่ในความปกครองดูแลร่วมกับเมืองเบลเกรดในระยะเวลาหลายสิบปีก่อน

แขวงเซมุน อยู่ที่อีกฟากของเกาะกลางจุดบรรจบแม่น้ำตรงข้ามคาเลเมกดัน

แขวงซึ่งถือกันว่าเป็นหัวใจของเมืองเบลเกรดแต่ดั้งเดิมคือเขตสตารี กราด เป็นภาษาเซอร์เบียแปลว่า "เมืองเก่า"

ชุมชนบอร์ชาในแขวงปาลิลูลาที่เป็นแขวงเดียวทางฝั่งซ้ายแม่น้ำดานูบ
ตราแขวง ชื่อ(ไทย) ชื่อ(อังกฤษและเซอร์เบีย) ขนาดพื้นที่(ตร.กม) จำนวนประชากร(ค.ศ. 2011) ภูมิภาคย่อย
COA Grocka.png
กรอทซกา Grocka / Гроцка 289 83,907 ชูมาดียา
Cukarica coa.jpg
ชูการิทซา Čukarica / Чукарица 156 181,231 ชูมาดียา
Zvezdara coa.jpg
ซเวซดารา Zvezdara / Звездара 32 151,808 ชูมาดียา
Grb-zemun.jpg
เซมุน Zemun / Земун 154 168,170 เซเรม
GrbSurcin.gif
ซูร์ชิน Surčin / Сурчин 28.5 43,819 เซเรม
Savski Venac coa.jpg
ซาฟสกี เวนัทส์ Savski venac / Савски венац 14 39,122 ชูมาดียา
Sopot (grb).gif
โซปอท Sopot / Сопот 271 20,367 ชูมาดียา
COA Novi Beograd (big).jpeg
นอวี เบลเกรด Novi Beograd / Нови Београд 41 214,506 เซเรม
COA Barajevo (big).gif
บาราเยโว Barajevo / Барајево 213 27,110 ชูมาดียา
Palilula coa.jpg
ปาลิลูลา Palilula / Палилула 451 173,521 บานัท(ส่วนใหญ่)
COA Mladenovac.png
มลาเดโนวัทส์ Mladenovac / Младеновац 339 53,096 ชูมาดียา
Rakovica coa.jpg
ราโกวิทซา Rakovica / Раковица 31 108,641 ชูมาดียา
Lazarevac coa.jpg
ลาซาเรวัทส์ Lazarevac / Лазаревац 384 58,622 ชูมาดียา
Vracar coa.jpg
วราชาร์ Vračar / Врачар 3 56,333 ชูมาดียา
Vozdovac coa.jpg
วอซโดวัทส์ Voždovac / Вождовац 148 158,213 ชูมาดียา
Stari Grad, Belgrade.gif
สตารี กราด Stari grad / Стари град 5 48,450 ชูมาดียา
COA Obrenovac.gif
โอเบรโนวัทส์ Obrenovac / Обреновац 411 72,524 ชูมาดียา

การคมนาคม[แก้]

ทางถนน[แก้]

มอเตอร์เวย์สายหลักที่เป็นหัวใจใหญ่ในการเดินทางผ่านกรุงเบลเกรดไปยังเมืองสำคัญต่างๆในคาบสมุทรบัลข่านประกอบไปด้วย มอเตอร์เวย์สาย E-75 / A1 ซึ่งตัดผ่านประเทศเซอร์เบียตลอดแนวเหนือจรดใต้ตั้งแต่ชายแดนที่ติดต่อกับประเทศฮังการีจนถึงมาเซโดเนีย และ สาย A3 ระหว่างกรุงซาเกร็บและกรุงเบลเกรดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมอเตอร์เวย์สาย E-70

นอกจากนั้นกรุงเบลเกรดยังเป็นจุดเชื่อมเส้นทางสายรองอีกจำนวนมากซึ่งใช้เดินทางไปยังเมืองขนาดใหญ่และขนาดกลางอื่นๆของประเทศเซอร์เบีย อาทิ ซเรนยานิน ครากูเยวัทส์ วัลเยโว ฯลฯ

สะพานบรานคอฟ

สะพานข้ามแม่น้ำ[แก้]

ปัจจุบันนี้ในเบลเกรดมีสะพานข้ามแม่น้ำทั้งหมด 10 แห่ง และกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมยังไม่แล้วเสร็จอีก 1 แห่ง โดยแบ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำซาวาจำนวน 9 แห่ง(ในจำนวนนี้ 3 แห่งเป็นสะพานรถไฟ) และสะพานข้ามแม่น้ำดานูบอีก 1 แห่ง

  • สะพานบรานคอฟ(อังกฤษ: Branko's Bridge; เซอร์เบีย: Бранков мост) (ข้ามแม่น้ำซาวา) - อยู่บริเวณปลายแม่น้ำซาวาใกล้กับปากแม่น้ำที่ไหลลงแม่น้ำดานูบที่สุด เป็นสะพานคอนกรีตไร้ตอม่อรองรับน้ำนักส่วนของสะพานช่วงที่ตัดข้ามแม่น้ำ สร้างในปี ค.ศ. 1957 แทนที่สะพานคิงอเล็กซานดาร์ซึ่งเคยอยู่บริเวณเดียวกันมาก่อนแต่ถูกทำลายไปในสงครามโลกครั้งที่2
สะพานรถไฟสตารี เซเลซนิชกี้(สะพานเหล็กด้านหน้า) และสะพานนอวี เซเลซนิชกี้(สะพานแขวนเคเบิ้ลสองเสาด้านหลัง) มองจากสะพานกาเซลา
  • สะพานสตารี ซาฟสกี้(อังกฤษ: Old Sava Bridge; เซอร์เบีย: Стари Савски Мост) (ข้ามแม่น้ำซาวา) - อยู่ถัดเข้ามาจากสะพานบรานคอฟไม่ห่างกันมากนัก เป็นสะพานที่ใช้สัญจรทั้งรถยนตร์และรถราง ก่อสร้างครั้งแรกในช่วงที่เบลเกรดถูกฝ่ายนาซียึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ก่อนตัวสะพานดั้งเดิมที่สร้างด้วยไม้จะถูกสร้างใหม่แทนที่ด้วยตัวสะพานในปัจจุบันในปี ค.ศ. 1964
  • สะพานกาเซลา(อังกฤษ: Gazela Bridge; เซอร์เบีย: Мост Газела) (ข้ามแม่น้ำซาวา) - สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1970 เคยเป็นสะพานที่มีอัตราการจำนวนรถสัญจรมากที่สุดเนื่องจากอยู่บนเส้นทางทางหลวงหลักสาย E-75 ที่เป็นทางหลวงสายหลักที่เชื่อมเมืองใหญ่ที่สุด 4 ใน 5 เมืองของเซอร์เบีย(ซูบอติทซา-นอวี ซาด-เบลเกรด-นีช) ทุกวันนี้ก็ยังเป็นสะพานหลักที่รองรับการสัญจรของกรุงเบลเกรดแม้ว่าจะมีสะพานอาดาเพิ่มขึ้นช่วยแบ่งเบาความหนาแน่นของการจราจรแล้วก็ตาม
  • สะพานสตารี เซเลซนิชกี้(อังกฤษ: Stari železnički most / Old Railroad Bridge; เซอร์เบีย: Стари железнички мост) (ข้ามแม่น้ำซาวา) - สะพานรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดในเขตเมืองของกรุงเบลเกรด ก่อสร้างครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1884 ก่อนจะถูกทำลายในสงครามโลกทั้งสองครั้ง สะพานเหล็กที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างเมื่อครั้นจบสงครามโลกครั้งที่2 ใน ค.ศ. 1945
สะพานอาดา มองจากปลายสะพานด้านฝั่งเมืองเก่าของเบลเกรดไปยังฝั่งนอวี เบลเกรด
  • สะพานนอวี เซเลซนิชกี้(อังกฤษ: Novi železnički most / New Railroad Bridge; เซอร์เบีย: Нови железнички мост) (ข้ามแม่น้ำซาวา) - สะพานรถไฟแบบสะพานแขวนเคเบิ้ล เปิดใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979
  • สะพานอาดา(อังกฤษ: Ada Bridge; เซอร์เบีย: Мост преко Аде) (ข้ามแม่น้ำซาวา) - สะพานข้ามแม่น้ำซาวาแห่งใหม่ล่าสุดซึ่งอยู่ห่างจากปากแม่น้ำซาวาไกลที่สุด(นับเฉพาะกลุ่มสะพานที่อยู่ในขอบเขตตัวเมืองของกรุงเบลเกรด) เปิดใช้งานอย่างเปิดทางการในวันขึ้นปีใหม่ปี ค.ศ. 2012 สร้างเป็นสะพานแขวนเคเบิ้ลที่มีเสารับน้ำหนักเพียงเสาเดียวซึ่งมีความยาวมากที่สุดในโลก โดยมีตอม่อของเสารับน้ำหนักสะพานตั้งอยู่บนส่วนปลายของเกาะอาดา ซิกันลียา จึงเป็นที่มาของชื่อสะพาน โดยความสูงของเสาคอนกรีตรับน้ำหนักสะพานถึง 200 เมตร นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงมากที่สุดในกรุงเบลเกรดจนถึงทุกวันนี้และสร้างความสะดุดตายามที่มองขอบฟ้า ด้วยเหตุนั้นสะพานนี้ก็ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กของเมืองหลวงเซอร์เบียอีกแห่งนึง
  • สะพานมอเตอร์เวย์เส้นเลี่ยงตัวเมือง (ข้ามแม่น้ำซาวา) - อยู่ในเขตชุมชนออสทรุซนิทซา(อังกฤษ: Ostružnica; เซอร์เบีย: Остружница) ห่างจากใจกลางเมืองของกรุงเบลเกรดทางตะวันตกเฉียงใต้ราวๆ 14 กิโลเมตรบนทางหลวงสายเลี่ยงตัวเมือง ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีค.ศ. 1998 ทว่าปีต่อมาในช่วงที่นาโต้ทิ้งระเบิดใส่ยูโกสลาเวียในสงครามคอซอวอก็ได้รับความเสียหายจนต้องดำเนินการซ่อมแซมจนกลับมาเปิดใช้งานได้ในปี ค.ศ. 2004
  • สะพานรถไฟออสทรุซนิทซา (ข้ามแม่น้ำซาวา) - ตั้งอยู่ใกล้ๆกับสะพานมอเตอร์เวย์ที่ตัดผ่านชุมชนออสทรุซนิทซา
  • สะพานข้ามแม่น้ำที่โอเบรโนวัทส์ (ข้ามแม่น้ำซาวา) - อยู่ในอาณาเขตของแขวงโอเบรโนวัทส์ทางทิศตะวันตกสุดของเขตปกครองพิเศษเบลเกรด ห่างจากใจกลางของกรุงเบลเกรดประมาณ 30 กิโลเมตร
พิกัดของสะพานปูปินซึ่งจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำดานูบแห่งที่สองของกรุงเบลเกรด

ในด้านสะพานข้ามแม่น้ำดานูบนั้น ปัจจุบันมีใช้งานเพียงสะพานเดียวคือสะพานปันเชโว(อังกฤษ: Pančevo Bridge; เซอร์เบีย: Панчевачки мост / Pančevački most) ซึ่งเชื่อมการจราจรจากกรุงเบลเกรดไปยังเมืองปันเชโว เมืองหลักของเขตบานัทใต้(อังกฤษ: South Banat District; เซอร์เบีย: Јужнобанатски округ / Južnobanatski okrug)ที่อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำดานูบเยื้องไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของแขวงปาลิลูลา ทว่าก็กำลังมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำดานูบแห่งที่สองอยู่ในแขวงเซมุนคือสะพานปูปิน ซึ่งตั้งชื่อมาจากนักฟิสิกส์ชาวเซอร์เบียในสมัยต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 Mihajlo Idvorski Pupin ผู้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตบานัทที่เป็นปลายด้านตะวันออกของสะพานใหม่แห่งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนธันวาคม ค.ศ. 2014

ทางรถไฟ[แก้]

ทางเครื่องบิน[แก้]

ระบบขนส่งมวลชนภายในเมือง[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

การศึกษา[แก้]

กีฬาและสันทนาการ[แก้]

สถานที่สำคัญ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Territory". Official website of City of Belgrade. สืบค้นเมื่อ 2009-05-06. 
  2. "Geographical Position". Official website of City of Belgrade. สืบค้นเมื่อ 2007-07-10. 
  3. "Table 3.2" (pdf, link IE only). Statistical yearbook of Belgrade. Zavod za informatiku i statistiku Grada Beograda. 2007. p. 64. 
  4. "The Vinča Culture: ('Old Europe').". ancient-wisdom.co.uk. 
  5. "Ancient Period". City of Belgrade official website. 
  6. "Mayor". City of Belgrade official website. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]