สุริยุปราคาในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ถือเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตระหนก โดยสามารถคำนวณย้อนหลังถึงวันและเวลาที่ถูกต้องได้[1] ระยะห่างที่สุริยุปราคาเต็มดวงจะกลับมาเกิดให้เห็นในที่เดิมซ้ำอีกเฉลี่ย 375 ปี[2] สำหรับประเทศไทยในอดีตซึ่งก่อตั้งมาแล้วราว 762 ปี มีโอกาสได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่ใดที่หนึ่งเฉลี่ย 2 ครั้ง รวมกับชนิดวงแหวนและบางส่วนอีกหลายครั้ง

เนื้อหา

สมัยกรุงสุโขทัย [แก้]

ตลอดสมัยอาณาจักรสุโขทัย ไม่มีบันทึกประวัติศาสตร์แสดงถึงการพบเห็นสุริยุปราคา แต่มีสุริยุปราคาบางส่วนให้ชาวกรุงสุโขทัยได้เห็น 78 ครั้ง โดยไม่มีแนวคราสชนิดเต็มดวงหรือวงแหวนพาดผ่านกรุงฯ แต่ครั้งที่น่าสนใจที่คราสจับเกิน 90% มี 3 ครั้งดังนี้

14 พฤษภาคม พ.ศ. 1792 สุริยุปราคาบางส่วน 96% เกิดขึ้นในปีแรกที่สถาปนากรุงสุโขทัย ตรงกับสมัยของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ แนวคราสหลักเป็นชนิดเต็มดวง พาดผ่านเขลางค์นคร (นครลำปาง)

25 มีนาคม พ.ศ. 1897 สุริยุปราคาบางส่วน 96% ตรงกับสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) แนวคราสหลักเป็นสุริยุปราคาแบบผสม โดนส่วนที่ผ่านเข้ามาในประเทศไทยเป็นแบบเต็มดวง พาดผ่านเมืองแพร่ สำหรับอาณาจักรอยุธยา เห็นบางส่วน 85% ตรงกับสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)

5 มิถุนายน พ.ศ. 1912 สุริยุปราคาบางส่วน 92% ตรงกับสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ 2 (พระยาลือไทย) แนวคราสหลักเป็นสุริยุปราคาแบบผสม โดยส่วนที่ผ่านเข้ามาในประเทศไทยเป็นแบบเต็มดวง พาดผ่านภาคเหนือแต่ไม่ผ่านเมืองสำคัญ สำหรับอาณาจักรอยุธยา เห็นบางส่วน 82% เป็นช่วงรอยต่อระหว่างสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 และ สมเด็จพระราเมศวร

สำหรับในสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ไม่มีครั้งใดเกิน 90% โดยครั้งที่กินมากที่สุดเกิดขึ้นวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 1833 กินหมด 85% แนวคราสหลักเป็นสุริยุปราคาชนิดวงแหวน พาดผ่านเวียงกุมกาม คราสกินหมด 88%

สมัยกรุงศรีอยุธยา [แก้]

ภาพวาดสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทอดพระเนตรสุริยุปราคาวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231
ภาพสุริยุปราคาจากโปรแกรมดูดาว วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231

ตลอดสมัยอาณาจักรอยุธยา มีบันทึกการสังเกตสุริยุปราคาบางส่วน 1 ครั้ง แต่มีสุริยุปราคาที่เห็นได้จากกรุงศรีฯทั้งหมด 153 ครั้ง เป็นชนิดเต็มดวงพาดผ่านกรุงศรีฯถึง 3 ครั้ง เป็นชนิดวงแหวนพาดผ่าน 1 ครั้ง เป็นชนิดบางส่วนที่กินหมดเกิน 90% 3 ครั้ง ดังต่อไปนี้

7 กรกฎาคม พ.ศ. 1901 สุริยุปราคาวงแหวนพาดผ่านกรุงศรีฯครั้งแรกและครั้งเดียว กินหมด 89% นาน 1 นาที 49 วินาที ตรงกับสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ขณะนั้นในอาณาจักรสุโขทัย เห็นเป็นชนิดบางส่วนกินหมด 87% ตรงกับสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท)

7 พฤษภาคม พ.ศ. 1988 สุริยุปราคาชนิดบางส่วน 90% ตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) แนวคราสหลักเป็นชนิดวงแหวนผ่านเมืองชัยนาท, เมืองพิษณุโลก กินหมด 91%

21 กันยายน พ.ศ. 2111 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรก ในกรุงศรีฯเต็มดวงนาน 4 นาที 34 วินาที ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พระเจ้าช้างเผือก) สำหรับหงสาวดีเห็นเป็นชนิดบางส่วน 99% ซึ่งขณะนั้นพระองค์ดำ(สมเด็จพระนเรศวรมหาราช) มีพระชนม์มายุ 13 พรรษา มีสถานะภาพเป็นองค์ประกันอยู่ที่หงสาวดี ต่อมาในเดือนตุลาคม พระเจ้าบุเรงนองทรงนำทัพเข้ารุกรานกรุงศรีอยุธยา และต่อมาในปี พ.ศ. 2112 ก็เกิดการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่หนึ่งขึ้น

20 มีนาคม พ.ศ. 2186 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 2 ในกรุงศรีฯเต็มดวงนาน 2 นาที 8 วินาที ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แนวคราสผ่านเมืองกาญจนบุรี เมืองสุพรรณบุรี เมืองสิงห์บุรี เมืองชัยนาท เมืองลพบุรี เมืองสระบุรี ฯ โดยขณะนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระชนม์มายุ 11 พรรษา

30 เมษายน พ.ศ. 2212 สุริยุปราคาบางส่วน 95% ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี เป็นบางส่วน 96% แนวคราสหลักเป็นสุริยุปราคาแบบผสม แต่แนวคราสส่วนที่ผ่านเข้ามาในสยามเป็นแบบเต็มดวง ผ่านเมืองนครสวรรค์

30 เมษายน พ.ศ. 2231 มีบันทึกการสังเกตสุริยุปราคาในตอนเช้า โดยคณะบาทหลวงนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ตั้งกล้องโทรทัศน์ ฉายภาพสุริยุปราคามาปรากฏบนฉากรับให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทอดพระเนตร ณ พระที่นั่งไกรสรสีหราช (พระที่นั่งเย็น) เมืองลพบุรี[3] ปรากฏเป็นชนิดบางส่วน 68% แนวคราสหลักเป็นชนิดเต็มดวง พาดผ่านประเทศอินเดีย บังกลาเทศ ตอนเหนือของพม่า จีน และแคนนาดา ขณะนั้นในกรุงศรีฯเป็นแบบบางส่วน 66%

14 กันยายน พ.ศ. 2251 สุริยุปราคาบางส่วน 99% ตรงกับสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) แนวคราสหลักเป็นแบบเต็มดวง ผ่านเมืองนครสวรรค์, เมืองนครราชสีมา สำหรับหงสาวดีเห็นบางส่วน 99% เช่นกัน

3 มิถุนายน พ.ศ. 2285 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 3 ตอนเช้าตรู่ ในกรุงศรีฯเต็มดวงนาน 2 นาที 29 วินาที ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แนวคราสยังผ่านเมืองนครราชสีมา ซึ่งขณะนั้นนายสิน(สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) มีอายุ 8 ปี และทองด้วง(พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) มีพระชนมายุ 6 พรรษา

สำหรับสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไม่มีครั้งใดเกิน 90% โดยครั้งที่น่าสนใจเกิดขึ้นวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ซึ่งเกิดหลังการขึ้นครองราชย์ได้เพียง 2 วัน เป็นชนิดบางส่วน 76% ส่วนครั้งที่กินมากที่สุด เกิดขึ้นวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2147 เป็นชนิดบางส่วน 82% แนวคราสหลักเป็นชนิดวงแหวน ผ่านเมืองชุมพร

สมัยกรุงธนบุรี [แก้]

ตลอดสมัยอาณาจักรธนบุรีมีสุริยุปราคาบางส่วน 3 ครั้ง แต่ไม่มีบันทึกประวัติศาสตร์ ไม่มีครั้งใดกินหมดเกิน 90% โดยครั้งที่กินหมดมากที่สุดเกิดขึ้นวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2313 ในกรุงธนบุรีเห็นเป็นชนิดบางส่วน 86% แนวคราสหลักเป็นชนิดเต็มดวง พาดผ่านเมืองนครศรีธรรมราช

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ [แก้]

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่บ้านหว้ากอ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411

มีบันทึกการสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวง 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยนับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา มีสุริยุปราคาแบบเต็มดวงและแบบวงแหวนอีกหลายครั้ง ดังจะแสดงสุริยุปราคาที่มีเส้นทางผ่านเข้ามาในประเทศไทย โดยถือตามขอบเขตประเทศตามแผนที่ปัจจุบันได้ดังนี้

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

5 สิงหาคม พ.ศ. 2328 สุริยุปราคาวงแหวน พาดผ่านภาคเหนือตอนบน เมืองเชียงใหม่ สำหรับกรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 74%

30 มกราคม พ.ศ. 2329 สุริยุปราคาแบบผสม โดยส่วนที่พาดผ่านเข้ามาในสยามเป็นแบบวงแหวน แนวคราสผ่านเมืองลำพูน กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 86%

4 มิถุนายน พ.ศ. 2331 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่พาดผ่านเข้ามาในประเทศไทย แนวคราสมืดเฉียดอำเภอแม่สาย และออกสู่หลวงพระบาง ในกรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 79%

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

16 พฤษภาคม พ.ศ. 2360 สุริยุปราคาวงแหวน แนวคราสกว้าง 213 ก.ม. พาดผ่านภาคกลางตอนบน และภาคอีสานตอนล่าง กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 88%

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

21 ธันวาคม พ.ศ. 2386 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 2 แนวคราสผ่านเมืองตรัง เมืองพัทลุง กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 82%

9 ตุลาคม พ.ศ. 2390 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 79%

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

18 กันยายน พ.ศ. 2400 สุริยุปราคาวงแหวน แนวคราสผ่านเมืองประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพเห็นเป็นชนิดบางส่วน 90%

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2404 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านสุไหงโกลก กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 68%

18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 3 ดูบทความหลักที่ สุริยุปราคาเต็มดวง 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ขาว เหมือนวงศ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าสุริยุปราคาครั้งนี้เป็นวงรอบซารอสเดียวกันกับสุริยุปราคาที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทอดพระเนตรวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231 โดยห่างกัน 10 วงรอบซารอส หรือ 180 ปี

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระปิยะมหาราช)

ภาพวาดสุริยุปราคาเต็มดวง วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418

6 เมษายน พ.ศ. 2418 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 4 แนวคราสมืดผ่านจังหวัดเพชรบุรี อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี(เขาวัง) สมุทรปราการ และเป็นครั้งแรกที่ผ่านเข้ามาในกรุงเทพฯ มืดนาน 3 นาที 51 วินาที ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมได้คำนวณการเกิดสุริยุปราคาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีพระบรมราชานุญาตให้คณะนักดาราศาสตร์อังกฤษเข้าสังเกตสุริยุปราคาเต็มคราสที่แหลมเจ้าลาย จังหวัดเพชรบุรี สุริยุปราคาครั้งนี้ไม่มืดเท่ากับสุริยุปราคาเมื่อปี 2411 เพราะคอโรนาสว่างกว่า หลักฐานเหตุการณ์ก็มีน้อยกว่า โดยมีเพียงภาพวาดสุริยุปราคาของเจ้าชายทองทรงวาดไว้ [4]

17 มิถุนายน พ.ศ. 2433 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านภาคเหนือตอนบน กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 72%

11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านจังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง จันทบุรี ตราด สำหรับกรุงเทพฯ เห็นเป็นชนิดบางส่วน 82%

17 มีนาคม พ.ศ. 2447 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ส่วนกรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 81%

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ไม่มีสุริยุปราคาผ่านเข้ามาในสยาม

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 5 แนวคราสผ่านจังหวัดสตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จในวันที่ 8 พฤษภาคม ไปยังสถานที่สำรวจสุริยุปราคา 3 แห่งตามคำกราบบังคมทูลเชิญ ได้แก่ สถานที่สำรวจของคณะดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ, สถานที่สำรวจของคณะดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน(ตำบลโคกโพธิ์) และสถานที่สำรวจของกรมแผนที่และกรมชลประทาน ส่วนในวันที่เกิดปรากฏการณ์จริง เสด็จไปทอดพระเนตร ณ สถานที่สำรวจของนักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ เพราะเป็นคณะแรกที่ได้กราบบังคมทูลเชิญมาก่อน มีที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าสนามของโรงเรียนประจำมณฑลปัตตานี (โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี) ซึ่งเห็นเต็มดวงนาน 4 นาที 58 วินาที ด้วยความสนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์ ทรงอยู่ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2472 เพื่อรอศึกษาตำแหน่งการโคจรของดวงจันทร์ร่วมกับคณะนักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษและคณะนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน [5] กรุงเทพฯ เห็นเป็นชนิดบางส่วน 78%

21 สิงหาคม พ.ศ. 2476 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านจังหวัดเพชรบุรี วังไกลกังวล ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนกรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 93%

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

20 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านภาคเหนือและภาคอีสาน กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 82%

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 สุริยุปราคาวงแหวน แนวคราสผ่านสมุทรสงคราม ราชบุรี สมุทรสาคร และพาดผ่านกรุงเทพฯ กินหมด 99% และออกสู่ภาคอีสาน

20 มิถุนายน พ.ศ. 2498 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 6 แนวคราสผ่านจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทอดพระเนตรที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา [6] เห็นเต็มดวงนาน 6 นาที 25 วินาที กรุงเทพฯ เห็นเต็มดวงนาน 6 นาที 10 วินาที

14 ธันวาคม พ.ศ. 2498 สุริยุปราคาวงแหวน ผ่านกรุงเทพฯ กินหมด 83%

19 เมษายน พ.ศ. 2501 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านกรุงเทพฯ กินหมด 88%

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 สุริยุปราคาวงแหวนครั้งล่าสุดในประเทศไทย ผ่านภาคเหนือและภาคอีสาน กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 86%

24 ตุลาคม พ.ศ. 2538 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 7 เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งล่าสุดที่ผ่านเข้ามาในประเทศไทย แนวคราสมืดผ่านจังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ ลพบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสระแก้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทอดพระเนตร ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วิทยาเขตสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา [7] ซึ่งเห็นเต็มดวงนาน 1 นาที 52 วินาที สำหรับกรุงเทพฯ เห็นเป็นชนิดบางส่วน 96%

สุริยุปราคาในอนาคต [แก้]

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2574 สุริยุปราคาวงแหวนผ่านจังหวัดชายแดนใต้ กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 68%

14 ตุลาคม พ.ศ. 2585 สุริยุปราคาวงแหวน ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 71%

11 เมษายน พ.ศ. 2613 สุริยุปราคาเต็มดวง แนวคราสมืดผ่านจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และหว้ากอ กรุงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน 95%

สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวงที่จะมองเห็นได้ในกรุงเทพฯอีกครั้งในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2904