สุริยุปราคาเต็มดวง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
| สุริยุปราคา 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 | |
|---|---|
![]() สุริยุปราคาเต็มดวง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 |
|
| ประเภท | |
| แกมม่า | 0.0696 |
| แมกนิจูด | 1.0799 |
| บดบังมากที่สุด | |
| ระยะเวลา | 398 วินาที (6 นาที 38.8 วินาที) |
| สถานที่ | เอเชียแปซิฟิค |
| พิกัด | 24°12′36″N 144°06′24″E / 24.21000°N 144.10667°E |
| ความกว้างของเงามืด | 258.4 กิโลเมตร |
| เวลา (UTC) | |
| สัมผัส | 23:58:18 (21 กรกฎาคม) |
| เต็มดวง | 00:51:16 |
| ใจกลางอุปราคา | 00:54:31 |
| บดบังมากที่สุด | 02:35:21 |
สุริยุปราคาเต็มดวง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยมีจุดเริ่มต้นในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 (ตามเวลา UTC) แล้วข้ามเข้าสู่วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เงามืดได้เริ่มพาดผ่านบริเวณตอนเหนือของประเทศอินเดีย ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า เข้าสู่ ประเทศเนปาล ประเทศบังคลาเทศ ประเทศภูฐาน และ ประเทศพม่า ก่อนที่จะเข้าสู่ตอนกลางของประเทศจีน โดยเงามืดพาดผ่านเมืองสำคัญของประเทศจีนเป็นจำนวนมาก และ พาดผ่านลงสู่ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกจนสิ้นสุดเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นการเกิดสุริยุปราคาที่บงบังดวงอาทิตย์ได้นานมากกว่า 6 นาที 39 วินาที ยาวนานที่สุดตั้งแต่การเกิดสุริยุปราคาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 และนับว่ายาวนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21[1]
เนื้อหา |
สุริยุปราคาบางส่วนในไทย [แก้]
การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง 22 กรกฎาคม 2552 ประเทศไทยสามารถเห็นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน เริ่มสัมผัสในเวลา 7:02 น. (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) บดบังมากที่สุดประมาณ 69% (จังหวัดเชียงราย) และสิ้นสุดเวลา 09:19 น. (จังหวัดอุบลราชธานี) [2]
สุริยุปราคาครั้งนี้ได้มีกิจกรรมจัดดูตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพมหานครมี 3 จุด คือ โรงเรียนเทพศิรินทร์, วงเวียน 22 กรกฎาคม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[3] แต่ทัศนียภาพส่วนใหญ่ถูกบดบังด้วยเมฆฝน ท้องฟ้าปิดจึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ เว้นแต่พื้นที่ภาคเหนือบางส่วน[4]
รูปภาพ [แก้]
เต็มดวง [แก้]
-
สุริยุปราคาเต็มดวงจากเขตราชชาหิ บังคลาเทศ
บางส่วน [แก้]
-
เคซอนซิตี้ ฟิลิปปินส์
อ้างอิง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Solar eclipse of 2009 July 22 |
