สถานีโทรทัศน์พีทีวี
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
![]() |
|
| ประเภท | บริษัทจำกัด |
|---|---|
| ก่อตั้งเมื่อ | พ.ศ. 2550-2551 |
| สำนักงานใหญ่ | ชั้น 6 อาคารบิ๊กซีลาดพร้าว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร |
| บุคลากรหลัก | วีระ มุสิกพงศ์ ประธานกรรมการ |
| อุตสาหกรรม | สื่อสารมวลชน |
| ผลิตภัณฑ์ | สถานีโทรทัศน์พีทีวี รายการ “ความจริงวันนี้” ทางเอ็นบีที |
| คำขวัญ | เพื่อนพ้องน้องพี่ พีทีวีเพื่อประชาชน |
| เว็บไซต์ | www.ptvthai.com www.ptv.co.th |
สถานีโทรทัศน์พีทีวี (อังกฤษ: People's Television ชื่อย่อ: PTV) เป็นสถานีโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมของประเทศไทย ดำเนินการโดย บริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด คำขวัญของสถานีคือ พีทีวี ทีวีเพื่อประชาชน โดยมี นายวีระ มุสิกพงศ์, นายจักรภพ เพ็ญแข, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอุสมาน ลูกหยี และนายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
เนื้อหา |
[แก้] การดำเนินงานในระยะแรก
นายวีระ นายจักรภพ นายจตุพร และ นายณัฐวุฒิ ร่วมกันแถลงข่าวว่า พีทีวีจะเริ่มต้นออกอากาศ ในวันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2550 โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ต่อต้านการรัฐประหาร และเผด็จการทหารทุกรูปแบบ ซึ่งในขณะนั้น หมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่กระทำรัฐประหารในประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 และต่อต้านพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลประชาธิปไตย แต่กลับนิ่งเฉยต่อรัฐบาลที่มาจากเผด็จการทหาร ตลอดจนตั้งคำถามถึงการแสดงออกของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่สามารถตีความในเชิงการเมือง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สำหรับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษด้วย
แต่เมื่อถึงเวลาดังกล่าว กลับไม่สามารถออกอากาศได้ เนื่องจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.กสท เจ้าของโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไม่ยอมเชื่อมต่อโครงข่าย[1] โดยผู้บริหาร กสท อ้างว่า พีทีวียังไม่ได้ทำเรื่องขอใช้บริการ จึงไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณได้ พีทีวีจึงนำรายการบางส่วน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็มวีทีวี ช่อง 1 สตาร์ แชนแนล เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มีนาคม แต่ระหว่างออกอากาศรายการสด เพื่อนพ้องน้องพี่ พีทีวีเพื่อประชาชน ที่ดำเนินรายการโดยผู้บริหารทั้ง 4 คน สัญญาณดาวเทียมก็ขาดหายไป เชื่อกันว่าผู้มีอำนาจเผด็จการในเวลานั้น ใช้อำนาจทางทหารของตน สั่งการให้หน่วยทหารสื่อสารส่งคลื่นรบกวนสัญญาณดาวเทียมของพีทีวี
[แก้] การปราศรัยที่สนามหลวง
เมื่อไม่สามารถออกอากาศได้ 4 ผู้บริหารพีทีวี จึงเปิดแถลงข่าวว่า จะไปตั้งเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง ในวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยมีผู้ไปร่วมฟังปราศรัย ประมาณ 3,000 คน เนื้อหาของการปราศรัย ยังเป็นการต่อต้านและขับไล่ คมช. ตลอดจนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ สนธิ ลิ้มทองกุล ด้วย[2]
โดยเมื่อผ่านการปราศรัยไประยะหนึ่ง ในช่วงเย็น กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าพันนาย ตรงเข้าผลักดันผู้ฟังการปราศรัยไปยังหน้าเวที แต่กลุ่มผู้ฟังการปราศรัยส่วนหนึ่งปักหลักตรึงตัวและผลักดันเจ้าหน้าที่กลับไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังกลับไปดูแลสถานการณ์ดังเดิม การปราศรัยจึงดำเนินต่อไป[3][4] และในช่วงท้ายของการปราศรัย นายวีระได้นัดหมายการปราศรัยครั้งต่อไป ในวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม เวลา 16.00 น. จากนั้นจึงเชิญชวนผู้ฟังการปราศรัยร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะยุติการปราศรัย ในเวลาประมาณ 22.00 น.[5]
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม กรุงเทพมหานคร และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไม่อนุญาตให้ใช้ท้องสนามหลวงจัดงานใดๆ จนถึงวันที่ 5 เมษายน พีทีวีจึงต้องย้ายสถานที่ปราศรัย ไปยังลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 16.30 น. โดยมีผู้มาฟังการปราศรัยกว่า 4,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศกิจมาตรึงกำลัง ทั้งนี้ พีทีวียุติการปราศรัย ในเวลาประมาณ 23.00 น.[6]
[แก้] แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ
-
ดูบทความหลักที่ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ
นายจตุพร และนายจักรภพ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังจากที่เดินทางเข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปราม กรณีที่ อลงกรณ์ พลบุตร และสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวหาว่าผู้บริหารพีทีวีบางคน ร่วมลงชื่อในฎีกาเพื่อถอดถอน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกจากการเป็นประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยถ่ายทอดคำพูดของนายวีระ ที่กล่าวกับทั้งสองว่า จะเปิดการปราศรัยเป็นครั้งที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน เวลา 16.30 น. โดยจะใช้เวทีร่วมกับ 12 องค์กรประชาธิปไตย ที่ท้องสนามหลวง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันเป็น แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (ชื่อย่อ: นปก.) (ปัจจุบันคือ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ชื่อย่อ: นปช.)
[แก้] การออกอากาศ
[แก้] พ.ศ. 2550
[แก้] พ.ศ. 2551
4 ผู้บริหารพีทีวีประกาศว่า จะยุติการออกอากาศรายการของพีทีวี ในวันที่ 30 มีนาคม โดยให้เหตุผลว่า บรรยากาศทางการเมืองมีความเป็นประชาธิปไตย รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของประชาชน จึงถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แล้ว อีกทั้งงบประมาณในการดำเนินงานก็มีไม่เพียงพออีกด้วย ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งหมดยังยืนยันว่า หากเกิดความไม่สงบทางการเมืองขึ้นอีก พวกตนจะกลับมาทำงานนี้อีกครั้ง
ต่อมา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พีทีวีกลับมาผลิตรายการอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ขณะเดียวกันก็เพื่อถ่วงดุลข่าวสารกับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เอเอสทีวี นิวส์วัน ของเครือผู้จัดการ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงหลักของพันธมิตรประชาชนฯ
ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯ ได้กล่าวอ้างสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ผู้ชุมนุมหลายคนก็พกพาอาวุธไม้ ที่อ้างว่าเพื่อป้องกันตัว อีกทั้งยังละเมิดกฎหมาย และคำพิพากษาของศาล จากการปิดถนนเพื่อใช้ผิวการจราจรในการชุมนุมประท้วง ส่งผลให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะคณาจารย์และนักเรียน โรงเรียนราชวินิต มัธยม ที่เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้กลุ่มพันธมิตรฯ เปิดเส้นทางตามเวลาทำการ แต่กลับขัดคำสั่งศาล และยังยื่นอุทธรณ์ให้ศาลยกคำสั่งคุ้มครองอีก ตลอดจนข้อเรียกร้องในการชุมนุมที่เปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา จนบานปลายเป็นการขับไล่รัฐบาลเลือกตั้งภายใต้การนำของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ทั้งยังสอดรับกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านอีกด้วย
โดยการออกอากาศของพีทีวีในครั้งนี้ เป็นการเช่าเวลาของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวีทีวี ช่อง 5 ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ จำนวน 3 รายการ เป็นเวลา 5 ชั่วโมงต่อวัน ประกอบด้วย รายการ เพื่อนพ้องน้องพี่ (ภาคเช้า) เวลา 07.30-09.30 น. รายการ มหาประชาชน เวลา 11.00-12.00 น. และรายการ เพื่อนพ้องน้องพี่ (ภาคเย็น) เวลา 18.30-20.30 น.
จากนั้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร ว่าจะเปิดโอกาสให้มีรายการโทรทัศน์ เพื่อตอบโต้กลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 22.00-23.00 น. ซึ่งเดิมเป็นเวลาของรายการ ข่าวหน้า 4 โดยพีทีวี ในนามของ บริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด ได้เข้าเป็นผู้ร่วมผลิตรายการดังกล่าวกับเอ็นบีที โดยใช้ชื่อว่า ความจริงวันนี้ ซึ่งเริ่มออกอากาศสดเป็นครั้งแรก ในวันที่ 21 กรกฎาคม ต่อมาได้เวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกในวันอาทิตย์ด้วย และปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่อีกครั้ง เพื่อนพ้องน้องพี่ PTV.CO.TH วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
[แก้] ความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง
ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวีทั้ง 4 คน เป็นนักการเมืองสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.) และอดีตนักการเมืองสังกัดพรรคไทยรักไทย (ทรท.) เช่น นายวีระ เป็นกรรมการบริหารพรรค ทรท. นายจักรภพ เป็นอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โควตา พปช. อดีตโฆษกรัฐบาลสมัย ทรท. นายจตุพร เป็นรองโฆษกพรรค พปช.[7] และนายณัฐวุฒิ เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัด พปช. และอดีตคณะทำงานโฆษกพรรค ทรท.[8][9]
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] อ้างอิง
- ^ The Nation, PTV says 'CAT attack' ruined debut, 2 March 2007 (อังกฤษ)
- ^ The Nation, PTV to sue Sondhi Limthongkul, 2 April 2007 (อังกฤษ)
- ^ Bangkok Post, Military to monitor political rally, 23 March 2007
- ^ Bangkok Post, PTV rally draws thousands of Thaksin backers, 24 March 2007 (อังกฤษ)
- ^ Bangkok Post, PTV to hold weekly anti-govt rallies, 24 March 2007
- ^ Bangkok Post, 4,000 join pro-Thaksin protest, 31 March 2007 (อังกฤษ)
- ^ รายชื่อคณะเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักงานเลขาธิการพรรคไทยรักไทย
- ^ มติชนรายวัน, บทวิเคราะห์ "น้ำเลี้ยง"อำนาจเก่า ย้อนเกล็ด"รัฐบาล-คมช.", 28 มีนาคม 2550
- ^ รายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต จังหวัดนครศรีธรรมราช
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (1)
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (2)
- เสียงการปราศรัยของพีทีวี (23 มี.ค.'50) จากเว็บไซต์ กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ
- เสียงการปราศรัยของพีทีวี (30 มี.ค.'50)] จากเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์พีทีวี (mms://broadcast21.iirt.net/PTV/PTV03-30.wma)
- คลิปวิดีโอ กำลังตำรวจเข้าประจันกลุ่มผู้ชุมนุมพีทีวี ท้องสนามหลวง 23 มี.ค.'50 จากเว็บไซต์ กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ
- มติชนรายวัน, "พีทีวี" บทพิสูจน์ รัฐบาล-คมช. (เลือก) ปฏิบัติสื่อ?, 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
- ประชาชาติธุรกิจ, แกะปริศนา "แหล่งทุน" พีทีวี "ทีวี" เพื่อ "เพื่อนพ้อง" หรือเพื่อใคร
|
||||||||
|
|||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||


