ลีนา จังจรรจา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลีนา จังจรรจา
007 ลีนา.jpg
ชื่อเกิด ลีนา จังจรรจา
ชื่อเล่น ลีนา
เกิด 14 กันยายน พ.ศ. 2502 (53 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
คู่สมรส วันชัย แสงพรศรีอรุณ (หย่า)
ชื่ออื่น ลีนา แซ่จัง
ลีนา แสงพรศรีอรุณ
อาชีพ นักแสดง, นักธุรกิจ, นักการเมือง, นักกฎหมาย

ลีนา จังจรรจา หรือที่รู้จักในชื่อ ลีน่าจัง (14 กันยายน 2502 — ) เป็นนักธุรกิจชาวไทย เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี 2547, 2551 และ 2552 นอกจากนี้ลีนายังเปิดร้านขายเครื่องสำอาง "ไฮโซไซตี้" ที่ประตูน้ำเซ็นเตอร์ และประกอบอาชีพทนายความ[1]

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

นางลีนา เกิดในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน บิดาแซ่จัง นางลีนาสมรสกับนายวันชัย แสงพรศรีอรุณ มีบุตรชายด้วยกันสองคน ต่อมาหย่าร้างกัน

นางลีนาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง[2] เคยร่วมขับไล่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี โดยแต่งกายฉูดฉาด และยังแต่งกายลักษณะเดียวกันเข้าชมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ด้วย

ลีนาจัง เปิดและเป็นประธานบริษัทขายส่งเครื่องสำอาง ตั้งร้านชื่อไฮโซไซตี้อยู่ที่ประตูน้ำเซ็นเตอร์ นางลีนายังเปิดมูลนิธิลีน่าจัง เพื่อให้การช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ประชาชน และเคลื่อนไหวทางการเมือง[3] นางลีนาเป็นจุดเด่นเพราะมักปฏิบัติกิจกรรมโดยแต่งกายฉูดฉาด เมื่อรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ถูกถอดออกจากช่อง 9 นางลีนาก็ได้มอบดอกไม้ให้แก่นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ ระหว่างดำเนินรายการนอกสถานเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2548 ด้วย

วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 นางลีนาให้ข่าวแก่เอเอสทีวีผู้จัดการว่า สภาทนายความแห่งประเทศไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ให้เงินเจ็ดหมื่นบาทแก่แม่บ้านของนาธาน โอมาน และการให้สัมภาษณ์ในรายการวู้ดดี้เกิดมาคุยโดยไม่เหมาะสม[4][5]

ในวันที่ 27 ก.พ. 2556 นางลีน่าได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ในแชแนลyoutube ของตัวเอง ชื่อ leena jungjunja ในหัวข้อ ลีน่าจังด่ากราด!! จอห์น วิญญู สร้างกระแสทำให้เธอเป็นที่รู้จักของคนในสังคมออนไลน์ในแง่ลบ ในเรื่องของความหยาบคาย ในคำพูด มีการพาดพึงถึงบุคคลอื่น ในฐานดูหมิ่น ทำให้เป็นที่ไม่พอใจของผู้ติดตามรายการของบุคคลที่ถูกพาดพึง และ บุคคลที่ได้รับผลกระทบ กับคำพูดของเธอ เพราะมีการพูดโดยรวม ถึงเยาวชนในทางเสียหาย ในหลายด้าน

บทบาททางการเมือง [แก้]

ในปี 2547 นางลีนาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้หมายเลข 6 หาเสียงโดยใช้ถ้อยคำโฆษณาว่า "ลีน่า มาจ๊ะจรรจา มาจ๊ะจรรจา มาจ๊ะ เบอร์ 6" แล้วร้องรำทำเพลงเต้นเริงร่าอยู่บนหลังรถกระบะที่ใช้หาเสียงแห่ไปบริเวณสยามสแควร์ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงถอดถอนนางลีนา เพราะกฎหมายห้ามจัดมหรสพหรืองานรื่นเริงเพื่อหาเสียงเลือกตั้ง[6]

ใน 2549 นางลีนาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หมายเลข 142 กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ใน 2551 นางลีนาได้ลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ได้หมายเลข 7 ใช้ถ้อยคำโฆษณาว่า "ผู้หญิงมีต่อมความชั่วน้อยกว่าผู้ชาย" นำเสนอนโยบายจัดให้มีตั๋วอัจฉริยะอันเป็นตั๋วใช้โดยสารยวดยานสาธารณะทุกประเภท ทั้งรถประจำทาง รถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าบีทีเอส และเรือด่วนเจ้าพระยา ขณะเดินหาเสียง นางลีนาตกคลองแสนแสบพร้อมผู้ช่วยขณะพากันตรวจพิสูจน์น้ำคลอง โดยผู้ช่วยคนดังกล่าวถึงแก่ความตายด้วย มีการวิจารณ์กันว่าเป็นการสร้างภาพ[7]

ต่อมาในปี 2552 นางลีนาลงเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีก หลังการลาออกของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ลีนาจัง ได้หมายเลข 3 แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ต่อมา ลีนาได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อลงเลือกตั้งในปลายปี 2550 แต่พรรคไม่สนับสนุน นางลีนาจึงฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายหนึ่งพันล้านบาทจากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรค ทว่า ศาลยกฟ้อง นางลีนาจึงย้ายไปพรรคพลังแผ่นดินไทย แต่ที่สุดก็ไม่ได้รับการเลือกตั้ง[8]

ในวันที่ 16 มกราคม 2551 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเปิดรับสมัครพนักงานเป็นวันแรก นางลีนาได้ไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าวด้วย แต่ไม่ได้รับเลือก[9]

ในหนังสือ "ปรากฏการณ์ยิ่งลักษณ์" ของสำนักพิมพ์วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส นางลีนากล่าวตอนหนึ่งว่า บางครั้งคนกรุงเทพมหานครก็โง่เลือกคุณอภิสิทธิ์ เพราะรูปหล่อ และกล่าวโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่าไม่มีความจริงใจ และเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2553 นางลีนาเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ว่า "ดิฉันขอเรียกร้องให้ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์เปิดโอกาสให้คนเสื้อแดงได้ชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิด้วย" และว่า ตนเองได้รับผลกระทบเช่นกันจากการเป็นนักธุรกิจย่านท่าประตูน้ำ แต่ก็ยินดีที่จะเสียสละ[10]

งานแสดง [แก้]

ในปี 2552 นางลีนาได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด กำกับโดยนายพจน์ อานนท์ แต่ในวันแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น[11]

เสียงวิพากษ์ [แก้]

อ้างอิง [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]