การทุจริตทางการเมือง
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
การทุจริตทางการเมือง (อังกฤษ: political corruption, ภาษาปากในภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า "คอร์รัปชัน") คือการใช้ตำแหน่งหรืออำนาจทางราชการและการเมือง หรือในองค์กรของเอกชน เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ หรือการฉ้อโกงเอาเงินสาธารณะมาเป็นของตนและพรรคพวก หรือหาประโยชน์อื่นๆ ซึ่งการทุจริตนี้อาจมิใช่เป็นตัวเงิน วิธีการที่ใช้อาจจะผิดกฎหมายหรือไม่ผิดก็ได้ แต่เป็นพฤติกรรมซึ่งสาธารณชนจะไม่พอใจหรือผิดจากจารีตประเพณีนิยม เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดกับความคาดหวังของสาธารณชน เรื่องมาตรฐานจริยธรรมและพฤติกรรมที่ดีของบุคคลสาธารณะ (ข้าราชการและนักการเมืองหรือองค์กรเอกชน) คำจำกัดความส่วนหลังนี้ เขียนไว้เพื่อเปิดช่องให้มีการตีความพฤติกรรมการทุจริตที่อาจจะแตกต่างกันในแต่ละสังคม หรือแม้แต่ในสังคมเดียวกัน
ตัวอย่างกิจกรรมแห่งการทุจริต[แก้]
- การละเมิดระบบ (abuse of the system)
- การฮั้วประมูล (bid rigging)
- การให้สินบน (bribery)
- การรวมกลุ่มเพื่อผูกขาดทางธุรกิจ (cartel)
- การสมรู้ร่วมคิด (collusion)
- การเล่นพรรคเล่นพวก (cronyism)
- การโกงการเลือกตั้ง (electoral fraud)
- การยักยอก (embezzlement)
- การใช้อิทธิพลมืด (influence peddling)
- การกรรโชก, การรีดไถ (extortion)
- องค์กรอาชญากรรม (organized crime)
- คติเห็นแก่ญาติ (nepotism)
- การอุปถัมภ์ (patronage)
- การรวมหัวกันกำหนดราคา (price fixing)
ตัวอย่างการทุจริตทางการเมือง[แก้]
บุคคลในทางการเมืองระดับประเทศของไทยที่ถูกกล่าวหา และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้มีความผิดและรับโทษจำคุกคนแรกคือ นายรักเกียรติ สุขธนะ และยังมีนักการเมืองในระดับประเทศอีกหลายคนที่ถูกกล่าวหาและถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยที่ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ นายวัฒนา อัศวเหม ต่างก็อยู่ระหว่างการหลบหนีโทษจำคุก