ภาษาจีนหมิ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาหมิ่น
閩方言
ภาษาแม่ใน จีน มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลกวางตุ้ง (บริเวณเมืองแต้จิ๋ว-ซัวเถา และคาบสมุทรเล่ยโจว) มณฑลเหอหนาน Zhejiang Zhoushan archipelago off Ningbo มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และ ชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก
จำนวนผู้พูด over 70 ล้านคน  (ไม่พบวันที่)
ตระกูลภาษา
รหัสภาษา
ISO 639-1 zh
ISO 639-2 chi (B)
zho (T)
ISO 639-3 มีหลากหลาย:
cdo — ภาษาหมิ่นต้ง
cpx — ภาษาหมิ่นผูเซียน
czo — ภาษาหมิ่นกลาง
mnp — ภาษาหมิ่นเหนือ
nan — ภาษาจีนฮกเกี้ยน
ภาษาจีนหมิ่น
จีนตัวเต็ม 閩語
จีนตัวย่อ 闽语
ฮกเกี้ยนแบบ POJ Bân gú
แผนที่แสดงสำเนียงหลักของภาษาจีนหมิ่น

ภาษาหมิ่น เป็นหนึ่งในภาษาของตระกูลภาษาจีน พูดทางตะวันออกเฉียงใต้ ของมณฑลฝูเจี้ยน และผู้ที่อพยพไปมณฑลกวางตุ้ง หูหนาน และไต้หวัน แบ่งย่อยได้เป็น ภาษาหมิ่นเหนือ (Min Bei) ภาษาหมิ่นใต้หรือภาษาจีนฮกเกี้ยน(Min nan) และสำเนียงอื่นๆ เป็นภาษาหลักของชาวจีน ในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ความหลากหลาย[แก้]

ภาษาจีนหมิ่นมีความหลากหลายของสำเนียงมากกว่าสำเนียงอื่นๆของภาษาจีน ซึ่งแบ่งตามความสามารถในการเข้าใจกันได้เป็น 5-9 ภาษา เช่นภาษาหมิ่นต้ง (หมิ่นตะวันออก) ภาษาหมิ่นหนาน (หมิ่นใต้) ซึ่งพบการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มภาษาหมิ่นบนแผ่นดินใหญ่ เช่น ภาษาหมิ่นเชาเจียง ภาษาหมิ่นเป่ย ภาษาหมิ่นจ้ง และกลุ่มภาษาหมิ่นตามแนวชายฝั่ง ได้แก่ ภาษาหมิ่นต้ง ภาษาหมิ่นผูเซียน ภาษาหมิ่นหนาน และภาษาซยงเหวิน ภาษาหมิ่นเชาเจียงอาจแยกเป็นกลุ่มย่อยต่างหากภายในภาษาจีนหมิ่น เพราะเป็นภาษาที่แตกออกไปเป็นภาษาแรก

ภาษาหมิ่นต้งเป็นภาษาที่มีศูนย์กลางที่เมืองฝูโจว สำเนียงฝูโจวถือเป็นสำเนียงมาตรฐานของสำเนียงหมิ่นต้ง ภาษาหมิ่นหนานโดดเด่นทางภาคใต้ของมณฑลฝูเจี้ยนและทางตะวันออกของมณฑลกวางตุ้ง ภาษาหมิ่นผูเซียนแต่เดิมเป็นสำเนียงของภาษาหมิ่นหนาน แต่ได้รับอิทธิพลจากภาษาหมิ่นต้งสำเนียงฝูโจว สำเนียงซยงเหวินที่ใช้พูดในเกาะไหหลำ ซึ่งบางครั้งจะแยกเป็นภาษาต่างหาก แต่เดิมเป็นสำเนียงของภาษาหมิ่นหนาน แต่ต่อมามีลักษณะทางสัทวิทยาเปลี่ยนไปมากขึ้น

ภาษาหมิ่นหนานยังเรียกตามสถานที่ที่ภาษานั้นใช้พูด เช่น ภาษาไต้หวัน สำเนียงอมอยแห่งเซี่ยเหมินเป็นสำเนียงของภาษาหมิ่นหนานที่ใช้พูดทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน สำเนียงแต้จิ๋วกลายเป็นสำเนียงที่สำคัญอีกสำเนียงหนึ่ง

Glossika ได้แบ่งภาษาจีนหมิ่นออกเป็น 8 สำเนียงคือ ภาษาหมิ่นเหนือหรือหมิ่นเป่ยในเขตหนานผิงของฝูเจี้ยนแต่สำเนียงเจียนโอวเป็นสำเนียงมาตรฐานของภาษาหมิ่นเป่ย ภาษาหมิ่นเชาเจียงในบริเวณหนานผิงตะวันออกและใกล้เคียง ถ้าแบ่งอย่างกว้างจะนับเป็นสำเนียงของภาษาหมิ่นเป่ย ภาษาหมิ่นตะวันออก หรือหมิ่นต้งในฝูโจวและนิงเต ภาษาหมิ่นกลางหรือหมิ่นจ้งในเขตซานมิง ภาษาหมิ่นผูเซียนในเขนผูเซียน ภาษาหมิ่นใต้หรือหมิ่นหนานในจ้างโจว ชวานโจวและเซี่ยเหมิน รวมทั้งบนเกาะไต้หวัน (สำเนียงฮกเกี้ยน) และทางตะวันออกของกวางตุ้ง (สำเนียงแต้จิ๋ว) บางครั้งจัดให้สำเนียงฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วเป็นภาษาต่างหาก ภาษาเหล่ยโจวบนคาบสมุทรเหล่ยโจว มณฑลกวางตุ้ง และภาษาไหหลำบนเกาะไหหลำ ถ้าแบ่งอย่างกว้างจะรวมภาษาเหล่ยโจวกับภาษาไหหลำเป็นภาษาเดียวกัน หรือเป็นสำเนียงของภาษาหมิ่นใต้

ภาษาหมิ่นใต้ในกวางตุ้งเรียกฮกโล ในไหหลำเรียกซยงเหวินหรือซยงโจว ฮวา ภาษาหมิ่นใต้เป็นสำเนียงที่โดดเด่นของชาวจีนในฟิลิปปินส์ที่รู้จักกันในชื่อภาษาลันนัง ในไต้หวัน ภาษาหมิ่นใต้เรียกว่าเฮอเล่อโอย ซึ่งใช้พูดเป็นภาษาแม่ของประชากรส่วนใหญ่ ภาษาหมิ่นหนานจะถูกเรียกว่าภาษาจีนฮกเกี้ยนในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสำเนียงแต้จิ๋ว

ประวัติ[แก้]

ยังเป็นที่โต้แย้งในบรรดานักประวัติศาสตร์ว่าภาษาจีนหมิ่นเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ได้มีการอธิบายการอพยพหลายครั้งที่ส่งผลต่อภาษาจีนหมิ่น ได้แก่

  • ใน พ.ศ. 851 มีการอพยพครั้งใหญ่จากเหนือสู่ใต้เนื่องจากการลุกฮือวูฮู และเป็นการนำภาษาจีนที่ใช้พูดในสมัยราชวงศ์ฉินเข้าสู่ฝูเจี้ยน[1][2]
  • ใน พ.ศ. 1212 เฉินเจิงและบุตรชายคือ เฉิน ยวังอวังจากเขตกูชือในเหอหนานได้สร้างเขตปกครองในฝูเจี้ยนและได้ปกครองพื้นที่ชวานโจวและจ้างโจวเป็นเวลาสี่ชั่วคน[3]และได้นำภาษาจีนที่พูดในสมัยต้นราชวงศ์ถังเข้ามา
  • ในสมัยราชวงศ์ถังได้มีการนำระบบสระแบบเชียยุนเข้ามาใช้ในภาษาจีนหมิ่น[4]
  • เมื่อสิ้นสุดราชวงศ์ถังใน พ.ศ. 1435 วังเชาได้ก่อตั้งอาณาจักรหมิ่นใน พ.ศ. 1452 ในฝูเจี้ยน อาณาจักรหมิ่นนี้เป็นหนึ่งในสิบอาณาจักรในสมัยห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร วังเชาและวัง เชินจือมาจากกูชือในเหอหนานและได้นำภาษาจีนยุคปลายราชวงศ์ถังเข้ามาในฝูเจี้ยน

ระบบการเขียน[แก้]

เมื่อมีการใช้อักษรจีนเขียนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาจีนกลางจะใช้ตัวอักษรที่มีความเกี่ยวข้องกับภาษาที่ใช้ และประดิษฐ์อักษรใหม่สำหรับคำที่ไม่มีในภาษาจีนดั้งเดิม ในบางกรณีมีการออกเสียงต่างไป หรืออาจจะมีความหมายต่างไป ซึ่งการเขียนภาษาจีนกวางตุ้งได้ใช้การเขียนในลักษณะนี้ ในที่สุด การเขียนแบบนี้จะไม่เป็นที่เข้าใจสำหรับผู้พูดภาษาจีนกลาง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของไวยากรณ์ คำศัพท์ และใช้ตัวอักษรที่ไม่มีในภาษาจีนกลางจำนวนมาก

ภาษาจีนหมิ่นได้พัฒนาด้วยระบบนี้เช่นกัน แต่ไม่มีระบบมาตรฐานสำหรับภาษาจีนหมิ่น แม้จะมีการออกแบบอักษรเฉพาะ ซึ่งจะมีคำยืมจากภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาจีน เช่น คำในภาษาท้องถิ่นของในเกาะไต้หวัน ที่มีในภาษาไต้หวัน รวมทั้งคำยืมจากภาษาญี่ปุ่น ในสิงคโปร์ มาเลเซีย ภาษาจีนหมิ่นจะมีคำยืมจากภาษามาเลย์ ภาษาอังกฤษ และอื่นๆ การเขียนภาษาจีนหมิ่นด้วยอักษรจีนล้วนๆจึงไม่แสดงการพูดภาษาจีนหมิ่นจริงๆ แต่จะเป็นรูปแบบของภาษาจีนกลางอยู่มาก

มีความพยายามใช้อักษรละตินในการเขียนภาษาจีนหมิ่น บางกลุ่มใช้อักษรละตินแบบที่ใช้โดยมิชชันนารีหรือเจียวฮุย ลัวมาจือ (ภาษาจีน: 教會羅馬字; พินอิน: Jiaohui Luomazi) สำหรับภาษาหมิ่นหนาน จะใช้ระบบการเขียนด้วยอักษรละตินที่เรียก อักษรเป๊ะห์โอยจี (Pe̍h-ōe-jī; POJ) และระบบสำหรับภาษาหมิ่นต้งที่เรียก Bàng-uâ-cê (BUC) ทั้งสองระบบคิดค้นโดยมิชชันนารีขาวต่างชาติในพุทธศตวรรษที่ 24 มีการเขียนแบบไม่เป็นทางการที่ใช้อักษรจีนควบคู่กับอักษรละตินสำหรับคำที่ไม่มีอักษรจีนกำกับ

อ้างอิง[แก้]

  1. 《晉書•地理志》“閩越遐阻,僻在一隅。永嘉之後,帝室東遷,衣冠避難,多所萃止。“
  2. 《閩書》 “衣冠始入閩者八族,所謂林、黄、陳、鄭、詹、丘、胡是也。”
  3. 《汉语方言学基础教程》, 李小凡, page 52, “唐初,陈政、陈元光父子四代驻守闽南漳、泉二州。“
  4. 《汉语方言学基础教程》, 李小凡, page 52, “唐朝科举兴盛,崇尚文教,《切韵》音系作为文读系统也进入了闽语。“