ดิอะเมซิ่งเรซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดิ อะเมซิ่ง เรซ)
บทความนี้เกี่ยวกับรูปแบบทั่วไปของดิ อะเมซิ่ง เรซ สำหรับดิ อะเมซิ่ง เรซ ในซีซั่นต่าง ๆ ทั้งของสหรัฐอเมริกาและอื่น ๆ ดูที่ หมวดหมู่:ดิ อะเมซิ่ง เรซ
โลโก้รายการที่ใช้ในฉบับอเมริกา สำหรับโลโก้ในฉบับอื่น ๆ จะถูกดัดแปลงจากโลโก้นี้

ดิ อะเมซิ่ง เรซ (อังกฤษ: The Amazing Race หรือในบางครั้งรู้จักกันในตัวย่อ TAR มีชื่อภาษาไทยตามที่ออกอากาศทางช่องเอเอกซ์เอ็นในประเทศไทยว่า คนแกร่งแข่งอึด) เป็นเรียลลิตี้โชว์ ทางโทรทัศน์ ที่สมาชิกในทีม ทีมละสองคน ที่รู้จักกันมาก่อนแล้ว ทำการแข่งขันกับทีมอื่นโดยการเดินทางรอบโลก โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องพยายามเข้าเป็นทีมแรกที่จุดหยุดพักในแต่ละเลกให้ได้ เพื่อเป็นผู้ชนะในเลกนั้น ๆ และหลีกเลี่ยงการมาถึงเป็นทีมสุดท้าย ที่อาจจะทำให้ทีมถูกคัดออกจากการแข่งขัน หรืออาจทำให้ทีมประสบอุปสรรคตามมาในเลกต่อไป ผู้เข้าแข่งขันจะเดินทางระหว่างประเทศหลายประเทศ ด้วยวิธีการเดินทางที่แตกต่างกันออกไป เช่น เครื่องบิน แท็กซี่ รถเช่า รถไฟ รถประจำทาง และเรือ คำสั่งในแต่ละช่วงของเลกจะสั่งให้ทีมไปยังจุดหมายต่อไป หรือทำงาน ไม่ว่าจะทำคนเดียวหรือสองคนก็ตาม ซึ่งงานที่ทีมทำนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับมารยาท หรือวัฒนธรรม ท้องถิ่นในประเทศที่พวกเขาไปเยือน โดยแต่ละทีมจะทะยอยถูกคัดออก จนกระทั่งเหลืออยู่ 3 ทีมสุดท้าย ณ จุดนั้น ทีมที่มาถึงเป็นทีมแรกในเลกสุดท้ายจะได้รับเงินรางวัลก้อนใหญ่ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีมูลค่า 1 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

ดิ อะเมซิ่ง เรซ ในเวอร์ชันสหรัฐอเมริกา สร้างโดย อลิส ดอร์แกนเลอร์ และ เบ็นตั้น แวนด์ มัสเตอร์ และได้ออกอากาศในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ. 2001 มีพิธีกรชื่อดังระดับรางวัลเอ็มมี ชาวนิวซีแลนด์ ฟิล คีโอแกน เป็นพิธีกรของรายการตั้งแต่ซีซั่นแรก และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับ ฮอลลีวูด เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ เป็นผู้อำนวยการสร้างหลักของรายการ นอกจากนี้รายการนี้ยังมีการซื้อลิขสิทธิ์ ไปสร้างในหลาย ๆ ประเทศ โดยยังคงรูปแบบหลัก ๆ ของรายการอยู่ ส่วนเนื้อหาในบทความนี้จะใช้เกณฑ์และเนื้อหาของฉบับอเมริกาเป็นส่วนใหญ่

เนื้อหาโดยสรุป[แก้]

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันจำนวน 10 - 12 ทีม ใน ดิ อะเมซิ่ง เรซ จะเป็นทีมผู้เข้าแข่งขันสองคนที่รู้จักกันมาก่อนแล้ว (ยกเว้นหนึ่งครั้งในเวอร์ชันสหรัฐอเมริกา คือ ดิ อะเมซิ่ง เรซ 8 ที่เป็นการแข่งขันเป็นครอบครัวทีมละ 4 คน) จากจำนวนทีมที่เข้าแข่งขันทั้งหมด ทีมที่เข้าแข่งขันล้วนแสดงให้เห็นถึงสถิติของอายุ การเข้ากันทางเพศ และความสัมพันธ์ที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์ในการแข่งขันที่พบเห็นเช่นคู่แต่งงานที่แต่งงานกันมานานแล้ว คู่พี่น้อง (รวมถึงแฝด) คู่พ่อแม่ (รวมถึงหลานกับปู่ย่าตายาย) เพื่อน (เพื่อนร่วมห้อง, เพื่อนนักศึกษา, เพื่อนรักซึ่งเป็นเพศเดียวกัน, เพื่อนในโรงเรียนมัธยม, เพื่อนที่คบกันมานาน และเพื่อนในลักษณะอื่น ๆ) คู่รักโรแมนติก (ทั้งรักต่างเพศ และ รักเพศเดียวกัน) รวมไปถึงคู่สามีภรรยาที่เพิ่งเดทกันหรือแยกกันอยู่ กลไกความสัมพันธ์ในหลายด้านระหว่างสมาชิกในทีม ในระหว่างการแข่งขันเป็นหนึ่งในจุดสนใจของรายการ สมาชิกในทีมจะต้องแข่งขันร่วมกัน โดยไม่สามารถแยกกันได้ (ยกเว้นคำสั่งบอกให้ทำเป็นเวลาชั่วคราว) หากมีสมาชิกของทีมบาดเจ็บและไม่สามารถจบการแข่งขันได้ ทีมจะต้องถูกทำโทษ (เช่นมาร์แชลล์กับแลนซ์ในซีซั่นที่ 5) สมาชิกในทีมทั้งสองคนยังจะต้องเข้ามาที่จุดหยุดพักด้วยกันเพื่อเช็กอิน[1] ทิศทางในการแข่งขันหลายอย่างเช่น ตัวผู้เข้าแข่งขันเอง การออกอากาศการแข่งขัน การโปรโมตการแข่งขันและการสนทนาระหว่างฟิลกับทีมที่ถูกคัดออกนั้น จะเป็นตัวเน้นผลกระทบของความสัมพันธ์ระหว่างการแข่งขัน แรกเริ่มแล้วผู้สมัครในการแข่งขันจะต้องรู้จักและมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมาอย่างน้อย 3 ปี และผู้เข้าแข่งขันในคนละทีมกันจะต้องไม่รู้จักกันมาก่อนแล้ว ซึ่งจะทำให้มีการออกอากาศความสัมพันธ์ในทีมได้อย่างถูกต้องโดยที่ไม่ต้องยุ่งยากกับความสัมพันธ์ระหว่างทีม

อย่างไรก็ดี ผู้ผลิดรายการก็ได้ตัดกฎนี้ออกไปในซีซั่นหลัง ๆ เช่น คริสกับจอห์น (ซีซั่นที่ 6) เป็นคู่เดททางไกลมาเป็นเพียงแค่ 1 ปี หรือในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันหลายคนใน ซีซั่นที่ 5 ได้เคยแข่งขันกันมาก่อนในเวทีประชันความงาม (นิโคลชนะคริสตี้ในเวทีมิสเทกซัส ใน 2003) [2] อีริคกับแดนเนียล (ซีซั่นที่ 11) ได้พบกันมาก่อนเป็นเวลาเพียงแค่ 1 ปีหลังจากแข่งอยู่คนละทีมในซีซั่นที่ 9 อย่างไรก็ดีสุดท้ายแล้วใบสมัครและคุณสมบัติการเข้ารับเลือกของซีซั่นที่ 14 (แจกจ่ายในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 ที่เว็บไซต์ของซีบีเอส) ได้ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องความสัมพันธ์ก่อนการแข่งขันแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วสมาชิกในทีมจะมีความสัมพันธ์กันมาก่อนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม

เลก[แก้]

การแข่งขันในแต่ละด่านจะประกอบไปด้วย งานทางแยก และ งานอุปสรรค แต่ในบางเลกอาจมีเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีงานเสริมที่ไม่จัดเป็นภารกิจหลักอีกมากมาย บางเลกอาจมี ทางด่วน ให้ใช้เพื่อนข้ามกิจกรรมทั้งหมดของเลกนั้นไปยังจุดพักเลย แต่ทีมสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวตลอดการแข่งขันเท่านั้น เมื่อจบแต่ละเลกผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาพัก 12 หรือ 24 ชั่วโมงแต่ในบางกรณีอาจมากกว่านั้นโดยสูงสุดอยู่ที่ 60 ชั่วโมงซึ่งเกิดขึ้นในฤดูกาลที่ 1 ที่ทีมงานเปลี่ยนแปลงสถานที่กะทันหันและยังสามารถแยกเลกในการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภทได้ดังนี้

  • Normal Leg คือเลกที่ประกอบด้วย งานทางแยก + งานอุปสรรค + (งานทางด่วน + งานเพิ่มเติม)
  • Super Leg คือ เลกที่ยาวเป็นพิเศษโดยจะมี 2 งานทางแยกและ 2 งานอุปสรรคและพิธีกรจะให้คำใบ้ ณ จุดครึ่งทางหรืออาจมาในรูปคำใบ้ปกติที่จะเขียนว่า "Keep Racing" พร้อมรายละเอียดและรางวัลสำหรับทีมที่เข้ามาเป็นที่ 1 จะถูกมอบที่ปลายทางของเลกเพียงที่เดียว
  • No Break Leg คือ เลกธรรมดาที่ถูกจัดให้แข่งติดต่อกันไปเลย 2 เลกโดยไม่มีการหยุดพัก และจะมีการมอบรางวัลเป็นปกติสำหรับทีมที่เข้ามาเป็นที่ 1 ในแต่ละเลก

เงินในการแข่งขัน[แก้]

ในช่วงเริ่มต้นของแต่ละเลก แต่ละทีมจะได้รับเงินสดเป็นค่าใช้จ่ายพร้อมกับซองคำใบ้แรก ซึ่งในระหว่างการแข่งขัน ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (อาหาร , การเดินทาง , ค่าที่พัก , ค่าเข้าชมสถานที่ในการแข่งขัน และอุปกรณ์ต่าง ๆ) จะต้องใช้เงินสดนี้ในการจ่าย ยกเว้นการซื้อตั๋วเครื่องบิน (และการจ่ายค่าน้ำมัน ในซีซั่นที่ 8) จะต้องใช้บัตรเครดิตที่ทางรายการมีให้[3] หากมีเงินเหลืออยู่ระหว่างเลก ทีมสามารถนำไปใช้ในเลกต่อไปได้ สำหรับในฤดูกาลก่อน ๆ ทีมสามารถใช้บัตรเครดิตในการจองตั๋วผ่านทางโทรศัพท์และการจองตั๋วออนไลน์ ได้ แต่ในซีซั่นที่ 12 ทีมจะสามารถใช้บัตรเครดิตได้ในการจองตั๋วที่แท่นขายตั๋วเท่านั้น (แต่ทีมยังสามารถใช้วิธีการใด ๆ ก็ได้ในการค้นหาเที่ยวบินที่พวกเขาเห็นว่าดีที่สุด)

เงินในที่นี้จะให้เป็นเงินสกุล ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าทีมจะอยู่ในประเทศใด ๆ ก็ตาม (กฎนี้มีข้อยกเว้นในเลก 4 ของ ซีซั่นที่ 10 ในประเทศเวียดนาม ที่ให้เงินเป็นเงินสกุลท้องถิ่น (ด่อง) โดยจำนวนเงินที่ให้ในแต่ละเลกนั้นแตกต่างออกไปตั้งแต่ไม่ให้เงินจนถึงหลายร้อยดอลลาร์ (ในซีซั่นที่ 1 , ซีซั่นที่ 10 , ซีซั่นที่ 12 มีอยู่หนึ่งเลกที่ทางรายการไม่ได้ให้เงินและในซีซั่นที่ 4 ทางรายการให้เงินเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 2 เลกสุดท้าย และตั้งแต่ ซีซั่นที่ 5 ถึง ซีซั่นที่ 9 ทีมที่เข้าสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออกจะถูกบังคับให้คืนเงินทั้งหมด และจะไม่ได้รับเงินใช้ในเลกต่อไป

หากทีมใช้เงินหมดในระหว่างการแข่งขันหรือถูกยืดเงิน ทีมสามารถพยายามหาเงินได้ในวิธีที่ไม่ผิดกฎหมายท้องถิ่น เช่น การยืมเงินจากทีมอื่น การขอเงินจากคนท้องถิ่นหรือขายทรัพย์สินติดตัว (แต่มีกฎข้อหนึ่งที่เห็นชัดเจนในซีซั่นที่ 7 คือ "ห้ามทีมขอเงินในท่าอากาศยานในประเทศสหรัฐอเมริกา" นอกจากนี้ในเลก 3 (มองโกเลียเวียดนาม) ของซีซั่นที่ 10 ทีมไม่ได้รับอนุญาตให้ขอเงินหรือขายทรัพย์สินติดตัวเพื่อแลกกับเงินด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ทีมที่จำเป็นจะต้องใช้เงินฉุกเฉินประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถขอเงินจำนวนนี้มาใช้ได้จากทีมงานถ่ายทำที่จะถือเงินจำนวนนี้ไว้ แต่ต้องเป็นในกรณีเร่งด่วนเท่านั้นและโดยทั่วไปแล้วเงินเร่งด่วนนี้ไม่สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน อย่างไรก็ดีจำนวนเงินนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนและ "สถานการณ์เร่งด่วน" ที่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดเช่นกัน

คำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในการแข่งขัน[แก้]

เครื่องหมาย คำอธิบาย
สัญลักษณ์ธงที่ใช้ในรายการ
Route Marker เป็นสัญลักษณ์ธงสีแดงและสีเหลือง เป็นเครื่องหมายประจำสถานที่ที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถค้นหาคำสั่งต่อๆ ไป
บัตรคำสั่ง Route Infomation
Route Infomation (ข้อมูลเส้นทาง) เป็นสัญลักษณ์ตัวบอกเส้นทางที่ไปยังจุดหมายถัดไป ทีมจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกทำโทษปรับเวลา
บัตรคำสั่ง Detour
Detour (ทางแยก) เป็นสัญลักษณ์ตัวเลือกระหว่างภารกิจที่แตกต่างกันสองประการที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกทำให้สำเร็จก่อนภารกิจทั้ง 2 อย่างนั้นมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเองฉะนั้นควรเลือกที่คิดว่าทั้งทีมถนัดเพื่อทำงานให้เสร็จโดยเร็ว จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป (ถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 24 ชั่วโมงแต่ในฤดูกาลที่ 17 เป็นต้นมาจะถูกปรับแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น)
บัตรคำสั่ง Road Block
Roadblock (อุปสรรค) เป็นสัญลักษณ์ภารกิจที่อนุญาตให้สมาชิกเพียงคนเดียวในทีมสามารถทำได้เท่านั้นและเมื่อเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนคนทำได้ ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกทำนั้นต้องทำงานอุปสรรคนั้นให้สำเร็จก่อน จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป (หลังจากฤดูกาลที่ 5 ได้กำหนดตลอดระยะเวลาการแข่งขันให้ทำได้ไม่เกินคนละ 6-7 ครั้ง โดยมากแล้วจะแบ่งในสัดส่วนพอๆ กันและถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 4 ชั่วโมง)
บัตรคำสั่ง Fast Forward
Fast Forward (ทางด่วน) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมใดก็ตามที่เสร็จสิ้นภารกิจนี้เรียบร้อยแล้ว จะสามารถเดินทางต่อไปยัง Pit Stop หรือจุดหมายปลายทางต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องผ่านด่านใดๆ อีกในระหว่างทาง สิทธิ์ในการใช้สัญลักษณ์นี้ จะให้เฉพาะกับทีมแรกที่สามารถหาและเสร็จสิ้นภารกิจ Fast Forward เท่านั้นและตลอดการแข่งขันทีมๆ นั้นจะใช้สิทธิ์นี้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ยกเว้นในกฏ Intersection จะสามารถทำ Fast Forward ร่วมกันกับอีกทีมที่จับคู่ได้ถึงแม้ว่าจะเป็น Fast Forward ครั้งที่ 2 ก็ตาม (การใช้ Fast Forward ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นได้น้อยมาก) อย่างไรก็ตาม การได้บัตรทางด่วนนี้ ยังคงไม่รับประกันว่าจะไม่ตกรอบ ถ้ายังคงมาถึงเป็นทีมสุดท้าย (มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ)
บัตรผ่านเร่งด่วน
Express Pass (บัตรผ่านเร่งด่วน) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถข้ามงานใดๆ ก็ได้ที่ไม่ต้องการทำ 1 งาน ไม่ว่าจะเป็นงานรูปแบบใดก็ตามและผ่านไปเลยโดยไม่ต้องมีอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน ต่างจาก Fast Forward ที่ข้ามทั้งเลกและต้องทำภารกิจตามที่กำหนด 1 อย่างก่อน (บัตรนี้จะถูกให้กับทีมที่เข้ามาเป็นที่ 1 ในเลกแรกของการแข่งขันซึ่งใช้ได้ถึงเลก 8 จาก 12)
บัตรกอบกู้
Salvage Pass (บัตรกอบกู้) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถช่วยทีมที่มาถึงเป็นลำดับสุดท้ายไม่ให้ถูกคัดออกได้
ป้ายสั่ง Yield
Yield (ถ่วงเวลา) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้หยุดแข่งได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ย้อนกลับ)
ป้ายสั่ง U-Turn
U-Turn (ย้อนกลัับ) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้กลับไปทำงาน Detour อีกงานที่ไม่ได้เลือกทำ ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ถ่วงเวลา)
ป้ายสั่ง Intersection
Intersection (จุดร่วมมือ) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมต้องจับคู่กับอีกทีมทำภารกิจทุกๆ อย่างร่วมกัน ถ้ามาถึงจุดที่มีคำสั่งแต่ยังไม่มีทีมร่วมงานก็จำเป็นต้องรอและเมื่อมีคำสั่งยกเลิก Intersection จึงจะทำการแข่งขันแบบปกติได้
ป้ายสั่ง Speed Bump
Speed Bump (งานเพิ่มเติม) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องทำงานเพิ่มอีก 1 งานเนื่องจากเป็นการลงโทษที่มาถึงเป็นทีมสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกในด่านที่แล้ว ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องรีบทำงานให้เสร็จโดยเร็วเพราะต้องทำงานมากกว่าทีมอื่นๆ ในการแข่งขันด่านนี้
สัญลักษณ์ปลายทางในแต่ละด่าน
Pit Stop (จุดหยุดพัก) เป็นสัญลักษณ์จุดหมายปลายทางสุดท้ายของการแข่งขันในแต่ละด่านโดยทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย อาจจะถูกคัดออก หรือบางครั้งจะมีการเตือนในคำใบ้สุดท้ายก่อนถึงจุดพักเลยว่า ทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย จะถูกคัดออก


กฎกติกา บทลงโทษและการชดเชยเวลา[แก้]

ทุกทีมจะต้องปฏิบัติตามกฎกติกาที่วางไว้เมื่อเริ่มต้นการแข่งขัน หากทีมใดไม่ปฏิบัติตาม อาจส่งผลกระทบต่อโทษปรับเวลาที่อาจส่งผลต่อลำดับในการจบการแข่งขันในเลกนั้น ๆ ของทีม อย่างไรก็ดี กฎการแข่งขันอย่างเป็นทางการไม่ได้ถูกเผยแพร่ออกมาสู่ผู้ชม แต่มีกฎกติกาบางส่วนที่เผยแพร่ออกมาในรูปของการบังคับใช้ในหลาย ๆ ครั้งระหว่างการแข่งขัน โดยกฎกติกาที่มีการเปิดเผยมีดังนี้

  • ทีมจะต้องซื้อตั๋วเครื่องบินในชั้นประหยัดเท่านั้น อย่างไรก็ดีทีมสามารถปรับระดับตั๋วเป็นตั๋วชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งได้ แต่ทีมจะต้องจ่ายค่าตั๋วในราคาชั้นประหยัดเท่านั้น (ตัวอย่างในกรณีนี้เช่น ร็อบกับเบรนแนน และแฟรงค์กับมาร์การิต้าในซีซั่นที่ 1 เรย์เชนกับชิพในซีซั่นที่ 4 เรย์กับเดียนาในซีซั่นที่ 7 อีริคกับแดนเนียลในซีซั่นที่ 11 และโรนัลด์กับคริสติน่าในซีซั่นที่ 12) โดยการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินจะต้องใช้บัตรเครดิตที่ทางรายการจัดให้ (โดยไม่ใช้เงินสด) [4] ห้ามนำบัตรเครดิตนี้ไปใช้ในกรณีอื่นใดโดยเด็ดขาด และสามารถใช้ได้ที่ท่าอากาศยานเท่านั้น (ไม่อนุญาตให้จ่ายเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต) [5] สำหรับใน ซีซั่นที่ 8 ที่มีการเดินทางส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ ทีมสามารถใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยเสมือนเป็นการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินได้
  • กรณีที่ทีมต้องซื้อตั๋วเครื่องบินเอง ทีมไม่สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินจากสายการบินหรือเส้นทางบินที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยทีมงาน (ซื้อได้เฉพาะเส้นทางหรือสายการบินที่ไม่ถูกห้าม) โดยทั่วไปแล้วกฎนี้เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ก็เป็นการป้องกันทีมในการหาเส้นทางที่ไม่ได้ถูกวางแผนไว้โดยทีมงาน ซึ่งอาจทำให้ใช้เวลามากกว่ากำหนดการเดินทางที่คาดไว้เดิมมาก และอาจทำให้ทีมแยกออกไปจากทีมอื่นมากกว่าหนึ่งวัน
  • ทีมไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จักส่วนตัวระหว่างการแข่งขัน แต่ทีมสามารถพูดคุยและขอความช่วยเหลือกับผู้คนที่พวกเขาพบระหว่างการแข่งขันได้ เช่นนายหน้าการท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น อย่างไรก็ดีกฎนี้มีข้อยกเว้นหนึ่งครั้งใน ซีซันที่ 3 ที่ทีมจะได้รับโทรศัพท์มือถือหลังจากเสร็จงานทางแยกในเลก 9 ซึ่งเว็บไซต์ของซีบีเอสอธิบายในเรื่องนี้ไว้ว่า "พวกเขามีโอกาสที่จะโทรศัพท์กลับไปหาคนที่ตนรักนานแค่ไหนก็ได้ที่อยากจะคุย แต่ทีมจะต้องวางโทรศัพท์ก่อนจะขึ้นรถเพื่อขับไปที่ Chateau de Chillon ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทีมมีความสมัครใจเองที่จะคุยนานเท่าไหร่ก็ได้หรือจะรีบกลับไปแข่งขันต่อและจะได้ไม่เสี่ยงกับการตกรอบ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมเอง"[6] ข้อยกเว้นของกฎนี้มีขึ้นอีกครั้งใน ซีซันที่ 10 และ ซีซันที่ 11 ที่ผู้ชนะสามารถโทรศัพท์กลับไปหาครอบครัวจากสถานที่ที่เป็นเส้นชัยได้ (ซึ่งการแข่งขันนั้นจบแล้ว) โดยในซีซันก่อน ๆ ทีมไม่ได้รับอนุญาตให้โทรศัพท์เพื่อบอกลำดับในการแข่งขันของตน จนกว่าการแข่งขันจะได้ออกอากาศทางโทรทัศน์
  • เมื่อมีการระบุไว้ ทีมไม่สามารถช่วยเหลือทีมอื่นระหว่างที่แต่ละทีมทำงานได้ (เกร็ธเชนกล่าวถึงเรื่องนี้หลังจากเธอถูกช่วยเหลือโดยยูเชนน่าด้วยเรือใน ซีซันที่ 7) [7] หากไม่มีการระบุไว้ ทีมสามารถช่วยกันทำงานให้สำเร็จได้ เช่นใน ซีซันที่ 8 ที่หลาย ๆ ทีมช่วยกันการเต๊นท์ และทีมของครอบครัวลินซ์และครอบครัวโกดลิวสกีช่วยกันทำงานทางแยก[8] แต่หากมีจุดร่วมมือปรากฏขึ้น ทีมที่จับคู่กันจะต้องทำงานร่วมกันจนกว่าจะสั่งเป็นอย่างอื่น
  • ห้ามผู้เข้าแข่งขันสูบบุหรี่ระหว่างการแข่งขัน[9] ผลจากการไม่สูบบุหรี่นี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขันบางคนอารมณ์ร้อน เช่นเอียน (ซีซั่นที่ 3) ที่เลิกสูบบุหรี่ก่อนการแข่งขัน
  • ทีมที่ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดถ้าถูกตำรวจท้องถิ่นจับ ทีมจะต้องแก้ปัญหาด้วยตนเองและจะต้องโดนโทษปรับเวลา 2 นาทีต่อไมล์หรือกิโลเมตร (แล้วแต่กฎของการควบคุมความเร็วในประเทศนั้นๆ) เช่น กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าขับไปที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะถูกทำโทษ 40 นาทีแต่การขับรถเกินความเร็วเป็นโทษเดียวที่จะไปบวกทดตอนเริ่มเลกถัดไป ฉะนั้นถ้าทีมได้รับโทษนี้และไม่ได้เข้ามาเป็นลำดับสุดท้าย ทีมจะไม่ถูกคัดออกในเลกนั้นๆ อย่างแน่นอน
  • แต่ละทีมจะมีช่างกล้องและช่างเสียงติดตามอยู่ทีมละ 2 คน ตลอดการแข่งขันในเลกนั้น ๆ โดยช่างกล้องและช่างเสียงจะมีการสลับเปลี่ยนกันเมื่อจบแต่ละเลก เพื่อให้การถ่ายทำดำเนินไปได้ สมาชิกในทีมทั้งสองคนจะต้องอยู่ในระยะ 20 ฟุต ซึ่งกันและกัน ยกเว้นสมาชิกคนใดคนหนึ่งไปทำงานอุปสรรคอยู่[10] รวมถึงสมาชิกทั้งสองคนจะต้องอยู่ใกล้กับช่างกล้องและช่างเสียงตลอดเวลา ยกเว้นจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ช่างกล้องและช่างเสียงยังต้องสามารถติดตามทีมไปได้ทุกที่ ไม่ว่าทีมจะใช้ยานพาหนะใดก็ตาม ยกเว้นจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น (ในอีกความหมายหนึ่งคือ ทีม ช่างกล้องและช่างเสียงจะต้องอยู่ในสถานที่เดียวกันกับทีม ไม่ว่าทีมจะใช้ยานพาหนะประเภทใดก็ตาม เช่น รถ, แท็กซี่, รถบัส, รถไฟ หรือเครื่องบิน ไม่เช่นนั้นทีมจะไม่สามารถเดินทางด้วยวิธีนั้น ๆ ได้)
  • ห้ามทีมนำแผนที่, หนังสือแนะนำการเดินทาง, หนังสือเรียนภาษา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องจีพีเอส และ พีดีเอ ติดตัวไปในการแข่งขัน แต่ทีมสามารถซื้อแผนที่และหนังสือแนะนำการเดินทางได้ในระหว่างการแข่งขัน โดยใช้เงิน ที่มีให้[11]สำหรับสิ่งของที่นอกเหนือจากนั้น ทีมสามารถขนไปได้มากน้อยเพียงใดก็ได้ เท่าที่ทีมเห็นว่าจำเป็น โดยปกติแล้ว หากทีมไปซึ่งบริเวณที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ทีมจะได้รับเสื้อกันหนาวจากทีมงาน และทีมไม่จำเป็นต้องขนไปในกระเป๋าอีก นอกจากนี้แต่ละทีมจะได้รับกระเป๋าสีดำคาดเหลืองและแดง (รู้จักกันในชื่อ "The Amazing Purse") ที่จะไม่เก็บรวมในกระเป๋าเดินทาง (ในกรณีที่ทีมเข้าเป็นลำดับสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออก ในซีซั่นที่ 7 ซีซั่นที่ 8 และ ซีซั่นที่ 9 และต้องทิ้งสัมภาระทั้งหมด) ทีมจะใช้กระเป๋านี้เก็บหนังสือเดินทาง เอกสารการแข่งขันอย่างเป็นทางการ และแบบฟอร์มการเดินทาง โดยกระเป๋านี้ห้ามเก็บรวมกับสิ่งของติดตัวอื่น ๆ ในกรณีที่ทีมทำกระเป๋านี้หาย (โทนี่กับดัลลัส ในซีซั่นที่ 13 ที่ทำหายในเลก 10) จะไม่มีบทลงโทษต่อพวกเขา แต่พวกเขาจะไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่มีหนังสือเดินทางได้ อย่างไรก็ดีพวกเขาก็จะไม่ถูกคัดออกโดยอัตโนมัติ ในเลก 10 นั้นโทนี่กับดัลลัสยังคงแข่งต่อ แต่พวกเขาเสียเวลากับการขอเงินผู้คนท้องถนน ทำให้จบการแข่งขันเป็นลำดับสุดท้ายและถูกคัดออกจากการแข่งขันและเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกครั้งในซีซั่นที่ 15 ที่เซฟกับจัสตินทำหนังสือเดินทางหายหลังจากที่เข้าจุดพักแล้ว พวกเขาก็ได้สิทธิ์ให้กลับไปหาหนังสือเดินทางภายในเวลาก่อนที่ทีมสุดท้ายจะเข้ามายังจุดพัก
  • ทีมอาจถูกบังคับให้ส่งกระเป๋าและสิ่งของติดตัวให้ทีมงานถ่ายทำตรวจสอบได้ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันก็ตาม
  • กฎเพิ่มเติมของแต่ละเลกหรือของแต่ละงาน อาจให้มากับคำใบ้ในซองที่ผู้ชมเห็น โดยอาจเป็นคำใบ้ในกระดาษอีกแผ่นที่พิมพ์แยกต่างหาก หรือเป็นเพียงลายมือที่เขียนโดยทีมงานก็ได้ กฎเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วมักไม่มีการอธิบายให้แก่ผู้ชม ยกเว้นจะมีการทำผิดกฎนั้น ๆ แต่ว่าทีมก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎเพิ่มเติมนี้ด้วย ตัวอย่างของกฎประเภทนี้คือการสรุปเรื่องการขับรถไปยังสถานที่ต่าง ๆ และข้อห้ามที่เกี่ยวกับการเดินทางทางอากาศ
  • สำหรับการทำผิดกฎพื้นฐานของการแข่งขัน จะมีโทษปรับเวลา 30 นาที บวกกับเวลาที่ทีมได้เปรียบจากการทำผิดกฎของการแข่งขัน (ถ้ามี) โดยที่ทีมมาถึง ณ จุดหยุดพัก ฟิล คีโอแกน จะบอกว่า "คุณมาถึงเป็นลำดับที่ ..." แล้วจึงแจ้งบทลงโทษหรือแจ้งว่าอ่านคำใบ้ไม่ละเอียด ซึ่งการแจ้งว่าอ่านคำใบ้ไม่ละเอียดมักเกิดจากการเดินทางผิดรูปแบบ[12]หรือเดินทางด้วยวิธีที่ห้ามในการแข่งขัน[13] การได้รับใบสั่ง การทำผิดคำสั่งในคำใบ้ หรือขัดขวางทีมอื่น เช่นขับรถที่กำหนดไว้สำหรับทีมอื่นออกไปโดยประมาท หรือหยิบคำใบ้มากกว่า 1 ซองจากกล่องคำใบ้[14] อย่างไรก็ดี สำหรับบทลงโทษเรื่องใบสั่งนั้น หากบทลงโทษนั้นไม่มีผลกระทบต่อทีมที่จะทำให้แข่งต่อไม่ได้ (คำนวณโทษปรับเวลาแล้วทีมตกไปอยู่ในลำดับสุดท้าย) โทษปรับเวลานั้นจะไปมีผล ณ ช่วงที่ทีมออกเดินทางในเลกต่อไปแทน แต่ถ้าหากทีมรู้สึกว่าได้ทำผิดกฎในการแข่งขันก่อนที่พวกเขาจะไปทำงานต่อไป พวกเขาสามารถกลับไปที่สถานที่ที่พวกเขาทำผิดกฎนั้น แล้วทำให้ถูกต้องได้โดยที่ไม่ต้องโดนโทษปรับเวลา แต่จะเสียเวลากลับไปทำงานที่ทำไม่ถูกต้องเท่านั้น แต่หากการกระทำผิดกฎของพวกเขามีผลกระทบต่อทีมอื่นด้วย โทษปรับเวลาก็จะยังคงมีผลเช่นเดิม ในบางกรณีทีมที่ข้าม Route Marker ไปหรือทำงานไม่ถูกต้อง จะไม่ได้รับโทษปรับเวลา แต่พวกเขาจะยังไม่สามารถเช็กอินได้ และฟิล จะบอกให้ทีมกลับไปทำงานให้ถูกต้อง หรือหยิบคำใบ้ให้ครบก่อนที่จะกลับมาเช็กอินอีกครั้ง การที่จะโดนโทษปรับเวลาหรือจะไม่โดนปรับเวลาแต่ต้องกลับไปทำงานให้ถูกต้องนั้นจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสมที่ถูกกำหนดได้ล่วงหน้าแล้ว
  • ทีมที่ไม่สามารถทำงานอุปสรรคได้สำเร็จ จะต้องรับโทษปรับเวลา 4 ชั่วโมง เริ่มจากเวลาที่ทีมต่อไปมาถึงสถานที่ทำงาน[15] ทีมที่ไม่สามารถทำงานทางแยกใด ๆ ให้สำเร็จได้ จะต้องรับโทษปรับเวลา 24 ชั่วโมง (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 2 ครั้ง ที่ทีมแนนซี่กับเอมิลี่ในฤดูกาลที่ 1 และทีมมาเรียกับทิฟฟานี่ในฤดูกาลที่ 15 ที่ไม่สามารถทำงานทางแยกได้) แต่ตั้งแต่ฤดูกาลที่ 17 เป็นต้นมาถ้าไม่ทำงานทางแยกใดๆ เลยจะถูกปรับเวลาแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น [16]
  • ถ้ายานพาหนะของทีมเสียหรือไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ โดยที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของพวกเขา พวกเขาสามารถขอยานพาหนะทดแทนได้โดยที่ไม่โดนโทษปรับเวลา แต่ในกรณีนี้จะไม่มีเวลาชดเชยให้ [17] แต่ถ้าในกรณีทีมได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อยาพาหนะเอง เช่น การเติมน้ำมันผิดประเภททำให้รถเสีย ทีมจะต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง
  • ทีมที่ใช้ของส่วนตัวแทนการจ่ายค่าโดยสารหรือการทำงานต่างๆ จะถูกปรับ 2 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้งที่ได้ทำผิดกฎ (ทีมสามารถขายของเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก่อนที่จะนำมาใช้จ่ายได้แต่ยกเว้นบางสถานที่เท่านั้นที่ห้ามขายของเพื่อแลกเป็นเงินด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยจะแจ้งให้ผู้เข้าแข่งขันทราบแต่อาจจะไม่ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์)
  • ทีมที่เดินทางบนเครื่องบินด้วยชั้นธุรกิจ จะต้องรับโทษปรับเวลา 24 ชั่วโมง[18] (ยกเว้นทีมได้รับการเลื่อนระดับที่นั่ง โดยจ่ายค่าตั๋วโดยสารในราคาประหยัด)
  • ในบางกรณีทีมต้องล่าช้าเนื่องจากอุปสรรคในการถ่ายทำ ทีมได้รับการชดเชยเวลาที่เสียไป (ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในฤดูกาลแรกๆ โดยในฤดูกาลหลังๆ ทีมงานพยายามทำงานให้ทันเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดนี้) ความผิดพลาดบางอย่างที่ผลกระทบต่อลำดับของทีมซึ่งเป็นความผิดพลาดของทีมงานซึ่งอาจเกิดได้น้อยมาก โดยถ้าเป็นเช่นนั้นทีมงานจะทำการตกลงกับผู้เข้าแข่งขันและทำการชดเชยเวลาให้หรือถ้าร้ายแรงมากถึงขึ้นลำดับสลับกันเลย ทีมงานจะวางแผนให้ทุกทีมไปเสมอกันตรงที่สนามบิน ซึ่งทำให้ต้องนั่งเครื่องบินไปพร้อมกันและเปรียบเสมือนเริ่มการแข่งขันกันใหม่เพราะไม่ว่าจะอย่างไรถ้านั่งเครื่องบินลำเดียวมาด้วยกัน ทุกทีมจะต้องมาถึงที่หมายปลายทางพร้อมกันอยู่แล้วและการแข่งขันก็จะยังดำเนินต่อไปตามปกติ
  • ในระหว่างพักก่อนที่จะเริ่มเลกใหม่ ทีมจะไปทำอะไรก็ได้ตามสะดวกโดยใช้เงินที่เหลือจากการแข่งขัน ห้ามทีมใช้เงินส่วนตัวหรือของส่วนตัวแลกเป็นเงินเด็ดขาด แต่ส่วนใหญ่แล้วทีมมักจะพักในโรงแรมกันมากกว่าและไม่ออกไปไหน เนื่องจากพักกันแค่ 12 ชั่วโมงเท่านั้น (เวลาในการพักนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกของทีมงานโดยเป็นกฎว่าต่ำสุดอยู่ที่ 12 ชั่วโมงและเคยสูงสุดอยู่ที่ 60 ชั่วโมงเนื่องจากทีมงานได้ทำการวางแผนการเดินทางและภารกิจใหม่ นอกเหนือจากที่เตรียมพร้อมไว้)

บทลงโทษและการชดเชยเวลาส่วนมากแล้วจะมีผลเมื่อทีมมาถึงจุดหยุดพัก โดยไม่สนว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นในช่วงใดของเลก ฟิลจะบอกให้ทีมลงจากพรมเช็กอินก่อน แล้วรอจนกว่าโทษปรับเวลาจะหมด ซึ่งจะทำให้ทีมอื่น ๆ เข้าเช็กอินได้ในระหว่างนั้น ข้อยกเว้นสำหรับกรณีนี้คือทีมที่ไม่สามารถทำงานอุปสรรคได้ จะได้รับโทษปรับเวลา 4 ชั่วโทงทันทีที่ตัดสินใจถอนตัวหรือไม่ทำ รวมถึงไม่สามารถทำงานทางแยกได้ จะโดนปรับเวลา 24 ชั่วโมงทันทีเช่นกัน (ร็อบกับแอมเบอร์ใช้ประโยชน์จากข้อยกเว้นนี้ในซีซั่นที่ 7 จึงทำให้พวกเขายังอยู่ในการแข่งขัน) ในบางครั้งบทลงโทษอาจมีการประกาศหลังจากจบเลกนั้นแล้ว แต่ในบางครั้งไม่มีการออกอากาศ เพราะไม่ได้ส่งผลต่อลำดับของพวกเขา (นิคกับสตาร์ในซีซั่นที่ 13 เลกที่ 4) อย่างไรก็ดีก็สามารถสรุปได้ว่ามีบทลงโทษนั้น ๆ เกิดขึ้น โดยสรุปแล้ว บทลงโทษที่จะออกอากาศทางโทรทัศน์จะมีเพียงบทลงโทษที่ส่งผลกระทบต่อลำดับของทีมเท่านั้น (เช่น ฮีเธอร์กับอีฟในซีซั่นที่ 3 และเทอเรนซ์กับซาร่าห์ในซีซั่นที่ 13)

การถ่ายทำ[แก้]

การถ่ายทำดิ อะเมซิ่ง เรซ ถือเป็นความท้าทางอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นรายการที่แข่งขันไปทั่วโลก ทำให้ก่อนการถ่ายทำนั้นทีมงานจะต้องวางแผนเรื่องสถานที่ ภารกิจระหว่างการแข่งขัน การคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันและการส่งทีมงานเพิ่มเติมไปสนับสนุน ให้รอบคอบและสำเร็จไปได้ด้วยดี ท่ามกลางหน้าที่อันยากลำบากที่ผู้ผลิตจะต้องเผชิญระกว่างการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขันช่างกล้องจะต้องติดตามทีมผู้เข้าแข่งขันและพิธีกรตลอดเวลา และหลังจากการถ่ายทำ ตัดต่อและได้ฟิล์มสุดท้ายที่จะนำไปออกอากาศแล้ว ทั้งทีมงานและสมาชิกในทีมจะต้องรับผิดชอบในการไม่เปิดเผยเนื้อความในรายการ (สปอยเลอร์) ที่จะทำให้มีผู้ทราบสถานที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือผลการแข่งขัน จนกว่าการแข่งขันจะออกอากาศจนจบ

หลังจากผ่านความพยายามมาอย่างหนัก ดิ อะเมซิ่ง เรซ เวอร์ชันสหรัฐอเมริกา ก็ได้รับรางวัลหลายรางวัล รวมทั้งรางวัลเอ็มมีสำหรับรายการเรียลลิตี้โชว์ประเภทการแข่งขันยอดเยี่ยม และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในรางวัลเอ็มมีในด้านเสียง การถ่ายทำวิดีโอ และการตัดต่อวิดีโออีกด้วย

เวอร์ชันต่างๆ ของดิ อะเมซิ่ง เรซ[แก้]

เวอร์ชันต้นฉบับของ ดิ อะเมซิ่ง เรซ คือเวอร์ชันของสหรัฐอเมริกา ซึ่งออกอากาศครั้งแรกทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 โดยในเดิอนตุลาคม ค.ศ. 2005 ซีบีเอส ให้เอกสิทธิ์ประเทศอื่นในการทำ ดิ อะเมซิ่ง เรซ เป็นของตนเอง โดยบัวนาวิสต้า อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย-แปซิฟิก (BVITV-AP) และ โซนี่ พิกเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์ เอเชีย (บริษัทแม่ของ เอเอกซ์เอ็น เอเชีย) ได้ผลิตดิ อะเมซิ่ง เรซ ในเวอร์ชันเอเชีย โดยมีชื่อว่า ดิ อะเมซิ่ง เรซ เอเชียในเดือนเดียวกันนั้นเอง [19] โดยซีซั่นแรกเริ่มรับสมัครตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ จนถึงปลายเดือน มีนาคม ค.ศ. 2006[20] เริ่มถ่ายทำในเดือนมิถุนายน และฤดูกาลแรกออกอากาศตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2006 ถึง 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 หลังจากนั้นเองยังมี ดิ อะเมซิ่ง เรซ เอเชีย ตามอีก 2 ฤดูกาล

ในช่วงปี ค.ศ. 2005 เอเอกซ์เอ็น เซ็นทรัลยุโรป ได้ประกาศเวอร์ชันเซ็นทรัลยุโรปออกมาโดยให้ชื่อว่า ดิ อะเมซิ่ง เรซ เซ็นทรัล ยุโรป การสมัครปิดลงโดยมีจำนวนผู้สมัครกว่า 2,500 คน และคาดว่าจะถ่ายทำในปี ค.ศ. 2006 และออกอากาศในเดือน กันยายน ในปีเดียวกัน[21] โดยจนถึงปัจจุบันรายการก็ยังไม่ได้ออกอากาศ และถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของเอเอกซ์เอ็น ทำให้มีข่าวลือกันว่ารายการนี้อาจถูกยกเลิก

นอกจากนี้บริษัทผลิดรายการอิสระของอเมริกาใต้แห่งหนึ่งประกาศในช่วงปลายปี ค.ศ. 2006 ว่าจะมีการออกอากาศเวอร์ชันบราซิลของ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ในชื่อ ดิ อะเมซิ่ง เรซ: A Corrida Milionária ในช่วงเวลาที่ต้องซื้อเวลาของโทรทัศน์บราซิล RedeTV! โดยซีซั่นแรกเริ่มรับสมัครตั้งแต่เดือน มกราคม จนถึง กรกฎาคม ถ่ายทำในช่วงเดือน สิงหาคม ถึง กันยายน และออกอากาศซีซั่นแรกในช่วงวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2007 ถึง 5 มกราคม ค.ศ. 2008[22](โปรตุเกส)

ในช่วงปี ค.ศ. 2008 ดิสคัฟเวอรี แชนแนล ลาตินอเมริกา ได้ประกาศเวอร์ชันลาตินอเมริกาของดิ อะเมซิ่ง เรซ ในชื่อ ดิ อะเมซิ่ง เรซ เอ็น ดิสคัฟเวอรี แชนแนล โดยเป็นความร่วมมือกับดิสนีย์แชนแนล ลาตินอเมริกา โดยคาดว่าจะเริ่มถ่ายทำในช่วงต้นปี ค.ศ. 2009 และออกอากาศในแถบลาตินอเมริกา และหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ในช่วงปลายปีเดียวกัน[23] และโทรทัศน์อิสราเอล Reshet ได้ลิขสิทธิ์ในการผลิตเวอร์ชันอิสราเอลของรายการที่ชื่อ Ha'Merotz La'Million (อังกฤษ: The Race to the Million; ไทย: การแข่งขันสู่เงินล้าน) โดยรายการมีกำหนดจะออกอากาศทั่วเอเชียใน ค.ศ. 2009[24]

โดยส่วนใหญ่แล้วจะซื้อลิขสิทธิ์มาผลิตและฉายไปทั่วทวีปที่ตนเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาใต้ ยกเว้นสหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นกำเนิดและมีลิขสิทธิ์เป็นของตนเองโดยมากต่างประเทศจะซื้อรายการของสหรัฐอเมริกาไปฉาย แต่ในบางประเทศก็ซื้อลิขสิทธิ์ไปเพื่อผลิตเองและฉายเฉพาะในประเทศตนเองเท่านั้น ไม่ได้ฉายไปทั่วทวีป เช่น ประเทศบราซิล ประเทศจีน ประเทศอิสราเอล ประเทศออสเตรเลีย ประเทศยูเครน เป็นต้น

ประเทศที่มีรายการ ชื่อท้องถิ่น เครือข่ายโทรทัศน์ เงินรางวัลสูงสุด
สหรัฐอเมริกา ดิ อะเมซิ่ง เรซ ซีบีเอส US$ 1,000,000
ทวีปเอเชีย ดิ อะเมซิ่ง เรซ เอเชีย เอเอกซ์เอ็น เอเชีย US$ 100,000
ทวีปอเมริกาใต้ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ลาติน อเมริกา ดิสคัฟเวอรี แชนแนล US$ 250,000
ทวีปยุโรป ดิ อะเมซิ่ง เรซ เซ็นทรัล ยุโรป เอเอกซ์เอ็น เซ็นทรัล ยุโรป 100,000
ประเทศฝรั่งเศส อะเมซิ่ง เรซ Direct 8 50,000
ประเทศออสเตรเลีย ดิ อะเมซิ่ง เรซ ออสเตรเลีย เซเว่น เน็ตเวิร์ค AU$ 250,000
ประเทศนอร์เวย์ ดิ อะเมซิ่ง เรซ นอร์เกียน TV2 NOK 1,000,000
ประเทศแคนาดา ดิ อะเมซิ่ง เรซ แคนาดา CTV CA$ 500,000
ประเทศฟิลิปปินส์ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ฟิลิปปินส์ TV5 PHP 2,000,000
ประเทศจีน ดิ อะเมซิ่ง เรซ ไชน่า รัช เซียงไฮ้อินเตอร์เนชั่นแนล RMB¥ 500,000
ประเทศอิสราเอล Ha'Merotz La'Million Channel 2 - Reshet 1,000,000
ประเทศบราซิล A Corrida Milionária RedeTV! R$ 500,000
ประเทศยูเครน Вепикі перегони 1+1 UAH 1,000,000
ประเทศเวียดนาม Cuộc đua kỳ thú Vietnam Television 3 VND 300,000,000

อ้างอิง[แก้]

  1. TAR FAQ: Basic Rules. What happens if both members of Team A step onto the mat after one member of Team B, but before the other member? เรียกข้อมูลวันที่ 19 มิถุนายน 2007
  2. Lilley, Jason. "Girly Stuff", TashiTagg, 2004 เรียกข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2007
  3. The Amazing Race 5 FAQ
  4. The Amazing Race FAQ: Basic Rules. "OK, I'm confused about the rules for booking airplane tickets." เรียกข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2007
  5. Goldman, Eric (15 พฤศจิกายน 2007). "Amazing Race Interview: Kate & Pat". IGN.com. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2008. 
  6. "Why Did You Have to Take Your Pants Off?!". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 9, season 3 ออกอากาศวันที่ 4 ธันวาคม 2002.
  7. "The Devil Made Me Do It". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 11, season 7 ออกอากาศวันที่ 3 พฤษภาคม 2005.
  8. "We're Getting Out of the Country, Girls". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 5, season 8 ออกอากาศวันที่ 25 ตุลาคม 2005.
  9. TAR FAQ: Living on the Road. "Why doesn't this show ever cast smokers?". เรียกข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2007
  10. TAR FAQ: Basic Rules. Are teammates ever allowed to separate? เรียกข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2007
  11. TAR FAQ: Basic Rules. What sorts of items are the teams not allowed to bring? เรียกข้อมูลวันที่ 15 มกราคม 2007
  12. "Did You See How I Stopped It? With My Face". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 4, season 3 ออกอากาศวันที่ 23 ตุลาคม 2002. ฮีเธอร์กับอีฟโดนลงโทษปรับเวลา 30 นาที บวกกับเวลาที่เสียไปจากการนั่งแท็กซี่ ซึ่งในคำใบ้บอกให้เดินไป
  13. "Oh, Wow! It's Like One of Those Things You See on TV!". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 3, season 10 ออกอากาศวันที่ 1 ตุลาคม 2006. ทอมกับเทอรี่โดนลงโทษปรับเวลา 30 นาทีเพราะใช้มอเตอร์ไซค์ ที่ถูกห้ามด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขัน
  14. "I'm Not His Wife - He Doesn't Need to Scream at Me". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 2, season 6 ออกอากาศวันที่ 23 พฤศจิกายน 2004.
  15. "Do You Need Some Mouth-to-Mouth Resuscitation". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 3, season 7 ออกอากาศวันที่ 15 มีนาคม 2005.
  16. "The Unexpected Twist". ดิ อะเมซิ่ง เรซ. ซีบีเอส. No. 9, season 1 ออกอากาศวันที่ 14 พฤศจิกายน 200].
  17. TAR FAQ: Basic Rules. What happens if a team's car breaks down? เรียกข้อมูลวันที่ 17 มกราคม 2007
  18. Rocchio, Christopher (10 ธันวาคม 2007). "INTERVIEW: 'The Amazing Race's Azaria and Hendekea Azene dish". Reality TV World. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2007. 
  19. "The Amazing Race Format makes a pit stop in ASIA PACIFIC - Thailand 4 News and Press Releases". สืบค้นเมื่อ ค.ศ. 2006. 
  20. "The Amazing Race Asia". สืบค้นเมื่อ ค.ศ. 2006. 
  21. "Риалити състезанието "The Amazing Race - Central Europe" следва оригинала" (ใน ภาษาโปแลนด์). 11 ตุลาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2007. 
  22. "The Amazing Race: A Corrida Milionária official website". สืบค้นเมื่อ 2007. 
  23. Disney, Discovery team for 'Race'
  24. "The Amazing Race Heads to Israel". สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน ค.ศ. 2008. 

ดูเพิ่ม[แก้]