ดิอะเมซิ่งเรซ 17

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดิอะเมซิ่งเรซ 17
โลโก้รายการ
ออกอากาศ 26 กันยายน พ.ศ. 2553
12 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ระยะเวลาการถ่ายทำ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
15 มิถุนายน พ.ศ. 2553
จำนวนตอน 12
ผู้ชนะ แนทกับแคท
ทวีปที่ผ่าน 4
ประเทศที่ผ่าน 10
เมืองที่ผ่าน 30
ระยะทางการแข่งขัน 32,000 ไมล์
(51,498 กิโลเมตร)
จำนวนเลก 12
ซีซั่นก่อนหน้าและถัดไป
ก่อนหน้า ดิ อะเมซิ่ง เรซ 16
ถัดไป ดิ อะเมซิ่ง เรซ 18



ดิ อะเมซิ่ง เรซ 17 (อังกฤษ: The Amazing Race 17) เป็นฤดูกาลที่ 17 ของรายการ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ซึ่งเป็นเกมโชว์ประเภทเรียลลิตี้โชว์ระดับรางวัลเอ็มมี 8 สมัยซ้อนทางโทรทัศน์ รายการนี้จะมีผู้เข้าแข่งขันเป็นทีมๆ ละ 2 คนซึ่งรู้จักกันมาก่อนแล้ว ทำการแข่งขันโดยเดินทางรอบโลก โดยทีมที่ชนะจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเกมส์โชว์ดังกล่าวเริ่มออกอากาศในสหรัฐอเมริกาทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส[1] ซีบีเอสประกาศการทำรายการฤดูกาลที่ 17 ออกมาในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553 ใบสมัครถูกแจกจ่ายออกมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 [2] คัดตัวรอบแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 และจะมีการคัดตัวครั้งสุดท้ายรวบถึงการไปเยือนสถานที่ต่างๆ ในเดือนเดียวกัน โดยมีกำหนดการถ่ายทำในช่วงเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2553 [3]

คู่คุณหมอ แนทกับแคท เป็นทีมที่ชนะในฤดูกาลนี้ไปและจะนำเงินรางวัลที่ได้ไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กเรียนดีที่ขาดแคลน รวมถึงทำให้พวกเธอกลายเป็นทีมหญิงล้วนทีมแรกที่ชนะรายการนี้ในเวอร์ชันอเมริกา หลังจาก 16 ฤดูกาลผ่านมาที่ไม่เคยมีทีมหญิงล้วนชนะรายการนี้เลย

การผลิต[แก้]

การถ่ายทำและการออกอากาศ[แก้]

ฤดูกาลนี้ได้เพิ่ม Express Pass (บัตรผ่านเร่งด่วน) ซึ่งจะทำให้ทีมที่ใช้สามารถข้ามภารกิจใดๆ ก็ได้ไม่ว่าจะเป็น ทางเลือก อุปสรรค งานเพิ่มเติม หรือแม้แต่ภารกิจเสริมต่างๆ ได้ 1 ครั้งโดยจะมอบบัตรผ่านนี้ให้กับทีมที่เข้ามาถึงจุดพักในเลกที่ 1 และสามารถใช้บัตรผ่านนี้ได้จนถึงเลกที่ 8 ของการแข่งขัน ข้อได้เปรียบนี้ถือว่ามีผลอย่างยิ่งเนื่องจากสามารถใช้เมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องทำภารกิจใดๆ เลยเพื่อให้ได้มา ต่างจาก Fast Forward (ทางด่วน) ที่ต้องทำภารกิจอย่างน้อย 1 อย่างก่อนจะข้ามภารกิจทั้งหมดใน 1 เลก

ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่จะถ่ายทำให้ระบบโทรทัศน์ความละเอียดมาตรฐาน โดยในฤดูกาลถัดไปจะเริ่มถ่ายทำในระบบโทรทัศน์ความละเอียดสูง

การคัดเลือกผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ใบสมัครถูกแจกจ่ายออกมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 รอบคัดเลือกมีขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมและจัดการการคัดเลือกครั้งสุดท้ายที่ลอสแอนเจลิส จาก 11 ทีมที่ถูกเลือกเข้าเป็นผู้แข่งขันนั้นก็ได้เริ่มการถ่ายทำในเดือนพฤษภาคม ผู้เข้าแข่งขันประกอบไปด้วย พิธีกรรายการช๊อปปิ้ง, นักโพสต์วิดีโอให้ความบันเทิงบนยูทูป เคลวิน วู ที่รู้จักกันในนาม เควจัมบ้า ซึ่งมาพร้อมกับ ไมเคิล พ่อของเขา, นักร้องประสานเสียงของสมาคมนักศึกษากลุ่มมหาวิทยาลัยไอวีลีก และคู่แม่ผู้ให้กำเนิดกับลูกที่ห่างหายกันไปนานกว่า 20 ปี โดยฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแรกของรายการที่ไม่มีคู่สมรสเลย รวมไปถึงยังมีผู้เคยผ่านการประกวดนางงามมาด้วย 3 คน คือ มอลลารี่ ที่ได้อันดับที่ 5 ในการประกวดมิสอเมริกา ปี 2553, บรู๊ค ซึ่งเข้าประกวดมิสอเมริกา ปี 2548 และ สเตฟานี่ ซึ่งเคยเป็นมิส เซ้า คาร์โรไลน่า ปี 2552

ผลการแข่งขัน[แก้]

ตารางแสดงชื่อ ความสัมพันธ์ของผู้แข่งขันในขณะถ่ายทำของแต่ละทีมพร้อมทั้งแสดงสถานะในการแข่งขัน ดังนี้ (ตารางนี้อาจไม่ได้แสดงข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลที่ออกอากาศในโทรทัศน์เนื่องจากข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาบางส่วน หรือข้อมูลที่ถูกนำออกไปบางส่วน)

ทีม ความสัมพันธ์ ลำดับที่ (ในแต่ละช่วง) ผู้แก้อุปสรรค
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
แนทกับแคท แพทย์ / เพื่อน 2 7 8 1 4 1 5 3» 1 3 1 แนท 6, แคท 5
บรู๊คกับแคลร์ เจ้าของรายการชอปปิง 4 1 6 3 5 2 2 4 4« 3 28 2 บรู๊ค 7, แคลร์ 5
จิลกับโทมัส คู่เดท 1 5 7 5 3 1 5 26 1» 2 1 3 จิล 5, โทมัส 7
นิคกับวิกกี้ คู่เดท 10 8 5 6 6 7 32 3 2 47 49 นิค 6, วิกกี้ 5
แชดกับสเตฟานี่ คู่เดทคู่ใหม่→คู่หมั้น5 8 4 3 7 7 5 6 14 5« แชด 5, สเตฟานี่ 4
แกรี่กับมอลลารี่ พ่อกับลูกสาว 6 9 2 2 2 6 4 6 แกรี่ 4, มอลลารี่ 4
ไมเคิลกับเคลวิน พ่อกับลูกชาย 7 3 9 4 4 3 73 ไมเคิล 3, เคลวิน 4
เคธี่กับราเชล นักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด 5 2 4 8 8 เคธี่ 3, ราเชล 2
คอนนอร์กับโจนาธาน นักร้องกลุ่มมหาวิทยาลัยไอวีลีก 3 6 1 9 คอนนอร์ 4, โจนาธาน 0
แอนดี้กับเจนน่า แม่กับลูกสาว 9 10 แอนดี้ 0, เจนน่า 2
รอนกับโทนี่ เพื่อนสนิท 11 รอน 1, โทนี่ 01


หมายเหตุ 1: ไม่ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์ว่ารอนทำอุปสรรคในเลก 1 แต่ได้แพร่ภาพไว้ที่เว็บไซด์ของซีบ๊เอส
หมายเหตุ 2: นิคกับวิกกี้ ไม่ได้ทำภารกิจงานเพิ่มเติมภายในเลกนี้ เนื่องจากในเลกที่แล้วได้เกิดความผิดพลาดขึ้นสำหรับการถ่ายทำ ภารกิจทางแยก ที่ให้ทีมฟังเพลง สืบเนื่องมาจากว่า ทีมได้ทำงานถูกต้องแล้วแต่ผู้ตรวจสอบนั้นตรวจสอบไม่ละเอียดและบอกว่าทำงานไม่ถูกต้อง ทำให้ทีมกลับไปงานนานอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งตามเป็นจริง นิคกับวิกกี้อาจไม่ได้เข้ามาจุดพักเป็นทีมสุดท้ายด้วยซ้ำและลำดับอาจจะสลับที่กันกับทีมอื่น จึงมีการชดเชยเวลาโดยประมาณให้นิคกับวิกกี้และในเลกถัดไปก็ไม่ได้แสดงเวลาตอนออกตัวของแต่ละทีมให้ผู้ชมเห็นด้วย โดยถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดของรายการตั้งแต่มีมาโดยเกิดจากผู้ตรวจสอบงานในภารกิจ "ทางแยก"
หมายเหตุ 3: เดิมทีแล้ว แชดกับสเตฟานี่มาถึงเป็นลำดับที่ 6 แต่พวกเขายังไม่ได้จ่ายค่าแท็กซี่ ฟิลจึงบอกพวกเขาให้กลับไปจ่ายเงิน ระหว่างนั้น ไมเคิลกับเคลวินก็เข้ามายังจุดหยุดพัก แต่ก็ถูกปรับเวลา 30 นาที 2 ครั้ง เนื่องจากให้แท็กซี่นำทางไปยังอาคารวลาดีมีร์สกี้ โพรสเปฟและนั่งแท็กซี่จากอาคารวลาดีมีร์สกี้ โพรสเปฟ ไปยังโบสถ์แห่งหยดเลือด ระหว่างที่ไมเคิลกับเคลวินรอเวลาอยู่ภายนอกนั้น แชดกับสเตฟานี่ก็มายังจุดหยุดพัก แต่ก็ถูกปรับเวลา 30 นาทีเช่นกัน เนื่องจากนั่งแท็กซี่จากอาคารวลาดีมีร์สกี้ โพรสเปฟ ไปยังโบสถ์แห่งหยดเลือด เพราะว่าเวลาปรับโทษของไมเคิลกับเคลวินยาวกว่า แชดกับสเตฟานี่จึงสามารถเข้าจุดหยุดพักได้ในลำดับที่ 6 และเวลาปรับโทษจะไปทดกับช่วงต้นของเลกหน้าแทน ซึ่งทำให้ไมเคิลกับเคลวินถูกคัดออก
หมายเหตุ 4: แชดกับสเตฟานี่ ออกจากจุดพักช้าไป 2 ชั่วโมงเนื่องจากหลับมากเกินไปและไม่ดูเวลา
หมายเหตุ 5: แชดขอสเตฟานี่แต่งงาน ซึ่งเธอยอมรับ ทำให้สถานะความสัมพันธ์เปลี่ยนจากคู่เดทคู่ใหม่ เป็นคู่หมั้น ในเลกที่ 8 เป็นต้นไปซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์รายการนี้ที่สถานะความสัมพันธ์ของผู้เข้าแข่งขันได้มีการเปลี่ยนระหว่างรายการและในขณะที่รายการกำลังออกอากาศอยู่นี้ แชดกับสเตฟานี่ได้แต่งงานกัน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 และสเฟตานี่ตั้งท้องแล้วคาดว่าลูกทารกจะคลอดในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
หมายเหตุ 6: เดิมทีแล้ว จิลกับโทมัสมาถึงเป็นลำดับที่ 1 แต่ถูกปรับเวลา 30 นาที เนื่องจากให้แท็กซี่นำทางไปยังปราสาทอัล อาลาม โดยแชดกับสเตฟานี่เข้าจุดหยุดพักขณะที่พวกเขาถูกปรับเวลา ทำให้พวกเขาตกลงมาเป็นลำดับที่ 2
หมายเหตุ 7: นิคกับวิกกี้ตัดสินใจที่จะไม่ทำภารกิจ ทางแยก และเข้าจุดพักโดยที่ไม่ได้ทำงานนี้แต่เนื่องจากเป็นเลกที่ไม่มีการคัดออก ทั้งคู่จึงถูกปรับเวลา 6 ชั่วโมงและเวลาที่ถูกปรับจะไปทดในต้นของเลกที่ 11 แทน (ปกติถ้าไม่ทำภารกิจ ทางแยก จะถูกปรับ 24 ชั่วโมงแต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทางรายการได้ปรับลดลงมาเหลือแค่ 6 ชั่วโมงและมีการไม่ทำภารกิจทางแยกเคยเกิดขึ้นมาแล้วเพียงแค่ 2 ครั้งในฤดูกาลที่ 1 กับ 15 ซึ่งถูกปรับ 24 ชั่วโมงและตกรอบทันที)
หมายเหตุ 8: เดิมทีแล้ว บรู๊คกับแคลร์มาถึงเป็นลำดับที่ 1 แต่ถูกปรับเวลา 30 นาที เนื่องจากใช้แท็กซี่เดินทาง แทนที่จะเป็นการเดินหรือรถไฟใต้ดินตามที่คำใบ้บอกไว้ไปยังสถานที่ภารกิจทางแยก โดยจิลกับโทมัสเข้าจุดหยุดพักขณะที่พวกเขาถูกปรับเวลา ทำให้พวกเขาตกลงมาเป็นลำดับที่ 2
หมายเหตุ 9: นิคกับวิกกี้ ล้าหลังอยู่มาก เมื่อทุกทีมเข้าจุดพักเรียบร้อยแล้ว พวกเขาพึ่งจะมาถึงที่สนามบิน จึงเป็นที่แน่นอนว่าจะต้องตกรอบและพวกเขาก็ไม่ได้ทำภารกิจใดๆ นอกจาก งานทางแยก และ งานเพิ่มเติม เท่านั้น เนื่องจากเป็นเวลาค่ำแล้วและอันตรายมาก ทีมงานจึงให้พวกเขาเข้าจุดพักและคัดออกโดยทันที ซึ่งในการออกอากาศนั้นได้ออกอากาศเพียงว่าพวกเขาทำแค่งานเพิ่มเติมอย่างเดียวและไม่ได้ออกอากาศงานทางแยกแต่อย่างใด

  • สีแดง หมายถึง ทีมนั้นๆ ถูกคัดออก
  • สีเขียว ƒ หมายถึง ทีมนั้นๆ ทำ Fast Forward สำเร็จ ; เลขของเลกที่มีสีเขียวและ ƒ เป็นเลกที่มี Fast Forward แต่ไม่มีทีมไหนใช้
  • สีน้ำเงินตัวหนา หมายถึง ทีมนั้นๆ มาถึงจุดพักเป็นทีมสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออก แต่จะต้องทำภารกิจเพิ่มในด่านถัดไปเรียกว่า "สปีด บัมพ์"
  • เครื่องหมาย » สีน้ำตาล หมายถึง ทีมนั้นๆ ใช้คำสั่งย้อนกลับให้กับทีมอื่น (U-Turn)  ; « หมายถึงทีมนั้นๆ ถูกสั่งให้ย้อนกลับ ; «» หมายถึงเลกที่มีกฎการย้อนกลับแต่ไม่มีทีมไหนใช้
  • เครื่องหมาย » สีเขียวน้ำเงิน หมายถึง ทีมนั้นๆ ใช้คำสั่งย้อนกลับให้กับทีมอื่น (U-Turn)  ; « หมายถึงทีมนั้นๆ ถูกสั่งให้ย้อนกลับ ; «» หมายถึงเลกที่มีกฎการย้อนกลับแต่ไม่มีทีมไหนใช้ (สำหรับการสั่ง ย้อนกลับ อีกหนึ่งทีมในเลกเดียวกัน)
  • สีม่วงขีดเส้นใต้ หมายถึง ทีมนั้นๆ ได้ทำการตัดสินใจเลือกใช้บัตรผ่านเร่งด่วน เพื่อข้ามภารกิจ 1 อย่างภายในเลกนั้นๆ (ในเลกนี้ทีมได้ใช้บัตรผ่านเร่งด่วนเพื่อข้ามงาน ทางแยก)

คำสั่งต่างๆ ในการแข่งขัน[แก้]

เครื่องหมาย คำอธิบาย
สัญลักษณ์ธงที่ใช้ในรายการ
Route Marker เป็นสัญลักษณ์ธงสีแดงและสีเหลือง เป็นเครื่องหมายประจำสถานที่ที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถค้นหาคำสั่งต่อๆ ไป
บัตรคำสั่ง Route Infomation
Route Infomation (ข้อมูลเส้นทาง) เป็นสัญลักษณ์ตัวบอกเส้นทางที่ไปยังจุดหมายถัดไป ทีมจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกทำโทษปรับเวลา
บัตรคำสั่ง Detour
Detour (ทางแยก) เป็นสัญลักษณ์ตัวเลือกระหว่างภารกิจที่แตกต่างกันสองประการที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกทำให้สำเร็จก่อนภารกิจทั้ง 2 อย่างนั้นมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเองฉะนั้นควรเลือกที่คิดว่าทั้งทีมถนัดเพื่อทำงานให้เสร็จโดยเร็ว จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป (ถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 24 ชั่วโมงแต่ในฤดูกาลที่ 17 เป็นต้นมาจะถูกปรับแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น)
บัตรคำสั่ง Road Block
Roadblock (อุปสรรค) เป็นสัญลักษณ์ภารกิจที่อนุญาตให้สมาชิกเพียงคนเดียวในทีมสามารถทำได้เท่านั้นและเมื่อเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนคนทำได้ ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกทำนั้นต้องทำงานอุปสรรคนั้นให้สำเร็จก่อน จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป (หลังจากฤดูกาลที่ 5 ได้กำหนดตลอดระยะเวลาการแข่งขันให้ทำได้ไม่เกินคนละ 6-7 ครั้ง โดยมากแล้วจะแบ่งในสัดส่วนพอๆ กันและถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 4 ชั่วโมง)
บัตรคำสั่ง Fast Forward
Fast Forward (ทางด่วน) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมใดก็ตามที่เสร็จสิ้นภารกิจนี้เรียบร้อยแล้ว จะสามารถเดินทางต่อไปยัง Pit Stop หรือจุดหมายปลายทางต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องผ่านด่านใดๆ อีกในระหว่างทาง สิทธิ์ในการใช้สัญลักษณ์นี้ จะให้เฉพาะกับทีมแรกที่สามารถหาและเสร็จสิ้นภารกิจ Fast Forward เท่านั้นและตลอดการแข่งขันทีมๆ นั้นจะใช้สิทธิ์นี้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ยกเว้นในกฏ Intersection จะสามารถทำ Fast Forward ร่วมกันกับอีกทีมที่จับคู่ได้ถึงแม้ว่าจะเป็น Fast Forward ครั้งที่ 2 ก็ตาม (การใช้ Fast Forward ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นได้น้อยมาก) อย่างไรก็ตาม การได้บัตรทางด่วนนี้ ยังคงไม่รับประกันว่าจะไม่ตกรอบ ถ้ายังคงมาถึงเป็นทีมสุดท้าย (มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ)
บัตรผ่านเร่งด่วน
Express Pass (บัตรผ่านเร่งด่วน) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถข้ามงานใดๆ ก็ได้ที่ไม่ต้องการทำ 1 งาน ไม่ว่าจะเป็นงานรูปแบบใดก็ตามและผ่านไปเลยโดยไม่ต้องมีอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน ต่างจาก Fast Forward ที่ข้ามทั้งเลกและต้องทำภารกิจตามที่กำหนด 1 อย่างก่อน (บัตรนี้จะถูกให้กับทีมที่เข้ามาเป็นที่ 1 ในเลกแรกของการแข่งขันซึ่งใช้ได้ถึงเลก 8 จาก 12)
บัตรกอบกู้
Salvage Pass (บัตรกอบกู้) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถช่วยทีมที่มาถึงเป็นลำดับสุดท้ายไม่ให้ถูกคัดออกได้ หรือจะใช้เพื่อเป็นการช่วยตัวเองไม่ให้ถูกคัดออกด้วยก็ได้ ในกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคัดออก (ในเวอร์ชั่นอเมริการจะใช้คำว่า The Save)
ป้ายสั่ง Yield
Yield (ถ่วงเวลา) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้หยุดแข่งได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ย้อนกลับ)
ป้ายสั่ง U-Turn
U-Turn (ย้อนกลัับ) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้กลับไปทำงาน Detour อีกงานที่ไม่ได้เลือกทำ ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ถ่วงเวลา)
ป้ายสั่ง Intersection
Intersection (จุดร่วมมือ) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมต้องจับคู่กับอีกทีมทำภารกิจทุกๆ อย่างร่วมกัน ถ้ามาถึงจุดที่มีคำสั่งแต่ยังไม่มีทีมร่วมงานก็จำเป็นต้องรอและเมื่อมีคำสั่งยกเลิก Intersection จึงจะทำการแข่งขันแบบปกติได้
ป้ายสั่ง Speed Bump
Speed Bump (งานเพิ่มเติม) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องทำงานเพิ่มอีก 1 งานเนื่องจากเป็นการลงโทษที่มาถึงเป็นทีมสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกในด่านที่แล้ว ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องรีบทำงานให้เสร็จโดยเร็วเพราะต้องทำงานมากกว่าทีมอื่นๆ ในการแข่งขันด่านนี้
สัญลักษณ์ปลายทางในแต่ละด่าน
Pit Stop (จุดหยุดพัก) เป็นสัญลักษณ์จุดหมายปลายทางสุดท้ายของการแข่งขันในแต่ละด่านโดยทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย อาจจะถูกคัดออก หรือบางครั้งจะมีการเตือนในคำใบ้สุดท้ายก่อนถึงจุดพักเลยว่า ทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย จะถูกคัดออก


ชื่อตอนในการแข่งขัน[แก้]

ชื่อตอนในการแข่งขันมักมาจากคำพูดสำคัญ ๆ ของผู้เข้าแข่งขันในเลกนั้น ๆ

  1. "They Don't Call It The Amazing Race For Nothin!" – บรู๊ค
  2. "A Kiss Saves The Day" – บรู๊ค
  3. "In Phil We Trust" – คอนนอร์
  4. "We Should Have Brought Gloves and Butt Pads" – เควิน
  5. "Tastes like Million Dollars" – แคท
  6. "Run, Babushka, Run" – วิคกี้
  7. "I Want to Be in the Circus, That's Where I Belong" – บรู๊ค
  8. "Ali Baba in a Suit" – นิก
  9. "There's A Lot of Nuts and Bullets" – จิล
  10. "I Hate Chinese Food" – วิคกี้
  11. "I'm Surrounded by Ninjas" – บรู๊ค
  12. "Hi. I'm sorry. I'm in a Race" – แนท

รางวัล[แก้]

ในบางเลก ทางรายการจะมีรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ที่สามารถเข้าเส้นชัยได้เป็นทีมแรก สำหรับแพ็กเกจทัวร์ทั้งหมดสนับสนุนโดยแทรเวโลซิตี้

  • เลก 1 - บัตรผ่านเร่งด่วน (อุปกรณ์ที่ทำให้ทีมสามารถเลือกข้ามภารกิจใดๆ ก็ได้ในการแข่งขันโดยใช้ได้ถึงเลก 8)
  • เลก 2 - ทริป 10 วันยังฮาวาย
  • เลก 3 - บัตรของขวัญเงินสดมูลค่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐโดยดิสคัฟเวอร์
  • เลก 4 - แพ็กเกจทัวร์สำหรับสองคนสู่เบลีซ
  • เลก 5 - แพ็กเกจทัวร์สำหรับสองคนสู่คอสตาริกา
  • เลก 6 - แพ็กเกจทัวร์สำหรับสองคนสู่เซาเปาลู, บราซิล
  • เลก 7 - เงินสดมูลค่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับสมาชิกในทีมแต่ละคน (รวมเป็น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • เลก 8 - แพ็กเกจทัวร์สำหรับสองคนสู่เบลีซ
  • เลก 9 - บัตรของขวัญเงินสดมูลค่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐโดยดิสคัฟเวอร์
  • เลก 10 - แพ็กเกจทัวร์สำหรับสองคนสู่รีโอเดจาเนโร, บราซิล
  • เลก 11 - แพ็กเกจทัวร์สำหรับสองคนสู่น้ำตกอีกัวซู, อาร์เจนตินา
  • เลก 12 - เงินสดมูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

สถานี "คนคัดออก"[แก้]

ซีบีเอสได้โพสต์วีดีโอขนาดสั้นลงบนเว็บไซด์หลังจากออกอากาศตอนนั้นๆ จบแล้วเพื่อให้ดูว่าทีมที่ถูกคัดออกไปแล้ว จะทำอะไรบ้างขณะที่อยู่ที่บ้านพัก โดยฤดูกาลนี้ทีมที่ถูกคัดออกจะถูกส่งไปยังบ้านพักที่ประเทศเม็กซิโก

  • After Leg 1, Ron and Tony were the first team eliminated and sent to the villa. They expressed their disappointment in being the first eliminated team, but decided to make the most of their situation. After they settled into the villa, they decided to go kayaking, remarking how much easier it was compared to the coracle that they unsuccessfully manned during the race. Afterward, Ron and Tony hung out by the pool and tried to predict who would be the first to join them in the villa. While they hoped that the next eliminated team wouldn't be Chad and Stephanie or Jill and Thomas, they agreed that it really could be anyone.
  • After Leg 2, Andie and Jenna were the second team eliminated and sent to the villa. Ron and Tony welcomed them, glad to finally have another team in the villa to keep them company. Andie and Jenna revealed that while they are mother and daughter, they had also just recently met, which shocked and moved Ron and Tony. Andie and Jenna talked in length about their relationship, with Andie revealing that she has 10 other children. Afterward, the two eliminated teams went out to have dinner on the beach together.
  • Leg 3 was a non-elimination leg, hence no new teams were sent to the villa. Andie and Jenna were going to a salsa dancing class along with Ron and Tony. When they see them, Ron and Tony teach Andie and Jenna to do salsa dancing. Tony is an expert of Broadway dancing said by Andie. After salsa dancing, the next day Andie and Jenna were hanging out by the pool and discuss their relationship.
  • After Leg 4, Connor and Jonathan were the third team eliminated and sent to the villa. Prior to their arrival, Ron, Tony, Andie, and Jenna went on a whale shark watching excursion, but after Andie and Jenna became sick from the rough currents, everyone returned to the villa without seeing any. Afterward, Connor and Jonathan arrived and shared the song they sang for Phil when they were eliminated. Connor and Jonathan then recounted what had happened on their last leg, claiming that the remaining teams were starting to become more cutthroat -- news which disappointed Andie and Jenna.
  • After Leg 5, Katie and Rachel were the fourth team eliminated and sent to the villa. Before their arrival, the three eliminated teams went to Kings Bath, where legend holds that the King bathed his children. Afterward, the three teams, wanting another "fun" team to join them in the villa, speculated on who would show up next. Katie and Rachel arrived and immediately expressed how angry and disappointed they were to be eliminated, ignoring the other eliminated teams' attempts to comfort them. This irritated Ron and Tony, who claimed that Katie and Rachel's bitter attitudes were bringing a negative energy to the house. Later, Katie and Rachel admitted that they did enter the villa in a foul mood, but did not regret anything they had said, further bemoaning the fact that they were knocked out of the race.
  • Leg 6 was a non-elimination leg; hence, no new teams were sent to the villa. The group played a game of water volleyball together in the villa's pool. Afterward, they went to the beach. Katie and Rachel, still bitter about being eliminated, said that they did not want one of the remaining all-female teams to win the race, since they wanted to be the first all-female winners.
  • After Leg 7, Michael and Kevin were the fifth team eliminated and were sent to the villa. After the other teams went snorkeling during the day, Katie and Rachel continued to state that they wanted an all-female team (specifically Brook and Claire) to be eliminated next, as they still were upset that they personally would not be the first all-female team to win; the two girls were disappointed when they saw Michael and Kevin arrive. Kevin stated his disappointment at their elimination due to their hour-long penalty, while Michael joked that he was glad to finally be done racing. While alone, Kevin continued to say he wished they had not been eliminated so they could have potentially gone to Asia (specifically China) and have an advantage, but Michael told him not to dwell on it. The next day, the eliminated teams visited Punta Sur, where Katie and Rachel spoke with Michael and Kevin about their elimination. Michael told them that they should not dwell on their loss, and that it should be an experience that will help them by teaching them how to accept disappointments in life
  • After Leg 8, Gary and Mallory were the sixth team eliminated. The teams gathered around a phone, waiting for a call to see who was eliminated. Before the call, Jenna stated that she and Rachel had dreams the previous night that either Gary and Mallory or Brook and Claire were eliminated. Katie and Rachel stated, again, that they wanted Brook and Claire to be eliminated. Everyone was surprised when Gary and Mallory called, and told the teams that it was the hardest leg ever, and that they traveled for 16 hours and ended up losing to Nat and Kat with minutes to spare. After the call, the teams continued to comment on Katie and Rachel's obsession that an all-female team should not win the race this season. The next day, the eliminated teams went down to the docks to pick up an amberjack and then cook it in the traditional Mayan Tikin Xic style. Once the food was prepared, Andie told everyone that it reminded her of home and being with family, and that the eliminated teams were her subsitute family, and Connor joked that she was their substitute birth mom. Later, Ron and Tony spoke with Andie on her relationship with Jenna, and Andie said that whatever Jenna wanted to do from this point on was fine with her.
  • After Leg 9, Chad and Stephanie were the seventh team eliminated. Connor and Jonathan spoke about how they feel that the fact that they did not attend their graduation at Princeton University makes it better that they did not have the transition from college student into adulthood. Later, the eliminated teams went to a restaurant named Alux, built in a cenote, and Jenna had everyone around the table say what they learned from their time on the Race.
  • Leg 10 was a non-elimination leg, hence no new teams were sent to the villa. Chad & Stephanie called the villa after their elimination in leg 9 and told the other eliminated teams how the U-Turn affected their loss, and their engagement. Ron joked with them by asking if the elimination affected their engagement. The eliminated teams discussed who they wanted in the top 3, with Nat & Kat and Brook & Claire both mentioned, with jokes made towards Katie & Rachel's dislike that a girl-girl team might win and that it was not going to be them. Later, all the eliminated teams were getting ready to pack and to go to End City. Michael finally admitted to Kevin that if he were more confident in himself, they might have been able to go farther in the Race. Andie and Jenna were glad that they would be returning home soon, and Jenna expressed how she felt about her relationship with her biological mother. After the eliminated teams are leaving the villa, they fly to End City and speculated as to where do they think the final destination city would be, with guesses ranging from somewhere in Arizona to Seattle to New York City.
  • After Leg 11, Nick & Vicki were the eighth and final team eliminated. Elimination Station showed the five eliminated teams arriving at the End City in Los Angeles, California. After arriving in Los Angeles, the teams checked in to a hotel, settled into their rooms, and awaited the phone call from the eighth team eliminated. Ron commented that he and Tony are in their home city, and Kevin commented that there would be a lot of interesting things to do in Los Angeles, while also saying to his father what it would be like if they were still racing. Later, the teams gathered to get the call from the field to learn that Nick & Vicki had been eliminated due to Vicki having gotten sick the previous night. Nick said that he believed that Jill & Thomas would win the race, as they had been coming in first, but Vicki said that she thinks Nat & Kat will win. The joked that Rachel would attack either Brook & Claire or Nat & Kat if they came across the finish line first, although Rachel said she was no longer upset that a girl-girl team could win this season.
  • Leg 12 was the final leg of The Amazing Race 17. Elimination Station showed the Finish Line that takes place in Greystone Mansion. Gary & Mallory, Chad & Stephanie, and Nick & Vicki reunited with the other eliminated teams. Andie asked to see Stephanie's engagement ring, and she told the others that they had gotten in first place that leg and won a trip to Belize for their honeymoon. While waiting for the remaining teams to cross the finish line, Tony led the eliminated teams in a dance. All the eliminated teams were waiting to find out who they think will cross the Finish Line first and win the $1 million. When they find out that Nat & Kat crossed the finish line first and win the $1 million, everyone congratulated them on being the first girl-girl team to win the $1 million and the race. Rachel, although still upset that she and Katie were not that team, said she was still happy for their win. The teams then greeted Brook & Claire as they crossed the finish line in 2nd Place, with everyone noting that the top two teams were both women teams. When Jill & Thomas finally crossed the finish line in 3rd Place, Thomas conceded that even though he and Jill were top competitors, Nat & Kat and Brook & Claire were truly the top two teams. Teams expressed their opinions about the final three teams at the Finish Line along with their joys and disappointments about the race, and the learning experiences they could draw from it.

สถานที่ในการแข่งขัน[แก้]

แผนที่การเดินทาง
Gfi-set01-airport.png เดินทางโดยเครื่องบิน; Gfi-set01-railway.png เดินทางโดยรถไฟ; Ferry icon.png เดินทางโดยเรือ; Bus-logo.svg เดินทางโดยรถประจำทาง; ไม่มี = เดินทางโดยรถยนต์หรือเดิน
Detour.png ทางแยก RBlock.png อุปสรรค F-Forward.png ทางด่วน Intersection.png จุดร่วมมือ Speedbump.png งานเพิ่มเติม U-turn.png ย้อนกลับ TAR-pitstop-icon.png จุดหยุดพัก

เลก 1 (สหรัฐอเมริกา → ลอนดอน, สหราชอาณาจักร)[แก้]

ปราสาทอีสต์นอร์ เป็นสถานที่ที่ทีมใช้ทำอุปสรรค ภารกิจเสริมและยังเป็นจุดหยุดพักแรกของการแข่งขันนี้อีกด้วย

อุปสรรคแรกของรายการ ดิ อะเมซิ่ง เรซ 17 นั้นสมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องขี่หลังม้าไปยังลานประลอง แล้วใช้หนังสติ๊กขนาดใหญ่ เพื่อให้แตงโมไปโดนอัศวินชุดเกราะที่อยู่ห่างออกไป 50 ฟุต (15 เมตร) ให้ล้ม เมื่อสมาชิกสามารถทำให้อัศวินล้มได้ ทีมจะค้นหาตัวตลกเพื่อรับคำใบ้ต่อไป

ภารกิจเสริม
  • เมื่อทีมเดินทางมาถึงปราสาทอีสต์นอร์แล้ว ทีมจะต้องปีนบันไดขึ้นปราสาท ในขณะชาวนาราดน้ำฟางสกปรกลงมาใส่ทีมขณะปีน เมื่อปีนถึงยอดแล้ว ทีมจะต้องนำธงในสมัยยุคกลางกลับมา จากนั้นจึงใช้เรือบดข้ามคูน้ำรอบปราสาทโดยจับเชือกสลิงไว้ แต่ถ้าทีมจมระหว่างทาง ทีมจะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ แล้วค้นหาอัศวินที่แต่งกายเหมือนกับธงยุคกลางที่ทีมนำมา ทีมจึงจะได้รับคำใบ้ตอ่ไป

เลก 2 (สหราชอาณาจักร → กานา)[แก้]

ในภารกิจทางแยก "ตรวจสอบ" ทีมจะต้องนำโลงศพแฟนซีจากร้านค้างานไม้ไปยังโชว์รูมอีกฟากเมือง
  • Flight: ลอนดอน (ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์) ไป อักกรา, กานา กานา (ท่าอากาศยานโกโตกา)
  • อักกรา (อนุสรณ์สถานกวาเม อึนกรูมา)
  • อักกรา (ตลาดมะโคล่า) >อุปสรรค ("Who thinks they can handle some shady dealings?") <
  • อักกรา (ศูนย์รวมอะไหล่รถยนต์พีสท์) >ทางแยก (Tune In or Check Out) <
  • อักกรา (ตลาดคานีชิ) >จุดหยุดพัก (เลก 2)<

สำหรับอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องขายแว่นกันแดดภายในตลาดมะโคล่าให้ได้จำนวนเงิน 15 เซดี (ประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยทีมจะต้องขายแว่นกันแดดอันหนึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 3 เซดี เมื่อทีมได้จำนวนเงินครบแล้ว ทีมจะต้องนำเงินมาแลกกับเจ้าของร้านเพื่อรับคำใบ้ต่อไป ส่วนทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างปรับเข้าที่ (Tune In) กับตรวจสอบให้ (Check Out) โดยทีมที่เลือกปรับเข้าที่ จะต้องค้นหาร้าน Adom Electricials ที่ตั้งอยู่บนถนนติชิ มิถุนายนที่ 4 เพื่อนำสายไฟ แว่นและเสาอากาศไปติดตั้งให้กับบ้านที่มีป้ายสัเหลือง-แดงแปะอยู่ ซึ่งทีมจะต้องติดตั้งเสาอากาศให้กับบ้านหลังนั้น เมื่อเจ้าของบ้านรู้สึกพึงพอใจแล้ว เขาจะมอบคำใบ้ต่อไปแก่ทีม ส่วนทีมที่เลือกตรวจสอบให้นั้น จะต้องเดินทางไปยังร้านไม้ Emmanuel เพื่อนำรถเข็นบรรทุกโลงศพแฟนซีไปส่งให้กับโชว์รูมที่อยู่อีกฟากของเมือง เมื่อทีมขนส่งโลงศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป

เลก 3 (กานา)[แก้]

ในภารกิจทางแยก "ส่วนจักรยาน" จะต้องใช่แท่งไม้ตีวงขอบล้อจักรยานจนผ่าน (คล้ายการละเล่นตีลูกล้อหรือเหล้นวงล้อของชาวล้านนาในไทย)
  • อักกรา (เจมส์ทาวน์ - ศูนย์ชกมวยอโกทูกู) >อุปสรรค ("You've got a Rocky road ahead of you.") <
  • อักกรา (โดโดว่า - โรงเก็บรถรางก่อสร้าง)
  • อักกรา (โดโดว่า - โรงเรียนประถมเอซีบิ ดี/เอ) >ทางแยก (Bicycle Parts or Language Arts) <
  • อักกรา (โดโดว่า - บ้านอวูซา นัซโต) >จุดหยุดพัก (เลก 3)<

สำหรับอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องออกกำลังกายโดยการชกมวย โดยเริ่มจากเลือกคู่ฝึก แล้วฝึกฝนการพันฝ่ามือโดยยางอย่างเหมาะสมและให้ถูกต้อง จากนั้นจึงสวมนวมแล้วชกกระสอบมวยและกระโดดเชิอกอย่างละ 60 วินาทีแล้วทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป ส่วนทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างส่วนจักรยาน (Bicycle Parts) หรือศิลปะภาษา (Language Arts) โดยทีมที่เลือกส่วนจักรยาน จะต้องใช่แท่งไม้ตีวงขอบล้อจักรยาน (คล้ายการละเล่นตีลูกล้อหรือเหล้นวงล้อของชาวล้านนาในไทย) ให้ผ่านทั้ง 2 รอบของความยาวสนามฟุตบอลให้ได้ เมื่อสมาชิกทั้งสองทีมสามารถตีให้กลิ้งข้ามได้ ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากกลุ่มนักเรียน แต่ถ้าทีมทำให้ล้อหล่นระหว่างทาง จะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ส่วนทีมที่เลือกศิลปะภาษา จะต้องเลือกแผ่นกระดาษสำนวน ที่มีคำ 8 คำถูกไฮไลท์อยู่ จากนั้นจึงเปรียบเทียบสำนวนกับสัญลักษณ์อดินกราที่อยู่บนกำแพงขนาดใหญ่ (คล้ายกับเกมหาคำ) แล้วตรวจสอบการเรียงลำดับบนกำแพงอีกฝั่ง ถ้าทีมพบรูปแบบการเรียงที่ตรงกับสำนวน ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากนักเรียน

ภารกิจเสริม
  • ที่โรงเก็บรถรางก่อสร้าง ทีมจะต้องขนอุปกรณ์การก่อสร้างใส่รถเข็นทั้ง 2 คันให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเข็นมาที่โรงเรียนประถมเอซีบิ ดี/เอ แล้วทีมจะได้รับคำใบ่ต่อไป แต่ถ้าทีมขนอุปกรณ์มาไม่ครบหรือมีรถเข็นขาดไป ทีมจะต้องกลับไปขนของมาใหม่
  • ที่โรงเรียนประถมเอซีบิ ดี/เอ ทีมจะต้องเข้าร่วมในห้องเรียนของหมู่บ้าน ซึ่งกำลังสอนเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ของทวีปแอฟริกา ก่อนที่ทีมจะต้องมาระบุตำแหน่งที่ตั้งของประเทศกานา ภายในแผนที่แอฟริกา เมื่อทีมสามารถระบุได้ถูกต้องแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป
  • เมื่อทีมเข้าสู่จุดหยุดพักแล้ว ทีมจะต้องมาช่วยก่อสร้างโรงเรียนประถมเอซีบิ ดี/เอ เพื่อเป็นการตอบแทนกลับคืนสู่สังคมต่อไป

เลก 4 (กานา → สวีเดน)[แก้]

ทีมจะต้องเดินทางไปยังโรงแรมน้ำแข็ง ที่อยู่ในยุกกาส์ยาวี ตอนเหนือของวงกลมละติจูด

สำหรับงานเพิ่มเติมของไมเคิลกับเคลวินนั้น พวกเขาจะต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ ที่ทำมาจากน้ำแข็งภายในโรงแรมน้ำแข็งในระยะเวลา 10 นาที เมื่อนั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะสามารถแข่งขันต่อไปได้และรับคำใบ้ต่อไป ส่วนอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรค จะต้องเลือกทีมสุนัขลากเลื่อน และผูกพวกมันไว้กับรถลากเลื่อนหิมะฝึกฝนฤดูร้อน จากนั้นจากทำการเก็บธงที่แตกต่างให้ได้จำนวน 5 ธงในสนาม เพื่อจะได้นำหนังสัตว์ฟลอร์ไปแลกกับคำใบ้ต่อไป แต่ถ้าสมาชิกไม่สามารถเก็บธงครบได้ สมาชิกจะถูกปรับเวลาโดยการลากเลื่อนรอบสนามอีกตามจำนวนธงที่ไม่ได้คว้ามา และทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างรถเลื่อน (Sled) กับเตียงนอน (Bed) โดยทีมที่เลือกรถเลื่อนนั้น จะต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพื่อขึ้นไปบนยอดภูเขา แล้วขับขี่รถลากเลื่อนหิมะเทค ลงมาตามภูเขาและผ่านอุปสรรคต่างๆ แล้วเข้าเส้นชัย ภายใน 1 นาที 58 วินาที ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป แต่ถ้าทีมไม่สามารถเข้าสู่เส้นชัยภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ ทีมจะต้องกลับไปทำใหม่อีกรอบ ส่วนทีมที่เลือกเตียงนอนนั้น ทีมจะต้องสร้างที่อยู่อาศัยแบบชาวซามิพื้นฐาน ที่รู้จักกันดีในชื่อว่าโกธติ โดยใช้ไม้เบิร์ชทรงโค้งเพิ่มพื้นที่เต็นท์ จากนั้นจึงตกแต่งภายในกระโจมด้วยขนฟลอร์และกองผิงไฟ โดยผู้อาวุโสของชาวซามิจะมอบคำใบ้ต่อไปให้แก่ทีม เมื่อโกธติถูกสร้างจนเสร็จ และตกแต่งได้ถูกใจพวกเขา

เลก 5 (สวีเดน → นอร์เวย์)[แก้]

ในเลกนี้ ีมจะต้องเดินทางไปยังเมืองนาร์วิค ประเทศนอร์เวย์โดยข้ามพรมแดนไป
  • นาร์วิค, นอร์ดแลนด์, นอร์เวย์ นอร์เวย์ (ภูเขาฟาเจอร์เนสฟ์เจลลิท) >ทางด่วน (Eat Sheep's Head) <
  • นาร์วิค (สะพานสโจเมน) >อุปสรรค ("Strength, stamina, and guts: you've got to have all three.") <
  • นาร์วิค (ฮาร์วิคา) >ทางแยก (Bike or Boat) <
  • นาร์วิค (แอนคีนิส มารีน่า) >จุดหยุดพัก (เลก 5)<

ในงานทางด่วนนี้ทีมจะต้องช่วยกันกินหัวแกะอย่างหมดจด ยกเว้นกระดูกเท่านั้นให้หมดก่อนที่จะได้คำใบ้ถัดไป งานอุสรรคในเลกนี้สมาชิกคนหนึ่งของทีมต้องห้อยตัวลงไปอยู่เหนือน้ำใต้สะพานสโจเมนและส่งสัญญาณให้เรือ 1 ใน 2 ลำที่รออยู่ด้านล่างเอาคำใบ้ถัดไปมาให้ หลังจากได้คำใบ้จะต้องปีนขึ้นมาบนสะพานด้วยระยะทาง 130 ฟุตก่อนที่จะสามารถเปิดอ่านคำใบ้ต่อไปได้ งานทางแยกในเลกนี้ทีมจะต้องเลือกระหว่าง ปั่น (Bike) หรือ เรือ (Boat) ทีมที่เลือกปั่นจะต้องเลือกที่ล็อกจักรยานสีใดสีหนึ่งมาก 1 อันและปั่นจักรยานไปตามทางขรุขระที่กำหนดไว้ เมื่อไปถึงที่หมายจะมีบอร์ดอยู่ ซึ่งบนบอร์ดจะบอกรหัสไว้ โดยให้ทีมจำรหัสบนบอร์ดที่ตรงกับสีของที่ล็อกจักรยานที่ตนเองเลือกไว้ หลังจากนั้นให้ขี่จักรยานกลับไปที่จุดเริ่มต้นและใช้ตัวเลขรหัสปลดล็อกที่ล็อกจักรยานที่ตรงกับสีที่เลือกไว้ โดยคำใบ้ถัดไปจะอยู่ในนั้น ส่วนทีมที่เลือกเรือจะต้องใช้แผนที่เดินเรือนำทางไปยังตำแหน่งระบุไว้และจะต้องเดินไปส่งปลาคอดขนาดใหญ่ 2 ตัวกับเลื่อยไฟฟ้า 1 อันที่บ้านของชาวประมง ก่อนที่จะได้รับคำใบ้ถัดไป

ภารกิจเสริม
  • ที่ฟาเจอร์เนสฟ์เจลลิท, ทีมจะต้องนั่งเคลนห้อยขึ้นไปบนภูเขาเพื่อที่จะได้คำใบ้ถัดไป

เลก 6 (นอร์เวย์ → รัสเซีย)[แก้]

ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย ทีมจะต้องค้นหาจัตุรัสพาเลส ที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้า Alexander I จากรูปภาพบนกระป๋องฟิล์มหรือแผ่นบันทึกเสียงแกรมโมโฟน
  • Railway: นาร์วิค (สถานีรถไฟนาร์วิค) ไป อุปซอลา, สวีเดน (สถานีรถไฟเซนทรัลอุปซอลา)
  • Flight: สตอกโฮล์ม (ท่าอากาศยานสตอกโฮล์ม-อาร์แลนดา) ไป เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย รัสเซีย (ท่าอากาศยานพูลโคโว)
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (เกาะวาซิลเยฟสกี้ - เสาหินรอสทรัล) >ทางแยก (Classical Music or Classical Cinema) <
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (จัตุรัสพาเลส)
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (อเล็กซานโดรฟสกายา - ร้านค้าเนเบอร์ฮูด) >อุปสรรค (Who's ready for a Russian Drag Race?) <
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (วิหารเซนต์ไอแซค) >จุดหยุดพัก (เลก 6)<

สำหรับทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างดนตรีคลาสลิก (Classical Music) กับภาพยนตร์คลาสลิก (Classical Cinema) โดยทีมที่เลือกดนตรีคลาสลิก จะต้องเดินทางไปยังปราสาทเบโลเซลสกี้-เบโลเซอร์สกี้ แล้วฟังท่อนของเพลงจากแกรมโมโฟนที่มีหมายเลขแปะอยู่ทั้งสามเครื่องได้แก่ 1. เพลง Pictures at an Exhibition ของโมเดสท์ เปโตรวิช มูสซอคสกี้, 2.เพลง Scheherazade ของนิโคไล ริมสกี-คอร์ซาคอฟ และ 3.เพลง Troika ของปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี จากนั้นทีมจะต้องเข้าไปในหอการแสดงดนตรี ที่เต็มไปด้วยนักเปียโนที่กำลังบรรเลงเพลงที่ถูกประพันธ์ขึ้นที่แตกต่างกันไป โดยจะต้องหยิบแผ่นสำเนาของชีทเนื้อเพลงนั้นๆ ที่วางบนที่เปียโนของนักเปียโนที่บรรเลงเพลงที่ตรงกับที่ทีมฟังมาจากแกรมโมโฟน และทีมต้องเรียงชีทเพลงให้ถูกต้องตามลำดับหมายเลข จึงจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากผู้ควบคุมดนตรี ส่วนทีมที่เลือกภาพยนตร์คลาสลิก จะต้องเดินทางไปยังห้องสตูดิโอที่ 4 ในเลนฟิล์ม เพื่อค้นหาฟิล์มภาพยนตร์ที่ตรงกับภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่บนจอ (เรื่อง October: Ten Days That Shook the World กำกับโดย เซอร์ไก ไอเซนสไตน์ เมื่อปีค.ศ. 1927) จากฟิล์มภาพยนตร์หลายร้อยอันที่เกลื่อนกลาดอยู่รอบๆ เมื่อทีมนำฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกต้องไปมอบให้กับผู้ฉายภาพ แล้วเขาจะมอบคำใบ้ต่อไปแก่ทีม ส่วนอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องแต่งตัวเหมือนกับชาวพื้นเมืองบาบุชกา แล้วหยิบถุงที่บรรจุเมล็ดมันฝรั่ง 50 เม็ด แล้วเข็นรถเข็นล้อเดียวที่ใส่มูลวัว แล้วชาวบาบุชกาจะแสดงให้ทีมดูถึงวิธีการที่ปลูกมันฝรั่งอย่างเหมาะสม และเธอจะมอบคำใบ้ต่อไปแก่ทีม เมื่อทีมปลูกมันฝรั่งได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ภารกิจเสริม
  • เมื่อทีมประกอบภารกิจทางแยกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมจะได้รับแถบบันทึกเสียง (จากภารกิจดนตรีคลาสลิก) หรือแถบบันทึกภาพยนตร์ (จากภาพยนตร์คลาสลิก) พร้อมกับรูปภาพสถานที่ต่อไปที่ทีมจะต้องไปเพื่อรับคำใบ้ต่อไป: จัตุรัสพาเลส

เลก 7 (รัสเซีย)[แก้]

ในเลกนี้ ป้อมปราการปีเตอร์กับพอลเป็นสถานที่ประกอบภารกิจอุปสรรคและจุดหยุดพักที่ 7 ของการแข่งขัน
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (คณะละครสัตว์แอฟโตโว) >ทางแยก (Circus Band or Circus Clown) <
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (สะพานแบงก์)
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (อาคารวลาดีมีร์สกี้ โพรสเปฟ)
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (โบสถ์แห่งหยดเลือด)
  • เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (ป้อมปราการปีเตอร์และพอล) >อุปสรรค ("Between the two of you, who is the real player?") < >จุดหยุดพัก (เลก 7)<

สำหรับทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างวงดนตรีละครสัตว์ (Circus Band) กับตัวตลกละครสัตว์ (Circus Clown) โดยทีมที่เลือกวงดนตรีละครสัตว์ จะต้องเรียนรู้วิธีการเล่นเพลงพื้นเมืองของรัสเซียโดยใช้แอกคอร์เดียน เมื่อทีมสามารถเล่นดนตรีได้อย่างถูกต้องแล้ว หัวหน้าวงดนตรีจะมอบคำใบ้ต่อไปแก่ทีม ส่วนทีมที่เลือกตัวละครละครสัตว์ จะต้องเรียนรู้วิธีการหมุนจานโดยไม่ให้หล่น 10 ใบจากตัวตลก เมื่อทีมสามารถบังคับให้จานหมุนบนไม้ทั้ง 10 ใบเกิน 10 วินาทีขึ้นไป ตัวตลกจะมอบคำใบ้ต่อไปแก่ทีม ส่วนอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องเล่นการละเล่นของรัสเซียที่เรียกว่าโกโรดกิ ที่คล้ายกับโบว์ลิ่ง โดยใช้สมาชิกโยนไม้ที่ใหญ่กว่าให้โดนฐานไม้บล็อกที่ตั้งอยู่ เมื่อสมาชิกสามารถเล่นได้ครบทั้งสามด่านแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ที่บอกให้ไปเข้าจุดหยุดพัก ที่อยู่ด้านในป้อมปราการปีเตอร์และพอล

ภารกิจเสริม
  • หลังจากที่ทีมได้รับคำใบ้จากภารกิจทางแยกแล้ว ทีมจะต้องเริ่มต้นเล่น "ปริศนาเมืองรัสเซีย" โดยคำใบ้แรกบอกให้ทีมหาสะพานที่มีสัตว์ 4 ตัวที่มีปีกสีทอง อ้างอิงถึงสะพานแบงก์
  • ที่สะพานแบงก์ ทีมจะต้องเดินทางโดยเท้าไปยังอาคารวลาดีมีร์สกี้ โพรสเปฟ โดยไม่มีรถแท็กซี่นำทางทีมไป ที่บริเวณจุดยอดของอาคารแห่งนี้ สมาชิกแต่ละคนจากแต่ละทีม (เข้าได้ทีละ 2 คน) จะได้รับอนุญาตให้มองหาสถานที่ที่มีคำใบ้ต่อไป : รูปปั้นจำลองของโบสถ์ห่งหยดเลือด (จริงๆแล้ว โบสถ์แห่งนี้ สามารถมองเห็นได้จากบริวเณอาคารวลาดีมีร์สกี้ โพรสเปฟ) และทีมจะต้องเดินทางไปยังโบสถ์โดยเท้า
  • ที่โบสถ์แห่งหยดเลือด ทีมจะถูกบอกให้หาสถานที่ฝังร่างศพของซาร์ปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย ซึ่งก็คือป้อมปราการปีเตอร์และพอล หลังจากจุดนี้แล้ว ทีมจะไดรับอนุญาตให้ใช้รถแท็กซี่เดินทางได้

เลก 8 (รัสเซีย → โอมาน)[แก้]

ในมุตตรา, โอมาน ทีมจะต้องเดินทางในตลาดเก่าเพื่อนำกำยานไปให้กับอาลี บาบา
  • Flight: เซอร์ปีเตอร์สเบิร์ก (ท่าอากาศยานพูลโคโว) ไป มัสกัต, โอมาน โอมาน (ท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัต)
  • มัสกัต (เบิร์จ อัล มับคาราช)
  • อัล ฮัมรา (ขุนเขาแห่งดวงอาทิตย์) >อุปสรรค ("Who wants to add a little magic to their life?") <
  • นิซวา (อนุสาวรีย์กองหนังสือ) >ทางแยก (Water Table or Wedding Table) <
  • มุตตรา (ตลาดมุตตรา)
  • มัสกัต (พระราชวัง อัล อาลาม) >จุดหยุดพัก (เลก 8)<

ในอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องโรยตัวลงมาจากทิวเขาของขุนเขาแห่งดวงอาทิตย์เป็นระยะทาง 500 ฟุต (150 ฟุต) เพื่อค้นหา 1 ในหลายร้อยตะเกียงน้ำมันที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ ซึ่งมีแหวนวิเศษของอะลาดินอยู่ภายใน เมื่อสมาชิกค้นหาเจอแล้ว สมาชิกจะต้องนำตะเกียงพร้อมแหวนไปแลกกับคำใบ้ต่อไป ส่วนทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างบัญชีน้ำ (Water Table) กับบัญชีแต่งงาน (Wedding Table) โดยทีมที่เลือกบัญชีน้ำ จะต้องปั๊มน้ำจำนวนหนึ่งขึ้นไปในรถขนส่งน้ำ แล้วขับรถส่งน้ำกลับเข้าไปในเมือง เพื่อขนส่งน้ำให้กับบ้านที่มีสัญลักษณ์แปะอยู่ ซึ่งอยู่ในแถบบริวเณแอสวัน อัล อิลโต เมื่อทีมส่งถ่ายน้ำให้เรียบร้อยแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากคนขับรถ ส่วนทีมที่เลือกบัญชีแต่งงาน จะต้องเดินทางไปยังตลาดอาหรับ เพื่อซื้อไก่จำนวน 25 ตัวและเครื่องเทศอีกหลายอย่าง เพื่อทำอาหารท้องถิ่นของโอมานที่เรียกว่า "มาคบุชส์" แล้วทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากคู่บ่าวสาว

ภารกิจเสริม
  • ที่เบิร์จ อัล มับคาราช ทีมจะได้รับลิ่มโลหะสีเงิน ที่สลักเวลาเอาไว้จากชายอาหรับ (07.30, 07.45 และ 08.00) เวลานั้นแสดงถึงเวลาที่ทีมสามารถเข้าไปบนป้อมปราการเพื่อรับคำใบ้ต่อไป
  • ที่ตลาดมุตตรา ทีมจะต้องค้นหาร้านขายกำยาน เพื่อนำกำยานไปให้กับร้านของอาลี บาบา ที่ทำการค้าขายเกี่ยวกับกำยาน แล้วทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป

เลก 9 (โอมาน → บังกลาเทศ)[แก้]

ป้อมประการลัลบัก เป็นจุดหยุดพักที่ 9 ของการแข่งขันที่ธากา,บังกลาเทศ
  • Flight: มัสกัต (ท่าอากาศยานมัสกัต) ไป ธากา, บังกลาเทศ บังกลาเทศ (ท่าอากาศยานนานาชาติชาจาลอัล)
  • ธากา (จัตุรัสศูนย์การค้าซันดาร์บาน) >ทางแยก (Balanced Meal or Balanced Bricks) <
  • ธากา (ท่าเรือซาดาร์กาต) >ย้อนกลับ (Jill & Thomas U-Turned Brook & Claire AND Nat & Kat U-Turned Chad & Stephanie) < (สั่งย้อนกลับได้ 2 ทีมๆ ละ 1 ครั้ง)
  • ธากา (ตลาดนาซิรา - โรงรถลากเต็กกา มิสทิริ) >อุปสรรค ("If you build it, the clue will come.") <
  • ธากา (ป้อมประการลัลบัก) >จุดหยุดพัก (เลก 9)<

ในทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างสมดุลอาหาร (Balanced Meal) กับสมดุลอิฐ (Balanced Bricks) โดยทีมที่เลือกสมดุลอาหาร จะต้องหยิบปิ่นโตใส่อาหารจำนวน 30 เถาขึ้นไปบนเรือ และขนส่งไปยังเรือที่มีคนงานทำงานอยู่ ก่อนที่จะให้สมาชิกคนหนึ่งเข้าไปบนเรือเพื่อให้สมาชิกอีกคนส่งปิ่นโตขึ้นไปโดนใช้เชือกผูก เมื่อทีมส่งอาหารขึ้นไปบนเรือแล้ว ทีมจะต้องนำปื่นโตเปล่า 10 เถากลับมาเพื่อแลกกับคำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกสมดุลอิฐ จะต้องเดินทางไปยังเรือบรรทุกเรือ และขนส่งไปยังตลาด โดยใช้ตะกร้าบนศีรษะบรรทุกไป เมื่อทีมสามารถขนส่งก้อนอิฐที่ไม่แตกได้ 100 ก้อนแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป ส่วนอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องประกอบรถลากสามล้อให้อย่างเหมาะสม ประกอบไปด้วยล้อหน้ากับล้อหลัง, เบาะที่นั่ง, กระแชง, กระดิ่ง, พู่ห้อย, คันเหยียบ เบาะหลังและโซ่ เมื่อทีมต่อได้อย่างถูกต้องและใช้วัสดุทุกอย่างที่ให้มาแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป

ภารกิจเสริม
  • ที่จัตุรัสศูนย์การค้าซันดาร์บาน ทีมจะต้องหาร้านขายอ้อย และคั้นน้ำอ้อยออกมา 1 แก้ว แล้วให้สมาชิกหนึ่งคนดื่มเพื่อรับคำใบ้ต่อไป

เลก 10 (บังกลาเทศ → ฮ่องกง)[แก้]

ในฮ่องกง ทีมจะเดินทางไปยังรูปปั้นของบรู๊ซ ลี ในถนนแห่งดวงดาว

สำหรับอุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องใช้ตะเกียบ เพื่อค้นหาหนึ่งในห้าชิ้นของอาหารปลอม ที่ปกติใช้เพื่อตั้งโชว์หน้าร้าน ท่ามกลางอาหารบุฟเฟ่ต์หลากหลายจาน แต่ถ้าสมาชิกคีบชิ้นอาหารจริงขึ้นมา สมาชิกจะต้องรับประทานอาหารชิ้นนั้นก่อนที่จะค้นหาต่อไป เมื่อสมาชิกคีบเจออาหารปลอมแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากพ่อครัว และทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างรถเมล์ (Ding Ding) กับเรือเมล์ (Sampan) โดยทีมที่เลือกรถเมล์ จะต้องนั่งรถรางของฮ่องกง ที่รู้จักกันในชื่อว่า "ดิงดิง" เพื่อมองหาป้ายสามป้ายได้แก่ "Pit Stop" (จุดหยุดพัก), "Statue" (สแตคชู) และ "Square" (จัตุรัส) ที่เปิดเปยถึงสถานที่ที่เป็นจุดหยุดพักของเลกนี้ ท่ามกลางป้ายไฟหลากหลายมากมายของฮ่องกง ส่วนทีมที่เลือกเรือเมล์นั้น จะต้องเดินทางไปยังท่าเรือจัมโบ้ คิงดอม เพื่อรับกรงนกที่บรรจุนกหงส์หยกสองตัวอยู่ แล้วมองหาท่าเรืออาเบอร์ดีน สำหรับเรือที่มีหมายเลขที่ตรงกับหมายเลขที่ผูกอยู่กับกรงนก เมื่อทีมหาเรือเจอแล้ว ทีมจะต้องแลกกรงนกกับคำใบ้ที่บอกถึงสถานที่อันเป็นจุดหยุดพัก

เลก 11 (ฮ่องกง → เกาหลีใต้)[แก้]

แท่นบูชาวองกูดาน เป็นจุดพักสุดท้ายของการแข่งขัน
  • Flight: ฮ่องกง (ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง) ไป อินชอน, เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ (ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน)
  • โชลวอน, แกรนวอน (สะพานซุงลี [승일교])
  • ดงดูโชล, ไกกองจิ (ค่ายทหารสหรัฐอเมริกา ติดพรหมแดนเกาหลีเหนือ) >อุปสรรค ("Who's ready to be all you can be?") < >งานเพิ่มเติม (ล้างลงถัง) <
  • โซล (สนามกีฬาโซล) >ทางแยก ("Full Throttle or Full Bottle") <
  • โซล (โยฮูโด แม่น้ำแฮนแก๊ง Park (เกาหลี) [한강공원])
  • โซล (วอนกูดาน) >จุดหยุดพัก (เลก 11)<

ในอุปสรรคด่านนี้ ผู้เล่นหนึ่งคนในทีมจะต้องไปเลือกผ้าโพกหัวมา 1 ลายและหาทหารที่กำลังฝึกท่าชกต่อยที่มีผ้าโพกหัวอยู่จำนวน 200 คน ซึ่งต้องหาให้ตรงกับลายที่ตนได้เลือกไว้ หากส่งให้ผิดคนจะต้องกลับไปเลือกผ้าลายใหม่ ถ้าได้ผ้าโพกหัวตรงกับที่ต้องการแล้ว ทหารจะกระโดดเตะแผ่นไม้แล้วคำใบ้ต่อไปที่อยู่ภายในจะหล่นออกมา ในภารกิจทางแยกทีมจะต้องเลือกระหว่าง ส่งโสม (Full Bottle) หรือ เล่นเสก็ต (Full Throttle) ใน เล่นเสก็ต ทีมจะต้องไปที่สนามกีฬาน้ำแข็งมองกอง (목동 아이스링크) และจะต้องเล่นเสก็ตวนรอบทั้งสองคนรวมกันให้ได้ 24 รอบก่อนที่จะได้คำใบต่อไป ใน ส่งโสม ทีมจะต้องขนโหลโสมขนาดใหญ่จำนวน 6 โหลโดยที่น้ำดองโสมจะต้องไม่หก เมื่อครบตามทีกำหนดทีมจะต้องดื่มน้ำโสมคนละ 1 ถ้วยก่อนที่เภสัชกรจะให้คำใบ้ต่อไป สำหรับงานเพิ่มเติม นิคกับวิกกี้ จะต้องล้างรถถังทหารโดยมีอุปกรณ์ต่างๆ เตรียมไว้ให้ในสถานีใกล้ๆ กับค่ายทหาร

ภารกิจเสริม
  • เมื่อมาถึงที่สะพานซุงลีทีมจะต้องล่องแก่งไปตามแม่น้ำเพื่อให้ไปถึงค่ายทหารสหรัฐอเมริกาที่ติดพรหมแดนเกาหลีเหนือ

เลก 12 (เกาหลีใต้ → สหรัฐอเมริกา)[แก้]

ทีมจะต้องเดินทางไปยังสนามกีฬาโรสโบว์ในพาซาดีนา, แคลิฟอร์เนียโดยเฮลิคอปเตอร์ สถานที่ที่ทีมจะต้องทำภารกิจอุปสรรคในการตกแต่งขบวนพาเหรด (เช่นเดียวกับในภาพ) สำหรับการแข่งขันโรสพาเหรดในปี พ.ศ. 2554

สำหรับอุปสรรคสุดท้ายของรายการนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องตกแต่งขบวนพาเหรด 3 ส่วน ได้แก่บริเวณฐาน, บริเวณล้อและทาสีตกแต่งรูปปั้นดอกกุหลาบสำหรับการแข่งขันโรสพาเหรด โดยใช้ดอกเก๊กฮวยและกุหลาบ และจุ่มน้ำให้กับดอกไม้ด้วย เมื่อผลงานเป็นที่น่าพึงพอใจของนักจัดดอกไม้แล้วทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากคอร์ทนี่ ลี ราชินีดอกกุหลาบปี 2009

ภารกิจเสริม
  • ที่ท่า J 266 ทีมจะต้องขึ้นลิฟท์ไปยังหนึ่งในยอดของเครนรอกไฟฟ้าขนาดใหญ่ สถานที่ที่ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป โดยทีมจะถูกปล่อยตัวลงมาจากเครนโดยชิงช้าบันจี้จั๊มพ์บนผืนน้ำในระดับความสูง 150 เมตร และเมื่อทีมกลับมายังบนท่าแล้ว ทีมจะสามารถอ่านคำใบ้ต่อไป ที่บอกให้ทีมนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังจุดหมายต่อไป, สนามกีฬาโรสโบว์
  • หลังจากทำภารกิจอุปสรรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมจะต้องแก้ไขปริศนาปัญหาในคำใบ้ของทีม ได้แก่
    • "ฉันเป็นเจ้าของซานโช่ ปันซ่า"- ดอน กิโฆเต้ (จากวรรณกรรมของผู้แต่งชาวสเปน)
    • "ฉันเป็นสถานที่ที่สามารถได้ยินเสียงดนตรีประสานภายในหุบเขา" - เวทีในกริฟฟิท ปาร์ค
    • "ปีของมาริลิน มอนโรแห่งความปรารถนา" - The Seven Year Itch อาถรรพ์เลขคี่ 7 ปีโดนใจ

เพื่อตัดสินใจชื่อของสตูดิโอกูโฆเต้, สถานที่ต่อไปที่ทีมจะต้องเดินทางไปเยือน

  • ที่สตูดิโอกิโฆเต้ ทีมจะต้องระบุวีดิโอผู้ต้อนรับ 11 คนจาก 48 คนที่สวมหมวกแตกต่างกัน ที่ออกมาต้อนรับทีมระหว่างทีมเดินทางเข้าไปยังจุดหยุดพักของแต่ละเลกจากบนจอทัชต์สกรีนขนาดใหญ่ เมื่อทีมเรียงผู้ต้อนรับได้ถูกต้องทั้ง 11 คนบนจอเสร็จ โลโก้รายการจะปรากฏขึ้นมา แล้วบ็อบ ยูแบงคส์จะมอบคำใบ้ต่อไปแก่ทีม

อ้างอิง[แก้]

  1. CBS.com. "Application form". สืบค้นเมื่อ 2010-01-21. 
  2. http://www.cbspressexpress.com/div.php/cbs_entertainment/release?id=23969
  3. CBS.com. "Eligibility Requirements". สืบค้นเมื่อ 2010-02-01. 

ดูเพิ่ม[แก้]