จักรพรรดิฮั่นอู่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ จักรพรรดิอู่ตี้
จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้
漢武帝.jpg
รัชศก เจี้ยนหยวน 建元 (140 BC – 135 BC)
หยวนกวง 元光 (134 BC – 129 BC)
Yuánshuò 元朔(128 BC – 123 BC)
Yuánshòu 元狩 (122 BC – 117 BC)
หยวนติง 元鼎 (116 BC – 111 BC)
Yuánfēng 元封 (110 BC – 105 BC)
Tàichū 太初 (104 BC – 101 BC)
Tiānhàn 天漢 (100 BC – 97 BC)
Tàishĭ 太始 (96 BC – 93 BC)
Zhēnghé 征和 (92 BC – 89 BC)
Hòuyuán 後元 (88 BC – 87 BC)
พระนามาภิไธย Short: Emperor Wu"martial"
Full: Xiao Wu Huangdi
ราชวงศ์ ฮั่นตะวันตก
ครองราชย์ 9 March 141 BC - 29 March 87 BC
(54 years 20 days)
รัชกาลก่อนหน้า ฮั่นจิงตี้
รัชกาลถัดไป ฮั่นเจาตี้
วัดประจำรัชกาล Shizong (世宗)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 10 สิงหาคม พ.ศ. 388
สวรรคต 29 มีนาคม พ.ศ. 456
พระราชบิดา ฮั่นจิงตี้
พระราชมารดา จักรพรรดินีหวังจื้อ
พระอัครมเหสี Empress Chen Jiao (陳嬌)
จักรพรรดินีเว่ยจื่อฟู่
พระราชโอรส/ธิดา Princess Wei the Eldest (衛長公主)
Princess Yangshi (陽石公主)
Princess Zhuyi (諸邑公主)
Liu Ju, Crown Prince Li (戾太子劉據)
Liu Bo, Prince Ai of Changyi (昌邑哀王劉髆)
Liu Hong, Prince Huai of Qi (齊懷王劉閎)
Liu Dan, Prince La of Yan (燕刺王劉旦)
Liu Xu, Prince Li of Guangling (廣陵厲王劉胥)
ฮั่นเจาตี้
    

สมเด็จพระจักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์ฮั่น หรือ ฮั่นอู่ตี้ หรือ ฮั่นหวู่ตี้ หรือ ฮั่นบู๊เต้ (จีน: 漢武帝; พินอิน: Han Wu di) (พ.ศ. 388-พ.ศ. 457) เป็นหนึ่งในฮ่องเต้ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากที่สุด และมีผลงานมากที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของจีน

หลิวเช่อ (จีน: 劉徹; พินอิน: Liu Che) เป็นพระนามเดิมของพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ ทรงขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 16 พรรษา ปกครอง ราชวงศ์ฮั่น นานถึง 54 ปี (ปี 140 – 87 ก่อนคริสต์ศักราช นับว่าเป็นฮ่องเต้ ชาวฮั่น ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดด้วย) ผลงานปรับปรุงประเทศและแผ่ขยายอิทธิพลของพระองค์ทำให้นักประวัติศาสตร์ถือเป็นมหาราชซึ่งมีชื่อเสียงมากในประวัติศาสตร์ของจีน พระองค์กำหนดปีรัชสมัยของตนขึ้นเป็นครั้งแรกในชื่อว่า “เจี้ยนหยวน” นับจากนี้ไป ฮ่องเต้ องค์ต่อมาต่างถือเป็นประเพณีตั้งชื่อรัชศกของตนมาจนกระทั่งสิ้นสุดยุคจักรพรรดิ

นโยบาย[แก้]

นโยบายการปกครอง[แก้]

พระองค์ปรับประบบการเข้ารับราชการใหม่ โดยกำหนดให้ทุกท้องที่เลือกผู้มีจิตกตัญญูหรือขุนนางซื่อสัตย์ไปที่เมืองหลวงเพื่อเป็นข้าราชการ ทำให้ระบบคัดเลือกขุนนางแบบเดิมซึ่งสืบทอดตำแหน่งโดยทายาทลดความสำคัญลงไปอย่างมาก คุณภาพของขุนนางดีขึ้นอันส่งผลดีต่อการทำงานเพื่อบ้านเมืองและความสุขของราษฎรมาก

นโยบายด้านเศรษฐกิจ[แก้]

พระเจ้าฮั่นอู่ตี้ก่อสร้างพระราชวังและมีการทำสงครามแผ่ขยายอำนาจบ่อยครั้ง จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินมาก พระองค์ออกข้อกำหนดเข้มงวดในทางเศรษฐกิจแตกต่างจากอดีตเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในภารกิจดังกล่าว ตัวอย่างเช่น

  1. สร้างกิจการผูกขาดโดยรัฐ และห้ามบุคคลทั่วไปทำกิจการนี้ อันได้แก่ การค้าเกลือ โลหะและเหล้า
  2. กำหนดใช้เงินตราสกุลเดียวกัน โดยสร้างเงินเหรียญ 5 จู ซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักของเมล็ดข้าวโพด 500 เมล็ด มีอักษรจีนคำว่า 5 จู กำกับไว้
  3. รัฐทำการค้าขายเอง โดยกระจายสินค้าเครื่องบรรณาการจากรัฐต่างๆหรือประเทศข้างเคียงส่งไปขายที่เมืองอื่นเพื่อเพิ่มพูนรายได้ของรัฐ และตั้งหน่วยงานในเมืองหลวงรับซื้อสินค้าต่าง ๆ อันเป็นการปรับกลไกของตลาดและควบคุมราคาสินค้าได้ด้วย

นโยบายด้านการทหาร[แก้]

  1. พระเจ้าฮั่นอู่ตี้ส่งขุนพลเว่ยชิงและขุนพลฮั่วชี่ปิ้งนำกองทัพนับแสนคนบุกโจมตีถึงกลางดินแดนที่ตั้งของชนเผ่าซยงหนู ซึ่งอาศัยทางเหนือของจีนและเข้าปล้นชิงทรัพย์สินของชาวฮั่นบ่อยครั้ง ในที่สุดชนเผ่านี้ต้องถอยขึ้นไปทางเหนือของทะเลทรายมองโกเลีย ชายแดนทางเหนือของแผ่นดินฮั่นตะวันตกจึงสงบสุขได้ยาวนาน
  2. การขยายดินแดนและอำนาจ พระองค์ยกทัพไปตีเกาหลีและดินแดนของชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ โดยจัดตั้งเป็นเขตปกครองและดูแลเข้มงวด อาณาจักรแผ่ขยายใหญ่กว่าอาณาจักรฉินมาก นอกจากนั้นยังส่งทูตไปเจริญไมตรียังดินแดนตะวันตก อันได้แก่ ที่ราบสูงทาร์มทางตะวันออกของชงหลิงถึงทางตะวันตกของด่านอี้เหมินกวนและด่านหยังกวน แล้วยังจัดตั้งเขตปกครองพิเศษดินแดนส่วนนี้ นับเป็นการเริ่มต้นปกครองดินแดนตะวันตกอย่างเป็นทางการ

ประวัติของพระองค์[แก้]

เมื่อ 140 ปีก่อนคริสต์ศักราช พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ขึ้นครองราชสมบัติด้วยพระชนมายุเพียง 16 พรรษา พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงทรงสร้างผลงานยิ่งใหญ่ให้กับประเทศด้านกิจการภายในและการต่างประเทศ พระองค์ทรงครองราชย์เป็นเวลา 54 ปี ทรงปกครองประเทศจีนให้พัฒนาขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกำลังเข้มแข็งที่สุดของโลกในยุคนั้น จากทัศนะของนักประวัติศาสตร์ในหนังสือ "ประวัติศาสตร์โลก" ฉบับที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ ประเทศที่มีกำลังพอ ๆ กับราชวงศ์ฮั่นในสมัยนั้นมีเพียงอาณาจักรโรมันเลยทีเดียว

พระเกียรติที่ได้รับการเทิดทูนมากที่สุดของพระเจ้าฮั่นหวู่ตี้คือผลงานด้านการทหาร นับตั้งแต่การสถาปนาราชวงศ์ฮั่นเมื่อ 202 ปีก่อนคริสต์ศักราชเป็นต้นมา เขตแดนของราชวงศ์ฮั่นก็ถูกเผ่าชนซงหนูซึ่งเป็นเผ่าชนปศุสัตว์เร่ร่อนทางภาคเหนือรุกรานเรื่อยมา ส่งผล กระทบร้ายแรงต่อเสถียรภาพและการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ กษัตริย์องค์ก่อนๆ ของราชวงศ์ฮั่นทรงใช้นโยบายตั้งรับซึ่งทำให้ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ เช่น พระราชทานพระธิดาให้ผู้นำชนเผ่าซงหนู เพื่อแลกกับสันติภาพชั่วคราว พอมาถึงสมัยพระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ ราชวงศ์ฮั่นก็เสริมสร้างแสนยานุภาพให้เข้มแข็งเกรียงไกรขึ้น ใช้นโยบายออกโจมตีอย่างเป็นฝ่ายกระทำ โดยมีการจัดส่งกองทัพไปประจำยังพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้าและทะเลทรายทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายปี อีกทั้งยังยกทัพไปตีชนเผ่าซงหนูให้ราบคาบจนชนเผ่าซงหนูได้รับความปราชัย ชนเผ่าซงหนูจึงไม่บังอาจยกทัพไปรุกรานราชวงศ์ฮั่นอีก

จากนั้นพระองค์ยังได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับการพัฒนาและเสริมความมั่นคงให้แก่ประเทศ หลังจากพระเจ้าฮั่นหวู่ตี้สวรรคตไปแล้ว พระองค์ได้รับการถวายพระนามยกย่องสดุดีพระเกียรติให้เป็น "กษัตริย์หวู่ตี้" ซึ่งแปลว่า "กษัตริย์นักรบ" (ฮั่นบู๊เต้ ในภาษาแต้จิ๋ว) ซึ่งเป็นข้อสรุปสำหรับผลงานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ด้านกิจการภายในนั้น พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ทรงเป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พระองค์ได้ประกาศล้มล้างแนวคิดลัทธิเต๋าที่เชิดชู "ความเป็นธรรมชาติแบบปล่อยปละและไม่กระทำการใด ๆ" ซึ่งฮ่องเต้องค์ก่อน ๆ ได้ถือปฏิบัติมา และมีพระราชดำริให้นำแนวคิดลัทธิขงจื๊อมาเป็นหลักในการปกครองแทน ทำให้ลัทธิขงจื๊อได้เลื่อนขึ้นมาเป็นความคิดที่ชี้นำการปกครองบ้านเมืองของฮ่องเต้รุ่นหลังเป็นเวลาอีกกว่า 2,000 ปี

ขณะเดียวกัน พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ยังเป็นนักการทูตที่มีสายพระเนตรยาวไกลอีกด้วย มีอยู่สองครั้งที่พระองค์เคยแต่งตั้งจางเชียนเป็นทูตให้ออกเดินทางไปทางเขตตะวันตก ซึ่งก็คือ พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลทางตะวันตกของมณฑลกานสูและเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูรย์ในปัจจุบัน เป็นการเริ่มต้นเปิด "เส้นทางสายไหม" ที่เชื่อมจีนกับเอเชียกลางและโลกตะวันตก จากนั้น ผ้าไหม วิธีการทำกระดาษและศิลปะต่าง ๆ ของจีนก็ได้แพร่เข้าสู่ดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลกโดยผ่านเส้นทางสายไหม ส่วนเครื่องหอมและผลิตภัณฑ์ศิลปะหัตถกรรมต่างๆ ของนานาประเทศก็ได้แพร่เข้าสู่จีนโดยผ่านเส้นทางสายไหมเช่นกัน กล่าวได้ว่า พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ได้ปูพื้นฐานให้แก่การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับโลกตะวันตก ฉางอันราชธานีของราชวงศ์ฮั่นเคยเป็นศูนย์กลางการเมืองและเศรษฐกิจของทวีปเอเชียในสมัยนั้น ส่วนเส้นทางสายไหมก็เป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมจีนกับตะวันตกอยู่หลายร้อยปีจนเส้นทางคมนาคมทางทะเลได้เกิดบทบาทขึ้นมาแทนในช่วงศตวรรษที่ 8

นอกจากนี้แล้ว พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ยังโปรดปรานวรรณคดีและศิลปะหลากหลายประเภท ซือหม่าเซี่ยนหรู กวีในยุคนั้นได้รับแต่งตั้งจากพระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ให้เป็นขุนนางชั้นสูงเพราะมีความรู้ความสามารถ

ทางด้านศิลปะวรรณคดี ซือหม่าเซียน นักประวัติศาสตร์และนักวรรณคดีที่มีความรู้มากที่สุดอีกคนหนึ่งก็ได้รับการพระราชทานแต่งตั้งเป็นขุนนางชั้นสูงเช่นกัน ซือหม่าเชียนได้รวบรวมประวัติศาสตร์จีน 3,000 ปีขึ้นเป็นฉบับแรก กล่าวได้ว่า พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้มีส่วนส่งเสริมให้วัฒนธรรมจีนเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ

เรื่องราวที่เล่าขานมาจนปัจจุบัน[แก้]

เรื่องราวของพระองค์ได้รับการเล่าขานต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงชนรุ่นหลัง เช่นในวรรณคดีสามก๊กระบุว่า โจโฉ มีความเคารพพระองค์มาก ถึงกับพยายามเอาพระองค์เป็นแบบอย่าง ดั่งจะเห็นได้จากบทโคลงที่ร่ายถึงชัยชนะที่มีต่ออ้วนเสี้ยวในศึกกัวต๋อที่หน้าผาจรดทะเล สถานที่เดียวกับพระเจ้าฮั่นหวู่ตี้เคยชนะศึกมาเช่นเดียวกัน

ในวัฒนธรรมสมัยนิยมในปัจจุบัน เช่น ละครโทรทัศน์ของฮ่องกงได้มีการสร้างละครเกี่ยวกับพระองค์ ชื่อ ต้าฮั่นเทียนจื่อ (จอมจักรพรรดิ์ ฮั่นอู่ตี้ หรือ ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นกับหมอดูเทวดา) หรือ จักรพรรดิจอมทะเล้น เป็นต้น

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: จักรพรรดิฮั่นจิงตี้
  • พระราชมารดา: หวังไทเฮา
  • พระมเหสี
    • เฉินฮองเฮาทรงถูกถอดเมื่อ130ปีก่อนค.ศ.(พ.ศ. 413)เนื่องจากทรงใช้มนต์ดำ
    • เว่ยฮองเฮาพระมารดาขององค์รัชทายาทหลี่,องค์หญิงเว่ย,องค์หญิงหยางฉี,องค์หญิงจูอี้
  • พระสนม
    • พระสนมหลี่ฟูหยิน,พระมารดาขององค์ชายหลิวโป
    • พระสนมหวัง,พระมารดาขององค์ชายหลิวฮง
    • พระสนมหลี่จี้,พระมารดาขององค์ชายหลิวตันและองค์ชายหลิวซู
    • พระสนมโจว,พระราชมารดาของจักรพรรดิฮั่นเจาตี้
  • พระราชโอรสและพระราชธิดา
    • องค์หญิงเว่ย พระราชธิดาองค์โตที่ประสูติแต่เว่ยฮองเฮา
    • องค์หญิงหยางฉี(สำเร็จโทษเมื่อ91ปีก่อนค.ศ.)พระราชธิดาองค์ที่2ที่ประสูติแต่เว่ยฮองเฮา
    • องค์หญิงจูอี้(สำเร็จโทษเมื่อ91ปีก่อนค.ศ.)พระราชธิดาองค์ที่3ที่ประสูติแต่เว่ยฮองเฮา
    • องค์ชายหลิวจูภายหลังได้เป็นองค์ชายรัชทายาทหลี่(ทรงปลงพระชนม์ชีพพระองค์เองเมื่อ91ปีก่อนค.ศ.)พระราชโอรสองค์เดียวของเว่ยฮองเฮา
    • องค์ชายหลิวโป องค์ชายไอ่แห่งฉางอี้(สถาปนาเมื่อ97ปีก่อนค.ศ.สิ้นพระชนม์เมื่อ86ปีก่อนค.ศ.)พระโอรสองค์เดียวของพระสนมหลี่ฟูหยิน
    • องค์ชายหลิวฮง พระโอรสองค์เดียวของพระสนมหวัง
    • องค์ชายหลิวตัน พระโอรสองค์โตของพระสนมหลี่จี้
    • องค์ชายหลิวซู พระโอรสองค์ที่2ของพระสนมหลี่จี้
    • องค์ชายหลิวฟูหลิง ภายหลังได้เป็นจักรพรรดิฮั่นเจาตี้พระโอรสองค์เดียวของพระสนมโจว
  • พระราชนัดดา
    • องค์ชายหลิวจิน (ถูกสังหาร91ปีก่อนค.ศ.)พระโอรสในองค์ชายหลิวจู ตำแหน่งองค์รัชทายาทหลี่และเป็นพระราชบิดาของจักรพรรดิฮั่นเสวียนตี้
    • องค์ชายหลิวเหอพระโอรสขององค์ชายหลิวโปขึ้นครองราชย์สืบต่อจากจักรพรรดิฮั่นเจาตี้เมื่อ74ปีก่อนค.ศ.แต่ครองราชย์ได้เพียง27วันก็ถูกถอด
  • พระราชปนัดดา
    • องค์ชายหลิวปิงอี้(91-49ปีก่อนค.ศ.)ภายหลังได้เป็นจักรพรรดิฮั่นเสวียนตี้เป็นพระโอรสขององค์ชายหลิวจินและเป็นพระราชนัดดาขององค์ชายหลิวจู
ก่อนหน้า จักรพรรดิฮั่นอู่ ถัดไป
จักรพรรดิฮั่นจิงตี้ 2leftarrow.png จักรพรรดิจีน
(141 ปีก่อนคริสตกาล - 87 ปีก่อนคริสตกาล)
2rightarrow.png จักรพรรดิฮั่นเจาตี้