ฟาโรห์แรเมซีสที่ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระพักตร์สลักของฟาโรห์แรเมซีสที่สอง ที่มหาวิหารอาบู ซิมเบล
รูปสลักของฟาโรห์แรเมซีสที่สอง ขณะรบในสงครามคาเดช

ฟาโรห์แรเมซีสที่สอง หรือ แรเมซีสมหาราช (อังกฤษ: Ramesses II, Ramesses The Great, Riʕmīsisu) ฟาโรห์องค์ที่สามแห่งราชวงศ์ที่สิบเก้า (Nineteenth dynasty) เป็นฟาโรห์องค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์ ครองราชย์อยู่ระหว่าง 1279 ก่อนคริสต์ศักราช ถึง 1213 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นฟาโรห์องค์เดียวกับที่เชื่อว่า คือ ฟาโรห์ที่ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมอพยพ (Exodus) ของไบเบิล ที่ว่าถึงการอพยพทาสชาวยิวออกจากอาณาจักรอียิปต์ของโมเสส[ต้องการอ้างอิงเต็ม]

เป็นโอรสองค์โตของฟาโรห์เซติที่หนึ่ง ได้ขึ้นครองราชย์ในปี 1279 ก่อนคริสต์ศักราช หลังจากแย่งชิงอำนาจกันแย่งในหมู่พี่น้อง หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ได้ทรงสร้างเมืองใหญ่ขึ้นบนพื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นที่อยู่และสถานที่ประสูติของพระองค์ คือเมืองปิ-รามเซส และยังได้สร้างมหาวิหารที่มีรูปสลักแทนพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ คือ อาบู ซิมเบล (Abu Simbel)

ฟาโรห์แรเมซีสที่สอง ทรงครองราชย์นานถึง 67 ปี และสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้ 90 พรรษาเศษ ซึ่งเมื่อ 30 ปีแรกแห่งการครองราชย์มาถึง พระองค์ได้กระทำพิธีสถาปนาตัวเองเสมือนเทพเจ้า และทำให้สถานะของพระองค์เปลี่ยนไปเป็นสูงส่งยิ่งขึ้น

หลังจากโมเสสนำพาทาสชาวยิวอพยพออกจากอียิปต์ ปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า พระองค์ได้ให้พระโอรสองค์แรกที่เกิดกับพระนางเนเฟอร์ตารี่ (Nefertari) มเหสีเอก คือ อามุน-เฮอ-เคปิเชฟ (Amun-her-khepeshef แปลว่า อามุนและอาวุธในแขนขวา หรือ อามุนและอาวุธที่แข็งแรง) นำทัพไล่ติดตาม หาได้ใช่ตัวฟาโรห์เองไม่ เนื่องจากเป็นองค์รัชทายาทและเป็นผู้นำกองทัพ ซึ่งตรงนี้ตรงกับบันทึกในพระคัมภีร์เอกซ์โซดัส ว่า ฟาโรห์ได้เจอกับปาฏิหาริย์จากพระเจ้าที่เนรมิตให้มีกองไฟกั้นกองทัพอียิปต์กับชาวยิวไว้ ที่ริมทะเลแดง และทะเลแดงได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ซีก เมื่อชาวยิวอพยพไปหมดแล้ว กองทัพอียิปต์ได้ติดตามไปและถูกทะเลกลบหมดสิ้น ซึ่งความตอนนี้ ได้ถูกตีความว่า ทะเลแดง (Red Sea) แท้จริงแล้วคือ ทะเลวัชพืช (Reed Sea) ที่อยู่บริเวณตอนเหนือของอียิปต์ เป็นดงอ้อหรือกก เมื่อรถม้าของฟาโรห์ตามไปถึง ไม่สามารถนำรถม้าตามลงไปได้ อามุน-เฮอ-เคปิเชฟ ก็ได้ถูกทาสชาวยิวสังหาร ณ ที่ตรงนั้น ซึ่งในพระคัมภีร์ระบุว่า สิ้นพระชนม์เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้า (ซึ่งตรงนี้อาจกลายเป็น มรณกรรมของบุตรหัวปี ของภัยพิบัติทั้ง 10 ในเอกซ์โซดัสก็เป็นได้)[ต้องการอ้างอิงเต็ม]

หลังจากนั้น พระองค์ได้โปรดให้เจาะภูเขาสร้างวิหารอาบู ซิมเบล ซึงใช้พระราชทรัพย์ไปมากจากนั้นก็เปิดฉากรบกับฮิตไทต์ในสมัยกษัตริย์มูวาตาลิสซึ่งพระองค์เกือบจะเสียชีวิตในการรบที่คาเดช (Battle of Kadesh) แต่ทหารของพระองค์เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ฟาโรห์องค์ต่อไปที่ได้ขึ้นครองราชย์ คือ เมอร์เนปตาห์ (Merneptah) ซึ่งเป็นหนึ่งในราชบุตรของพระองค์

ความสำคัญในทางกฎหมายระหว่างประเทศ[แก้]

สนธิสัญญาสันติภาพระหว่างอิยิปต์โดยฟาโรห์แรเมซีสที่ 2 กับจักวรรดิฮิทไทท์ ถือเป็นสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับแรกของโลก

อ้างอิง[แก้]