ข้ามไปเนื้อหา

ไข้ซิกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไข้ซิกา
ชื่ออื่นโรคไวรัสซิกา, การติดเชื้อไวรัสซิกา
ผื่นผิวหนังที่พบในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้ซิกา
การออกเสียง
สาขาวิชาวิทยาโรคติดเชื้อ (สาขาเฉพาะทางทางการแพทย์)
อาการไข้, ตาแดง, ปวดข้อ, ปวดศีรษะ, ผื่นแดงชนิดมาคูโลพาพูลาร์; บางรายอาจไม่มีอาการ[1][2][3]
ภาวะแทรกซ้อนกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร, ระหว่างตั้งครรภ์สามารถทำให้ทารกเกิดภาวะศีรษะเล็ก[4][5][6]
ระยะดำเนินโรคระยะสั้น[2]
สาเหตุไวรัสซิกา ส่วนใหญ่แพร่กระจายโดยยุง, สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้[2]
วิธีวินิจฉัยการตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือน้ำลายเพื่อหา RNA ของไวรัส หรือตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดี[1][2]
โรคอื่นที่คล้ายกันชิคุนกุนยา, มาลาเรีย, ไข้เลือดออก, โรคฉี่หนู, โรคหัด[7]
การป้องกันเพอร์เมทริน, ดีอีอีที (DEET), พิกาติดิน, ถุงยางอนามัยชาย[2][8]
การรักษาการรักษาตามอาการ, โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับการรักษาในรายที่มีอาการไม่รุนแรง[2]
การเสียชีวิต≥ 51 (ค.ศ. 2016–19)[9]

ไข้ซิกา (อังกฤษ: Zika fever) หรือที่รู้จักในชื่อ โรคไวรัสซิกา หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ซิกา เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสซิกา[1] ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการแสดง แต่หากมีอาการมักจะมีอาการเพียงเล็กน้อยและสามารถคล้ายคลึงกับไข้เลือดออกได้[1][4] อาการที่พบอาจรวมถึงไข้, ตาแดง, ปวดข้อ, ปวดศีรษะ และผื่นแดงชนิดมาคูโลพาพูลาร์[1][2][3] โดยทั่วไปอาการจะคงอยู่เป็นเวลาเจ็ดวันหรือน้อยกว่านั้น[2] และไม่มีรายงานการเสียชีวิตในระหว่างการติดเชื้อในระยะเริ่มต้น[4] อย่างไรก็ตาม การส่งผ่านเชื้อจากแม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กและความผิดรูปของสมองอื่น ๆ ในทารกบางรายได้[5][6] ส่วนการติดเชื้อในผู้ใหญ่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (GBS)[4]

ไข้ซิกาแพร่กระจายหลัก ๆ ผ่านการถูกยุงในกลุ่ม Aedes กัด[2] นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางการมีเพศสัมพันธ์ และอาจแพร่กระจายผ่านการถ่ายเลือดได้[2][8] มารดาที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้เช่นกัน[5][6][10] การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือน้ำลายเพื่อหาตัวตนของไวรัส RNA ในขณะที่บุคคลนั้นกำลังป่วย หรือตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีหลังจากมีอาการมากกว่าหนึ่งสัปดาห์[1][2]

การป้องกันรวมถึงการลดการถูกยุงกัดในพื้นที่ที่มีโรคเกิดขึ้น และการใช้ถุงยางอนามัยอย่างเหมาะสม[2]:CDC2016 ความพยายามในการป้องกันยุงกัด ได้แก่ การใช้สารไล่แมลง, การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายส่วนใหญ่, มุ้ง และการกำจัดแหล่งน้ำขังที่ยุงใช้เพาะพันธุ์[1] ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ[2] เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้แนะนำให้สตรีในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสซิกาในช่วง ค.ศ. 2015–16 พิจารณาชะลอการตั้งครรภ์ และแนะนำให้สตรีมีครรภ์ไม่เดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้[2][11] แม้ว่าจะไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคนี้ แต่การใช้ยาพาราเซตามอล (อะเซตามีโนเฟน) อาจช่วยบรรเทาอาการได้[2] และแทบไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล[4]

ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ถูกแยกเชื้อได้เป็นครั้งแรกในทวีปแอฟริกาเมื่อ ค.ศ. 1947[12] ส่วนการระบาดในมนุษย์ที่มีบันทึกไว้เป็นครั้งแรกเกิดขึ้นใน ค.ศ. 2007 ในสหพันธรัฐไมโครนีเซีย[2] และเกิดการระบาดเริ่มต้นขึ้นในประเทศบราซิลใน ค.ศ. 2015 ก่อนจะแพร่กระจายไปยังทวีปอเมริกา แปซิฟิก เอเชีย และแอฟริกา[13] สิ่งนี้ส่งผลให้องค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016[13] แม้ว่าจะมีการยกเลิกสถานะภาวะฉุกเฉินในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016 แต่ยังมีรายงานผู้ป่วยใน 84 ประเทศ ณ เดือนมีนาคม ค.ศ. 2017[14] โดยเคสล่าสุดที่มีการยืนยันการแพร่ระบาดของเชื้อซิกาในพื้นที่สหรัฐอเมริกาแผ่นดินใหญ่เกิดขึ้นใน ค.ศ. 2017[15]

อาการและอาการแสดง

[แก้]
ผื่นที่แขนของผู้ป่วย

ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย[16] อาการเหล่านี้ได้แก่ ไข้ ผื่น เยื่อบุตาอักเสบ (ตาแดง) ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดศีรษะ ซึ่งคล้ายคลึงกับอาการของไข้เดงกีหรือไข้ชิคุนกุนยา[17] ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลของระยะฟักตัวที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าอยู่ที่ประมาณ 2-7 วัน[18] ผู้ป่วยจะมีอาการอยู่ประมาณ 5-7 วัน อาการเหล่านี้มักไม่เป็นมากถึงขั้นที่ทำให้ผู้ป่วยเดินทางไปโรงพยาบาล[1][19]

เนื่องจากโรคนี้มีอาการคล้ายกับไข้เดงกี จึงมีความกังวลว่าผู้ป่วยอาจมีอาการเลือดออกผิดปกติในลักษณะเดียวกันได้ อย่างไรก็ดีมีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการเช่นนี้เพียง 1 ราย โดยมีเลือดออกมากับน้ำอสุจิ[20]

กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร

[แก้]

พบว่าการติดเชื้อซิกามีความสัมพันธ์อย่างมากกับการเกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร ซึ่งเป็นอาการอ่อนแรงเฉียบพลันที่เกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันตนเองไปทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย จึงเกิดเป็นอาการอ่อนแรง[21] แม้จะมีการพบว่ามีผู้ป่วยบางรายป่วยจากกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เรและติดเชื้อซิกาไปพร้อม ๆ กัน แต่ก็เป็นการยากที่จะพิสูจน์ว่าการติดไวรัสซิกาเป็นสาเหตุของกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร[22] หลายประเทศที่มีการระบาดของไวรัสซิการายงานว่ามีจำนวนผู้ป่วยกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เรเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นในการระบาดของไวรัสซิกาในเฟรนช์โปลินีเซียเมื่อ ค.ศ. 2013-2014 มีรายงานผู้ป่วยกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร 42 ราย ในระยะเวลา 3 เดือน สูงกว่าที่พบในภาวะปกติ โดยพบเพียง 3-10 รายต่อปี[23]

ระหว่างการตั้งครรภ์

[แก้]
Microcephaly

เชื่อกันว่าโรคนี้สามารถถ่ายทอดจากมารดาไปยังทารกในครรภ์ได้ และทำให้ทารกมีศีรษะเล็ก[24] อย่างไรก็ดีกรณีเช่นนี้ยังมีรายงานตีพิมพ์ไม่มากนัก[25]

พฤศจิกายน 2558 กระทรวงสาธารณสุขบราซิลรายงานว่าตรวจพบความสัมพันธ์ระหว่างไวรัสซิกากับการเกิดภาวะศีรษะเล็กในทารกแรกเกิดในตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล อ้างอิงจากกรณีผู้ป่วยทารกสองรายที่มีภาวะศีรษะเล็กรุนแรง และผลการตรวจเจาะน้ำคร่ำพบมีไวรัสซิกาในน้ำคร่ำ[26][27][28][29] รายงานเมื่อ 5 มกราคม 2559 ระบุว่าผลการตรวจอัลตราซาวนด์ทารกสองรายนี้พบว่ามีศีรษะเล็กจากการที่เนื้อสมองบางส่วนถูกทำลาย[30] ในจำนวนนี้หนึ่งรายพบมีแคลเซียมจับในตาและมีตาเล็กด้วย กระทรวงฯ ของบราซิลได้รายงานยืนยันในเวลาต่อมาว่ากรณีที่เคยมีข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อซิกาและการเกิดทารกมีศีรษะเล็กนั้นมีความสัมพันธ์กันจริง โดยตรวจพบผู้ป่วยทารกแรกเกิดมีศีรษะเล็ก 2,400 รายในประเทศใน พ.ศ. 2558 นับจนถึง 12 ธันวาคม และเสียชีวิต 29 ราย[31][32][33][34]

สาเหตุ

[แก้]

แหล่งสะสมเชื้อ

[แก้]

ไวรัสซิกาเป็นไวรัสในกลุ่มฟลาวิไวรัสซึ่งติดต่อโดยมียุงเป็นพาหะ มีความใกล้เคียงกับไวรัสเดงกีที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก เชื้อนี้มียุงเป็นพาหะ แต่สัตว์ที่เป็นแหล่งกักเก็บเชื้อนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงแต่ว่ามีการค้นพบหลักฐานทางวิทยาอิมมูนในลิงและสัตว์ฟันแทะในแอฟริกาตะวันตก

การติดต่อ

[แก้]

โรคนี้ติดต่อผ่านการถูกยุงในจีนัส Aedes (เช่น ยุงลายบ้าน Aedes aegypti) ที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังพบเชื้อนี้ในยุงอื่นๆ เช่น Aedes africanus, Aedes apicoargenteus, Aedes luteocephalus[35], Aedes albopictus[36][37], Aedes vittatus, และ Aedes furcifer[38] การระบาดที่เกาะแยพเมื่อ ค.ศ. 2007 เกิดโดยมียุง Aedes hensilli เป็นพาหะ ในขณะที่การระบาดในเฟรนช์โพลินิเซียเมื่อ ค.ศ. 2013 เกิดโดยมียุง Aedes polynesiensis เป็นพาหะ[39]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 "Zika virus". World Health Organization. มกราคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016.
  2. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "Ann2016"
  3. 1 2 Musso, D.; Nilles, E.J.; Cao-Lormeau, V.-M. (2014). "Rapid spread of emerging Zika virus in the Pacific area". Clinical Microbiology and Infection. 20 (10): O595–6. doi:10.1111/1469-0691.12707. PMID 24909208.
  4. 1 2 3 4 5 "Factsheet for health professionals". Zika virus infection. European Centre for Disease Prevention and Control. 3 กันยายน 2010. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 ธันวาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2015.
  5. 1 2 3 Rasmussen, Sonja A.; Jamieson, Denise J.; Honein, Margaret A.; Petersen, Lyle R. (2016). "Zika Virus and Birth Defects — Reviewing the Evidence for Causality". New England Journal of Medicine. 374 (20): 1981–1987. doi:10.1056/NEJMsr1604338. ISSN 0028-4793. PMID 27074377.
  6. 1 2 3 "CDC Concludes Zika Causes Microcephaly and Other Birth Defects". CDC. 13 เมษายน 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 14 เมษายน 2016.
  7. Bope, Edward T.; Kellerman, Rick D. (2016). Conn's Current Therapy 2017 E-Book (ภาษาอังกฤษ). Elsevier Health Sciences. น. 635. ISBN 978-0-323-44335-7. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 กันยายน 2017.
  8. 1 2 Oster, Alexandra M.; Russell, Kate; Stryker, Jo Ellen; Friedman, Allison; Kachur, Rachel E.; Petersen, Emily E.; Jamieson, Denise J.; Cohn, Amanda C.; Brooks, John T. (1 เมษายน 2016). "Update: Interim Guidance for Prevention of Sexual Transmission of Zika Virus — United States, 2016". MMWR. Morbidity and Mortality Weekly Report. 65 (12): 323–325. doi:10.15585/mmwr.mm6512e3. PMID 27032078.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Cardona-Ospina, Jaime A.; Henao-SanMartina, Valentina; F.Acevedo-Mendoza, Wilmer; Nasner-Posso, Katherinn Melissa; F.Martινήez-Pulgarín, Dayron; Restrepo-López, Abril; Valencia-Gallego, Valentina; Collins, Matthew H.; Rodriguez-Morales, Alfonso J. (6 กันยายน 2019). "Fatal Zika virus infection in the Americas: A systematic review". International Journal of Infectious Diseases. 88: 49–59. doi:10.1016/j.ijid.2019.08.033. PMID 31499212. S2CID 202414341. A systematic review of the literature was performed, showing 51 reported deaths associated with ZIKV infection in nine countries.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "Zika Virus Microcephaly And Guillain–Barré Syndrome Situation Report" (PDF). World Health Organization. 7 เมษายน 2016. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 16 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2016.
  11. "Brazil warns against pregnancy due to spreading virus". CNN. 24 ธันวาคม 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 ธันวาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2015.
  12. Olson, Ken E.; Haddow, Andrew D.; Schuh, Amy J.; และคณะ (2012). "Genetic Characterization of Zika Virus Strains: Geographic Expansion of the Asian Lineage". PLOS Neglected Tropical Diseases. 6 (2) e1477. doi:10.1371/journal.pntd.0001477. ISSN 1935-2735. PMC 3289602. PMID 22389730.
  13. 1 2 "WHO Director-General summarizes the outcome of the Emergency Committee regarding clusters of microcephaly and Guillain–Barré syndrome". Media Centre. World Health Organization. 1 กุมภาพันธ์ 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016.
  14. "Zika situation report". World Health Organization (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2017.
  15. "Zika Virus". CDC (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 5 พฤศจิกายน 2014. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. "Symptoms, Diagnosis, & Treatment of Zika Virus". Zika Virus Home. Centers for Disease Control and Prevention. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. Heang, Vireak; Yasuda, Chadwick Y.; Sovann, Ly; และคณะ (2012). "Zika Virus Infection, Cambodia, 2010". Emerging Infectious Diseases. 18 (2): 349–351. doi:10.3201/eid1802.111224. ISSN 1080-6040. PMC 3310457. PMID 22305269. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-10-18. สืบค้นเมื่อ 2016-09-03.
  18. "Signs and Symptoms". Zika virus home. Centers for Disease Control and Prevention. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. Sikka, Veronica; Chattu, Vijay Kumar; Popli, Raaj K.; และคณะ (11 กุมภาพันธ์ 2016). "The emergence of zika virus as a global health security threat: A review and a consensus statement of the INDUSEM Joint working Group (JWG)". Journal of Global Infectious Diseases (ภาษาอังกฤษ). 8 (1): 3–15. doi:10.4103/0974-777X.176140. ISSN 0974-8245.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: unflagged free DOI (ลิงก์)
  20. Foy, Brian D.; Kobylinski, K.C.; Foy, J.L.C.; และคณะ (2011). "Probable Non–Vector-borne Transmission of Zika Virus, Colorado, USA". Emerging Infectious Diseases. 17 (5): 880–882. doi:10.3201/eid1705.101939. ISSN 1080-6040. PMC 3321795. PMID 21529401. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-13. สืบค้นเมื่อ 2016-09-03.
  21. Oehler, E; Watrin, L; Larre, P; และคณะ (2014). "Zika virus infection complicated by Guillain-Barré syndrome – case report, French Polynesia, December 2013". Eurosurveillance. 19 (9): 20720. doi:10.2807/1560-7917.ES2014.19.9.20720. ISSN 1560-7917.{{cite journal}}: CS1 maint: article number as page number (ลิงก์)
  22. "Guillain-Barré syndrome Q & A". Centers for Disease Control and Prevention. 8 กุมภาพันธ์ 2016. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. Cao-Lormeau, Van-Mai; Blake, Alexandre; Mons, Sandrine; และคณะ (2016). "Guillain-Barré Syndrome outbreak associated with Zika virus infection in French Polynesia: a case-control study". The Lancet. 387: 1531–1539. doi:10.1016/S0140-6736(16)00562-6. ISSN 0140-6736.
  24. Schnirring, Lisa (30 พฤศจิกายน 2015). "Zika virus spreads to more countries". Center for Infectious Disease Research and Policy, U. of Minnesota Academic Health Center. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. Duffy, M.R.; Chen, T.H.; Hancock, W.T.; Powers, A.M.; Kool, J.L.; Lanciotti, R.S.; Pretrick, M.; Marfel, M.; Holzbauer, S.; Dubray, C.; Guillaumot, L.; Griggs, A.; Bel, M.; Lambert, A.J.; Laven, J.; Kosoy, O.; Panella, A.; Biggerstaff, B.J.; Fischer, M.; Hayes, E.B. (2009). "Zika Virus Outbreak on Yap Island, Federated States of Micronesia". New England Journal of Medicine. 360 (24): 2536–43. doi:10.1056/NEJMoa0805715. PMID 19516034.
  26. "News - Microcephaly in Brazil potentially linked to the Zika virus epidemic, ECDC assesses the risk". European Centre for Disease Prevention and Control. 2015-11-25. สืบค้นเมื่อ 2016-02-04.
  27. Alexandra Sims. "Zika virus: Health alerts in South America and Caribbean following fears illness may cause birth deformities | Americas | News". The Independent. สืบค้นเมื่อ 2016-02-04.
  28. "Brazil reports 739 suspected microcephaly cases in nine states". Agenciabrasil.ebc.com.br. 2015-11-24. สืบค้นเมื่อ 2016-02-04.
  29. "Ministério da Saúde divulga boletim epidemiológico". Portal da Saúde – Ministério da Saúde – www.saude.gov.br. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-02-10. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. Oliveira Melo, A. S.; Malinger, G.; Ximenes, R.; Szejnfeld, P. O.; Alves Sampaio, S.; Bispo de Filippis, A. M. (1 มกราคม 2016). "Zika virus intrauterine infection causes fetal brain abnormality and microcephaly: tip of the iceberg?". Ultrasound in Obstetrics & Gynecology. 47 (1): 6–7. doi:10.1002/uog.15831. ISSN 1469-0705. PMID 26731034.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. (In Portuguese) Governo confirma relação entre zika vírus e epidemia de microcefalia, BBC
  32. Blount, Jeb (2015-11-28). "Brazil confirms zica virus link to fetal brain-damage outbreak". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2016-02-04.
  33. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ":3"
  34. "País registra 1.248 casos de microcefalia e sete mortes; maioria em PE - Notícias - Saúde". Noticias.uol.com.br. 2015-11-30. สืบค้นเมื่อ 2016-02-04.
  35. "Aedes luteocephala". Medically Important Mosquitoes. Walter Reed Biosystematics Unit. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. Grard, G; Caron, M; Mombo, I M; Nkoghe, D; Ondo, S M; Jiolle, D; Fontenille, D; Paupy, C; Leroy, E M (2014). "Zika Virus in Gabon (Central Africa) – 2007: A New Threat from Aedes albopictus ?". PLOS Negl Trop Dis. 8 (2): e2681. doi:10.1371/journal.pntd.0002681. ISSN 1935-2735. PMC 3916288. PMID 24516683.{{cite journal}}: CS1 maint: article number as page number (ลิงก์) CS1 maint: unflagged free DOI (ลิงก์)
  37. Wong, PJ; Li, M I; Chong, C; Ng, L; Tan, C (2013). "Aedes ( Stegomyia ) albopictus (Skuse): A Potential Vector of Zika Virus in Singapore". PLOS Negl Trop Dis. 7 (8): e2348. doi:10.1371/journal.pntd.0002348. ISSN 1935-2735. PMC 3731215. PMID 23936579.{{cite journal}}: CS1 maint: article number as page number (ลิงก์) CS1 maint: unflagged free DOI (ลิงก์)
  38. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "Hayes2009"
  39. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ":5"

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]