โจ๊กเกอร์ (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2562)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โจ๊กเกอร์
กำกับท็อดด์ ฟิลลิปส์
อำนวยการสร้าง
เขียน
เค้าโครงจากตัวละคร โดย ดีซีคอมิกส์
นำแสดงวาคีน ฟินิกซ์
ดนตรีประกอบฮิลเดอร์ กืดนาตอตตีร์
กำกับภาพลอว์เรนซ์ เชอร์
ตัดต่อเจฟฟ์ กรอธ
ค่าย
จำหน่าย/เผยแพร่วอร์เนอร์บราเธอส์
ฉาย
  • 31 สิงหาคม 2019 (เวนิส)
  • 3 ตุลาคม 2019 (ไทย)
  • 4 ตุลาคม 2019 (สหรัฐ)
ความยาว122 นาที[2]
ประเทศสหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ55–70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3][4]
รายได้1,018 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[5]

โจ๊กเกอร์ (อังกฤษ: Joker) เป็นภาพยนตร์แนวจิตวิทยาระทึกขวัญ กำกับการแสดงโดยท็อดด์ ฟิลลิปส์ ซึ่งนอกจากกำกับการแสดงแล้วเขายังเป็นผู้ร่วมเขียนบทในภาพยนตร์เรื่องนี้กับสก็อต ซิลเวอร์ นักเขียนบทภาพยนตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว​ โดยเนื้อเรื่องสร้างจากตัวละครในดีซีคอมิกส์​ นำแสดงโดยวาคีน ฟินิกซ์ ผู้รับบทเป็นอาร์เธอร์ เฟล็ก นักแสดงตลกผู้มีปัญหาทางจิตที่กลายมาเป็นอาชญากรของเมืองกอแทมนาม โจ๊กเกอร์ ร่วมด้วยรอเบิร์ต เดอ นิโร, ซาซี บีตซ์, ฟรานเชส คอนรอย, เบร็ต คัลเลน และเกล็น เฟลชเลอร์

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดยวอร์เนอร์บราเธอส์, ดีซีฟิล์ม ร่วมด้วยวิลเลจโรดโชว์ พิคเจอส์ และบรอน ครีเอทีฟ จากประเทศแคนาดา ​ฟิลลิปส์มีความคิดที่จะสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับโจ๊กเกอร์ในปี 2016 และเขียนบทร่วมกับสก็อตต์ ซิลเวอร์ตลอดปี 2017 ทั้งสองได้รับแรงบันดาลใจมาจากสังคมทศวรรษ 1970 และภาพยนตร์ของมาร์ติน สกอร์เซซี ผู้ซึ่งเดิมได้รับการทาบทามให้มาเป็นผู้อำนวยการสร้าง[6]​ ถึงแม้ว่าฟิลลิปส์และซิลเวอร์จะได้รับแนวคิดบางส่วนมาจาก Batman: The Killing Joke หนังสือการ์ตูนที่บอกเล่าที่มาของโจ๊กเกอร์ที่ตีพิมพ์ในปี 1988 แต่ฟิลลิปส์กล่าวว่าเขา “ไม่ได้อิงจากผลงานไหนเลย เพราะเราไม่ได้กำลังทำหนังโจ๊กเกอร์ แต่กำลังทำหนังของคนที่กลายเป็นโจ๊กเกอร์”[7] ฟินิกซ์ได้รับติดต่อในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 และทดสอบบทในเดือนกรกฎาคม การถ่ายทำเริ่มระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2018 ที่นครนิวยอร์ก, นครเจอร์ซีย์ และนวร์ก[8]

โจ๊กเกอร์ เป็นภาพยนตร์แบทแมนภาคคนแสดงเรื่องแรกที่ได้รับการจัดให้อยู่ในภาพยนตร์ระดับอาร์ จากสมาคมภาพยนตร์อเมริกา เนื่องจากมีความรุนแรงและเนื้อหาที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ชม[9] ออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งที่ 76 ในวันที่ 31 สิงหาคม 2019 และได้รับรางวัลสิงโตทองคำ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาล ภาพยนตร์ออกฉายทั่วไปในสหรัฐในวันที่ 4 ตุลาคม 2019 และได้รับการตอบรับที่ก้ำกึ่ง ในขณะที่การแสดงของฟินิกซ์ได้รับการชื่นชม[10] นักวิจารณ์บางส่วนแสดงความกังวลว่าเนื้อหาที่ดำมืดและรุนแรงอาจเป็นเหตุจูงใจให้เกิดเหตุอาชญากรรมในโลกความเป็นจริง[11] อย่างไรก็ตาม โจ๊กเกอร์ ประสบความสำเร็จทางรายได้เมื่อทำรายได้ทั่วโลกถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอันดับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปี ค.ศ. 2019 เป็นอันดับที่ 7 และเป็นภาพยนตร์ระดับอาร์ที่ทำรายได้สูงสุด​ตลอดกาลเป็นอันดับ 1 แทนที่ เดดพูล 2[12] นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน​ที่สามารถทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 แทนที่ หน้ากากเทวดา[13]

เรื่องย่อ[แก้]

ปี ค.ศ. 1981 อาร์เธอร์ เฟล็กอาศัยอยู่กับเพนนี ผู้เป็นแม่ในอพาร์ตเมนต์เมืองกอแทมที่กำลังเสื่อมโทรมจากภาวะว่างงานและอาชญากรรม อาร์เธอร์ป่วยเป็นโรคหัวเราะไม่หยุดและมีความฝันเป็นนักแสดงตลก เขาเข้ารับการรักษาทางจิตที่สำนักงานสังคมสงเคราะห์ วันหนึ่ง อาร์เธอร์ถูกกลุ่มเด็กทำร้ายในตรอก แรนดอล เพื่อนร่วมงานจึงให้อาร์เธอร์ยืมปืนไว้ใช้ป้องกันตัว ด้านหนึ่ง อาร์เธอร์พบกับโซฟี แม่เลี้ยงเดี่ยวที่อาศัยอยู่ห้องใกล้ ๆ และเริ่มชักชวนให้เธอมาดูเขาแสดงตลกอยู่บ่อย ๆ

ต่อมาอาร์เธอร์เผลอทำปืนร่วงระหว่างทำการแสดงในโรงพยาบาลเด็ก เมื่อถูกถามถึงเจ้าของ แรนดอลโกหกว่าอาร์เธอร์ซื้อปืนนั้นไปจึงทำให้อาร์เธอร์ถูกไล่ออก ขณะนั่งรถไฟใต้ดินกลับห้อง อาร์เธอร์ถูกพนักงานเวย์นเอ็นเตอร์ไพรส์ 3 คนที่เมารุมทำร้าย เขาจึงยิงทั้งหมดตายเพื่อป้องกันตัว แต่เหตุการณ์นี้กลับเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนในเมือง โดยผู้ประท้วงสวมหน้ากากตัวตลกเป็นสัญลักษณ์ ต่อมาอาร์เธอร์พบว่าสำนักงานสังคมสงเคราะห์จะถูกปิดเนื่องจากถูกตัดงบประมาณ ทำให้เขาจะไม่ได้รับการรักษาอีก

คืนหนึ่ง โซฟีมาดูอาร์เธอร์แสดงตลกแต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเพราะอาร์เธอร์หัวเราะไม่หยุด คลิปวิดีโอตอนที่อาร์เธอร์แสดงถูกฉายและล้อเลียนในรายการทอล์กโชว์ของเมอร์เรย์ แฟรงคลิน ด้านเพนนีขอให้อาร์เธอร์ส่งจดหมายขอความช่วยเหลือด้านการเงินถึงโทมัส เวย์น แต่อาร์เธอร์แอบอ่านและพบว่าตนเป็นบุตรชายลับ ๆ ของโทมัสกับเพนนี ต่อมาตำรวจ 2 นายมาสอบถามเพนนีถึงเหตุฆาตกรรมในรถไฟใต้ดินที่อาร์เธอร์เกี่ยวข้อง ทำให้เธอล้มหมดสติและเส้นเลือดในสมองแตก อาร์เธอร์บุกไปที่คฤหาสน์เวย์นเพื่อถามความจริงจากโทมัส แต่พบเพียงบรูซ เวย์น บุตรชายของโทมัสกับมาร์ธา เวย์น

ต่อมาอาร์เธอร์ลอบเข้าไปถามเรื่องเพนนีกับโทมัสที่งานเลี้ยง แต่โทมัสกลับบอกว่าเพนนีป่วยทางจิตและไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของอาร์เธอร์ อาร์เธอร์จึงไปหาประวัติเพนนีที่โรงพยาบาลอาร์คัม จนพบว่าตนเป็นบุตรบุญธรรมของเพนนี แต่มักถูกเพนนีทอดทิ้งและมักถูกแฟนของเพนนีทำร้ายจนได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองตั้งแต่เด็ก อาร์เธอร์ที่ใจสลายไปหาเพนนีและฆ่าเธอ ก่อนจะกลับมาที่ห้องของโซฟี และพบว่าที่พบกันครั้งก่อน ๆ กับโซฟีนั้น เขาเห็นภาพหลอนไปเอง

ต่อมาอาร์เธอร์ได้รับเชิญให้มาออกรายการของเมอร์เรย์เนื่องจากคลิปของเขาได้รับความนิยม ระหว่างนั้น แรนดอลและแกรี อดีตเพื่อนร่วมงานมาเยี่ยมอาร์เธอร์ อาร์เธอร์แทงแรนดอลตาย แต่ไว้ชีวิตแกรี ขณะเดินทางไปที่สตูดิโอของเมอร์เรย์ อาร์เธอร์ถูกตำรวจ 2 นายที่เคยมาสอบถามเพนนีไล่ตาม เขาจึงแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วงในรถไฟใต้ดินและอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้

ที่สตูดิโอ อาร์เธอร์ขอให้เมอร์เรย์แนะนำตัวเขาว่า “โจ๊กเกอร์” เมื่อออกมาพบผู้ชม อาร์เธอร์ประกาศว่าตนเป็นคนฆ่าชาย 3 คนในรถไฟใต้ดินก่อนจะยิงเมอร์เรย์จนตาย อาร์เธอร์ถูกจับกุมและพาตัวไปคุมขัง แต่ระหว่างที่รถตำรวจที่อาร์เธอร์นั่งมาแล่นผ่านย่านที่มีการชุมนุม รถตำรวจถูกชนและอาร์เธอร์ได้รับการช่วยเหลือ ก่อนจะได้รับการยกย่องจากกลุ่มผู้ประท้วง อีกด้านหนึ่งของการชุมนุม โทมัสและมาร์ธาถูกผู้ประท้วงยิงตาย ทิ้งให้บรูซกลายเป็นเด็กกำพร้า

ในที่สุด อาร์เธอร์ถูกตามจับตัวและคุมขังในโรงพยาบาล จิตแพทย์ถามอาร์เธอร์ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่เมื่อเห็นเขาหัวเราะคนเดียว แต่อาร์เธอร์ปฏิเสธจะตอบ ภาพยนตร์จบลงเมื่ออาร์เธอร์พยายามหลบหนีผู้ดูแลโดยทิ้งรอยเท้าที่เป็นรอยเลือดไว้

นักแสดง[แก้]

รางวัล[แก้]

โจ๊กเกอร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ

อ้างอิง[แก้]

  1. "JOKER | BRON Studios". BRON Studios | Official Website (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2019-10-14.
  2. "Joker (15)". British Board of Film Classification. สืบค้นเมื่อ September 30, 2019.
  3. Kit, Borys (June 13, 2018). "Warner Bros. Shifts DC Strategy Amid Executive Change-Up". The Hollywood Reporter. Archived from the original on June 13, 2018. สืบค้นเมื่อ June 15, 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. D'Alessandro, Anthony (October 5, 2019). "Warner Bros. Laughing All The Way To The Bank With 'Joker': $94M Debut Reps Records For October, Todd Phillips, Joaquin Phoenix & Robert De Niro". Deadline Hollywood. สืบค้นเมื่อ October 5, 2019.
  5. "Joker (2019)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ November 18, 2019.
  6. Jr, Mike Fleming (August 22, 2017). "The Joker Origin Story On Deck: Todd Phillips, Scott Silver, Martin Scorsese Aboard WB/DC Film". Deadline Hollywood. Archived from the original on August 23, 2017. สืบค้นเมื่อ August 23, 2017. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  7. Edwards, Chris (July 8, 2019). "Joker doesn't "follow anything" from the comics". Digital Spy. Archived from the original on July 9, 2019. สืบค้นเมื่อ July 10, 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  8. Anderson, Jenna (December 3, 2018). "Joaquin Phoenix's 'Joker' Wraps Production". ComicBook.com. Archived from the original on December 4, 2018. สืบค้นเมื่อ December 4, 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  9. "'Joker' will be the first-ever R-rated live action 'Batman' movie". NME. June 17, 2019. สืบค้นเมื่อ October 5, 2019.
  10. Russell, Steve (September 2, 2019). "Joker: Jim Lee Reviews Todd Phillips' DC Film". CBR.com. Archived from the original on September 3, 2019. สืบค้นเมื่อ September 3, 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  11. Lang, Brent (September 5, 2019). "From 'Joker' Controversy to Oscar Contenders, 5 Burning Questions at the Toronto Film Festival". Variety. Archived from the original on September 5, 2019. สืบค้นเมื่อ September 5, 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  12. Yang, Rachel (October 25, 2019). "Joker is now the highest-grossing R-rated film of all time". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ November 4, 2019.
  13. Hughes, William (November 8, 2019). "Joker is now the most profitable comic book movie of all time". The A.V. Club. สืบค้นเมื่อ November 8, 2019.
  14. Schultze, Thomas (October 15, 2019). ""Joker" already visitor millionaire". Blickpunkt: Film. สืบค้นเมื่อ October 18, 2019.
  15. Giardina, Carolyn (October 21, 2019). "Camerimage Cinematography Festival Unveils Main Competition Lineup". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ October 25, 2019.
  16. "ENERGACAMERIMAGE 2019 WINNERS!". Camerimage. November 16, 2019. สืบค้นเมื่อ November 17, 2019. |first1= missing |last1= in Authors list (help)
  17. "Joaquin Phoenix to Be Honored at Palm Springs International Film Fest". Entertainment Tonight (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2019-11-15.
  18. Nolfi, Joey (July 29, 2019). "Meryl Streep, Joaquin Phoenix win Toronto Film Festival's first Actor Awards". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ October 9, 2019.
  19. Anderson, Ariston (September 7, 2019). "Venice: Todd Phillips' 'Joker' Wins Golden Lion, Roman Polanski Wins Silver Lion". The Hollywood Reporter. Archived from the original on September 7, 2019. สืบค้นเมื่อ September 7, 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  20. Venice Biennale Editors (September 6, 2019). "COLLATERAL AWARDS OF THE 76TH VENICE FILM FESTIVAL". Venice Biennale. สืบค้นเมื่อ September 9, 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]